เกี่ยวกับ Beta Liv Pro Plus
ตับอักเสบจากยาวัณโรค ค่าตับสูง ต้องหยุดยาไหม อาการไหนต้องรีบบอกหมอ
คำตอบสั้น: ยาวัณโรคสูตรมาตรฐาน 3 ตัว คือ ไอโซไนอะซิด (H) ไรแฟมพิซิน (R) และไพราซินาไมด์ (Z) ทำให้ตับอักเสบได้ ผู้สูงอายุเกิน 60 ปี คนดื่มเหล้าประจำ คนที่เคยเป็นโรคตับหรือมีไวรัสตับอักเสบ เสี่ยงมากกว่า ถ้ามีคลื่นไส้ อาเจียน กินไม่ได้ ตาเหลือง หรือท้องอืดแน่นท้อง ต้องรีบติดต่อแพทย์หรือคลินิกวัณโรคทันที แพทย์จะเจาะเลือดและตัดสินว่าจะหยุดยาตัวไหน ห้ามหยุดหรือลดยาวัณโรคเอง เพราะเชื้ออาจดื้อยาและรักษายากขึ้นมาก
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ยาที่มีผลต่อตับ: H, R และ Z ส่วนอีแทมบูทอล (E) ไม่อยู่ในรายชื่อยาที่ทำให้ตับอักเสบในตารางของแนวทางไทย
- กลุ่มเสี่ยงควรเจาะเลือดดูค่าตับก่อนเริ่มยา และทุก 1–2 สัปดาห์ในเดือนแรก
- แพทย์หยุดยาตามเกณฑ์ค่าตับและอาการ แล้วเริ่มยาใหม่ทีละตัวเมื่อค่าตับลดลง
- ระหว่างรักษาต้องงดเหล้า และไม่กินยาหรือสมุนไพรอื่นที่อาจมีผลต่อตับโดยไม่ถามแพทย์
ยาวัณโรคตัวไหนมีผลต่อตับ
แนวทางการควบคุมวัณโรคประเทศไทย พ.ศ. 2564 ของกรมควบคุมโรค ระบุว่ายาที่เป็นสาเหตุของภาวะดีซ่านและตับอักเสบ คือ
- ไอโซไนอะซิด (isoniazid หรือ H)
- ไรแฟมพิซิน (rifampicin หรือ R)
- ไพราซินาไมด์ (pyrazinamide หรือ Z)
ยาเหล่านี้เป็นแกนหลักของสูตรรักษาวัณโรคที่ได้ผล การที่ยามีผลต่อตับจึง ไม่ใช่เหตุผลให้ไม่รักษา แต่เป็นเหตุผลที่แพทย์นัดติดตามใกล้ชิด
ไรแฟมพิซินยังเร่งการทำงานของเอนไซม์ตับ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดผู้ที่ใช้ยานี้เป็นกลุ่มเสี่ยงพิษต่อตับจากพาราเซตามอล ระหว่างกินยาวัณโรคจึงควรถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนกินยาพารา อ่านขนาดยาพาราที่ปลอดภัยได้ที่ พาราเซตามอล ห้ามกินเกินกี่เม็ด
ใครเสี่ยงตับอักเสบจากยาวัณโรคมากกว่าคนอื่น
แนวทางไทยระบุกลุ่มเสี่ยงไว้ดังนี้
- ผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปี
- ดื่มสุราเป็นประจำ
- เคยเป็นโรคตับ หรือติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง
- ติดเชื้อเอชไอวี
- ภาวะทุพโภชนาการ
- หญิงตั้งครรภ์
กลุ่มนี้แนวทางแนะนำให้แพทย์พิจารณาเจาะเลือดดูการทำงานของตับก่อนเริ่มยา ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มนี้ เช่น เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบีหรือดื่มเหล้าทุกวัน ต้องบอกแพทย์ตั้งแต่วันแรก แม้แพทย์ไม่ได้ถาม
กินยาวัณโรค ต้องตรวจค่าตับบ่อยแค่ไหน
ขึ้นกับว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ แนวทางไทยแบ่งไว้ 2 แบบ
- ไม่มีความเสี่ยงชัดเจน: ตรวจ AST/ALT และบิลิรูบินรวม เฉพาะเมื่อมีอาการสงสัยตับอักเสบ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน กินไม่ได้ ตาเหลือง ท้องอืด แน่นท้อง
- มีความเสี่ยง: ตรวจ AST/ALT และบิลิรูบินรวม ทุก 1–2 สัปดาห์ภายในเดือนแรก หลังจากนั้นแพทย์พิจารณาตามความเหมาะสม
ทุกคนที่มีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนระหว่างรักษาวัณโรค แนวทางให้เจาะเลือดดูการทำงานของตับทุกราย ไม่ใช่แค่ให้ยาแก้คลื่นไส้
ค่า AST/ALT คืออะไร อ่านที่ ค่าตับ SGOT SGPT สูง หมายความว่าอะไร
อาการไหนต้องรีบกลับไปบอกหมอ
อย่ารอวันนัด ถ้ามีอาการเหล่านี้ ให้ติดต่อแพทย์หรือคลินิกวัณโรคที่รักษาอยู่ภายในวันนั้น
- คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร กินไม่ได้
- ตาเหลือง ตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้มผิดปกติ
- ท้องอืด แน่นท้อง
- ผื่นขึ้น โดยเฉพาะผื่นหลายตำแหน่ง
แนวทางไทยจัด ดีซ่านที่ไม่พบสาเหตุอื่น และตับอักเสบ เป็นอาการไม่พึงประสงค์รุนแรงที่แพทย์ต้องหยุดยาวัณโรค และ อาการสับสนที่เกิดร่วมกับตับอักเสบ ให้สงสัยว่ามาจากยา
ปัสสาวะสีส้มแดงจากไรแฟมพิซินเป็นเรื่องปกติของยา ไม่ใช่อาการตับ แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าสีปัสสาวะแบบไหนผิดปกติ ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกร
ค่าตับสูงระหว่างกินยาวัณโรค แพทย์ทำอย่างไร
แพทย์ใช้ทั้งอาการและระดับค่าตับประกอบกัน แนวทางไทยวางเกณฑ์ไว้ดังนี้ (ค่าปกติหมายถึงค่าสูงสุดของช่วงปกติในใบผล) เกณฑ์ 3 เท่าและ 5 เท่าข้างล่างเป็นเกณฑ์ที่แพทย์ใช้ตัดสินใจ ผู้ป่วยห้ามนำไปหยุดยาหรือเลือกกินยาเอง ถ้ามีอาการหรือเห็นผลเลือดสูง ให้ติดต่อแพทย์ที่รักษาวัณโรคทันที
เมื่อมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน
- AST/ALT เกิน 3 เท่าของค่าปกติ: แพทย์หยุดยา H, R และ Z และอาจให้ยาวัณโรคตัวอื่นไปก่อน คือ อีแทมบูทอล เลโวฟล็อกซาซิน และอะมิกาซิน
- AST/ALT ไม่เกิน 3 เท่า: แพทย์ให้กินยาต่อ หาสาเหตุอื่นร่วม และตรวจค่าตับซ้ำภายใน 3 วัน
เมื่อไม่มีอาการ แต่ผลเลือดผิดปกติ
- AST/ALT ต่ำกว่า 5 เท่า: แพทย์ให้กินยาต่อ และนัดเจาะเลือดดูค่าตับทุก 1 สัปดาห์
- AST/ALT เกิน 5 เท่า: แพทย์หยุดยา H, R และ Z
- บิลิรูบินรวมเกิน 3 มก./ดล. แต่ AST/ALT ปกติหรือสูงไม่เกิน 3 เท่า: แพทย์หยุดเฉพาะ R
จะเห็นว่า ค่าตับสูงขึ้นเล็กน้อยไม่ได้แปลว่าต้องหยุดยาเสมอ การตัดสินใจขึ้นกับตัวเลขที่ต้องเทียบกับค่าปกติของห้องแล็บ และอาการร่วม ซึ่งผู้ป่วยประเมินเองไม่ได้
แพทย์เริ่มยาวัณโรคใหม่อย่างไรหลังตับอักเสบ
ส่วนใหญ่กลับมาให้ยาได้ทีละตัวภายใต้การติดตามใกล้ชิด ซึ่งเรียกว่า re-challenge แนวทางไทยระบุว่า
- เริ่มเมื่อ AST/ALT ลดลงต่ำกว่า 2 เท่าของค่าปกติ และบิลิรูบินรวมต่ำกว่า 1.5 มก./ดล.
- ให้ยาทีละตัว เรียงจาก H, R แล้วจึง Z ห่างกันตัวละ 1 สัปดาห์
- หลังเริ่มแต่ละตัว เจาะเลือดดูค่าตับภายใน 1 สัปดาห์ ถ้าปกติจึงเริ่มตัวต่อไป
- ถ้าค่าตับกลับสูงขึ้นตามเกณฑ์ แพทย์หยุดตัวนั้นและจะไม่ใช้ตัวนั้นอีก
- ถ้าเคยเป็นตับอักเสบรุนแรงแบบเฉียบพลัน (fulminant hepatitis) จะไม่ใช้ยากลุ่มนี้อีก
ช่วงนี้ผู้ป่วยต้องมาเจาะเลือดตามนัดทุกครั้ง เพราะการเลือกสูตรยาต่อไปขึ้นกับผลแต่ละรอบ
ทำไมห้ามหยุดยาวัณโรคเอง แม้กลัวตับพัง
เพราะวัณโรคที่รักษาไม่ครบอันตรายทั้งต่อตัวเองและคนในบ้าน
- MedlinePlus (หอสมุดการแพทย์แห่งชาติสหรัฐ) ระบุว่าเมื่อไม่กินยาวัณโรคตามที่สั่ง การติดเชื้อจะรักษายากขึ้นมาก และ เชื้ออาจดื้อยา
- แนวทางไทยระบุว่า การรักษาไม่ครบ เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เชื้อแพร่กระจาย และคนที่เคยรักษาไม่ครบเป็นกลุ่มเสี่ยงป่วยเป็นวัณโรค
- การหยุดยาเองทำให้แพทย์ไม่รู้ว่าค่าตับที่เปลี่ยนไปเกิดจากอะไร และวางแผนเริ่มยาใหม่อย่างเป็นระบบไม่ได้
ถ้ากังวลเรื่องตับ ให้บอกแพทย์ตรง ๆ แพทย์มีเกณฑ์ชัดเจนว่าเมื่อไรต้องหยุดและหยุดตัวไหน เรื่องตับอักเสบจากยากลุ่มอื่นอ่านต่อที่ ตับอักเสบจากยา อาการเป็นอย่างไร
ระหว่างกินยาวัณโรค ห้ามดื่มเหล้าและห้ามกินสมุนไพรอะไร
งดเหล้าทุกชนิด แนวทางไทยระบุว่าผู้ป่วยวัณโรคที่ดื่มสุราทุกรายต้องได้รับคำแนะนำให้หยุดสุรา และให้ระมัดระวังการใช้ยาอื่นที่อาจมีผลต่อตับ โดยควรใช้ยาต่าง ๆ ภายใต้คำแนะนำของแพทย์
สมุนไพรและอาหารเสริม แนวทางไม่ได้ระบุเป็นรายชื่อ แต่หลักเดียวกันใช้ได้ คือไม่ควรเริ่มตัวใหม่เองระหว่างรักษา เพราะสมุนไพรบางชนิดมีรายงานทำให้ค่าตับสูงเอง เช่น ผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน และถ้าค่าตับขึ้น แพทย์จะแยกไม่ออกว่ามาจากยาวัณโรคหรือจากสมุนไพร ความเสี่ยงของยาสมุนไพร ยาชุด ยาหม้อ อ่านต่อที่ ยาสมุนไพรทำลายไตไหม ยาจีน ยาชุด ยาหม้อ และสาเหตุอื่นของค่าตับสูงที่ ค่าตับสูงเกิดจากอะไรได้บ้าง
เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาลทันที
ถ้ามีอาการ ข้อใดข้อหนึ่ง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- สับสน ซึมลง พูดไม่รู้เรื่อง
- อาเจียนพุ่ง หรืออาเจียนมีเลือดปน
- ผื่นรุนแรงที่มีแผลในปาก ตา หรืออวัยวะเพศ
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus)
เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-15859-5-1473 ผลิตโดย บริษัท เซน ไบโอเทค จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 เม็ด เม็ดละ 1,200 มก. ฉลากแนะนำวันละ 1 เม็ด
ฉลากระบุว่า ผู้ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ผู้ที่กำลังกินยาวัณโรคอยู่ในกลุ่มนี้โดยตรง ตามแนวทางวัณโรคที่ให้ใช้ยาอื่นภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ส่วนประกอบมีสารสกัดจากขมิ้นชัน 50 มก. ซึ่งเป็นสมุนไพรที่มีรายงานตับอักเสบ (DILIN รายงาน 10 ราย) ถ้าเริ่มกินระหว่างรักษาวัณโรคแล้วค่าตับขึ้น แพทย์จะแยกสาเหตุได้ยากขึ้น
ไม่มีหลักฐานว่าเม็ดนี้ช่วยป้องกันตับอักเสบจากยาวัณโรค ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ผู้ที่กำลังรักษาวัณโรคไม่ควรเริ่มรับประทานเอง ให้นำกล่องไปถามแพทย์ที่รักษาวัณโรคก่อน
ข้อควรระวังที่ต้องอ่านก่อนตัดสินใจ
- ผู้ป่วยตับแข็ง: แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568 ระบุว่าผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร คำแนะนำนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์นี้ด้วย ผู้ป่วยตับแข็งจึงไม่ควรรับประทาน เว้นแต่แพทย์ที่ดูแลอนุญาต
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) หรือยาต้านเกล็ดเลือด: มีส่วนประกอบ 4 ตัวที่เกี่ยวข้อง คือ ผงถั่วนัตโตะ (แหล่งวิตามินเค 2 ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณ) โคเอนไซม์ คิวเท็น ผงเก๋ากี้ และวิตามินอี ต้องบอกแพทย์ก่อนเสมอ
- ท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากระบุ ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน
- ฉลากระบุว่ามีนมและถั่วเหลือง เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน
- หากมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม คลื่นไส้ หรือเบื่ออาหาร ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้ (ยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อ) และติดต่อแพทย์ที่รักษาวัณโรคทันที เพื่อให้แพทย์เป็นผู้ตัดสินเรื่องยาวัณโรค
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าลีฟโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 4 กล่อง 1,790 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Liv Pro Plus →คำถามที่พบบ่อย
ยาวัณโรคตัวไหนมีผลต่อตับ
แนวทางวัณโรคของไทยระบุว่าไอโซไนอะซิด ไรแฟมพิซิน และไพราซินาไมด์ เป็นยาที่ทำให้ตับอักเสบและดีซ่านได้
กินยาวัณโรคแล้วค่าตับสูง ต้องหยุดยาไหม
ไม่ควรหยุดเอง แพทย์จะดูทั้งอาการและระดับค่าตับ เช่น มีคลื่นไส้อาเจียนและค่าตับเกิน 3 เท่าของค่าปกติ หรือไม่มีอาการแต่เกิน 5 เท่า แพทย์จึงหยุดยาตามเกณฑ์
อาการตับอักเสบจากยาวัณโรคเป็นอย่างไร
คลื่นไส้ อาเจียน กินไม่ได้ ตาเหลือง ท้องอืด แน่นท้อง ถ้ามีอาการเหล่านี้ให้ติดต่อแพทย์ภายในวันนั้น ไม่ต้องรอวันนัด
กินยาวัณโรคต้องตรวจค่าตับบ่อยแค่ไหน
กลุ่มเสี่ยง เช่น อายุเกิน 60 ปี ดื่มสุรา มีโรคตับหรือไวรัสตับอักเสบ ควรตรวจทุก 1–2 สัปดาห์ในเดือนแรก ส่วนคนไม่มีความเสี่ยงตรวจเมื่อมีอาการสงสัย
กินยาวัณโรคดื่มเหล้าได้ไหม
ไม่ควรดื่ม แนวทางไทยให้ผู้ป่วยวัณโรคที่ดื่มสุราทุกรายได้รับคำแนะนำให้หยุดสุรา และใช้ยาอื่นที่อาจมีผลต่อตับภายใต้คำแนะนำของแพทย์
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- แนวทางการควบคุมวัณโรคประเทศไทย พ.ศ. 2564กองวัณโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
- Pulmonary tuberculosisMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
- Drug-induced liver injuryMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
- เตือนปรับลดขนาดยาพาราเซตามอลสูงสุดต่อวัน ลดความเสี่ยงต่อการเกิดความเป็นพิษต่อตับคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
- Liver Injury Associated with Turmeric—A Growing Problem: Ten Cases from the Drug-Induced Liver Injury Network [DILIN] (Halegoua-DeMarzio 2023)The American Journal of Medicine / PubMed
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29
อ่านต่อ
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ไตเสื่อมแต่ความดันตก เกิดจากอะไร
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ทำไมไตเสื่อมบางคนความดันตก ยาความดันหลายตัว ท้องเสีย การฟอกไต ทำให้หน้ามืดได้อย่างไร ความดันต่ำกระทบไตไหม และอาการไหนต้องรีบพบแพทย์
โรคไตกินวิตามินอี วิตามินเอ ได้ไหม วิตามินละลายในไขมันที่ต้องระวัง
โรคไตกินวิตามินอีได้ไหม ทำไมวิตามินเอสะสมง่ายในคนไตเสื่อม วิตามินอีกับยาต้านเกล็ดเลือด วิตามินสำหรับคนฟอกไตต่างจากวิตามินรวมอย่างไร และควรบอกแพทย์อย่างไร
กินวิตามินทุกวันเสี่ยงโรคไตไหม วิตามินซีทำลายไตจริงหรือ
วิตามินซีทำลายไตไหม คนไตปกติกินวันละเท่าไรยังปลอดภัย วิตามินตัวไหนไตต้องขับ กินหลายยี่ห้อพร้อมกันเสี่ยงอะไร ใครควรตรวจค่าไตก่อน และอาการไหนต้องพบแพทย์
ไตระยะ 2 ระยะ 3 กินวิตามินซีได้ไหม คนฟอกไตต้องระวังอะไร
ไตเสื่อมกินวิตามินซีได้ไหม แต่ละระยะต้องระวังต่างกันอย่างไร กี่มิลลิกรัมถือว่าสูง คนฟอกไตขาดวิตามินซีได้ไหม และทำไมการฉีดวิตามินซีขนาดสูงอันตรายต่อไต
