บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Liv Pro Plus

คันตามตัวจากโรคตับ คันแบบไหน ต่างจากคันทั่วไปอย่างไร

คำตอบสั้น: อาการคันจากโรคตับส่วนใหญ่เกิดจาก ภาวะน้ำดีคั่ง (cholestasis) คือน้ำดีไหลออกจากตับได้ช้าหรือถูกอุด ลักษณะที่พบบ่อยคือ คันมากที่ฝ่ามือและฝ่าเท้า คันหนักช่วงหัวค่ำ และ ไม่มีผื่นขึ้นมาก่อน รอยที่เห็นมักเป็นรอยเกา อาการคันอาจเกิดตั้งแต่โรคตับระยะแรก ก่อนจะมีตาเหลือง ถ้าคันทั้งตัวโดยหาสาเหตุไม่ได้ ควรตรวจเลือดดูค่าตับ

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • บทความทบทวนในวารสาร An Bras Dermatol (2565) ระบุว่าคันจากน้ำดีคั่งมักหนักช่วงหัวค่ำ เด่นที่ฝ่ามือฝ่าเท้า แต่คันทั่วตัวได้
  • คันจากโรคตับไม่มีผื่นต้นเหตุ ต่างจากผื่นแพ้ ลมพิษ หรือผิวหนังอักเสบ
  • อาการคันอาจเกิดในโรคตับระยะแรก ก่อนจะมีตาเหลือง
  • ยาแก้แพ้ (แอนติฮิสตามีน) มักไม่ค่อยได้ผลกับคันจากตับ แพทย์มียาเฉพาะที่ใช้ตามลำดับ
  • ถ้าคันร่วมกับอาการข้อใดข้อหนึ่ง คือ ตาเหลือง ปัสสาวะเข้ม หรืออุจจาระซีด ต้องรีบไปพบแพทย์ ถ้ามีไข้ หนาวสั่น ปวดท้องรุนแรง หรือสับสนด้วย ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

ทำไมโรคตับและท่อน้ำดีทำให้คัน

เพราะสารในน้ำดีคั่งในร่างกาย MedlinePlus อธิบายว่าภาวะน้ำดีคั่ง คือภาวะที่น้ำดีจากตับไหลช้าลงหรือถูกอุด อาการที่พบได้มี คัน ตัวเหลือง ปัสสาวะเข้ม อุจจาระซีด และปวดท้องขวาบน

กลไกจริงยังไม่รู้แน่ชัด บทความทบทวนจากมหาวิทยาลัยเลอเฟิน ประเทศเบลเยียม (2562) ระบุว่ามีสารหลายตัวที่ถูกสงสัย เช่น เกลือน้ำดี สารคล้ายฝิ่นที่ร่างกายสร้าง และสารไขมันบางชนิด แต่ยังไม่มีตัวใดที่ยืนยันว่าเป็นตัวหลัก คำอธิบายว่า "เกลือน้ำดีคั่งใต้ผิวหนังจนคัน" จึงเป็นแค่ส่วนหนึ่งของภาพ

โรคที่ทำให้น้ำดีคั่งมีทั้งที่เกิดในตับ เช่น ไวรัสตับอักเสบ โรคตับจากแอลกอฮอล์ มะเร็งตับ ท่อน้ำดีในตับอักเสบเรื้อรัง (PBC) และนอกตับ เช่น นิ่วในท่อน้ำดี เนื้องอกของท่อน้ำดีหรือตับอ่อน รวมถึงยาบางชนิด (MedlinePlus)

คันจากตับมักคันที่ไหน คันตอนกลางคืนเกี่ยวไหม

บทความทบทวนในวารสาร An Bras Dermatol (2565) อธิบายลักษณะไว้ดังนี้

  • ช่วงเวลา: คันมักมีจังหวะตามเวลา ผู้ป่วยรู้สึกคันมากที่สุดช่วงหัวค่ำถึงต้นคืน
  • ตำแหน่ง: มักเด่นที่ ฝ่ามือและฝ่าเท้า แต่คันทั่วตัวได้ และรุนแรงได้ตั้งแต่น้อยถึงมาก
  • ผิวหนัง: ไม่มีผื่นต้นเหตุ แต่การเกาแรง ๆ ทำให้เกิดรอยถลอก ตุ่มอักเสบที่รูขุมขน หรือผิวหนาเป็นปื้น จนบางครั้งถูกเข้าใจผิดว่าเป็นโรคผิวหนัง
  • สิ่งกระตุ้น: ความเครียด ความร้อน และเสื้อผ้าขนสัตว์ทำให้คันมากขึ้น ความเย็นมักช่วยบรรเทา

คันตอนกลางคืนไม่ได้แปลว่าเป็นโรคตับเสมอไป อาการคันกลางคืนมีสาเหตุอื่นได้มาก เช่น ผิวแห้ง อ่านที่ คันตามตัวตอนกลางคืนเกิดจากอะไร

คันร่วมกับตาเหลือง บอกอะไร

ชี้ไปทางภาวะน้ำดีคั่งหรือโรคตับ MedlinePlus จัด "โรคตับที่มีตัวเหลือง" ไว้ในรายการสาเหตุของอาการคันทั้งตัว และ MedlinePlus ระบุว่าท่อน้ำดีอุดตันทำให้มีทั้งคัน ตัวเหลือง ปัสสาวะเข้ม และอุจจาระซีด

แต่ไม่มีตาเหลือง ก็ไม่ได้แปลว่าไม่ใช่ตับ บทความทบทวนเดียวกันระบุว่าอาการคันมักเกิดในโรคตับระยะแรก และสัญญาณโรคตับเรื้อรัง เช่น ตาเหลือง ฝ่ามือแดง จุดเส้นเลือดฝอย พบในผู้ป่วยส่วนน้อยเท่านั้น จึงต้องคิดถึงภาวะน้ำดีคั่งเสมอเมื่อคันโดยไม่มีผื่น

การตรวจที่ใช้ ได้แก่ ALP GGT บิลิรูบิน และค่าเอนไซม์ตับ อ่านความหมายที่ ค่า ALP สูง เกิดจากอะไร และเรื่องตาเหลืองที่ ตาเหลืองเกิดจากอะไร

ยาที่แพทย์ใช้ลดอาการคันจากตับมีอะไรบ้าง

สิ่งสำคัญที่สุดคือแก้ที่ต้นเหตุ MedlinePlus ระบุว่าต้องจัดการโรคที่ทำให้น้ำดีคั่ง เช่น เอานิ่วในท่อน้ำดีออก ใส่ท่อค้ำในท่อที่ตีบ หรือหยุดยาที่เป็นสาเหตุ ร่วมกับยาลดอาการคัน

บทความทบทวนทั้งสองฉบับอ้างแนวทางของสมาคมโรคตับยุโรป (EASL) ที่ใช้ยาเป็นลำดับขั้น ดังนี้

  1. โคเลสไทรามีน (cholestyramine) เป็นผงจับกรดน้ำดีในลำไส้ ใช้เป็นลำดับแรก
  2. ไรแฟมพิซิน (rifampicin) ใช้เป็นลำดับที่สอง
  3. ยาต้านฤทธิ์สารคล้ายฝิ่น เช่น นัลเทรกโซน
  4. ยากลุ่ม SSRI เช่น เซอร์ทราลีน

บทความทบทวนจากเบลเยียมระบุว่าการรักษาอาการคันจากตับยังเป็นเรื่องยาก และบทความทบทวนจากบราซิลระบุว่ายาเหล่านี้ ยกเว้นโคเลสไทรามีน เป็นการใช้นอกข้อบ่งใช้ (off-label) ต้องให้แพทย์สั่งและติดตามเท่านั้น ห้ามซื้อมาลองเอง

บทความทบทวนจากบราซิลระบุว่า ยาแก้แพ้ แม้สั่งใช้บ่อย แต่โดยทั่วไปไม่ได้ผลกับคันจากตับ ถ้ากินยาแก้แพ้แล้วไม่ดีขึ้น จึงเป็นอีกเหตุผลให้กลับไปบอกแพทย์

ดูแลผิวเองอย่างไรระหว่างรอพบแพทย์

คำแนะนำจาก MedlinePlus และบทความทบทวนข้างต้น

  • อย่าเกา ตัดเล็บให้สั้น ลดแผลจากการเกา
  • อาบน้ำอุ่นพอดีหรือน้ำเย็น ใช้สบู่น้อย ล้างออกให้หมด
  • ทาโลชันหรือครีมให้ความชุ่มชื้น หลังอาบน้ำ บทความทบทวนกล่าวถึงครีมที่มีเมนทอล 1–2% ช่วยให้เย็นผิว
  • ใส่เสื้อผ้าฝ้ายบาง หลวม เลี่ยงผ้าขนสัตว์และเสื้อผ้าคับ
  • เลี่ยงอากาศร้อนชื้นนาน ๆ ห้องนอนที่เย็นสบายช่วยได้

คันจากยาหรือโรคไต ต่างจากคันจากตับอย่างไร

แยกจากลักษณะอย่างเดียวได้ยาก ต้องดูประวัติและผลเลือดร่วมกัน บทความทบทวนในวารสาร An Bras Dermatol ระบุว่า โรคตับและท่อน้ำดี โรคไตเรื้อรัง และโรคเลือด เป็น 3 กลุ่มโรคทั่วร่างกายที่พบบ่อยที่สุดซึ่งทำให้คันเรื้อรัง

  • คันจากยา: MedlinePlus ระบุยาที่ทำให้คันได้ เช่น ยาปฏิชีวนะบางชนิด ยาวัณโรคไอโซไนอะซิด ยากลุ่มฝิ่น และวิตามินเอ มักสัมพันธ์กับช่วงเริ่มยาใหม่ บางรายมีผื่นหรือลมพิษร่วม อ่านที่ ยาที่ทำให้คัน
  • คันจากโรคไต: บทความทบทวนเดียวกันกล่าวถึงอาการคันจากของเสียคั่งในไตวายเรื้อรังระยะท้าย คนกลุ่มนี้มักรู้อยู่แล้วว่าเป็นโรคไต อ่านที่ โรคไตคันตามตัว
  • คันจากตับ: มักเด่นที่ฝ่ามือฝ่าเท้า หนักช่วงหัวค่ำ ค่า ALP GGT หรือบิลิรูบินผิดปกติ

คนคนเดียวอาจมีหลายโรคพร้อมกัน เช่น ทั้งโรคไตและโรคตับ จึงอาจคันจากหลายสาเหตุรวมกัน ควรบอกแพทย์ทุกโรคที่มีและยาทุกตัวที่กิน

ความเชื่อที่พบบ่อย

ได้ยินว่าคันเพราะ "เลือดเสีย" ต้องกินยาล้างตับ ล้างพิษ จริงไหม ไม่จริง ไม่มีหลักฐานว่าการล้างพิษช่วยภาวะน้ำดีคั่ง และสมุนไพรหลายชนิดเป็นสาเหตุของตับอักเสบเสียเอง อ่านที่ ล้างพิษตับ ได้ผลจริงไหม

ได้ยินว่าไม่มีผื่นก็ไม่ต้องหาหมอ จริงไหม ไม่จริง การคันโดยไม่มีผื่นเป็นลักษณะของคันจากโรคทั่วร่างกาย รวมทั้งตับ MedlinePlus แนะนำให้ตรวจโดยเร็วถ้าคันทั้งตัวและหาสาเหตุไม่ได้ เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคที่ร้ายแรง

เมื่อไรต้องไปพบแพทย์ หรือไปโรงพยาบาลทันที

ควรนัดพบแพทย์ ถ้าคันรุนแรง คันไม่หาย คันทั้งตัวโดยหาสาเหตุไม่ได้ หรือคันจนนอนไม่หลับ (MedlinePlus)

มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • คันร่วมกับตาเหลือง และมีไข้หรือหนาวสั่น
  • ปวดท้องขวาบนรุนแรง หรือปวดนานหลายชั่วโมง
  • สับสน ซึมลง หรือพูดจาไม่รู้เรื่อง
  • อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายเป็นเลือดหรือสีดำ

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus)

เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-15859-5-1473 ผลิตโดย บริษัท เซน ไบโอเทค จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 เม็ด เม็ดละ 1,200 มก. ฉลากแนะนำวันละ 1 เม็ด ฉลากระบุส่วนประกอบหลายรายการ (ดูรายการเต็มที่หน้าสินค้า) เช่น สารสกัดจากขมิ้นชัน 50 มก. สารสกัดอาร์ทิโชก 20 มก. และดีแอล-แอลฟา-โทโคเฟอริล แอซีเตต (50%) 10 มก.

  • ดีแอล-แอลฟา-โทโคเฟอริล แอซีเตต (50%) 10 มก. — เป็นรูปหนึ่งของวิตามินอี คิดเป็นวิตามินอีอะซีเตตราว 5 มก. (ค่าคำนวณจากเปอร์เซ็นต์บนฉลาก) วิตามินอีเป็นวิตามินจำเป็น ค่าแนะนำต่อวันของผู้ใหญ่ (RDA) คือ 15 มก. ตามข้อมูลของ Linus Pauling Institute ปริมาณในเม็ดจึงต่ำกว่าค่าแนะนำต่อวัน ไม่มีหลักฐานว่าวิตามินอีในเม็ดนี้ช่วยเรื่องอาการคัน

คนที่คันจากภาวะน้ำดีคั่งต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะภาวะนี้อาจมาจากท่อน้ำดีอุดตัน และ ฉลากระบุห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ส่วนประกอบมีสารสกัดขมิ้นชัน และงานศึกษาในอาสาสมัครสุขภาพดีพบว่าเคอร์คูมินเพียง 20 มก. ทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว (ฉลากไม่ได้ระบุว่าสารสกัด 50 มก. มีเคอร์คูมินเท่าไร) คนที่คันโดยยังไม่รู้สาเหตุจึงไม่ควรเริ่มรับประทานจนกว่าแพทย์จะตรวจ

ข้อควรระวังอื่น

  • เครือข่ายเฝ้าระวังของสหรัฐ (DILIN) รายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน 10 ราย มักเกิดหลังเริ่มกิน 1–4 เดือน
  • ผู้ป่วยตับแข็ง: แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568 ระบุว่าผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร คำแนะนำนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์นี้ด้วย ผู้ป่วยตับแข็งจึงไม่ควรรับประทาน เว้นแต่แพทย์ที่ดูแลอนุญาต
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) หรือยาต้านเกล็ดเลือด: มีส่วนประกอบ 4 ตัวที่เกี่ยวข้อง คือ ผงถั่วนัตโตะ (แหล่งวิตามินเค 2 ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณ) โคเอนไซม์ คิวเท็น ผงเก๋ากี้ และวิตามินอี ต้องบอกแพทย์ก่อนเสมอ
  • ฉลากระบุว่ามีนมและถั่วเหลือง ผู้แพ้นมหรือถั่วเหลืองไม่ควรรับประทาน เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน ผู้ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
  • ถ้าเริ่มคัน มีผื่น หรือมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม หลังเริ่มรับประทาน ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้ (ยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อ) และพบแพทย์

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าลีฟโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Liv Pro Plus ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า พื้นกล่องสีแดงเข้ม

Beta Liv Pro Plusเบต้าลีฟโปรพลัส

เลข อย. 13-1-15859-5-1473

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 4 กล่อง 1,790 บาท (ก.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Liv Pro Plus →

คำถามที่พบบ่อย

โรคตับทำให้คันตามตัวไหม

ทำได้ โดยเฉพาะโรคที่ทำให้น้ำดีคั่ง เช่น ท่อน้ำดีอุดตัน ไวรัสตับอักเสบ หรือท่อน้ำดีในตับอักเสบเรื้อรัง อาการคันอาจเกิดก่อนตาเหลือง จึงควรตรวจค่าตับถ้าคันโดยหาสาเหตุไม่ได้

คันจากโรคตับคันแบบไหน

มักคันมากที่ฝ่ามือฝ่าเท้า คันหนักช่วงหัวค่ำ และไม่มีผื่นนำมาก่อน รอยที่เห็นมักเป็นรอยเกา ความร้อนและความเครียดทำให้คันมากขึ้น

คันตามตัวตอนกลางคืนเป็นโรคตับไหม

ไม่เสมอไป คันกลางคืนมีสาเหตุได้หลายอย่าง เช่น ผิวแห้ง โรคไต หรือยา แต่ถ้าคันโดยไม่มีผื่นและไม่หาย ควรตรวจเลือดดูค่าตับและค่าไต

คันจากโรคตับกินยาแก้แพ้หายไหม

ยาแก้แพ้มักไม่ค่อยได้ผลกับคันจากตับ แพทย์มียาเฉพาะ เช่น โคเลสไทรามีน ที่ใช้เป็นลำดับแรก แต่ต้องแก้ที่สาเหตุของน้ำดีคั่งด้วย และต้องให้แพทย์สั่งเท่านั้น

คันร่วมกับตาเหลืองอันตรายไหม

ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะบ่งว่าน้ำดีอาจคั่งจากท่อน้ำดีอุดตันหรือโรคตับ ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง คือ ไข้ ปวดท้องรุนแรง หรือสับสน ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29

อ่านต่อ

โรคไตความดันต่ำได้ไหม ไตเสื่อมแต่ความดันตก เกิดจากอะไร

โรคไตความดันต่ำได้ไหม ทำไมไตเสื่อมบางคนความดันตก ยาความดันหลายตัว ท้องเสีย การฟอกไต ทำให้หน้ามืดได้อย่างไร ความดันต่ำกระทบไตไหม และอาการไหนต้องรีบพบแพทย์

โรคไตกินวิตามินอี วิตามินเอ ได้ไหม วิตามินละลายในไขมันที่ต้องระวัง

โรคไตกินวิตามินอีได้ไหม ทำไมวิตามินเอสะสมง่ายในคนไตเสื่อม วิตามินอีกับยาต้านเกล็ดเลือด วิตามินสำหรับคนฟอกไตต่างจากวิตามินรวมอย่างไร และควรบอกแพทย์อย่างไร

กินวิตามินทุกวันเสี่ยงโรคไตไหม วิตามินซีทำลายไตจริงหรือ

วิตามินซีทำลายไตไหม คนไตปกติกินวันละเท่าไรยังปลอดภัย วิตามินตัวไหนไตต้องขับ กินหลายยี่ห้อพร้อมกันเสี่ยงอะไร ใครควรตรวจค่าไตก่อน และอาการไหนต้องพบแพทย์

ไตระยะ 2 ระยะ 3 กินวิตามินซีได้ไหม คนฟอกไตต้องระวังอะไร

ไตเสื่อมกินวิตามินซีได้ไหม แต่ละระยะต้องระวังต่างกันอย่างไร กี่มิลลิกรัมถือว่าสูง คนฟอกไตขาดวิตามินซีได้ไหม และทำไมการฉีดวิตามินซีขนาดสูงอันตรายต่อไต

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 733 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท