บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Liv Pro Plus

ล้างพิษตับ ทำยังไง ได้ผลจริงไหม อันตรายหรือเปล่า

คำตอบสั้น: การ "ล้างพิษตับ" ด้วยสูตรดีท็อกซ์ น้ำผัก สวนกาแฟ หรือดื่มน้ำมันมะกอกกับน้ำมะนาว ไม่มีหลักฐานว่าได้ผล NCCIH (ศูนย์การแพทย์ผสมผสาน สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐ) อ้างบทความทบทวนที่สรุปว่าไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือพอรองรับว่าดีท็อกซ์กำจัดสารพิษออกจากร่างกายได้ ตับจัดการสารแปลกปลอมเองอยู่แล้วตลอดเวลา และบางวิธีมีอันตรายจริง เช่น มีรายงานลำไส้ใหญ่อักเสบหลังสวนกาแฟเอง และการดื่มแต่น้ำโดยไม่กินอาหารหลายวันอาจทำให้เกลือแร่เสียสมดุล สิ่งที่ช่วยตับได้จริงคือ ลดเหล้า ลดน้ำหนักเมื่อมีไขมันพอกตับ ตรวจไวรัสตับ และเลี่ยงยาหรือสมุนไพรที่ไม่จำเป็น

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ตับมีกลูตาไธโอนเข้มข้นที่สุดในร่างกาย และสร้างเองจากกรดอะมิโน เพื่อใช้จัดการสารแปลกปลอม
  • NCCIH ระบุว่างานวิจัยเรื่องดีท็อกซ์มีน้อยและคุณภาพต่ำ น้ำหนักที่ลดได้ตอนดีท็อกซ์มักกลับมาเมื่อกินตามปกติ
  • การทบทวนรายงานผู้ป่วยที่สวนกาแฟเองพบลำไส้อักเสบ และ ไม่พบงานใดที่แสดงว่าได้ผล
  • ไม่มีหลักฐานว่าดื่มน้ำมันมะกอกกับน้ำมะนาวขับนิ่วหรือล้างตับได้ การเห็น "ก้อน" ในอุจจาระไม่ได้ยืนยันว่านิ่วหลุด
  • คนเป็นตับแข็งไม่ควรกินอาหารเสริมหรือสมุนไพร ตามแนวทางสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568 ข้อ 8.5

ตับกำจัดสารพิษเองอย่างไร

ตับมีระบบจัดการสารแปลกปลอมของร่างกายอยู่แล้ว ไม่ต้องรอให้เรา "ล้าง" ระบบนี้ทำงานทุกวันโดยใช้สารที่ตับสร้างขึ้นเอง

หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือ กลูตาไธโอน บทความทบทวนทางชีวเคมี (Lu 2013) อธิบายว่า

  • กลูตาไธโอนพบในทุกเนื้อเยื่อ และ เข้มข้นที่สุดในตับ
  • มีบทบาทสำคัญในการจัดการสารแปลกปลอมและผลผลิตของมัน และป้องกันเซลล์จากภาวะออกซิเดชัน
  • ตับสร้างกลูตาไธโอนเองจากกรดอะมิโน 3 ตัว ปัจจัยหลักที่กำหนดว่าสร้างได้มากแค่ไหนคือปริมาณ ซิสเทอีน (ได้จากอาหาร จากการสลายโปรตีนในร่างกาย และตับเปลี่ยนมาจากกรดอะมิโนเมไทโอนีน) ร่วมกับการทำงานของเอนไซม์ในเซลล์
  • ตับส่งกลูตาไธโอนที่สร้างได้ออกไปในเลือดและน้ำดีเกือบทั้งหมด จึงเป็นแหล่งหลักของทั้งร่างกาย

แปลว่า คนที่ตับปกติและกินอาหารครบ ร่างกายสร้างระบบนี้เองได้ ส่วนคนที่ตับเสียหายจากเหล้า ไวรัส หรือไขมันพอกตับ สิ่งที่ต้องทำคือหยุดต้นเหตุ ไม่ใช่เพิ่มสูตรล้างพิษ

ล้างพิษตับด้วยตัวเอง ได้ผลจริงไหม

ไม่มีหลักฐานว่าได้ผล NCCIH รวบรวมว่าโปรแกรมดีท็อกซ์มีหลายแบบ เช่น อดอาหาร ดื่มแต่น้ำผักผลไม้ กินอาหารบางอย่าง ใช้อาหารเสริมหรือสมุนไพร สวนล้างลำไส้ และเข้าซาวน่า แล้วสรุปว่า

  • งานวิจัยในคนมีน้อย และ คุณภาพต่ำ ทั้งการออกแบบ จำนวนคน และไม่ผ่านการตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญ
  • บทความทบทวนปี 2015 สรุปว่าไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือพอรองรับการใช้ดีท็อกซ์เพื่อลดน้ำหนักหรือกำจัดสารพิษ
  • บทความทบทวนปี 2017 พบว่าน้ำหนักที่ลดช่วงแรกมาจากกินพลังงานน้อย และมัก กลับมาเพิ่ม เมื่อกินตามปกติ
  • ไม่มีงานวิจัยเรื่องผลระยะยาวของโปรแกรมดีท็อกซ์

NCCIH ยังระบุว่า อย. สหรัฐ (FDA) และคณะกรรมการการค้าสหรัฐ (FTC) ดำเนินคดีกับบริษัทขายผลิตภัณฑ์ดีท็อกซ์หลายราย เพราะ ใส่สารที่ไม่แจ้งบนฉลาก หรือโฆษณาเท็จว่ารักษาโรคร้ายแรงได้

ล้างพิษตับด้วยน้ำมันมะกอกและน้ำมะนาว ก้อนที่ออกมาคืออะไร

สูตรนี้มักให้งดอาหาร ดื่มน้ำมันมะกอกปริมาณมากผสมน้ำมะนาวหรือน้ำผลไม้ แล้วรอดู "ก้อนสีเขียว" ในอุจจาระ ซึ่งผู้ขายบอกว่าเป็นนิ่วหรือของเสียจากตับ

ไม่มีหลักฐานว่าวิธีนี้ขับนิ่วหรือล้างตับได้ และการเห็นก้อนในอุจจาระไม่ได้ยืนยันว่านิ่วหลุดออกมา วิธีนี้ไม่อยู่ในวิธีรักษานิ่วที่ NIDDK (สถาบันโรคเบาหวาน ทางเดินอาหาร และไต สหรัฐ) และ MedlinePlus ระบุ

คนที่มีนิ่วในถุงน้ำดีเสี่ยงเป็นพิเศษ เพราะ NIDDK ระบุว่าอาการปวดจากนิ่วมักเกิดหลังมื้อหนัก และ MedlinePlus ระบุว่าอาการปวดจากถุงน้ำดีอักเสบพบบ่อยหลังมื้อไขมันสูง การดื่มน้ำมันปริมาณมากครั้งเดียวจึงขัดกับสิ่งที่คนมีนิ่วควรระวัง ถ้าทำแล้วมีอาการข้อใดข้อหนึ่ง คือ ปวดท้องขวาบนรุนแรงหรือนานหลายชั่วโมง มีไข้หรือหนาวสั่น ตัวเหลืองหรือตาเหลือง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 อ่านเรื่องการรักษานิ่วที่ นิ่วในถุงน้ำดี หายเองได้ไหม ต้องผ่าตัดเมื่อไร

สวนกาแฟ ดีท็อกซ์น้ำผัก อันตรายอย่างไร

สวนกาแฟ (coffee enema)

การทบทวนอย่างเป็นระบบปี 2020 ไม่พบงานใดที่แสดงว่าสวนกาแฟได้ผล พบแต่รายงานผู้ป่วย 9 รายงานที่เกิดผลข้างเคียง ในจำนวนนี้ 7 รายงานเป็น ลำไส้ใหญ่อักเสบ หลังสวนเอง และอีก 2 รายงานเป็นผลข้างเคียงรุนแรงกว่านั้น ผู้วิจัยจึงไม่แนะนำให้สวนกาแฟเองเพื่อดูแลสุขภาพ

NCCIH ระบุว่าการสวนล้างลำไส้มีหลักฐานรองรับน้อย มีผลข้างเคียงบางอย่างที่รุนแรงได้ และ เสี่ยงมากขึ้นในคนที่เป็นโรคไต โรคหัวใจ โรคทางเดินอาหาร เคยผ่าตัดลำไส้ หรือริดสีดวงรุนแรง

ดีท็อกซ์น้ำผัก น้ำผลไม้ และการอดอาหาร

NCCIH เตือนเรื่องเหล่านี้ไว้

  • น้ำผักผลไม้ที่ไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรส์ อาจมีเชื้อโรค อันตรายมากในผู้สูงอายุและคนภูมิต้านทานต่ำ
  • น้ำผักใบเขียวและบีทรูทมีออกซาเลตสูง คนที่เคยเป็นนิ่วในไตควรจำกัด
  • คนเป็นเบาหวาน ควรกินตามแผนที่ทีมรักษาวางไว้ และถามแพทย์ก่อนเปลี่ยนการกินมาก ๆ
  • ยาระบาย ในสูตรดีท็อกซ์ทำให้ท้องเสีย ขาดน้ำ และดูดซึมอาหารไม่ดี
  • ดื่มแต่น้ำและชาสมุนไพรโดยไม่กินอาหารหลายวัน อาจทำให้เกลือแร่ในเลือดเสียสมดุลจนอันตราย

ภาพนี้คล้ายกับความเชื่อเรื่องล้างพิษไต อ่านเปรียบเทียบได้ที่ ล้างพิษไต ช่วยไตจริงไหม

รางจืด กลูต้า NAC ล้างพิษตับได้ไหม

รางจืดและสมุนไพรล้างพิษอื่น ๆ: ไม่มีอยู่ในแนวทางเวชปฏิบัติโรคตับของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทยว่าเป็นการรักษาโรคตับ และแนวทางตับแข็ง พ.ศ. 2568 ระบุว่า ยาและสมุนไพรเป็นตัวกระตุ้นที่พบบ่อยของตับวายเฉียบพลันในคนที่มีโรคตับเรื้อรัง คนมีโรคตับจึงไม่ควรลองเอง

กลูตาไธโอนชนิดกิน: การดูดซึมยังเป็นข้อถกเถียง งานปี 1992 ให้คนสุขภาพดี 7 คนกินครั้งเดียวราว 3 กรัม ระดับในเลือดไม่เพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนงานปี 2015 พบว่ากินวันละ 250 หรือ 1,000 มก. ทุกวันนาน 6 เดือน ระดับในร่างกายเพิ่มขึ้น แต่ทำในคนสุขภาพดี ไม่ได้วัดผลต่อโรคตับ อ่านต่อที่ กลูตาไธโอนคืออะไร

NAC (เอ็น-อะเซทิลซิสเทอีน): MedlinePlus ระบุว่า NAC เป็น ยาต้านพิษที่แพทย์ให้ในโรงพยาบาล เมื่อกินพาราเซตามอลเกินขนาด การที่แพทย์ใช้รักษาพิษเฉียบพลันภายใต้การดูแล ไม่ได้แปลว่าการซื้อมากินเองจะ "ล้างตับ" ได้

ถ้าสงสัยว่ากินพาราเซตามอลเกินขนาด ให้ไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ทันทีแม้ยังไม่มีอาการ MedlinePlus ระบุว่าอาการอาจยังไม่ปรากฏจนผ่านไป 12 ชั่วโมงขึ้นไป ถ้าได้รับการรักษาภายใน 8 ชั่วโมงมีโอกาสหายดีสูงมาก แต่ถ้าช้า อาจเกิดตับวายและเสียชีวิตได้ภายในไม่กี่วัน และคนเป็นโรคตับเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงกว่า ขนาดที่ปลอดภัยอ่านที่ พาราเซตามอล ห้ามกินเกินกี่เม็ด

คนมีนิ่วหรือโรคตับ ลองล้างพิษเสี่ยงอะไร

  • ตับแข็ง: แนวทางสมาคมโรคตับฯ พ.ศ. 2568 ข้อ 8.5 แนะนำว่าผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงตับอักเสบ ตับอักเสบรุนแรง และตับวายเฉียบพลันบนตับเรื้อรัง ส่วนการอดอาหารก็ขัดกับคำแนะนำให้ผู้ป่วยตับแข็งกินโปรตีนวันละ 1.2–1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
  • นิ่วในถุงน้ำดี: การดื่มน้ำมันปริมาณมากอาจกระตุ้นอาการปวด และถ้านิ่วไปอุดท่อน้ำดีเป็นภาวะฉุกเฉิน
  • ไวรัสตับอักเสบบีหรือซี: การรักษาที่ได้ผลคือยาต้านไวรัส ห้ามหยุดยาเพื่อไปล้างพิษ
  • โรคไต โรคหัวใจ เบาหวาน: เสี่ยงเรื่องเกลือแร่ ขาดน้ำ และน้ำตาลแกว่งจากการอดอาหารหรือยาระบาย
  • อาหารเสริมหรือสมุนไพรบางตัว ทำให้ตับอักเสบได้ ตัวอย่างคือรายงานจากเครือข่าย DILIN ของสหรัฐที่พบตับอักเสบสัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน 10 ราย

ระหว่างทำสูตรล้างพิษหรือกินสมุนไพรใด ๆ ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้หยุดทันที (ยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อ) และไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือปัสสาวะสีเข้มเหมือนน้ำชา
  • ปวดท้องขวาบนรุนแรง
  • มีไข้หรือหนาวสั่น
  • หน้ามืดเป็นลม หรืออ่อนแรงมาก

สิ่งที่ช่วยตับได้จริง แทนการล้างพิษ

  1. ลดหรือเลิกเหล้า เพราะแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุโดยตรงของโรคตับ คนเป็นไขมันพอกตับควรงด และคนเป็นตับแข็งต้องงดเด็ดขาด
  2. ลดน้ำหนักอย่างน้อยร้อยละ 5–10 แบบค่อยเป็นค่อยไป ถ้ามีไขมันพอกตับหรือน้ำหนักเกิน ตามแนวทางสมาคมโรคตับฯ พ.ศ. 2569 ไม่ใช่การอดอาหารแบบดีท็อกซ์
  3. ตรวจไวรัสตับอักเสบบีและซี คนไทยที่เกิดก่อน พ.ศ. 2535 ตรวจฟรี 1 ครั้งตลอดชีวิต และไวรัสซีรักษาให้หายได้ด้วยยากิน 12 สัปดาห์
  4. ใช้ยาเท่าที่จำเป็น อ่านฉลากยาแก้ปวด และบอกแพทย์ทุกครั้งว่ากินสมุนไพรหรืออาหารเสริมอะไรอยู่
  5. ถามแพทย์เรื่องการตรวจคัดกรองไขมันพอกตับ ถ้าเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 อ้วนหรืออ้วนลงพุง หรือค่าตับสูงโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งแนวทางไทย พ.ศ. 2569 จัดเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง

ภาพรวมของการดูแลตับแบบมีหลักฐานอ่านต่อที่ ดูแลตับในชีวิตประจำวัน และเรื่องอาหารเสริมที่โฆษณาว่าบำรุงตับอ่านที่ อาหารเสริมบำรุงตับมีจริงไหม

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus)

เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-15859-5-1473 ผลิตโดย บริษัท เซน ไบโอเทค จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 เม็ด เม็ดละ 1,200 มก. ฉลากแนะนำวันละ 1 เม็ด

ตอบตรง ๆ ตามหัวข้อนี้: ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ล้างพิษตับ ไม่มีส่วนประกอบใดในเม็ดที่มีงานวิจัยในคนเรื่องการล้างพิษตับ และไม่มีงานวิจัยของตัวผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับเรื่องกลูตาไธโอนในบทความนี้ คือ

  • แอล-กลูตาไธโอน (100%) 90 มก. และแอล-กลูตาไธโอน (100%) 40.845 มก. (ฉลากพิมพ์ 2 บรรทัด) — การดูดซึมของกลูตาไธโอนชนิดกินยังเป็นข้อถกเถียง งานในคนสุขภาพดีที่พบระดับในร่างกายเพิ่มใช้วันละ 250–1,000 มก. นาน 6 เดือน และงานนำร่องในผู้ป่วยไขมันพอกตับใช้วันละ 300 มก. โดยไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ แม้นับทั้ง 2 บรรทัดก็ยังน้อยกว่า 300 มก. ราว 2.3 เท่า (คำนวณ)
  • แอล-ซิสเทอีน HCl 30 มก. — ระบุตามฉลาก ไม่มีหลักฐานว่าปริมาณนี้เพิ่มกลูตาไธโอนในตับหรือมีผลต่อตับ

ส่วนประกอบอื่นและปริมาณทั้งหมดดูได้ที่ ส่วนประกอบครบทั้ง 28 รายการ

ข้อควรระวัง

  • ฉลากระบุ ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน (มีสารสกัดจากขมิ้นชัน 50 มก. งานในอาสาสมัครสุขภาพดีพบว่าเคอร์คูมินทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว) ผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดีต้องถามแพทย์ก่อน
  • ผู้ป่วยตับแข็ง: แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568 ข้อ 8.5 ระบุว่าผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร คำแนะนำนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์นี้ด้วย ผู้ป่วยตับแข็งจึงไม่ควรรับประทาน เว้นแต่แพทย์ที่ดูแลอนุญาต
  • ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบหรือค่าตับสูง: ต้องถามแพทย์ก่อน และนำกล่องไปให้แพทย์ดูทุกครั้งที่ตรวจ
  • เครือข่าย DILIN ของสหรัฐรายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน 10 ราย หากระหว่างรับประทานมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม คลื่นไส้ หรือเบื่ออาหาร ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้ (ยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อ) และพบแพทย์ทันที
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) หรือยาต้านเกล็ดเลือด: มีส่วนประกอบ 4 ตัวที่เกี่ยวข้อง คือ ผงถั่วนัตโตะ (แหล่งวิตามินเค 2 ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณ) โคเอนไซม์ คิวเท็น ผงเก๋ากี้ และวิตามินอี ต้องบอกแพทย์ก่อนเสมอ
  • ฉลากระบุว่ามีนมและถั่วเหลือง เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน ผู้ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
  • รายละเอียดคำเตือนทั้งหมดอ่านที่ คำเตือนและข้อควรระวังของผลิตภัณฑ์

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าลีฟโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Liv Pro Plus ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า พื้นกล่องสีแดงเข้ม

Beta Liv Pro Plusเบต้าลีฟโปรพลัส

เลข อย. 13-1-15859-5-1473

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 4 กล่อง 1,790 บาท (ก.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Liv Pro Plus →

คำถามที่พบบ่อย

ล้างพิษตับ ได้ผลจริงไหม

ไม่มีหลักฐานว่าได้ผล NCCIH อ้างบทความทบทวนที่สรุปว่าไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือพอรองรับว่าดีท็อกซ์กำจัดสารพิษออกจากร่างกายได้ และตับจัดการสารแปลกปลอมเองอยู่แล้ว

ล้างพิษตับด้วยน้ำมันมะกอกมะนาว ก้อนที่ออกมาคือนิ่วไหม

ไม่มีหลักฐานว่าวิธีนี้ขับนิ่วได้ และการเห็นก้อนในอุจจาระไม่ได้ยืนยันว่านิ่วหลุดออกมา คนที่มีนิ่วอาจปวดหนักขึ้นจากการดื่มน้ำมันปริมาณมาก

สวนกาแฟล้างพิษตับอันตรายไหม

การทบทวนอย่างเป็นระบบปี 2020 พบรายงานลำไส้ใหญ่อักเสบหลังสวนกาแฟเอง และไม่พบงานใดที่แสดงว่าได้ผล ผู้วิจัยจึงไม่แนะนำ

กินกลูต้าหรือ NAC ล้างพิษตับได้ไหม

กลูตาไธโอนชนิดกินยังถกเถียงเรื่องการดูดซึม ส่วน NAC เป็นยาต้านพิษที่แพทย์ให้ในโรงพยาบาลเมื่อกินพาราเซตามอลเกินขนาด ไม่มีหลักฐานว่ากินเองแล้วล้างตับได้

อยากให้ตับดี ควรทำอะไรแทนการล้างพิษ

ลดหรือเลิกเหล้า ลดน้ำหนักอย่างน้อยร้อยละ 5–10 แบบค่อยเป็นค่อยไปถ้ามีไขมันพอกตับ ตรวจไวรัสตับอักเสบบีและซี และใช้ยา สมุนไพร อาหารเสริมเท่าที่จำเป็น

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29

อ่านต่อ

โรคไตความดันต่ำได้ไหม ไตเสื่อมแต่ความดันตก เกิดจากอะไร

โรคไตความดันต่ำได้ไหม ทำไมไตเสื่อมบางคนความดันตก ยาความดันหลายตัว ท้องเสีย การฟอกไต ทำให้หน้ามืดได้อย่างไร ความดันต่ำกระทบไตไหม และอาการไหนต้องรีบพบแพทย์

โรคไตกินวิตามินอี วิตามินเอ ได้ไหม วิตามินละลายในไขมันที่ต้องระวัง

โรคไตกินวิตามินอีได้ไหม ทำไมวิตามินเอสะสมง่ายในคนไตเสื่อม วิตามินอีกับยาต้านเกล็ดเลือด วิตามินสำหรับคนฟอกไตต่างจากวิตามินรวมอย่างไร และควรบอกแพทย์อย่างไร

กินวิตามินทุกวันเสี่ยงโรคไตไหม วิตามินซีทำลายไตจริงหรือ

วิตามินซีทำลายไตไหม คนไตปกติกินวันละเท่าไรยังปลอดภัย วิตามินตัวไหนไตต้องขับ กินหลายยี่ห้อพร้อมกันเสี่ยงอะไร ใครควรตรวจค่าไตก่อน และอาการไหนต้องพบแพทย์

ไตระยะ 2 ระยะ 3 กินวิตามินซีได้ไหม คนฟอกไตต้องระวังอะไร

ไตเสื่อมกินวิตามินซีได้ไหม แต่ละระยะต้องระวังต่างกันอย่างไร กี่มิลลิกรัมถือว่าสูง คนฟอกไตขาดวิตามินซีได้ไหม และทำไมการฉีดวิตามินซีขนาดสูงอันตรายต่อไต

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 733 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท