บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Life

วิตามินดีกับโรคไตเรื้อรัง คนเป็นโรคไตกินวิตามินดีได้ไหม

คำตอบสั้น: คนเป็นโรคไตกินวิตามินดีได้ แต่ควรเป็นไปตามผลตรวจและคำสั่งแพทย์ ไม่ใช่ซื้อกินเอง ไตเป็นอวัยวะที่เปลี่ยนวิตามินดีให้เป็นรูปที่ออกฤทธิ์ เมื่อไตเสื่อมจึงมักขาดวิตามินดีและฮอร์โมนพาราไทรอยด์สูงขึ้น แนวทาง KDIGO ให้ตรวจระดับวิตามินดีและแก้ภาวะขาดแบบเดียวกับคนทั่วไป ส่วนวิตามินดีรูปออกฤทธิ์เป็นยาที่แพทย์สั่งเฉพาะบางกรณี วิตามินดีที่มากเกินทำให้แคลเซียมในเลือดสูงและทำร้ายไตได้ และงานวิจัยใหญ่ไม่พบว่าวิตามินดีชะลอไตเสื่อม

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ตับเปลี่ยนวิตามินดีเป็น 25-ไฮดรอกซีวิตามินดี แล้วไตเปลี่ยนต่อเป็นแคลซิไตรออลซึ่งเป็นรูปออกฤทธิ์
  • ไตเสื่อมทำให้สร้างแคลซิไตรออลน้อยลง ฟอสฟอรัสคั่ง ต่อมพาราไทรอยด์จึงหลั่งฮอร์โมนมากขึ้นและดึงแคลเซียมจากกระดูก
  • วิตามินดีบำรุง (D2 หรือ D3) ใช้แก้ภาวะขาด ส่วนแคลซิไตรออลและอนุพันธ์เป็นยาที่แพทย์สั่งเท่านั้น
  • แนวทางสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยไม่แนะนำให้เสริมวิตามินเป็นประจำในผู้ป่วยไตทุกราย ให้เสริมเมื่อมีหลักฐานว่าขาด
  • งานวิจัย VITAL ในผู้ป่วยเบาหวาน 1,312 คน วิตามินดี3 2,000 IU ต่อวันนาน 5 ปี ไม่ชะลอการลดลงของค่าไต

ไตเกี่ยวกับวิตามินดีอย่างไร

ไตคือขั้นสุดท้ายที่ทำให้วิตามินดีใช้งานได้ เอกสารอาหารโรคไตของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย (รศ.ชวลิต รัตนกุล) อธิบายว่าตับเปลี่ยนวิตามินดี3 เป็น 25-ไฮดรอกซีวิตามินดี แล้วไตเปลี่ยนต่อเป็น 1,25-ไดไฮดรอกซีวิตามินดี หรือแคลซิไตรออล ซึ่งเป็นรูปที่ร่างกายนำไปใช้ได้ดี

สถาบัน NIDDK ของสหรัฐฯ อธิบายว่าไตปกติเปลี่ยนวิตามินดีจากอาหารเป็นแคลซิไตรออล ซึ่งช่วยร่างกายดูดซึมแคลเซียมและรักษาสมดุลแร่ธาตุของกระดูก

ทำไมคนเป็นโรคไตมักมีวิตามินดีต่ำและฮอร์โมนพาราไทรอยด์สูง

เกิดจาก 2 กลไกพร้อมกัน Linus Pauling Institute (มหาวิทยาลัยรัฐออริกอน) อธิบายว่าการขาดวิตามินดีในผู้ที่ไตทำงานลดลงมาจากไตสร้างแคลซิไตรออลได้น้อยลง ร่วมกับการเสีย 25-ไฮดรอกซีวิตามินดีทางปัสสาวะเพิ่มขึ้น

NIDDK อธิบายผลต่อเนื่องว่า เมื่อไตเสียหาย สร้างแคลซิไตรออลได้น้อยลงและขับฟอสฟอรัสไม่ได้ ต่อมพาราไทรอยด์จึงหลั่งฮอร์โมนพาราไทรอยด์ (PTH) มากขึ้น ซึ่งดึงแคลเซียมออกจากกระดูก ภาวะนี้เรียกว่าความผิดปกติของแร่ธาตุและกระดูกจากโรคไตเรื้อรัง (CKD-MBD) NIDDK ระบุว่าผู้ป่วยไตเรื้อรังทุกคนมีแนวโน้มจะมีภาวะนี้ในระดับหนึ่ง ผลคือกระดูกบางหักง่าย และหินปูนเกาะหลอดเลือด

เพราะต้นเหตุส่วนหนึ่งคือฟอสฟอรัสคั่ง การคุมฟอสฟอรัสในอาหารจึงเป็นส่วนสำคัญของการดูแล ดูได้ที่ ฟอสฟอรัสสูงห้ามกินอะไร

วิตามินดี3 ทั่วไปกับวิตามินดีรูปออกฤทธิ์ที่หมอสั่งต่างกันอย่างไร

ต่างกันทั้งรูปแบบ จุดประสงค์ และความเสี่ยง

วิตามินดีบำรุง (วิตามินดี2 หรือดี3)

คือรูปที่พบในอาหารเสริมทั่วไป ยังต้องผ่านตับและไตก่อนออกฤทธิ์ แนวทาง KDIGO 2017 ด้านแร่ธาตุและกระดูก แนะนำให้แก้ภาวะขาดหรือไม่พอของวิตามินดีในผู้ป่วยไตระยะ 3a–5D ด้วยวิธีเดียวกับคนทั่วไป และแนวทางโภชนาการ KDOQI 2020 ก็แนะนำให้ใช้วิตามินดีชนิด cholecalciferol (D3) หรือ ergocalciferol (D2) เพื่อแก้ภาวะ 25-ไฮดรอกซีวิตามินดีต่ำ ความต่างระหว่าง D2 กับ D3 อ่านได้ที่ วิตามินดี2 กับดี3 ต่างกันอย่างไร

วิตามินดีรูปออกฤทธิ์ (แคลซิไตรออลและอนุพันธ์)

เป็นยา ไม่ใช่อาหารเสริม แนวทาง KDIGO 2017 ไม่แนะนำให้ใช้เป็นประจำในผู้ป่วยระยะ 3a–5 ที่ยังไม่ฟอกไต และสงวนไว้สำหรับระยะ 4–5 ที่ต่อมพาราไทรอยด์ทำงานเกินรุนแรงและเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

แนวทางของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2565 ข้อ 11.4.2 ให้ใช้รักษาภาวะพาราไทรอยด์สูงต่อเนื่องในระยะ 4–5 เมื่อฟอสเฟตไม่สูง และระดับ 25-ไฮดรอกซีวิตามินดีเกิน 30 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตรแล้ว และข้อ 11.4.3 ให้เลี่ยงเมื่อแคลเซียมในเลือดสูง เอกสารของ รศ.ชวลิต ย้ำว่าวิตามินดีรูปนี้ ควรกินต่อเมื่อแพทย์สั่ง และกินตามปริมาณที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด

คนเป็นโรคไตกินวิตามินดีเองได้ไหม ขนาดเท่าไรต้องระวัง

ไม่ควรเริ่มเอง แนวทางของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ข้อ 10.6 ไม่แนะนำให้เสริมวิตามินเป็นประจำในผู้ป่วยไตเรื้อรังทุกราย ให้เสริมเฉพาะรายที่มีหลักฐานว่าขาด NIDDK ก็ให้ผู้ป่วยไตปรึกษาแพทย์ก่อนใช้วิตามินหรือแร่ธาตุเสริมทุกชนิด

ตัวเลขอ้างอิงสำหรับคนทั่วไปจาก Linus Pauling Institute คือ ค่าแนะนำผู้ใหญ่อายุ 19–70 ปี 600 IU ต่อวัน อายุ 71 ปีขึ้นไป 800 IU และระดับสูงสุดที่รับได้ 4,000 IU ต่อวัน แต่ตัวเลขเหล่านี้ตั้งขึ้นสำหรับคนทั่วไป ไม่ใช่ขนาดที่ผู้ป่วยไตควรใช้เอง ดูเรื่องเพดานได้ที่ วิตามินดีกินได้สูงสุดเท่าไร

กลุ่มที่ต้องระวังมากที่สุด คือผู้ที่แพทย์สั่งแคลซิไตรออลหรือวิตามินดีขนาดสูงอยู่แล้ว เพราะวิตามินดีจากหลายแหล่งจะรวมกัน ต้องแจ้งแพทย์ทุกแหล่ง รวมถึงวิตามินรวมและนมเสริมวิตามินดี หน่วยบนฉลากที่สับสนบ่อยอธิบายไว้ที่ วิตามินดี IU กับ มก. ต่างกันอย่างไร

วิตามินดีมากเกินทำให้แคลเซียมสูงและไตเสียได้ไหม

ได้ MedlinePlus ของสหรัฐฯ อธิบายว่าวิตามินดีที่มากเกินทำให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมมากเกิน จนแคลเซียมในเลือดสูง ผลที่ตามมาคือหินปูนไปเกาะในเนื้อเยื่ออ่อน เช่น หัวใจและปอด ไตเสียหาย และมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก เบื่ออาหาร อ่อนแรง น้ำหนักลด

แนวทาง KDIGO 2017 แนะนำให้หลีกเลี่ยงภาวะแคลเซียมในเลือดสูงในผู้ใหญ่ที่เป็นโรคไตระยะ 3a–5D และการวิเคราะห์รวมงานวิจัยในวารสาร Clinical Kidney Journal ปี 2564 พบว่าการให้วิตามินดีบำรุงในผู้ป่วยไตที่ยังไม่ฟอก เพิ่มระดับวิตามินดีในเลือดได้ แต่แคลเซียมก็เพิ่มขึ้นด้วย และผลลดฮอร์โมนพาราไทรอยด์มีจำกัด ความสัมพันธ์ระหว่างวิตามินดีกับแคลเซียมอ่านต่อได้ที่ วิตามินดีกับแคลเซียม

ควรตรวจระดับวิตามินดีเมื่อไร

ให้แพทย์เป็นผู้กำหนด แนวทาง KDIGO 2017 เสนอว่าผู้ป่วยไตระยะ 3a–5D อาจตรวจระดับ 25-ไฮดรอกซีวิตามินดี และความถี่ของการตรวจซ้ำขึ้นกับค่าเริ่มต้นและการรักษาที่ได้รับ ส่วนแนวทางไทยใช้ระดับ 25-ไฮดรอกซีวิตามินดีเป็นเงื่อนไขหนึ่งก่อนเริ่มวิตามินดีรูปออกฤทธิ์

ในทางปฏิบัติ ถ้าแพทย์สั่งวิตามินดีให้ หรือคุณกำลังกินวิตามินดีจากแหล่งใดอยู่ ให้ถามแพทย์ว่าควรตรวจระดับวิตามินดีและแคลเซียมเมื่อไร วิธีอ่านผลอยู่ที่ ตรวจวิตามินดีในเลือด อ่านผลอย่างไร

ความเชื่อที่พบบ่อย: วิตามินดีบำรุงไต ชะลอไตเสื่อมจริงไหม

ไม่มีหลักฐานว่าวิตามินดีบำรุงไตหรือชะลอไตเสื่อม งานวิจัยแบบสุ่มขนาดใหญ่ VITAL ในผู้ใหญ่เบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 1,312 คน (วารสาร JAMA ปี 2562) ให้วิตามินดี3 2,000 IU ต่อวันนาน 5 ปี ไม่พบว่าชะลอการลดลงของ eGFR (อัตราการกรองของไต) เมื่อเทียบกับยาหลอก ผู้วิจัยสรุปว่าผลไม่สนับสนุนการใช้วิตามินดีเพื่อถนอมไต

แนวทางของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ข้อ 12.6.2 ยังไม่แนะนำให้ใช้วิตามินดีเพื่อเสริมยากระตุ้นเม็ดเลือดแดงในการดูแลภาวะซีดจากโรคไต สรุปคือ วิตามินดีในผู้ป่วยไตมีไว้แก้ภาวะขาดและดูแลกระดูกตามผลตรวจ ไม่ใช่ยาบำรุงไต ส่วนวิธีที่มีหลักฐานว่าชะลอไตเสื่อมได้จริงอยู่ที่ ชะลอไตเสื่อมทำอย่างไร

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าไลฟ์ (Beta Life)

เบต้าไลฟ์ (Beta Life) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0025 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 500 มก. ฉลากให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล ต่อ 1 แคปซูลมีผงไข่ขาว 230 มก. สารสกัดเห็ดหลินจือ 50 มก. กรดอัลฟาไลโปอิก (99%) 40 มก. ดีแอล-แอลฟา-โทโคเฟอริล อะซีเตต (50%) 20 มก. วิตามินดี3 200 IU วิตามินบี6 1 มก. วิตามินบี12 1 ไมโครกรัม และกรดโฟลิก 100 ไมโครกรัม

ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับบทความนี้คือ

  • วิตามินดี3 200 IU — เป็นวิตามินดีบำรุงชนิด cholecalciferol ไม่ใช่วิตามินดีรูปออกฤทธิ์ที่แพทย์สั่ง ปริมาณนี้เท่ากับ 1 ใน 3 ของค่าแนะนำผู้ใหญ่อายุ 19–70 ปี (600 IU) จึงไม่ใช่ขนาดสำหรับแก้ภาวะขาดวิตามินดี ส่วนงานวิจัย VITAL ที่ใช้ 2,000 IU ต่อวันนาน 5 ปี (มากกว่าแคปซูล 10 เท่า) ไม่พบว่าชะลอไตเสื่อมในผู้ป่วยเบาหวาน

ผู้ป่วยไตที่แพทย์สั่งวิตามินดีหรือแคลซิไตรออลอยู่แล้ว ต้องแจ้งแพทย์เรื่องวิตามินดีจากทุกแหล่ง รวมถึงแคปซูลนี้ แนวทางของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยไม่แนะนำให้ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังทุกคนกินวิตามินเสริมเป็นประจำ แต่ให้เสริมเมื่อผลตรวจหรืออาการบ่งชี้ว่าขาด และให้ใช้สมุนไพรด้วยความระมัดระวัง ผู้ป่วยไตจึงควรนำกล่องไปปรึกษาแพทย์ก่อน ผลิตภัณฑ์มีส่วนประกอบของไข่ ผู้แพ้ไข่ไม่ควรรับประทาน

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าไลฟ์ทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Life ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 500 มิลลิกรัม

Beta Lifeเบต้าไลฟ์

เลข อย. 13-1-01566-5-0025

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (ก.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Life →

คำถามที่พบบ่อย

เป็นโรคไตกินวิตามินดีได้ไหม

กินได้เมื่อผลตรวจบ่งชี้ว่าขาดและแพทย์เป็นผู้กำหนดขนาด แนวทางสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยไม่แนะนำให้เสริมวิตามินเป็นประจำในผู้ป่วยไตทุกราย

วิตามินดี3 กับแคลซิไตรออลต่างกันอย่างไร

วิตามินดี3 ต้องผ่านตับและไตก่อนออกฤทธิ์ ใช้แก้ภาวะขาด ส่วนแคลซิไตรออลเป็นรูปออกฤทธิ์แล้ว เป็นยาที่แพทย์สั่งเฉพาะผู้ป่วยไตระยะ 4–5 ที่ฮอร์โมนพาราไทรอยด์สูงตามเงื่อนไข

วิตามินดีมีผลต่อไตไหม

วิตามินดีที่มากเกินทำให้แคลเซียมในเลือดสูงและทำให้ไตเสียหายได้ ขณะที่งานวิจัยใหญ่ไม่พบว่าวิตามินดี 2,000 IU ต่อวันชะลอไตเสื่อมในผู้ป่วยเบาหวาน

วิตามินดีบำรุงไตจริงไหม

ไม่มีหลักฐาน วิตามินดีในผู้ป่วยไตใช้แก้ภาวะขาดและดูแลกระดูกตามผลตรวจ ไม่ได้ทำให้ค่าไตดีขึ้น

คนเป็นโรคไตควรตรวจวิตามินดีเมื่อไร

แนวทาง KDIGO เสนอว่าผู้ป่วยไตระยะ 3a ขึ้นไปอาจตรวจระดับวิตามินดีได้ ความถี่ของการตรวจซ้ำขึ้นกับค่าเริ่มต้นและการรักษา ให้แพทย์เป็นผู้กำหนด

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29

อ่านต่อ

โรคไตดื่มเหล้าได้ไหม สูบบุหรี่ได้ไหม ผลต่อไตที่ควรรู้

โรคไตดื่มเหล้าได้ไหม ถ้าดื่มจำกัดเท่าไร เบียร์กับเก๊าท์ ฟอสฟอรัส ขาบวม ดื่มแล้วกินยาเสี่ยงอะไร บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าทำร้ายไตอย่างไร และเลิกบุหรี่โทร 1600

โรคไตออกกำลังกายได้ไหม แบบไหนเหมาะ แบบไหนควรเลี่ยง

โรคไตออกกำลังกายได้ไหม เดินเร็ว ยืดเหยียด ยกน้ำหนักเบา เริ่มอย่างไร ครีเอตินินขึ้นหลังออกแรงจริงไหม คนฟอกไตระวังแขนเส้นฟอกอย่างไร และอาการที่ต้องหยุดทันที

ฟอกไตสิทธิบัตรทอง ประกันสังคม ฟรีไหม ค่าใช้จ่ายและขั้นตอนใช้สิทธิ์

ฟอกไตสิทธิบัตรทองฟรีไหม ประกันสังคมจ่ายให้เท่าไร ล้างไตทางหน้าท้องใช้สิทธิ์ได้ไหม ขั้นตอนใช้สิทธิ์ ค่าใช้จ่ายแฝงของครอบครัว และเบอร์สอบถาม 1330 และ 1506

ล้างไตทางหน้าท้องกับฟอกเลือดต่างกันยังไง แบบไหนเหมาะกับใคร

ล้างไตทางหน้าท้องกับฟอกเลือดต่างกันยังไง ล้างวันละกี่ครั้ง แบบใช้มือกับเครื่อง ข้อดีข้อเสีย ใครเหมาะแบบไหน และอาการติดเชื้อในช่องท้องที่ต้องรีบไป รพ.

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 547 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท