บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS

ปวดคอ บ่า ไหล่ ข้างเดียว เกิดจากอะไร บริหารและประคบอย่างไร

คำตอบสั้น: ปวดคอ บ่า ไหล่ ส่วนใหญ่มาจากกล้ามเนื้อตึงจากท่าทางในชีวิตประจำวัน เช่น ก้มโต๊ะนาน จอคอมพิวเตอร์สูงหรือต่ำเกินไป หรือนอนผิดท่า NHS ระบุว่าปวดคอส่วนใหญ่หายภายในไม่กี่สัปดาห์ และดูแลตัวเองได้ด้วยการขยับคอ ยืดเหยียด และประคบร้อนหรือเย็น แต่ถ้าปวดข้างเดียวแล้วร้าวลงแขน ชา หรืออ่อนแรง อาจเป็นเรื่องเส้นประสาทที่ต้องพบแพทย์ และถ้าปวดไหล่หรือแขนพร้อมเจ็บแน่นหน้าอก อาจเป็นอาการของหัวใจ ต้องไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ส่วนแมกนีเซียม เราไม่พบหลักฐานจากแหล่งที่ตรวจได้ว่าช่วยอาการปวดคอบ่าไหล่

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • สาเหตุทั่วไป MedlinePlus (ทบทวน 14 ม.ค. 2569) ระบุว่าสาเหตุทั่วไปของปวดคอคือกล้ามเนื้อเกร็งหรือตึงจากกิจวัตรประจำวัน
  • ปวดข้างเดียว แหล่งที่เราตรวจไม่ได้บอกว่าข้างซ้ายหรือขวามีสาเหตุต่างกัน สิ่งที่ต้องดูคืออาการร่วม เช่น ร้าวลงแขน ชา อ่อนแรง หรือเจ็บหน้าอก
  • ปวดไหล่หรือแขนพร้อมเจ็บแน่นหน้าอก NHS จัดเป็นอาการที่อาจเป็นหัวใจวาย ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
  • ยืดเหยียด MedlinePlus แนะนำให้ขยับคอช้า ๆ ก้มเงย หันซ้ายขวา และเอียงหูเข้าหาไหล่
  • ประคบ NHS ให้ใช้ได้ทั้งร้อนหรือเย็น ส่วน MedlinePlus ให้ใช้เย็นใน 48–72 ชั่วโมงแรก แล้วเปลี่ยนเป็นร้อน
  • แมกนีเซียม เราไม่พบงานที่ศึกษาแมกนีเซียมกับปวดคอบ่าไหล่ ส่วนงานรวมของ Cochrane ในตะคริวขาของผู้สูงอายุ ไม่พบความต่างที่มีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับยาหลอก

ปวดคอบ่าไหล่เกิดจากอะไร

ส่วนใหญ่เป็นเรื่องกล้ามเนื้อจากท่าทาง MedlinePlus ระบุกิจวัตรที่มักเป็นต้นเหตุ ได้แก่

  • ก้มโต๊ะนาน ซึ่งมักเป็นชั่วโมงขึ้นไป
  • ท่าทางไม่ดีขณะดูทีวีหรืออ่านหนังสือ
  • จอคอมพิวเตอร์สูงหรือต่ำเกินไป
  • นอนผิดท่า
  • บิดหรือสะบัดคอแรงขณะออกกำลังกาย
  • ยกของเร็วเกินไปหรือยกผิดท่า

NHS (ทบทวน 27 เม.ย. 2566) ระบุว่าสาเหตุที่พบบ่อยของปวดคอคือ คอค้างในท่าแปลก ๆ ระหว่างนอน ท่าทางไม่ดี เช่น นั่งโต๊ะนาน เส้นประสาทถูกกด และการบาดเจ็บ เช่น คอสะบัดจากอุบัติเหตุรถหรือหกล้ม

ความเครียดเกี่ยวไหม MedlinePlus หน้าปวดศีรษะ (ทบทวน 27 ต.ค. 2568) ระบุว่าปวดศีรษะจากความตึงเครียดน่าจะเกิดจากกล้ามเนื้อที่ไหล่ คอ หนังศีรษะ และขากรรไกรตึง และอาจสัมพันธ์กับความเครียด ซึมเศร้า วิตกกังวล หรือการวางศีรษะและคอในท่าผิดปกติ โดยไหล่ คอ หรือขากรรไกรอาจรู้สึกตึงหรือเจ็บด้วย

สาเหตุอื่นที่ MedlinePlus ระบุ เช่น กระดูกคอเสื่อม หมอนรองกระดูกแตก กระดูกสันหลังหักเล็ก ๆ จากกระดูกพรุน ช่องไขสันหลังตีบ การติดเชื้อที่กระดูกสันหลัง และมะเร็งที่ลามถึงกระดูกสันหลัง

ถ้าปวดที่ตัวหัวไหล่เป็นหลัก NHS (หน้าปวดไหล่ ทบทวน 22 พ.ค. 2566) ระบุสาเหตุที่เป็นไปได้ตามลักษณะอาการ

  • ปวดและตึงไม่หายเป็นเดือนหรือเป็นปี: ไหล่ติด หรือข้ออักเสบ
  • ปวดมากขึ้นเวลาใช้แขนหรือไหล่: เอ็นอักเสบ ถุงน้ำอักเสบ หรือเอ็นถูกเบียด
  • ชา เสียว แขนอ่อนแรง หรือรู้สึกไหล่ลั่นหรือติด: ไหล่ไม่มั่นคง
  • ปวดมากทันที ขยับแขนไม่ได้ หรือรูปร่างเปลี่ยน: ข้อไหล่หลุด กระดูกหัก หรือเอ็นขาด
  • ปวดที่ยอดไหล่ตรงรอยต่อกระดูกไหปลาร้า: ปัญหาที่ข้อต่อตรงนั้น

NHS ย้ำว่าไม่ควรวินิจฉัยตัวเอง ถ้ากังวลให้พบแพทย์ อ่านเรื่องไหล่ติดได้ที่ ไหล่ติดเกิดจากอะไร ยกแขนไม่ขึ้น

ปวดคอบ่าไหล่ข้างเดียว อาการแบบไหนต้องระวัง

ข้างไหนไม่สำคัญเท่าอาการที่มาด้วย แหล่งที่เราตรวจไม่ได้แยกสาเหตุตามข้างซ้ายหรือขวา แต่ระบุอาการร่วมที่ต้องระวังไว้ชัด

ปวดร้าวลงแขน ชา หรืออ่อนแรง MedlinePlus ให้ติดต่อแพทย์ถ้าชา เสียว หรืออ่อนแรงที่แขนหรือมือ และ NHS ให้พบแพทย์ถ้ามีเหน็บชาหรือแขนเย็น เพราะอาจเป็นเรื่องที่ร้ายแรงกว่า อาการกลุ่มนี้อาจมาจากรากประสาทที่คอถูกกด อ่านต่อได้ที่ กระดูกคอเสื่อม ทับเส้นประสาทแขนชา

ปวดไหล่ซ้ายพร้อมเจ็บหน้าอก NHS (หน้าเจ็บหน้าอก ทบทวน 8 ส.ค. 2566) ระบุว่าความปวดที่ร้าวไปแขนซ้ายหรือขวา คอ กราม ท้อง หรือหลัง อาจเป็นอาการของหัวใจวาย และต้องโทร 999 ทันที อ่านวิธีแยกเจ็บหน้าอกได้ที่ เจ็บหน้าอกข้างซ้าย เป็นโรคหัวใจไหม

อาการแบบไหนไปโรงพยาบาลทันที แบบไหนไปวันนี้

มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • เจ็บหรือแน่นหน้าอกขึ้นมาทันทีและไม่หายไป อาจรู้สึกบีบ แน่น แสบร้อน หรือคล้ายอาหารไม่ย่อย
  • เจ็บที่ร้าวจากหน้าอกไปแขนข้างใดข้างหนึ่ง คอ กราม ท้อง หรือหลัง
  • เจ็บหน้าอกและมีเหงื่อออก คลื่นไส้ หน้ามืด หรือหายใจไม่อิ่ม
  • ปวดคอหลังล้มหรือถูกกระแทก แล้วขยับแขนหรือมือไม่ได้
  • มีไข้ ปวดศีรษะ และคอแข็งจนก้มคางแตะอกไม่ได้

ที่มา: รายการ 3 ข้อแรกคืออาการที่ NHS หน้าเจ็บหน้าอกให้โทร 999 ส่วน 2 ข้อหลังคืออาการที่ MedlinePlus หน้าปวดคอให้โทร 911 โดย MedlinePlus ระบุว่าข้อสุดท้ายอาจเป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด NHS หน้าปวดไหล่ให้ขอนัดแพทย์ด่วนหรือโทร NHS 111 เมื่อมีข้อใดข้อหนึ่ง

  • ปวดไหล่ขึ้นมาทันทีหรือปวดมาก
  • ขยับแขนไม่ได้
  • แขนหรือไหล่รูปร่างเปลี่ยน หรือบวมมาก
  • เหน็บชาที่ไม่หายไป
  • แขนหรือไหล่ไม่มีความรู้สึก
  • แขนหรือไหล่ร้อนหรือเย็นเมื่อจับ
  • ปวดหลังบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุ เช่น หกล้ม
  • ปวดรุนแรงที่ไหล่ทั้งสองข้าง
  • รู้สึกมีไข้หรือไม่สบาย

NHS ระบุว่าอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของกระดูกหัก ข้อหลุด หรือเอ็นฉีกขาด

นัดพบแพทย์ได้ NHS ให้พบแพทย์ถ้าปวดไหล่แย่ลงหรือไม่ดีขึ้นใน 2 สัปดาห์ หรือขยับแขนหรือไหล่ลำบากมาก ส่วน MedlinePlus ให้ติดต่อแพทย์ถ้าปวดคอไม่หายใน 1 สัปดาห์ที่ดูแลตัวเอง มีก้อนหรือต่อมที่คอบวม ปวดมากขึ้นเวลานอนหรือปวดจนตื่นกลางคืน หรือเดินและทรงตัวลำบาก

ท่ายืดเหยียดง่าย ๆ ระหว่างวัน

หลักคือขยับ ไม่ใช่หยุดใช้ NHS ระบุว่าการหยุดใช้ไหล่ไปเลยอาจทำให้ไม่ดีขึ้น และแนะนำให้ขยับไหล่เบา ๆ ส่วนหน้าปวดคอแนะนำให้บริหารความยืดหยุ่นของคอ

ท่าที่ MedlinePlus แนะนำสำหรับปวดคอทั่วไป คือขยับคอช้า ๆ ในทิศต่าง ๆ เพื่อยืดกล้ามเนื้อคอเบา ๆ

  1. ก้มคางลงช้า ๆ แล้วเงยกลับ
  2. หันหน้าไปทางซ้ายช้า ๆ แล้วหันไปทางขวา
  3. เอียงหูเข้าหาไหล่ข้างหนึ่ง แล้วสลับอีกข้าง

ท่ายืดไหล่จากโปรแกรมบริหารไหล่ทั่วไปของสมาคมศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์สหรัฐฯ (AAOS) ซึ่ง AAOS เขียนเป็นโปรแกรมทั่วไปสำหรับกลับมาใช้ไหล่หลังบาดเจ็บหรือผ่าตัด ไม่ได้เขียนเฉพาะสำหรับปวดคอบ่าไหล่ และระบุว่าควรทำภายใต้การดูแลของแพทย์ ท่าดึงแขนข้ามลำตัว คือดึงแขนข้างหนึ่งพาดผ่านหน้าอกใต้คางเบา ๆ ให้ไกลเท่าที่ทำได้โดยไม่เจ็บ ค้างไว้ 30 วินาที แล้วพัก AAOS ให้ปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพเรื่องจำนวนครั้งที่เหมาะกับแต่ละคน

ท่าทางระหว่างวัน NHS แนะนำว่า

  • ยืนตัวตรง ไหล่ลงและไปด้านหลังเบา ๆ
  • นั่งโดยมีหมอนหนุนหลังส่วนล่าง และวางแขนบนหมอนบนตัก
  • ไม่นั่งหลังค่อม ไม่ห่อไหล่ และไม่ยื่นคอไปข้างหน้า
  • ไม่คงคอท่าเดิมนาน เช่น ตอนนั่งโต๊ะ
  • นั่งหลังตรง หมุนไหล่ไปด้านหลังเบา ๆ แล้วดึงคอกลับ

สิ่งที่ NHS บอกว่าไม่ควรทำ คือคิดท่าออกกำลังกายหนัก ๆ เอง หรือใช้อุปกรณ์ยิมหนัก ๆ และทำสิ่งที่ดูเหมือนทำให้ปวดมากขึ้น

ถ้ายืดแล้วปวดร้าว ชา หรือปวดมากขึ้น ให้หยุดและปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด NHS ระบุว่าบางพื้นที่ในอังกฤษเข้าถึงบริการกายภาพได้เองโดยไม่ต้องผ่านแพทย์ ในไทยสอบถามได้ที่แผนกกายภาพบำบัดของโรงพยาบาลใกล้บ้าน

ปวดคอบ่าไหล่ ประคบร้อนหรือเย็นดี

แหล่งทางการให้ใช้ได้ทั้งสองแบบ แต่รายละเอียดต่างกัน จึงขอยกตามที่แต่ละแหล่งเขียน

NHS หน้าปวดคอ (ทบทวน 27 เม.ย. 2566) ให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

  • ถุงถั่วแช่แข็งห่อผ้าเช็ดมือ ประคบ 5 นาที วันละ 3 ครั้ง
  • กระเป๋าน้ำร้อนห่อผ้าเช็ดมือ ประคบ 20 นาที วันละ 2–3 ครั้ง

NHS หน้าปวดไหล่ (ทบทวน 22 พ.ค. 2566) ให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

  • ถุงถั่วแช่แข็งห่อผ้าเช็ดมือ ประคบไม่เกิน 20 นาที วันละ 3 ครั้ง
  • กระเป๋าน้ำร้อนห่อผ้าเช็ดมือ ประคบไม่เกิน 20 นาที วันละ 2–3 ครั้ง

MedlinePlus หน้าปวดคอ (ทบทวน 14 ม.ค. 2569) ให้ประคบเย็นใน 48–72 ชั่วโมงแรก แล้วเปลี่ยนเป็นความร้อน เช่น อาบน้ำอุ่น ผ้าอุ่น หรือแผ่นให้ความร้อน และห้ามหลับขณะวางแผ่นร้อนหรือถุงน้ำแข็ง เพื่อป้องกันผิวหนังบาดเจ็บ

ในบ้านเรา ถุงน้ำแข็งห่อผ้าขนหนูใช้แทนถุงถั่วแช่แข็งได้ สิ่งที่เหมือนกันทุกแหล่งคือต้องมีผ้าคั่นระหว่างผิวกับของร้อนหรือเย็น อ่านหลักการเลือกประคบร้อนหรือเย็นเพิ่มได้ที่ ปวดข้อประคบร้อนหรือเย็น

ยาแก้ปวด ใช้ได้แค่ไหน

NHS หน้าปวดคอระบุว่าใช้ยาพาราเซตามอลหรือไอบูโพรเฟน หรือเจลไอบูโพรเฟนทาที่คอได้ และหน้าปวดไหล่ระบุว่าเภสัชกรช่วยแนะนำยาแก้ปวดที่เหมาะ ทั้งแบบเม็ดหรือแบบครีมหรือเจลทา ข้อความนี้เป็นสิ่งที่ NHS เขียนสำหรับคนทั่วไปในอังกฤษ

ผู้สูงอายุที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เป็นโรคไต โรคกระเพาะ หรือใช้ยาหลายชนิด ควรถามเภสัชกรก่อนใช้ยาแก้ปวดทุกครั้ง

ระวังใช้ยาแก้ปวดถี่ MedlinePlus หน้าปวดศีรษะระบุว่าคนที่ใช้ยาแก้ปวดมากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์เป็นประจำ อาจเกิดปวดศีรษะจากการใช้ยาเกิน และให้คุยกับแพทย์ถ้าใช้ยาแก้ปวด 3 วันขึ้นไปต่อสัปดาห์ ถ้าแพทย์สั่งยาแก้ปวดหรือยาคลายกล้ามเนื้อไว้ ห้ามเพิ่ม ลด หรือหยุดเอง

ปวดคอบ่าไหล่กินแมกนีเซียมช่วยไหม

เราไม่พบงานวิจัยหรือแหล่งทางการที่ตรวจได้ ซึ่งศึกษาแมกนีเซียมกับอาการปวดคอบ่าไหล่โดยตรง

งานที่ใกล้เคียงคือการทบทวนของ Cochrane (2563) เรื่องแมกนีเซียมกับตะคริวกล้ามเนื้อ รวม 11 งานทดลอง 735 คน (มีทั้งตะคริวขณะตั้งครรภ์ ตะคริวที่ไม่ทราบสาเหตุ และผู้ป่วยตับแข็ง) ในกลุ่มตะคริวที่ไม่ทราบสาเหตุ (5 งาน 271 คน) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุอายุเฉลี่ย 61.6–69.3 ปีที่น่าจะเป็นตะคริวขาตอนกลางคืน ความถี่ของตะคริวเมื่อใช้แมกนีเซียมเทียบกับยาหลอกต่างกันเล็กน้อยและไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ผู้ทบทวนประเมินความเชื่อมั่นของหลักฐานส่วนใหญ่ที่ระดับปานกลาง งานนี้เป็นเรื่องตะคริว ไม่ใช่ปวดคอบ่าไหล่

ใครต้องระวังแร่ธาตุเสริม NIDDK (หน้าความผิดปกติของแร่ธาตุและกระดูกในโรคไตเรื้อรัง พ.ย. 2564) ระบุว่าผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังควรปรึกษาบุคลากรสุขภาพก่อนใช้วิตามินและแร่ธาตุเสริม อ่านเรื่องหน้าที่ของแมกนีเซียมและใครเสี่ยงขาดได้ที่ แมกนีเซียม ทำหน้าที่อะไร ใครต้องระวัง และเรื่องตะคริวที่ ตะคริวบ่อย ขาดแร่ธาตุอะไร

ทำอย่างไรไม่ให้ปวดคอบ่าไหล่กลับมา

NHS แนะนำให้บริหารไหล่ต่อเนื่อง 6–8 สัปดาห์เพื่อลดโอกาสปวดกลับมา และระบุว่าการฟื้นตัวจากปวดไหล่อาจใช้เวลาตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ส่วนปวดคอ NHS แนะนำให้

  • เวลานอน ให้ศีรษะอยู่ระดับเดียวกับลำตัว ใช้หมอนเตี้ยและแน่น และที่นอนแน่น
  • ไม่นอนคว่ำ และไม่บิดคอบนเตียง
  • ไม่คงคอท่าเดิมนาน

จัดจอคอมพิวเตอร์ไม่ให้สูงหรือต่ำเกินไป ตามที่ MedlinePlus ยกเป็นต้นเหตุ และลุกพักเปลี่ยนท่าเป็นระยะ ถ้าปวดเรื้อรังร่วมกับเครียดหรือนอนไม่หลับ ควรเล่าให้แพทย์ฟังด้วย เพราะ MedlinePlus ระบุว่าความเครียดสัมพันธ์กับปวดศีรษะจากกล้ามเนื้อตึง

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)

เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (เทียบเป็นวิตามินดีราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัมต่อแคปซูล และราว 100 IU ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ)

ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณแคลเซียมธาตุรวม เฉพาะแคลเซียมแอล-ทรีโอเนต 350 มก. คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) รายการส่วนประกอบบนฉลากไม่มีแมกนีเซียม

คำเตือนบนฉลาก: "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · "ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน" · "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · ฉลากมีข้อความให้รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค"

เรื่องปวดคอบ่าไหล่: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดปวดคอ บ่า ไหล่ คลายกล้ามเนื้อ หรือลดการอักเสบ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง และไม่ใช้แทนการยืดเหยียด การปรับท่าทาง กายภาพบำบัด หรือยาที่แพทย์สั่ง

ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้คือขิงและขมิ้นชัน งานวิจัยที่มีอยู่ทำในผู้ป่วยข้อเสื่อม ไม่ใช่ปวดคอบ่าไหล่ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้

  • สารสกัดขิง 10 มก. (20 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — การวิเคราะห์รวม 5 งานทดลองในผู้ป่วยข้อเสื่อม 593 คน พบว่าขิงชนิดกินลดปวดได้เล็กน้อย แต่ผู้ที่ได้ขิงเลิกใช้เพราะอาการไม่พึงประสงค์มากกว่ากลุ่มยาหลอกราว 2 เท่า บทคัดย่อไม่ระบุขนาดขิงที่ใช้ จึงเทียบกับปริมาณในแคปซูลไม่ได้ NCCIH ระบุผลข้างเคียงของขิง เช่น ไม่สบายท้อง แสบร้อนกลางอก และท้องเสีย
  • สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. (32 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานทดลองไทยในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม 367 คน ใช้สารสกัดขมิ้นชัน 1,500 มก. ต่อวัน มากกว่าในแคปซูลราว 47 เท่า (คำนวณ) นาน 4 สัปดาห์ ผลไม่ด้อยกว่ายาไอบูโพรเฟน งานนี้ไม่มีกลุ่มยาหลอก NCCIH (ปรับปรุง เม.ย. 2568) ระบุว่ายังรู้ไม่พอที่จะสรุปว่าขมิ้นชันหรือเคอร์คูมินมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้านใด ฉลากไม่ระบุปริมาณเคอร์คูมินอยด์

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากระบุว่า "ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน" ผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดีให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • โรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้ เบื่ออาหาร: มีรายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน และ NCCIH ระบุว่าถ้ามีอาการเหล่านี้ให้หยุดใช้และพบแพทย์
  • ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด เลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีขมิ้นชันและขิง
  • ใช้ยาแก้ปวดเป็นประจำ เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือพาราเซตามอล: MSKCC (ปรับปรุง 9 มิ.ย. 2569) ระบุว่าไม่ควรใช้ขมิ้นชันเสริมร่วมกับยาเหล่านี้ เพราะอาจลดฤทธิ์ยา ข้อมูลนี้มาจากงานในหลอดทดลอง และยังไม่ทราบความสำคัญในคน ให้ถามเภสัชกรก่อน และห้ามหยุดยาแก้ปวดที่แพทย์สั่งเอง
  • โรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง โรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีแคลเซียมและวิตามินดี
  • ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนหรือเตตราไซคลีน ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลากิน
  • ใช้วิตามินดีหรือแคลเซียมที่แพทย์สั่งอยู่แล้ว: แจ้งแพทย์เพื่อนับรวมทุกแหล่ง ห้ามเปลี่ยนขนาดเอง
  • แพ้นมวัว: มีโคลอสตรุ้ม · แพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาสเตียรอยด์ ยากระดูกพรุน: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง

ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาสเตียรอยด์ ยาเบาหวาน ยาไทรอยด์ ยากระดูกพรุน และยาต้านการแข็งตัวของเลือด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจของแพทย์ การกายภาพบำบัด หรือการตรวจมวลกระดูก

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • เดินลำบากขึ้นมาใหม่
  • กลั้นปัสสาวะไม่ได้
  • กลั้นอุจจาระไม่ได้
  • มือทำงานประสานกันไม่ได้ขึ้นมาทันที เช่น ติดกระดุมเสื้อไม่ได้
  • ปากหรือหน้าเบี้ยวข้างหนึ่ง
  • ยกแขนทั้งสองข้างค้างไว้ไม่ได้
  • พูดไม่ชัดหรือพูดลำบาก
  • เจ็บหรือแน่นหน้าอกขึ้นมาทันทีและไม่หายไป
  • เจ็บที่ร้าวไปแขนข้างใดข้างหนึ่ง คอ กราม ท้อง หรือหลัง แบบที่ NHS จัดเป็นอาการของหัวใจวาย
  • หกล้มหรือบาดเจ็บแล้วปวดสะโพกมาก
  • เดินหรือลงน้ำหนักที่ขาไม่ได้หลังล้ม
  • ชาหรือไม่รู้สึกที่สะโพกหรือขาหลังบาดเจ็บ

NHS ระบุว่าอย่าขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง ให้คนอื่นพาไปหรือเรียกรถพยาบาล และนำยาที่ใช้อยู่ไปด้วย

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร BETA CAL PRO PLUS ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มิลลิกรัม

BETA CAL PRO PLUSเบต้าแคลโปรพลัส

เลข อย. 13-1-01566-5-0027

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →

คำถามที่พบบ่อย

ปวดคอบ่าไหล่เกิดจากอะไร

MedlinePlus ระบุว่าสาเหตุทั่วไปคือกล้ามเนื้อเกร็งหรือตึงจากกิจวัตร เช่น ก้มโต๊ะนาน จอคอมพิวเตอร์สูงหรือต่ำเกินไป นอนผิดท่า หรือยกของผิดท่า NHS เพิ่มเรื่องเส้นประสาทถูกกดและการบาดเจ็บ ส่วนปวดที่ตัวหัวไหล่อาจมาจากเอ็นอักเสบ ถุงน้ำอักเสบ หรือไหล่ติด

ปวดคอบ่าไหล่ข้างเดียวอันตรายไหม

แหล่งที่เราตรวจไม่ได้แยกสาเหตุตามข้าง สิ่งที่ต้องดูคืออาการร่วม ถ้าปวดร้าวลงแขน ชา หรืออ่อนแรง ควรพบแพทย์ ถ้าปวดไหล่หรือแขนพร้อมเจ็บแน่นหน้าอก เหงื่อออก หรือหายใจไม่อิ่ม ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

ปวดคอบ่าไหล่ควรประคบร้อนหรือเย็น

NHS ให้ใช้ได้ทั้งสองแบบ เช่น กระเป๋าน้ำร้อนห่อผ้าไม่เกิน 20 นาที วันละ 2–3 ครั้ง ส่วน MedlinePlus ให้ประคบเย็นใน 48–72 ชั่วโมงแรกแล้วเปลี่ยนเป็นร้อน ทุกแหล่งให้มีผ้าคั่นผิว และห้ามหลับขณะประคบ

ปวดคอบ่าไหล่บริหารยังไง

MedlinePlus แนะนำให้ขยับคอช้า ๆ ก้มเงย หันซ้ายขวา และเอียงหูเข้าหาไหล่ NHS แนะนำให้ขยับไหล่เบา ๆ ต่อเนื่อง 6–8 สัปดาห์ และไม่คิดท่าออกกำลังหนัก ๆ เอง ถ้ายืดแล้วปวดร้าวหรือชามากขึ้นให้หยุดและปรึกษานักกายภาพ

ปวดคอบ่าไหล่กินแมกนีเซียมช่วยไหม

เราไม่พบงานที่ศึกษาแมกนีเซียมกับปวดคอบ่าไหล่โดยตรง งานทบทวนของ Cochrane ในตะคริวที่ไม่ทราบสาเหตุของผู้สูงอายุ พบว่าแมกนีเซียมกับยาหลอกต่างกันเล็กน้อยและไม่มีนัยสำคัญ ผู้ป่วยโรคไตควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้แร่ธาตุเสริม

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท