เกี่ยวกับ MEMORA
ยาอัลไซเมอร์ตัวใหม่ Lecanemab คืออะไร ใครใช้ได้ มีในไทยไหม
คำตอบสั้น: เลคาเนแมบ (lecanemab) และโดนาเนแมบ (donanemab) เป็น ยาแอนติบอดีที่จับโปรตีนเบต้าอะไมลอยด์ในสมอง ได้รับอนุมัติจากองค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) สำหรับอัลไซเมอร์ระยะต้นหรือภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย (MCI) จากอัลไซเมอร์ ในงานวิจัยหลัก ยาชะลอการถดถอยได้ระดับหนึ่งในบางคน แต่ไม่ได้ทำให้หายหรือความจำกลับมา และมีผลข้างเคียงสำคัญคือสมองบวมหรือเลือดออกเล็ก ๆ (ARIA) ที่ต้องตรวจ MRI ติดตาม ส่วนเรื่องการมีให้ใช้ในไทย ค่าใช้จ่าย และใครเหมาะ ต้องถามแพทย์ระบบประสาทโดยตรง
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- สถาบันผู้สูงอายุแห่งชาติสหรัฐ (NIA) ระบุว่ายาทั้งสองตัวลดคราบอะไมลอยด์ในสมอง และในงานวิจัยชะลอการถดถอยของความคิดในผู้เข้าร่วมบางคนตลอด 18 เดือน
- งานวิจัยหลักศึกษาในคนที่เป็นอัลไซเมอร์ระยะต้นหรือ MCI จากอัลไซเมอร์ ไม่ได้ศึกษาในระยะกลางหรือระยะท้าย
- ก่อนสั่งยา แพทย์อาจตรวจ PET scan หรือตรวจน้ำไขสันหลัง เพื่อดูว่ามีอะไมลอยด์ในสมองจริง
- ผลข้างเคียงสำคัญคือ ARIA (สมองบวมหรือเลือดออกในสมอง) ซึ่งอาจรุนแรง ต้องทำ MRI ก่อนและระหว่างให้ยา
- ยาเป็นยาฉีด ส่วนใหญ่ให้ทางหลอดเลือดดำในสถานพยาบาลเป็นระยะ (เลคาเนแมบมีแบบฉีดใต้ผิวหนังด้วย) ไม่ใช่ยาเม็ดกิน
- ผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมอยู่ ห้ามหยุดหรือเปลี่ยนยาเองเพื่อรอยาใหม่ ให้คุยกับแพทย์ที่ดูแล
ยาแอนติบอดีต่ออะไมลอยด์ทำงานอย่างไร
ในสมองของผู้ป่วยอัลไซเมอร์ มีโปรตีนชื่อเบต้าอะไมลอยด์จับตัวเป็นคราบ (plaque) ซึ่ง NIA ระบุว่าเป็นหนึ่งในความเปลี่ยนแปลงหลักของโรค พื้นฐานของโรคอ่านได้ที่ อัลไซเมอร์คืออะไร ต่างจากสมองเสื่อมอย่างไร
เลคาเนแมบและโดนาเนแมบเป็น โมโนโคลนัลแอนติบอดี (monoclonal antibody) คือโปรตีนภูมิคุ้มกันที่ผลิตขึ้นให้จับเป้าหมายเฉพาะ NIA จัดยาสองตัวนี้เป็นยากลุ่มอิมมูโนเทอราปี (immunotherapy) ที่ไปจับเบต้าอะไมลอยด์เพื่อช่วยลดคราบในสมอง
ความต่างจากยาเดิม: ยามาตรฐานที่ใช้กันมานาน เช่น โดเนพีซิล ริวาสติกมีน กาแลนตามีน และเมมานทีน ช่วยเรื่องอาการ โดยไปปรับสารสื่อประสาท ส่วนยาแอนติบอดีมุ่งไปที่คราบโปรตีนซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงในสมองของโรค ภาพรวมยาเดิมอ่านได้ที่ ยาอัลไซเมอร์มีอะไรบ้าง ช่วยได้แค่ไหน
ให้ยาอย่างไร
ข้อมูลยาของ MedlinePlus (หอสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติสหรัฐ) ระบุว่า
- เลคาเนแมบ ให้ทางหลอดเลือดดำโดยแพทย์หรือพยาบาลในสถานพยาบาล ครั้งละราว 1 ชั่วโมง ทุก 2 หรือ 4 สัปดาห์ และมีรูปแบบปากกาฉีดใต้ผิวหนังสัปดาห์ละครั้ง
- โดนาเนแมบ ให้ทางหลอดเลือดดำครั้งละราว 30 นาที ทุก 4 สัปดาห์ แพทย์มักเริ่มจากขนาดต่ำแล้วค่อยเพิ่ม
การให้ยาทางหลอดเลือดอาจเกิดปฏิกิริยาระหว่างหรือหลังให้ยา เช่น หนาวสั่น คลื่นไส้ ผื่น ปวดศีรษะ หรือหายใจลำบาก แพทย์และพยาบาลจึงต้องเฝ้าดูอาการขณะให้ยา
ผลการศึกษาชะลอได้แค่ไหน ในตัวเลขจริง
ข่าวมักรายงานผลเป็นร้อยละของการชะลอ ซึ่งฟังดูมาก ลองดูตัวเลขดิบจากบทคัดย่องานวิจัยหลักแทน
งาน Clarity AD ของเลคาเนแมบ
- ผู้เข้าร่วม 1,795 คน อายุ 50–90 ปี เป็นอัลไซเมอร์ระยะต้น (MCI หรือสมองเสื่อมระยะน้อยจากอัลไซเมอร์) และยืนยันอะไมลอยด์ด้วย PET หรือน้ำไขสันหลัง
- วัดด้วยคะแนน CDR-SB (แบบประเมินความรุนแรงของสมองเสื่อม เต็ม 18 คะแนน ยิ่งสูงยิ่งบกพร่องมาก) คะแนนเริ่มต้นเฉลี่ยราว 3.2
- ที่ 18 เดือน คะแนนแย่ลง 1.21 ในกลุ่มยา และ 1.66 ในกลุ่มยาหลอก ต่างกัน 0.45 คะแนน
- ปฏิกิริยาจากการให้ยา 26.4% และ ARIA ชนิดบวม 12.6%
- ผู้วิจัยสรุปว่ายาทำให้ความคิดและการใช้ชีวิตถดถอย "น้อยกว่ายาหลอกระดับปานกลาง" แต่มีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ และควรมีงานที่นานกว่านี้
งาน TRAILBLAZER-ALZ 2 ของโดนาเนแมบ
- ผู้เข้าร่วม 1,736 คน อายุเฉลี่ย 73 ปี ยืนยันอะไมลอยด์และโปรตีนเทาด้วย PET
- ที่ 76 สัปดาห์ (ราว 18 เดือน) คะแนน CDR-SB ในกลุ่มรวมแย่ลง 1.72 ในกลุ่มยา และ 2.42 ในกลุ่มยาหลอก ต่างกัน 0.7 คะแนน
- ARIA ชนิดบวม 24.0% (มีอาการ 52 คน) เทียบกับ 2.1% ในกลุ่มยาหลอก
- มีผู้เสียชีวิต 3 รายในกลุ่มยาที่ผู้วิจัยประเมินว่าเกี่ยวกับการรักษา (กลุ่มยาหลอก 1 ราย)
อ่านตัวเลขอย่างไร: ทั้งสองกลุ่มยังแย่ลงตามเวลา ยาไม่ได้หยุดโรคหรือทำให้ความจำดีขึ้น แต่แย่ลงช้ากว่ากลุ่มยาหลอกเล็กน้อยบนสเกล 18 คะแนน และ NIA ใช้คำว่าชะลอการถดถอยได้ "ในผู้เข้าร่วมบางคน" ข้อมูลยาของ MedlinePlus ก็ระบุว่าโดนาเนแมบควบคุมโรคได้ แต่ไม่ได้ทำให้หาย
ใครเข้าเกณฑ์ ต้องตรวจอะไรก่อน
ต้องเป็นระยะต้น
งานวิจัยของยาทั้งสองตัวทำในคนที่เป็น MCI หรือสมองเสื่อมระยะน้อยจากอัลไซเมอร์ ผู้ที่อยู่ในระยะกลางหรือระยะท้ายไม่ได้อยู่ในงานเหล่านี้ ระยะของโรคอ่านได้ที่ อัลไซเมอร์มีกี่ระยะ และ อัลไซเมอร์ระยะแรก อาการเริ่มต้นเป็นอย่างไร
ต้องยืนยันว่ามีอะไมลอยด์จริง
อาการหลงลืมไม่ได้มาจากอัลไซเมอร์เสมอไป NIA ระบุว่า ก่อนสั่งยา แพทย์อาจตรวจ PET scan หรือตรวจน้ำไขสันหลัง เพื่อดูว่ามีคราบอะไมลอยด์ในสมองหรือไม่ กรมการแพทย์ระบุว่าเดิมการยืนยันอัลไซเมอร์ต้องใช้การเจาะน้ำไขสันหลังหรือ PET ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่เข้าไม่ถึง และสถาบันประสาทวิทยากำลังขับเคลื่อนการตรวจเลือดหาตัวบ่งชี้ เช่น p-Tau181 และ p-Tau217 อ่านเพิ่มที่ ตรวจเลือดหาอัลไซเมอร์ได้จริงไหม
ต้องตรวจหาสาเหตุอื่นก่อน
แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม พ.ศ. 2563 ของสถาบันประสาทวิทยา ระบุว่าราวร้อยละ 9 ของผู้ป่วยสมองเสื่อมมีสาเหตุที่อาจแก้ไขได้ เช่น ไทรอยด์ ขาดวิตามินบี 12 ผลข้างเคียงยา ซึมเศร้า หรือน้ำในโพรงสมองเกิน การตรวจเหล่านี้ต้องมาก่อนเสมอ
ปัจจัยทางพันธุกรรมและยาที่กินอยู่
MedlinePlus ระบุว่า โอกาสเกิด ARIA อาจสูงขึ้นถ้ามีปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรม แพทย์อาจสั่งตรวจเลือดเพื่อช่วยตัดสินว่ายาเหมาะหรือไม่ และต้องแจ้งแพทย์ถ้าใช้ยาที่ทำให้เลือดออกง่าย รวมถึงแอสไพริน วิตามิน อาหารเสริม และสมุนไพรทุกชนิด เรื่องอัลไซเมอร์กับกรรมพันธุ์อ่านได้ที่ อัลไซเมอร์เป็นกรรมพันธุ์ไหม
ผลข้างเคียง ARIA คืออะไร ต้องตรวจ MRI ทำไม
ARIA (amyloid-related imaging abnormalities) คือความผิดปกติที่เห็นจากภาพสแกนสมองซึ่งสัมพันธ์กับยากลุ่มนี้ แบ่งเป็นสมองบวมหรือมีน้ำคั่ง และเลือดออกเล็ก ๆ ในสมอง หลายคนไม่มีอาการ แต่ MedlinePlus ระบุว่าอาจรุนแรงหรือถึงแก่ชีวิตได้
MedlinePlus ระบุว่าแพทย์จะสั่ง MRI ก่อนและระหว่างการรักษา เพื่อติดตามการตอบสนองต่อยา และแนะนำให้ผู้ได้รับยาพกบัตรระบุว่ากำลังได้รับยานี้
ผู้ที่ได้รับยากลุ่มนี้ ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- ปวดศีรษะ
- สับสน
- เวียนศีรษะ
- การมองเห็นเปลี่ยน
- คลื่นไส้
- เดินลำบากหรือเสียการทรงตัว
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง
- พูดลำบาก
- ชัก
เมื่อไปโรงพยาบาลด้วยเรื่องใดก็ตาม ให้แจ้งทีมแพทย์ทุกครั้งว่ากำลังได้รับยาแอนติบอดีต่ออะไมลอยด์ และพกบัตรระบุยาติดตัวตามที่ MedlinePlus แนะนำ
มีในไทยไหม ค่าใช้จ่ายเท่าไร
บทความนี้ไม่ระบุสถานะการขึ้นทะเบียนในไทยหรือราคา เพราะเราไม่พบแหล่งข้อมูลทางการที่ตรวจสอบได้ และข้อมูลนี้เปลี่ยนได้ตลอด แนวทางเวชปฏิบัติไทย พ.ศ. 2563 ก็จัดทำก่อนยากลุ่มนี้ได้รับอนุมัติ
สิ่งที่ควรทำคือ ถามแพทย์ระบบประสาทหรือแพทย์ที่ดูแลอยู่โดยตรง ว่า
- ผู้ป่วยอยู่ในระยะที่ยากลุ่มนี้ศึกษาไว้หรือไม่
- ต้องตรวจอะไรบ้างก่อน (PET น้ำไขสันหลัง ตรวจเลือด MRI) และทำได้ที่ไหน
- ต้องมาให้ยาบ่อยแค่ไหน และต้องทำ MRI ติดตามกี่ครั้ง
- ยาที่กินอยู่ตอนนี้ เช่น ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด มีผลต่อความเสี่ยงหรือไม่
- ค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมการตรวจติดตาม และสิทธิการรักษาที่มีครอบคลุมหรือไม่
เรื่องค่ายามาตรฐานและสิทธิการรักษาอ่านได้ที่ ยาอัลไซเมอร์ราคาเท่าไร ใช้สิทธิบัตรทองได้ไหม ส่วนแนวทางไทยระบุว่าโดเนพีซิลอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ (บัญชี จ(2))
ยาใหม่เหมาะกับครอบครัวเราไหม คำถามที่ควรคิดร่วมกัน
ยาที่ต้องเดินทางไปให้ยาเป็นประจำ ตรวจ MRI หลายครั้ง และมีความเสี่ยงสมองบวมหรือเลือดออก เป็นการตัดสินใจที่ควรทำร่วมกันระหว่างผู้ป่วย ครอบครัว และแพทย์ ประเด็นที่ควรชั่งน้ำหนัก เช่น
- ผลที่คาดหวังได้: ชะลอการถดถอยเล็กน้อยในงานวิจัย ไม่ใช่ความจำกลับมา
- ภาระการเดินทางและผู้พาไป: ผู้ป่วยต้องมีคนพาไปให้ยาและตรวจตามนัด
- โรคประจำตัวและยาที่กิน: โดยเฉพาะยาที่ทำให้เลือดออกง่าย
- ความประสงค์ของผู้ป่วยเอง: แนวทางไทยแนะนำให้ผู้ป่วยระยะแรกได้ร่วมตัดสินใจเรื่องการรักษาในอนาคตขณะยังตัดสินใจได้
ไม่ว่าจะได้ยาใหม่หรือไม่ การดูแลพื้นฐานยังสำคัญเท่าเดิม ได้แก่ ยามาตรฐานตามแพทย์สั่ง คุมความดัน เบาหวาน ไขมัน ออกกำลังกาย พบปะผู้คน ตรวจการได้ยินและสายตา และดูแลความปลอดภัยในบ้าน
ข่าวยาใหม่แบบไหนควรระวัง
เมื่อมีข่าวยาอัลไซเมอร์ตัวใหม่ มักมีโฆษณาแฝงตามมา สถาบันผู้สูงอายุแห่งชาติสหรัฐ (NIA) เตือนให้ระวังยาเม็ด อาหารเสริม หรือเกมฝึกสมองที่สัญญาว่าช่วยความจำหรือป้องกันโรคสมอง เพราะ "อาจไม่ปลอดภัย เสียเงินเปล่า หรือทั้งสองอย่าง" สัญญาณที่ควรระวัง เช่น
- อ้างว่า "ล้างคราบอะไมลอยด์ได้เหมือนยาฉีด" ด้วยการกินสมุนไพรหรือแคปซูล
- อ้างว่า รักษาหายหรือความจำกลับมา ซึ่งแม้แต่ยาแอนติบอดีก็ทำไม่ได้
- แนะนำให้ หยุดยาหมอ แล้วหันมาใช้ผลิตภัณฑ์แทน
- ใช้คำว่า "นวัตกรรมเดียวกับยาใหม่" โดยไม่มีงานวิจัยในคนของผลิตภัณฑ์นั้นเอง
ถ้าไม่แน่ใจ ให้นำข่าวหรือโฆษณาไปถามแพทย์หรือเภสัชกร สมองเสื่อมที่เริ่มในวัย 40–60 ปีก็ควรตรวจกับแพทย์เช่นกัน อ่านเพิ่มที่ สมองเสื่อมก่อนวัย อายุ 40-50 เป็นได้ไหม
เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับยาอัลไซเมอร์ตัวใหม่
"ยาใหม่ทำให้อัลไซเมอร์หาย" ไม่จริง NIA ระบุว่ายังไม่มีวิธีใดรักษาอัลไซเมอร์ให้หาย ในงานวิจัยผู้ได้รับยาก็ยังแย่ลง แต่ช้ากว่ากลุ่มยาหลอกเล็กน้อย
"ใครเป็นอัลไซเมอร์ก็ใช้ได้" ไม่จริง งานวิจัยทำเฉพาะในระยะต้นที่ยืนยันอะไมลอยด์แล้ว
"ได้ยาใหม่แล้วหยุดยาเดิมได้" ห้ามตัดสินใจเอง การหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาสมองเสื่อมต้องเป็นการตัดสินใจของแพทย์
"สแกนสมองไม่เห็นอะไร แปลว่าปลอดภัยจากผลข้างเคียง" ARIA มักตรวจพบจาก MRI ระหว่างการรักษา จึงต้องตรวจตามนัดทุกครั้ง และถ้ามีอาการผิดปกติต้องไปโรงพยาบาลทันที
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)
เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. (เทียบเป็นตัวโคลีนราว 37 มก. ต่อวัน คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. (เทียบเป็นวิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. คำนวณ) · ส่วนอื่น ได้แก่ เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน
คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่
สำหรับผู้ที่ได้รับหรือกำลังพิจารณายาแอนติบอดีต่ออะไมลอยด์: ยากลุ่มนี้มีความเสี่ยงเลือดออกในสมอง (ARIA) และข้อมูลยาให้แจ้งแพทย์ถ้าใช้ยาที่ทำให้เลือดออกง่าย ส่วนผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วยซึ่งฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า จึงต้องแจ้งแพทย์ผู้ให้ยาก่อนเสมอ และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยาสมองเสื่อม ไม่ได้ออกฤทธิ์แบบยาแอนติบอดี
หลักฐานของแต่ละส่วนประกอบ เทียบปริมาณที่ใช้ในงานวิจัยกับปริมาณในแคปซูล
- เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานในผู้มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย 30 คนใช้วันละ 3 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 12 เท่า คำนวณ) และคะแนนลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังหยุด 4 สัปดาห์ งานนำร่องในอัลไซเมอร์ระยะต้นใช้เส้นใยเห็ดเสริมอีรินาซีน เอ วันละ 1,050 มก. (4.2 เท่า คำนวณ) ซึ่งเป็นคนละรูปแบบกับฉลาก ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
- สารสกัดพรมมิ 150 มก. — ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ งานทบทวนพบว่าไม่ต่างจากยาหลอก โดยหลักฐานมีความเชื่อมั่นต่ำมาก งานในผู้ใหญ่สุขภาพดีที่พบผลเล็กบางด้านใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. (2 เท่า คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณสารบาโคไซด์ และอาจทำให้ท้องไส้ไม่สบาย
- โคลีนราว 37 มก. ต่อวัน (คำนวณ) — ราว 7–9% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (คำนวณ) งานทดลองให้โคลีนเสริมขนาดสูงกว่านี้มากในผู้ป่วยอัลไซเมอร์และคนหนุ่มสาว ไม่พบผลต่อความจำ
- สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 3,069 คน ติดตามเฉลี่ย 6.1 ปี ใช้วันละ 240 มก. (4.8 เท่า คำนวณ) ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อม งานทบทวน Cochrane สรุปว่าหลักฐานไม่สอดคล้องและเชื่อถือไม่ได้ ใบแปะก๊วยเป็นที่มาของคำเตือนเรื่องเลือดแข็งตัวช้า
- วิตามินบี 6 (จากไพริดอกซิน HCl 2 มก.) ราว 1.65 มก. (คำนวณ) — ใกล้เคียงปริมาณที่ผู้สูงอายุควรได้รับต่อวัน งาน VITACOG ใช้บี 6 วันละ 20 มก. ร่วมกับกรดโฟลิกและบี 12 และพบผลเฉพาะคนที่โฮโมซิสเทอีนสูง แคปซูลนี้ไม่มีโฟลิกและบี 12 ส่วนงานรวมราว 22,000 คนพบว่าวิตามินบีไม่ช่วยการทำงานด้านความคิด
ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยผู้ป่วยอัลไซเมอร์ และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกัน ชะลอ หรือรักษาภาวะสมองเสื่อม เป็นเพียงผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม (โดเนพีซิล ริวาสติกมีน กาแลนตามีน เมมานทีน) หรือยาแอนติบอดีกลุ่มใหม่: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง ยังไม่มีงานในคนเรื่องการใช้ร่วมกับพรมมิ ต้องแจ้งแพทย์ก่อน
- ผู้เป็นลมชักหรือใช้ยากันชัก: ใบแปะก๊วยมีรายงานการชัก ต้องปรึกษาแพทย์
- ผู้ป่วยพาร์กินสันที่ใช้ยาเลโวโดปา ผู้เป็นโรคไทรอยด์ หรือใช้ยาหลายชนิด: แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
- ผู้แพ้เห็ดหรือมีประวัติแพ้อาหารและสมุนไพร: เห็ดหัวลิงมีรายงานการแพ้รุนแรง
- ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือบีรวมอยู่แล้ว: ให้นับวิตามินบี 6 จากทุกแหล่งรวมกัน
- ผู้ป่วยที่ลืมว่ากินอะไรไปแล้ว: ให้ผู้ดูแลเป็นคนจัดยาและอาหารเสริมทุกชนิด และนำรายการทั้งหมดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู
ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการหลงลืมหรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือพฤติกรรมเปลี่ยนขึ้นมาทันที ซึมลงปลุกยาก แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เดินเซทรงตัวไม่ได้ ชัก เจ็บแน่นหน้าอก หรือมีการทำร้ายร่างกายที่อาจเกิดอันตราย ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · หากมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ (ฟรี 24 ชั่วโมง)
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →คำถามที่พบบ่อย
Lecanemab คืออะไร
เลคาเนแมบเป็นยาแอนติบอดีที่จับโปรตีนเบต้าอะไมลอยด์เพื่อลดคราบในสมอง ได้รับอนุมัติจาก FDA สหรัฐสำหรับอัลไซเมอร์ระยะต้นหรือ MCI จากอัลไซเมอร์ ให้ทางหลอดเลือดดำในสถานพยาบาลทุก 2 หรือ 4 สัปดาห์ หรือฉีดใต้ผิวหนังสัปดาห์ละครั้ง
ยาอัลไซเมอร์ตัวใหม่ได้ผลแค่ไหน
ในงาน Clarity AD ที่ 18 เดือน คะแนน CDR-SB (เต็ม 18) ของกลุ่มเลคาเนแมบแย่ลงน้อยกว่ากลุ่มยาหลอก 0.45 คะแนน ส่วนงานโดนาเนแมบต่างกัน 0.7 คะแนน ผู้ได้รับยายังแย่ลงตามเวลา ยาไม่ได้ทำให้หายหรือความจำกลับมา
ใครใช้ยา Lecanemab ได้
งานวิจัยทำในผู้ที่เป็นอัลไซเมอร์ระยะต้นหรือ MCI จากอัลไซเมอร์ที่ยืนยันว่ามีอะไมลอยด์ในสมอง ก่อนสั่งยาแพทย์อาจตรวจ PET หรือน้ำไขสันหลัง ตรวจ MRI และพิจารณาปัจจัยทางพันธุกรรมกับยาที่ทำให้เลือดออกง่าย ผู้ที่เหมาะสมต้องให้แพทย์ระบบประสาทประเมิน
ผลข้างเคียง ARIA คืออะไร
ARIA คือสมองบวมหรือเลือดออกเล็ก ๆ ในสมองที่เห็นจากภาพ MRI หลายคนไม่มีอาการ แต่อาจรุนแรงได้ ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง เช่น ปวดศีรษะ สับสน เวียนศีรษะ มองเห็นเปลี่ยน เดินเซ อ่อนแรง พูดลำบาก หรือชัก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
Lecanemab มีในไทยไหม ราคาเท่าไร
เราไม่พบแหล่งข้อมูลทางการที่ยืนยันสถานะในไทยและราคาได้ จึงไม่ระบุในบทความนี้ ควรสอบถามแพทย์ระบบประสาทโดยตรง รวมถึงค่าตรวจ PET MRI และค่าติดตามทั้งหมด และห้ามหยุดยาสมองเสื่อมเดิมเองระหว่างรอ
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- How Is Alzheimer's Disease Treated?National Institute on Aging (NIA), NIH
- Lecanemab in Early Alzheimer's DiseaseNew England Journal of Medicine (PubMed)
- Donanemab in Early Symptomatic Alzheimer Disease: The TRAILBLAZER-ALZ 2 Randomized Clinical TrialJAMA (PubMed)
- Lecanemab-irmb InjectionMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
- Donanemab-azbt InjectionMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-19
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
