เกี่ยวกับ Beta Oil
ยาลดไขมันทำลายตับไหม ค่าตับสูงขึ้นต้องหยุดยาหรือเปล่า
คำตอบสั้น: ยาลดไขมันกลุ่มสแตตินทำให้ตับอักเสบได้ แต่พบน้อย แนวทางเวชปฏิบัติไทย พ.ศ. 2567 สรุปว่าการทดลองแบบสุ่มไม่พบว่ายาเพิ่มค่าเอนไซม์ตับ (ALT) อย่างมีนัยสำคัญ แพทย์จะตรวจค่าตับก่อนเริ่มยา และพิจารณาหยุดยาชั่วคราวเมื่อค่าตับสูงเกิน 3 เท่าของค่าปกติเพื่อหาสาเหตุ ส่วนเรื่องไต แนวทางไทยแนะนำยาสแตตินในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังหลายกลุ่ม โดยแพทย์เลือกชนิดและขนาดให้เหมาะกับการทำงานของไต
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ตรวจค่าตับ (AST, ALT) ก่อนเริ่มยา แล้วตรวจซ้ำเฉพาะคนที่มีข้อบ่งชี้หรือมีอาการ
- ค่าตับสูงเล็กน้อยต่ำกว่า 3 เท่าของค่าปกติ แนวทางไทยไม่แนะนำให้รีบเปลี่ยนยาก่อนหาสาเหตุอื่น
- คนไขมันพอกตับมักมีความเสี่ยงหัวใจสูง งานทบทวนปี 2568 สรุปว่าสแตตินปลอดภัยและได้ผลในกลุ่มนี้
- ผู้ป่วยไตเรื้อรังอายุ 50 ปีขึ้นไปที่ไตเสื่อมระยะ 3a–5 ยังไม่ได้ฟอกไต และ LDL ตั้งแต่ 100 มก./ดล. แนวทางไทยแนะนำยาลดไขมัน
- มีอาการข้อใดข้อหนึ่ง ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม ปวดใต้ชายโครงขวา ต้องรีบพบแพทย์ทันที
ยาสแตตินทำให้ค่าตับขึ้นบ่อยแค่ไหน
ไม่บ่อยอย่างที่หลายคนกลัว แนวทางเวชปฏิบัติการบำบัดภาวะไขมันผิดปกติในเลือด พ.ศ. 2567 ของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยฯ สรุปงานทบทวนการทดลองแบบสุ่มว่า กลุ่มที่ได้ยาสแตตินไม่ได้มีค่าเอนไซม์ตับ ALT สูงขึ้นมากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญ
แต่แนวทางเดียวกันก็ยังจัด ตับอักเสบ ไว้ในข้อควรระวังของยากลุ่มนี้ แปลว่าเกิดได้ แต่ไม่ใช่เรื่องปกติที่คนส่วนใหญ่จะเจอ ค่าตับที่สูงขึ้นจึงต้องหาสาเหตุให้ครบ เพราะมาจากเหล้า ไขมันพอกตับ ไวรัสตับอักเสบ หรือยาและสมุนไพรอื่นได้ ดูสาเหตุต่าง ๆ ได้ที่ ค่าตับสูงเกิดจากอะไร
ค่าตับขึ้นเท่าไรถึงต้องหยุดหรือเปลี่ยนยา
แนวทางไทยวางหลักให้แพทย์ไว้ 2 ข้อ
- ค่าตับ (AST, ALT) สูงกว่า 3 เท่าของค่าสูงสุดของเกณฑ์ปกติ อาจแนะนำให้หยุดยาสแตตินชั่วคราวเพื่อหาสาเหตุ
- ค่าตับสูงขึ้นแต่ไม่เกิน 3 เท่า และยังไม่ได้หาสาเหตุอื่น แนวทางไม่แนะนำให้เปลี่ยนจากสแตตินไปใช้ยาเอเซทิไมบ์ (ezetimibe) เดี่ยว ๆ
ตัวอย่างการอ่าน: ถ้าค่าปกติสูงสุดของ ALT ในใบผลของโรงพยาบาลคือ 40 หน่วย ค่า 3 เท่าคือ 120 หน่วย การตัดสินใจหยุดหรือไม่หยุดเป็นหน้าที่ของแพทย์ ไม่ใช่ตัวเลขที่ให้ผู้ป่วยตัดสินเอง ดูวิธีอ่านค่าตับได้ที่ SGOT SGPT คืออะไร
ต้องเจาะเลือดดูค่าตับบ่อยแค่ไหน
แนวทางไทย พ.ศ. 2567 ระบุว่า
- ตรวจค่าตับก่อนเริ่มยาสแตติน เพื่อหาภาวะตับอักเสบรุนแรงที่เป็นข้อห้ามใช้ยา
- คนที่มีข้อบ่งชี้ เช่น เสี่ยงตับอักเสบสูง หรือค่าตับผิดปกติตั้งแต่ก่อนเริ่มยา ให้ตรวจซ้ำที่ 4–12 สัปดาห์หลังเริ่มยา หรือเมื่อเปลี่ยนขนาดหรือชนิดยา
- หลังจากนั้นไม่จำเป็นต้องตรวจบ่อย ให้ตรวจเมื่อมีข้อบ่งชี้หรือมีอาการผิดปกติ
ส่วนค่าไขมัน แนวทางเดียวกันแนะนำให้ตรวจซ้ำ 4–12 สัปดาห์หลังเริ่มยา แล้วติดตามเป็นครั้งคราว เช่น ทุก 3–12 เดือน
คนเป็นไขมันพอกตับกินยาลดไขมันได้ไหม
คนไขมันพอกตับเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงโรคหัวใจสูง งานทบทวนในวารสาร Current Cardiology Reports ปี 2568 จากมหาวิทยาลัยการแพทย์เวียนนา สรุปว่า ผู้ป่วยไขมันพอกตับจากภาวะเมตาบอลิก (MASLD) ควรได้รับการประเมินความเสี่ยงหัวใจเป็นระยะ และยาสแตตินเป็นยาที่ปลอดภัยและได้ผล แต่มักถูกใช้น้อยกว่าที่ควร
ข้อมูลยาของ MedlinePlus ระบุว่าแพทย์มักจะไม่สั่งยาสแตตินถ้ามีโรคตับ หรือผลเลือดบ่งว่ากำลังเกิดโรคตับ สองข้อมูลนี้ไม่ขัดกัน เพราะแพทย์จะดูว่าตับอยู่ในภาวะไหน ค่าตับเท่าไร มีตับแข็งหรือไม่ ก่อนตัดสินใจ ดังนั้นคนที่เป็นไขมันพอกตับไม่ควรเลี่ยงยาเองเพราะกลัว และไม่ควรเริ่มยาเองเช่นกัน ให้คุยกับแพทย์ อ่านเรื่องไขมันพอกตับเพิ่มที่ ไขมันพอกตับคืออะไร
อาการตับอักเสบจากยาที่ต้องรีบพบแพทย์
MedlinePlus ระบุอาการของอะทอร์วาสแตตินที่ พบไม่บ่อยแต่ต้องติดต่อแพทย์หรือขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที ซึ่งรวมอาการที่เกี่ยวกับตับ ถ้ามี ข้อใดข้อหนึ่ง ให้รีบไปพบแพทย์
- ตัวเหลือง ตาเหลือง
- ปัสสาวะสีเข้ม
- ปวดท้องด้านขวาบนใต้ชายโครง
- เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อ่อนเพลียมากผิดปกติ หรือมีอาการคล้ายไข้หวัด
ถ้าปวดกล้ามเนื้อมาก กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือปัสสาวะสีเข้ม ข้อใดข้อหนึ่ง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 เพราะอาจเป็นภาวะกล้ามเนื้อสลาย อ่านเพิ่มที่ กินยาลดไขมันแล้วปวดกล้ามเนื้อ
ยาลดไขมันทำให้ไตเสื่อมจริงไหม
ความเสี่ยงต่อไตที่แหล่งของเราระบุชัด มาจากภาวะกล้ามเนื้อลายสลาย ซึ่งพบน้อยมาก คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล อธิบายว่าปวดกล้ามเนื้อจนทนไม่ได้ร่วมกับปัสสาวะสีเข้มเป็นภาวะอันตรายที่ต้องเข้าโรงพยาบาล เพราะเสี่ยงไตวาย และโรคไตเองก็เป็นปัจจัยเสี่ยงของผลข้างเคียงทางกล้ามเนื้อ
ในทางกลับกัน แนวทางไทยแนะนำให้ใช้ยาสแตตินในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังหลายกลุ่ม เพราะผู้ป่วยไตมีความเสี่ยงโรคหัวใจสูง ความกังวลว่า "กินยาไขมันแล้วไตพัง" จึงไม่ควรเป็นเหตุผลให้หยุดยาเอง ถ้ากังวลให้ขอดูค่า eGFR ของตัวเองกับแพทย์ ดูวิธีอ่านได้ที่ eGFR และครีเอตินินคืออะไร
คนเป็นโรคไตใช้ยาลดไขมันได้ไหม
แนวทางไทย พ.ศ. 2567 แบ่งตามระยะ
- อายุ 50 ปีขึ้นไป eGFR ต่ำกว่า 60 (ระยะ 3a–5) ยังไม่ได้ฟอกไต และ LDL ตั้งแต่ 100 มก./ดล. แนะนำยาสแตตินขนาดต่ำถึงปานกลาง หรือสแตตินร่วมกับเอเซทิไมบ์ เป้า LDL ต่ำกว่า 100 หรือลดลงอย่างน้อยร้อยละ 30
- ไตระยะ 1–2 ที่มีโปรตีนอัลบูมินรั่วในปัสสาวะ และมีปัจจัยเสี่ยงหัวใจอื่น ใช้เกณฑ์เดียวกับคนทั่วไป
- ไตระยะ 3b–5 ควรระมัดระวังยาขนาดสูง แพทย์เลือกชนิดยาตามข้อมูลความปลอดภัยในผู้ป่วยไต
- ฟอกเลือดหรือล้างไตทางช่องท้องแล้ว ถ้าไม่เคยได้ยามาก่อน ไม่แนะนำให้เริ่มเพื่อลดไขมันอย่างเดียว แต่ถ้ากินอยู่เดิมให้กินต่อโดยแพทย์ปรับขนาด
- ปลูกถ่ายไต แนะนำยาสแตตินในขนาดที่เหมาะสม
ได้ยินว่าต้องกินยาหุ้มตับหรืออาหารเสริมบำรุงตับคู่กับยาไขมัน จริงไหม
แนวทางไทยที่เราเปิดอ่านไม่มีคำแนะนำให้กินยาหรืออาหารเสริมบำรุงตับคู่กับยาสแตติน สิ่งที่แนวทางให้ทำคือตรวจค่าตับก่อนเริ่มยา และตรวจเมื่อมีข้อบ่งชี้
การกินผลิตภัณฑ์เพิ่มโดยไม่จำเป็น ทำให้เมื่อค่าตับขึ้น แพทย์แยกไม่ออกว่ามาจากยาหรือจากสิ่งที่กินเพิ่ม MedlinePlus ก็ให้แจ้งแพทย์ถึงวิตามินและผลิตภัณฑ์สมุนไพรทุกชนิดที่กินร่วมกับยาลดไขมัน อ่านเพิ่มที่ ค่าตับกับอาหารเสริม
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าออยล์ (Beta Oil)
เบต้าออยล์ (Beta Oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล ดื่มน้ำตามมาก ๆ (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ) ต่อ 1 แคปซูลมีน้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. วิตามินซี 30 มก. สารสกัดจากข้าว 10 มก. ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต (50%) 5 มก. แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. แอล-ออร์นิทีน HCl 5 มก. และไฟโตสเตอรอล 2 มก.
น้ำมันทั้ง 3 ชนิดมีงานวิจัยในคนเรื่องค่าไขมันในเลือด ที่ปริมาณระดับอาหาร
- น้ำมันคาโนลา 200 มก. — งานรวม 27 การทดลองพบ LDL ลดลงเฉลี่ยราว 6.4 มก./ดล. เมื่อใช้เป็นน้ำมันหลักในอาหาร ปริมาณหลายสิบกรัมต่อวัน
- น้ำมันมะกอก 200 มก. — งาน PREDIMED ใช้อย่างน้อยวันละ 4 ช้อนโต๊ะร่วมกับเปลี่ยนรูปแบบอาหารทั้งหมด
- น้ำมันรำข้าว 109 มก. — งานของ ม.มหิดล ใช้วันละ 30 มิลลิลิตรปรุงอาหาร นาน 4 สัปดาห์
ไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าแคปซูลนี้ช่วยดูแลตับหรือไตระหว่างใช้ยาลดไขมัน และไม่มีข้อมูลผลต่อค่าตับของสูตรนี้ ผู้ที่มีโรคตับหรือโรคไต หรือกำลังติดตามค่าตับ ควรแจ้งแพทย์ก่อนเริ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด
ข้อควรระวัง: วิตามินอีในขนาดสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด และงานวิจัย VINTAGE MI พบว่าแอล-อาร์จินีนวันละ 9 กรัมในผู้ป่วยหลังกล้ามเนื้อหัวใจตาย มีผู้เสียชีวิตมากกว่ากลุ่มยาหลอกจนต้องยุติงานก่อนกำหนด ฉลากระบุให้ผู้ใช้ยาประจำตัวปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน อ่านเรื่องประกาศ อย. เกี่ยวกับโฆษณาผลิตภัณฑ์นี้ได้ที่ คำเตือนของ อย. เรื่องโฆษณาเบต้าออยล์
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าออยล์ทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Oil →คำถามที่พบบ่อย
ยาลดไขมันทำลายตับไหม
ตับอักเสบจากยาสแตตินเกิดได้แต่พบน้อย แนวทางไทยสรุปว่าการทดลองแบบสุ่มไม่พบว่ายาเพิ่มค่าเอนไซม์ตับอย่างมีนัยสำคัญ แพทย์จะตรวจค่าตับก่อนเริ่มยาและเมื่อมีข้อบ่งชี้
กินยาลดไขมันแล้วค่าตับสูง ต้องหยุดยาไหม
ให้แพทย์ตัดสิน แนวทางไทยระบุว่าถ้าค่าตับสูงเกิน 3 เท่าของค่าปกติ แพทย์อาจหยุดยาชั่วคราวเพื่อหาสาเหตุ ถ้าสูงไม่ถึง 3 เท่า มักหาสาเหตุอื่นก่อน อย่าหยุดยาเอง
เป็นไขมันพอกตับกินยาลดไขมันได้ไหม
งานทบทวนปี 2568 สรุปว่ายาสแตตินปลอดภัยและได้ผลในผู้ป่วยไขมันพอกตับที่มีความเสี่ยงหัวใจ แต่แพทย์ต้องประเมินภาวะตับก่อนเสมอ
ยาลดไขมันทำให้ไตเสื่อมไหม
ความเสี่ยงต่อไตที่ระบุชัดมาจากภาวะกล้ามเนื้อสลายซึ่งพบน้อยมาก แนวทางไทยยังแนะนำยาสแตตินในผู้ป่วยไตเรื้อรังหลายกลุ่ม โดยแพทย์ปรับชนิดและขนาดตามการทำงานของไต
กินยาลดไขมันต้องเจาะค่าตับบ่อยแค่ไหน
แนวทางไทยให้ตรวจก่อนเริ่มยา คนที่มีข้อบ่งชี้ตรวจซ้ำที่ 4–12 สัปดาห์หรือเมื่อเปลี่ยนยา หลังจากนั้นตรวจเมื่อมีข้อบ่งชี้หรือมีอาการผิดปกติ
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- แนวทางเวชปฏิบัติการบำบัดภาวะไขมันผิดปกติในเลือดเพื่อป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด พ.ศ. 2567ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยฯ
- AtorvastatinMedlinePlus Drug Information, U.S. National Library of Medicine
- Cardiovascular Risk Reduction in Metabolic Dysfunction-Associated Steatotic Liver Disease and Metabolic Dysfunction-Associated Steatohepatitis (Bernhard et al., Curr Cardiol Rep 2025)PubMed, U.S. National Library of Medicine
- ยาลดไขมัน...ผลไม่พึงประสงค์ต่อกล้ามเนื้อคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29
อ่านต่อ
มือชาข้างเดียว ชาครึ่งซีก เป็นสัญญาณหลอดเลือดสมองไหม
มือชาข้างเดียวเกิดจากอะไร ชาครึ่งซีกทันทีต่างจากเส้นประสาทถูกกดทับอย่างไร ชาแต่ไม่อ่อนแรงก็เป็นสโตรกได้ รู้ว่าเมื่อไรต้องโทร 1669 และควรไปหาหมอแบบไหน
สโตรกเป็นซ้ำได้ไหม หลังหลอดเลือดสมองตีบต้องปฏิบัติตัวอย่างไร
สโตรกเป็นซ้ำได้ และเสี่ยงสูงสุดช่วงสัปดาห์ถึงเดือนแรก รู้เป้าความดัน LDL เหตุผลที่ห้ามหยุดยาต้านเกล็ดเลือด การฟื้นฟู นวด ขับรถ และอาการที่ต้องโทร 1669
หลอดเลือดสมองตีบห้ามกินอะไร ผู้ป่วยหลังสโตรกควรกินอะไร
หลอดเลือดสมองตีบห้ามกินอะไร ผู้ป่วยหลังสโตรกลดเค็ม มัน หวาน เหล้า กินผลไม้ กาแฟได้แค่ไหน กลืนลำบากและกินยาวาร์ฟารินต้องจัดอาหารอย่างไร
หลอดเลือดสมองแตกกับตีบต่างกันอย่างไร อันไหนอันตรายกว่า
หลอดเลือดสมองแตก ตีบ และอุดตัน ต่างกันที่สาเหตุและการรักษา แต่ดูอาการแยกเองไม่ได้ ทุกแบบต้องโทร 1669 ทันที อ่านเรื่องอัมพฤกษ์ อัมพาต และหลอดเลือดโป่งพอง
