เกี่ยวกับ Beta Liv Pro Plus
ดื่มเหล้ากินยาพาราได้ไหม ทำไมคนดื่มประจำต้องระวังพาราเซตามอล
คำตอบสั้น: คนที่ดื่มเหล้าเป็นประจำไม่ควรกินยาพาราเซตามอลเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพราะ การดื่มแอลกอฮอล์ต่อเนื่องนานทำให้ตับสร้างสารพิษจากยาพารามากขึ้น คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล แนะนำให้หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ระหว่างใช้ยา และ MedlinePlus ระบุว่า คนที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 3 แก้วขึ้นไปทุกวันไม่ควรใช้พาราเซตามอล และควรคุยกับแพทย์เรื่องการใช้ยาอย่างปลอดภัย ยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs ก็มีความเสี่ยงอีกแบบ คือเลือดออกในกระเพาะ
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- พาราเซตามอลถูกเปลี่ยนเป็นสารพิษ NAPQI ที่ทำลายตับ การดื่มเหล้าต่อเนื่องเร่งกระบวนการนี้
- ตัวเลขไม่เกิน 4,000 มก. ต่อวันเป็นขนาดสูงสุดของคนทั่วไป ไม่ใช่ขนาดปลอดภัยของคนดื่มประจำหรือคนเป็นโรคตับ คนที่ดื่มตั้งแต่ 3 แก้วขึ้นไปทุกวัน MedlinePlus ระบุว่าไม่ควรใช้พาราเซตามอล และคนเป็นโรคตับต้องให้แพทย์กำหนดขนาด
- อย่ากินยาที่มีพาราเซตามอลหลายตัวซ้อนกัน เช่น ยาแก้ปวดกับยาแก้หวัดสูตรผสม
- ยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs กับการดื่มหนัก เสี่ยงแผลและเลือดออกในกระเพาะ
- กินพาราเกินขนาด แม้ยังไม่มีอาการ ต้องไปโรงพยาบาลทันที
ทำไมคนดื่มเหล้าประจำเสี่ยงตับพังจากยาพารามากกว่า
เพราะแอลกอฮอล์ไปเร่งเอนไซม์ตัวที่ผลิตสารพิษจากยาพารา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า
- ตับใช้เอนไซม์ชื่อ CYP2E1 เปลี่ยนยาพาราเซตามอลส่วนหนึ่งเป็นสาร NAPQI ซึ่งทำลายเนื้อเยื่อตับ
- การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน เหนี่ยวนำเอนไซม์นี้ให้ทำงานมากขึ้น เช่นเดียวกับยาบางตัว เช่น ฟีนิโทอิน คาร์บามาซีปีน ไรแฟมพิซิน
- ผลคือในคนดื่มประจำ ยาพาราขนาดเท่ากันอาจกลายเป็นสารพิษต่อตับมากกว่า
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีก็เตือนว่า การกินยาพาราเซตามอลร่วมกับสุรายิ่งเพิ่มความเสี่ยงตับอักเสบ ถ้าตับเสียหายจากเหล้าอยู่แล้ว ความเสี่ยงยิ่งสูง MedlinePlus ระบุว่าคนที่เป็นโรคตับมีโอกาสเกิดผลแทรกซ้อนรุนแรงจากพาราเกินขนาดมากกว่า
คนดื่มเหล้ากินยาพาราได้วันละเท่าไร
แหล่งที่เราตรวจไม่ได้กำหนดตัวเลขเฉพาะสำหรับคนดื่มเหล้า สิ่งที่แต่ละแหล่งระบุไว้คือ
- คนทั่วไป: โรงพยาบาลรามาธิบดีแนะนำยา 500 มก. ครั้งละ 1–2 เม็ด ห่างกัน 4–6 ชั่วโมง ไม่เกิน 8 เม็ดต่อวัน (4,000 มก.) และ MedlinePlus ระบุไม่เกิน 4,000 มก. ต่อวันจากทุกผลิตภัณฑ์รวมกัน
- คนที่ดื่มทุกวัน: MedlinePlus ระบุว่า ถ้าดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 3 แก้วขึ้นไปทุกวัน ไม่ควรใช้พาราเซตามอล และให้คุยกับแพทย์เรื่องการใช้ยาอย่างปลอดภัย
- คนที่ไวต่อพิษต่อตับ: คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อ้างคำแนะนำขององค์การอาหารและยาสหรัฐ (US FDA) ว่าครั้งละไม่เกิน 650 มก. และวันละไม่เกิน 2,600 มก. ทั้งนี้ยังให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
- คนที่เป็นตับแข็ง: แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของไทย พ.ศ. 2568 ใช้พาราเซตามอลขนาดต่ำ ไม่เกิน 2 กรัมต่อวัน ในผู้ป่วยตับแข็งระยะที่ตับยังทำงานชดเชยได้ ขนาดจริงต้องให้แพทย์กำหนด
- ไม่ควรใช้ติดต่อกันเกิน 5 วัน โดยไม่ปรึกษา ตามคำแนะนำของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ข้อปฏิบัติที่ใช้ได้ทุกคน: อ่านฉลากยาทุกตัว เพราะยาแก้หวัด ยาแก้ปวดสูตรผสม หลายตัวมีพาราเซตามอลอยู่แล้ว MedlinePlus ระบุว่าบนฉลากอาจเขียนย่อ เช่น APAP การกินซ้อนกันคือสาเหตุสำคัญของการได้ยาเกินโดยไม่ตั้งใจ รายละเอียดเรื่องขนาดยาอ่านต่อที่ พาราเซตามอล ห้ามกินเกินกี่เม็ด
กินพาราแก้แฮงค์ได้ไหม
ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ดื่มหนักหรือดื่มประจำ ด้วยเหตุผลจากข้างต้น
- คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล แนะนำให้หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ระหว่างใช้ยาพาราเซตามอล
- รามาธิบดีแนะนำให้กินยาพาราเมื่อมีอาการเท่านั้น ไม่กินดักไว้ล่วงหน้า การกิน "ดักแฮงค์" ก่อนนอนจึงไม่สมเหตุสมผล
- ถ้าดื่มหนักบ่อยจนต้องพึ่งยาแก้ปวดหัวตอนเช้า นั่นคือสัญญาณที่ควรคุยกับแพทย์เรื่องการดื่ม
ถ้าปวดหัวหรือปวดเมื่อยจริงหลังดื่ม ให้ถามเภสัชกรที่ร้านยาโดยบอกตามจริงว่าดื่มไปเท่าไร เพื่อเลือกยาและขนาดที่เหมาะกับคุณ
ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs กับเหล้า เสี่ยงอะไร
ยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน นาพรอกเซน ไดโคลฟีแนค มีความเสี่ยงคนละแบบกับพารา MedlinePlus ระบุว่า NSAIDs ทำให้เกิดแผล เลือดออก หรือกระเพาะลำไส้ทะลุได้ โดยอาจไม่มีอาการเตือน และ ความเสี่ยงสูงขึ้นในคนที่ดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากระหว่างใช้ยา คนสูงอายุ คนที่สูบบุหรี่ และคนที่ใช้ยานาน NIAAA (สถาบันด้านแอลกอฮอล์ สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐ) ก็จัดยากลุ่มนี้ไว้ในรายการที่ทำให้ปวดท้อง เลือดออก และเป็นแผลเมื่อใช้ร่วมกับเหล้า
สัญญาณเลือดออกในทางเดินอาหารที่ MedlinePlus ให้หยุดยาและติดต่อแพทย์ทันที คือ ปวดท้อง แสบร้อนกลางอก อาเจียนเป็นเลือดหรือเหมือนกากกาแฟ ถ่ายเป็นเลือด หรืออุจจาระดำเหนียว ถ้ามีอาการ ข้อใดข้อหนึ่ง คือ อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายเป็นเลือด หรือถ่ายดำ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
แนวทางตับแข็งของไทยแนะนำให้ผู้ป่วยตับแข็งหลีกเลี่ยง NSAIDs เพราะเสี่ยงไตวายและเลือดออกทางเดินอาหาร ส่วนผลของยาแก้ปวดต่อไตอ่านได้ที่ ยาแก้ปวดไตพังไหม
ยาอื่นที่ไม่ควรกินร่วมกับเหล้า
NIAAA รวบรวมกลุ่มยาที่ทำปฏิกิริยากับแอลกอฮอล์ไว้ ตัวอย่างที่คนอายุ 40 ขึ้นไปใช้บ่อย
- ยาแก้แพ้ ยาแก้หวัด: ง่วง มึน เสี่ยงได้ยาเกินขนาด
- ยานอนหลับ ยาคลายกังวล: ง่วงซึม มึน หายใจช้าหรือหายใจลำบาก ความจำและการควบคุมร่างกายแย่ลง
- ยาเบาหวาน: น้ำตาลในเลือดต่ำผิดปกติ หน้าแดง คลื่นไส้ ใจเต้นเร็ว
- ยาลดไขมันกลุ่มสแตติน: NIAAA ระบุความเสี่ยงต่อตับเมื่อใช้ร่วมกับเหล้า อ่านเรื่องยาลดไขมันกับอาหารได้ที่ ยาลดไขมันห้ามกินคู่กับอะไร
- ยาความดัน: มึนงง เป็นลม หัวใจเต้นผิดจังหวะ
- ยาวาร์ฟาริน: ดื่มเป็นครั้งคราวอาจทำให้เลือดออกภายใน ดื่มหนักอาจทำให้เลือดออกหรือกลับเกิดลิ่มเลือดได้
NIAAA ยังเตือนว่า ยากับเหล้าทำปฏิกิริยากันได้แม้ไม่ได้กินพร้อมกัน และผู้สูงอายุเสี่ยงมากกว่าเพราะร่างกายกำจัดแอลกอฮอล์ได้ช้าลงและมักใช้ยาหลายตัว ห้ามหยุดยาประจำตัวเองเพื่อจะได้ดื่ม ถ้าไม่แน่ใจ ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรที่จ่ายยา ผลของเหล้าต่อความดันและไขมันอ่านต่อได้ที่ ความดันสูงกินเบียร์ได้ไหม
อาการพิษยาพาราที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที
ถ้ากินพาราเกินขนาด ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 แม้ยังไม่มีอาการ MedlinePlus ระบุว่าไม่มีวิธีรักษาที่บ้าน อาการอาจยังไม่เกิดจนผ่านไป 12 ชั่วโมงขึ้นไป และ ถ้าได้รับการรักษาภายใน 8 ชั่วโมงหลังกินเกินขนาด โอกาสหายดีสูงมาก โรงพยาบาลมียาต้านพิษชื่อ N-acetylcysteine (NAC)
ถ้ามีอาการ ข้อใดข้อหนึ่ง หลังกินยาพารามากกว่าขนาดที่ฉลากกำหนด ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง เบื่ออาหาร เหงื่อออก
- ตัวเหลือง ตาเหลือง
- สับสน ซึมลง หรือหมดสติ
- ชัก
รามาธิบดีอธิบายว่าในช่วง 24–48 ชั่วโมงหลังกินยา อาจไม่มีอาการชัด แต่ค่าเอนไซม์ตับเริ่มสูงขึ้น และหลัง 48 ชั่วโมง ตับอักเสบชัดขึ้น รายที่รุนแรงมีอาการทางสมองจากตับและเสียชีวิตได้ จึงห้ามรอดูอาการ นำแผงยาหรือกล่องยาไปด้วยเพื่อให้แพทย์รู้ว่ากินอะไรไปเท่าไร
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus)
เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-15859-5-1473 ผลิตโดย บริษัท เซน ไบโอเทค จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 เม็ด เม็ดละ 1,200 มก. ฉลากแนะนำวันละ 1 เม็ด
- แอล-ซิสเทอีน HCl 30 มก. — เป็นกรดอะมิโนที่ระบุบนฉลาก เราไม่ได้อ้างสรรพคุณใดของสารนี้ และ แอล-ซิสเทอีนในเม็ดไม่ใช่ยาต้านพิษ N-acetylcysteine (NAC) ที่โรงพยาบาลใช้รักษาพาราเกินขนาด
ไม่มีหลักฐานว่าเม็ดนี้ปกป้องตับจากยาพาราเซตามอล ยาอื่น หรือแอลกอฮอล์ ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ถ้ากินพาราเกินขนาด ต้องไปโรงพยาบาลเท่านั้น ห้ามกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดแทน
ข้อควรระวังที่ต้องอ่านก่อนตัดสินใจ
- ผู้ใช้ยาหลายตัว: ให้นำกล่องไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดูพร้อมยาที่ใช้อยู่ เพราะส่วนประกอบมีสารสกัดจากขมิ้นชัน 50 มก. ซึ่งเครือข่ายเฝ้าระวังตับอักเสบจากยาของสหรัฐ (DILIN) รายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน 10 ราย
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) หรือยาต้านเกล็ดเลือด: มีส่วนประกอบ 4 ตัวที่เกี่ยวข้อง คือ ผงถั่วนัตโตะ 100 มก. (ถั่วนัตโตะเป็นแหล่งวิตามินเค 2 ที่ต้านฤทธิ์วาร์ฟาริน ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณ) ผงเก๋ากี้ โคเอนไซม์ คิวเท็น และวิตามินอี ต้องบอกแพทย์ก่อนเสมอ
- ผู้ป่วยตับแข็ง: แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568 ระบุว่าผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร คำแนะนำนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์นี้ด้วย ผู้ป่วยตับแข็งจึงไม่ควรรับประทาน เว้นแต่แพทย์ที่ดูแลอนุญาต
- ท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากระบุ ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน
- ฉลากระบุว่ามีนมและถั่วเหลือง เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน ผู้ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
- หากมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม คลื่นไส้ หรือเบื่ออาหาร ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้ (ยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อ) และพบแพทย์ทันที
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าลีฟโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 4 กล่อง 1,790 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Liv Pro Plus →คำถามที่พบบ่อย
ดื่มเหล้าแล้วกินยาพาราได้ไหม
คนที่ดื่มเป็นประจำไม่ควรกินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพราะแอลกอฮอล์ทำให้ตับสร้างสารพิษจากยาพารามากขึ้น MedlinePlus ระบุว่าคนที่ดื่มตั้งแต่ 3 แก้วขึ้นไปทุกวันไม่ควรใช้พาราเซตามอล
คนดื่มเหล้ากินพาราได้วันละกี่เม็ด
แหล่งที่ตรวจไม่ได้กำหนดตัวเลขเฉพาะสำหรับคนดื่มเหล้า ตัวเลขไม่เกิน 4,000 มก. ต่อวันเป็นขนาดสูงสุดของคนทั่วไป ไม่ใช่ขนาดปลอดภัยของคนดื่มประจำ MedlinePlus ระบุว่าคนที่ดื่มตั้งแต่ 3 แก้วขึ้นไปทุกวันไม่ควรใช้พาราเซตามอล คนดื่มประจำหรือเป็นโรคตับต้องให้แพทย์กำหนดขนาด
กินพาราแก้แฮงค์ได้ไหม
ไม่แนะนำสำหรับคนดื่มหนักหรือดื่มประจำ ควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ระหว่างใช้ยาพารา และไม่ควรกินดักไว้ก่อนมีอาการ ถ้าปวดจริงให้ถามเภสัชกรโดยบอกปริมาณที่ดื่ม
ดื่มเหล้ากินยาแก้อักเสบได้ไหม
ยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน เสี่ยงแผลและเลือดออกในกระเพาะมากขึ้นในคนที่ดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก ถ้าอาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายดำต้องไปโรงพยาบาลทันที
ดื่มเหล้าแล้วกินยาลดไขมันได้ไหม
NIAAA ระบุว่าการดื่มร่วมกับยาลดไขมันกลุ่มสแตตินเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อตับ ห้ามหยุดยาเองเพื่อจะได้ดื่ม ควรถามแพทย์ผู้สั่งยาว่าดื่มได้แค่ไหน
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- เตือนปรับลดขนาดยาพาราเซตามอลสูงสุดต่อวัน ลดความเสี่ยงต่อการเกิดความเป็นพิษต่อตับคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
- พาราเซตามอล กินมากไปเสี่ยงทำลายตับRama Channel คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
- AcetaminophenMedlinePlus Drug Information, U.S. National Library of Medicine
- Acetaminophen overdoseMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
- Harmful Interactions: Mixing Alcohol With MedicinesNational Institute on Alcohol Abuse and Alcoholism (NIAAA), NIH
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29
อ่านต่อ
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ไตเสื่อมแต่ความดันตก เกิดจากอะไร
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ทำไมไตเสื่อมบางคนความดันตก ยาความดันหลายตัว ท้องเสีย การฟอกไต ทำให้หน้ามืดได้อย่างไร ความดันต่ำกระทบไตไหม และอาการไหนต้องรีบพบแพทย์
โรคไตกินวิตามินอี วิตามินเอ ได้ไหม วิตามินละลายในไขมันที่ต้องระวัง
โรคไตกินวิตามินอีได้ไหม ทำไมวิตามินเอสะสมง่ายในคนไตเสื่อม วิตามินอีกับยาต้านเกล็ดเลือด วิตามินสำหรับคนฟอกไตต่างจากวิตามินรวมอย่างไร และควรบอกแพทย์อย่างไร
กินวิตามินทุกวันเสี่ยงโรคไตไหม วิตามินซีทำลายไตจริงหรือ
วิตามินซีทำลายไตไหม คนไตปกติกินวันละเท่าไรยังปลอดภัย วิตามินตัวไหนไตต้องขับ กินหลายยี่ห้อพร้อมกันเสี่ยงอะไร ใครควรตรวจค่าไตก่อน และอาการไหนต้องพบแพทย์
ไตระยะ 2 ระยะ 3 กินวิตามินซีได้ไหม คนฟอกไตต้องระวังอะไร
ไตเสื่อมกินวิตามินซีได้ไหม แต่ละระยะต้องระวังต่างกันอย่างไร กี่มิลลิกรัมถือว่าสูง คนฟอกไตขาดวิตามินซีได้ไหม และทำไมการฉีดวิตามินซีขนาดสูงอันตรายต่อไต
