บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ MEMORA

GPS ติดตามผู้สูงอายุ นาฬิกา GPS เลือกอย่างไรให้ใช้ได้จริง

คำตอบสั้น: อุปกรณ์ GPS ติดตามตำแหน่งช่วยให้ครอบครัวหาผู้สูงอายุที่หลงทางได้เร็วขึ้น แต่ไม่ได้ป้องกันการเดินออกจากบ้าน และไม่ใช้แทนคนดูแล สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐ (Alzheimer's Association) ระบุว่าไม่มีระบบติดตามตำแหน่งใดแม่นยำ 100% บางเครื่องใช้ในอาคารได้ไม่ดี และการติดตามตำแหน่งไม่เหมือนกับการมีคนอยู่ด้วยตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนแนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อมของไทยจัด GPS ไว้ที่ระดับ "ไม่แนะนำและไม่คัดค้าน" เพราะหลักฐานยังไม่พอ การเลือกให้ใช้ได้จริงจึงต้องดูแบตเตอรี่ ปุ่มขอความช่วยเหลือ การแจ้งเตือนเมื่อออกนอกเขต และรูปแบบที่ผู้ป่วยยอมใส่ แล้วใช้ควบคู่กับการปรับบ้านและแผนตามหาคนหาย

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • อุปกรณ์มีหลายแบบ: แอปแชร์ตำแหน่งในมือถือ นาฬิกา GPS แผ่นใส่ในรองเท้า จี้หรือพวงกุญแจ
  • คุณสมบัติที่ควรมี: แบตเตอรี่อยู่นาน ชาร์จง่าย แจ้งเตือนเมื่อออกนอกเขต ปุ่มขอความช่วยเหลือ และดูตำแหน่งได้หลายคน
  • สิ่งที่ยากกว่าไม่ใช่การเลือกเครื่อง แต่คือทำให้ผู้ป่วยยอมใส่และไม่ถอด และชาร์จแบตเตอรี่ทุกวัน
  • คุยเรื่องความยินยอมตั้งแต่ผู้ป่วยยังตัดสินใจได้
  • ค่าใช้จ่ายไม่ได้จบที่ตัวเครื่อง อาจมีค่าซิม อินเทอร์เน็ต หรือค่าบริการรายเดือน
  • ถ้าผู้ป่วยหาย ยังต้องแจ้งความที่สถานีตำรวจทันที แม้จะเห็นตำแหน่งบนจอ

GPS ช่วยอะไรได้ และช่วยอะไรไม่ได้

สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่าเทคโนโลยี GPS และการแชร์ตำแหน่งช่วยเรื่องความปลอดภัยของผู้ที่อาจเดินออกไปหลงทางได้ และควรใช้ร่วมกับมาตรการความปลอดภัยอื่น สิ่งที่ต้องรู้ก่อนซื้อตามแหล่งเดียวกัน

  • ไม่มีระบบติดตามตำแหน่งใดแม่นยำ 100%
  • บางเครื่องทำงานในอาคารได้ไม่ดี
  • บางระบบบอกได้แค่บริเวณกว้าง ๆ ไม่ใช่จุดที่แน่นอน
  • สภาพอากาศอาจรบกวนความแม่นยำ
  • การติดตามตำแหน่งไม่เหมือนการมีคนอยู่ด้วยตลอด 24 ชั่วโมง

แปลเป็นภาษาบ้าน ๆ คือ GPS ช่วย "หา" ได้เร็วขึ้นหลังจากผู้ป่วยออกไปแล้ว แต่ไม่ได้หยุดไม่ให้ออกไป ไม่ได้บอกว่าผู้ป่วยหกล้มหรือหิวน้ำอยู่หรือเปล่า และใช้ไม่ได้เลยถ้าแบตเตอรี่หมดหรือผู้ป่วยถอดทิ้งไว้ที่บ้าน

แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม พ.ศ. 2563 ของสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ แนะนำวิธีดูแลการเดินเร่ร่อนหลายอย่าง เช่น หาสาเหตุ ออกกำลังในพื้นที่ปลอดภัย ติดกระดิ่งประตู ใส่นามบัตรในกระเป๋า สร้อยคอที่มีเบอร์ติดต่อหรือคิวอาร์โค้ด และจัดอุปกรณ์ GPS ไว้ที่น้ำหนักคำแนะนำ III ซึ่งแนวทางนิยามว่า "ไม่แนะนำและไม่คัดค้าน" เพราะหลักฐานยังไม่เพียงพอ จึงควรมองว่า GPS เป็นตัวเสริม ไม่ใช่ทางแก้หลัก วิธีหลักอ่านได้ที่ ผู้สูงอายุชอบออกจากบ้าน หลงทาง ป้องกันและเตรียมตัวอย่างไร

อุปกรณ์ติดตามมีแบบไหนบ้าง

สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่าครอบครัวอาจใช้แอปหรือบริการแชร์ตำแหน่ง ซึ่งบางแอปส่งการแจ้งเตือนเมื่อผู้ป่วยออกจากสถานที่คุ้นเคย และยังมีอุปกรณ์ GPS แบบสวมใส่ เช่น นาฬิกา แผ่นใส่ในรองเท้า และอื่น ๆ แต่ละแบบเหมาะกับคนต่างกัน

แอปแชร์ตำแหน่งในสมาร์ตโฟน

  • เหมาะกับ: ผู้สูงอายุระยะต้นที่ยังพกมือถือติดตัวเป็นนิสัย
  • ข้อจำกัด: ผู้ป่วยอาจลืมมือถือไว้บ้าน ปิดเครื่อง หรือแบตเตอรี่หมด

นาฬิกา GPS

  • เหมาะกับ: คนที่ใส่นาฬิกาเป็นประจำอยู่แล้ว
  • ข้อดี: หลายรุ่นมีปุ่มขอความช่วยเหลือและโทรได้
  • ข้อจำกัด: ผู้ป่วยบางคนรำคาญและถอดออก และต้องชาร์จบ่อย

จี้ สร้อย หรือพวงกุญแจ

  • เหมาะกับ: คนที่ใส่สร้อยพระหรือพกพวงกุญแจทุกวัน
  • ข้อจำกัด: ถ้าเป็นพวงกุญแจ อาจถูกวางทิ้งไว้ที่บ้าน

แผ่นใส่ในรองเท้า

  • เหมาะกับ: คนที่ถอดของที่ข้อมือหรือคอบ่อย
  • ข้อจำกัด: ใช้ได้เฉพาะเมื่อใส่รองเท้าคู่นั้นออกไป ในบ้านไทยที่ถอดรองเท้าหน้าบ้านและมีรองเท้าแตะหลายคู่ อาจไม่ตรงกับนิสัยจริง

คุณสมบัติที่จำเป็นต้องดูก่อนซื้อ

บทความนี้ไม่แนะนำยี่ห้อหรือรุ่น แต่สรุปคำถามที่ควรถามผู้ขายหรืออ่านจากคู่มือ

  • แบตเตอรี่อยู่ได้นานแค่ไหนเมื่อใช้งานจริง และชาร์จง่ายไหม เช่น วางบนแท่นได้เลย
  • แจ้งเตือนเมื่อออกนอกเขตที่กำหนด (เช่น ออกนอกซอยหรือนอกหมู่บ้าน) ส่งไปยังมือถือได้กี่คน
  • ปุ่มขอความช่วยเหลือ กดแล้วโทรหรือส่งข้อความหาใคร
  • โทรสองทางได้ไหม เพื่อให้ลูกโทรคุยปลอบได้ทันที
  • ความถี่ในการอัปเดตตำแหน่ง ถ้านานเกินไป ตำแหน่งที่เห็นอาจเป็นที่เมื่อนานมาแล้ว
  • กันน้ำหรือไม่ เพราะผู้สูงอายุอาจใส่อาบน้ำหรือโดนฝน
  • ใช้งานในพื้นที่บ้านเราได้ไหม ทั้งสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต
  • แอปภาษาไทย ใช้ง่าย สำหรับลูกหลานทุกคนที่ต้องช่วยดู
  • แจ้งเตือนแบตเตอรี่ใกล้หมด ไปยังผู้ดูแล

บางเครื่องโฆษณาว่ามีฟังก์ชันอื่นเพิ่ม เช่น ตรวจจับการล้ม ให้ถือเป็นตัวเสริม และถามผู้ขายให้ชัดว่าทำงานอย่างไร ถ้าพ่อแม่มีความเสี่ยงหกล้ม การป้องกันที่ต้นเหตุสำคัญกว่า อ่านเพิ่มที่ ป้องกันผู้สูงอายุหกล้ม

ทำอย่างไรให้ผู้ป่วยยอมใส่และไม่ถอด

นี่คือจุดที่หลายบ้านพลาด ซื้อมาแล้ววางอยู่ในลิ้นชัก แนวทางที่ใช้ได้จริง

  • เลือกรูปแบบที่ใกล้นิสัยเดิม เช่น พ่อที่ใส่นาฬิกามาทั้งชีวิตก็เลือกแบบนาฬิกา แม่ที่ใส่สร้อยพระทุกวันก็เลือกแบบจี้
  • ทำให้ดูเหมือนของใช้ทั่วไป ไม่ใช่ "ของคนป่วย"
  • ใส่ให้เป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรตอนเช้า เช่น หลังแปรงฟัน ใส่นาฬิกาพร้อมกัน
  • ชาร์จตอนกลางคืนที่จุดเดิมทุกวัน และให้ผู้ดูแลเป็นคนรับผิดชอบ ไม่ใช่ให้ผู้ป่วยจำเอง
  • พูดถึงในแง่ดี เช่น "นาฬิกาเรือนนี้โทรหาหนูได้ปุ่มเดียว" แทน "ใส่ไว้เผื่อหลงทาง"
  • ถ้าถอดทุกครั้ง ลองเปลี่ยนรูปแบบ แทนการบังคับหรือทะเลาะ เทคนิคการคุยอ่านที่ คุยกับผู้ป่วยสมองเสื่อมอย่างไรให้เข้าใจ

ความเป็นส่วนตัวและการขอความยินยอม

การติดตามตำแหน่งคือการรู้ว่าอีกคนอยู่ที่ไหนตลอดเวลา เป็นเรื่องที่ควรเคารพ แม้จะทำด้วยความห่วงใย

  • คุยตั้งแต่ระยะต้น ขณะที่พ่อแม่ยังเข้าใจและตัดสินใจเองได้ ถามว่ายอมให้ใช้ไหม ใช้เมื่อไร และให้ใครเห็นตำแหน่งบ้าง แนวทางเวชปฏิบัติไทยก็แนะนำให้ผู้ป่วยระยะแรกได้ตัดสินใจเรื่องสำคัญในอนาคตด้วยตัวเองไว้ล่วงหน้า
  • ให้สิทธิ์ดูตำแหน่งเฉพาะคนที่จำเป็น เช่น ผู้ดูแลหลักและพี่น้อง
  • ดูแลบัญชีและรหัสผ่านของแอปให้ปลอดภัย สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐเตือนให้ระวังการรั่วของข้อมูลส่วนตัวเมื่อใช้เทคโนโลยี และแนะนำให้ใช้รหัสผ่านที่ไม่ซ้ำและปลอดภัย
  • ระวังมิจฉาชีพ แหล่งเดียวกันเตือนว่าหน่วยงานที่ถูกต้องจะไม่ขอรหัสผ่านทางโทรศัพท์หรือข้อความ
  • ถ้ามีคำถามเรื่องข้อกฎหมายการเก็บข้อมูลตำแหน่งของบุคคลอื่น ให้ปรึกษานักกฎหมาย

GPS ไม่ใช้แทนการดูแลและการปรับบ้าน

สิ่งที่ต้องทำควบคู่เสมอ

เมื่อเห็นบนจอว่าผู้ป่วยออกนอกเขต

  1. โทรหาผู้ป่วยทันที ถ้าเครื่องโทรได้ พูดด้วยน้ำเสียงสงบ
  2. ส่งคนที่อยู่ใกล้ไปรับ ตามตำแหน่งล่าสุด
  3. ถ้าหาไม่พบ หรือตำแหน่งหาย ให้แจ้งความที่สถานีตำรวจทันที บอกว่าผู้ป่วยมีภาวะสมองเสื่อม และให้ข้อมูลตำแหน่งล่าสุดที่เห็น
  4. ถ้าพบแล้วมีอาการข้อใดข้อหนึ่ง ได้แก่ บาดเจ็บ หกล้มศีรษะกระแทก ซึมหรือสับสนมากกว่าปกติ หายใจลำบาก หรือเจ็บแน่นหน้าอก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

ค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ต้องคิด

บทความนี้ไม่ระบุราคา เพราะต่างกันมากตามรุ่นและผู้ให้บริการ แต่รายการที่ควรถามให้ครบก่อนซื้อมีดังนี้

  • ค่าซิมการ์ดและอินเทอร์เน็ตรายเดือน สำหรับเครื่องที่ต้องใส่ซิม
  • ค่าบริการแอปหรือสมาชิกรายเดือนหรือรายปี บางรายมีค่าธรรมเนียมแยก
  • ค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่หรือที่ชาร์จ เมื่อเสื่อม
  • การรับประกันและศูนย์บริการ ถ้าเครื่องเสีย ใช้เวลานานแค่ไหน
  • ถ้าเลิกใช้ ต้องแจ้งยกเลิกอย่างไร มีสัญญาผูกมัดไหม

ให้คิดค่าใช้จ่ายรวมทั้งปี ไม่ใช่แค่ราคาตัวเครื่อง และเทียบกับวิธีที่ไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือน เช่น บัตรชื่อในกระเป๋า สร้อยที่มีเบอร์ หรือกระดิ่งประตู ซึ่งแนวทางเวชปฏิบัติไทยก็แนะนำไว้

เรื่องเข้าใจผิดที่พบบ่อย

"มี GPS แล้วปล่อยอยู่บ้านคนเดียวได้" สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่าการติดตามตำแหน่งไม่เหมือนการมีคนอยู่ด้วยตลอด 24 ชั่วโมง

"เห็นตำแหน่งแล้วไม่ต้องแจ้งตำรวจ" ตำแหน่งอาจไม่แม่นหรือหายไปได้ ถ้าหาไม่พบให้แจ้งความทันที

"รุ่นราคาสูงย่อมใช้ได้ดีกว่า" เครื่องที่ใช้ได้จริงคือเครื่องที่ผู้ป่วยยอมใส่ทุกวันและผู้ดูแลชาร์จได้สม่ำเสมอ

ผู้ดูแลไม่ต้องแบกคนเดียว

การเฝ้าดูแอปตลอดเวลาทำให้ผู้ดูแลเครียดได้ ควรแบ่งกันกับพี่น้องว่าใครรับแจ้งเตือนช่วงไหน ถ้ารู้สึกหมดแรง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี 24 ชั่วโมง) ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)

เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. (เทียบเป็นตัวโคลีนราว 37 มก. ต่อวัน คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. (เทียบเป็นวิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. คำนวณ) · ส่วนอื่น ได้แก่ เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน

คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่

สำหรับครอบครัวที่กำลังหาวิธีดูแลความปลอดภัยของพ่อแม่: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยความจำ ลดการหลงทาง หรือใช้แทนการเฝ้าดูและอุปกรณ์ความปลอดภัยได้ ผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมอยู่ห้ามหยุดหรือปรับยาเอง

หลักฐานของแต่ละส่วนประกอบ เทียบปริมาณที่ใช้ในงานวิจัยกับปริมาณในแคปซูล

  • เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานในผู้มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย 30 คนใช้วันละ 3 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 12 เท่า คำนวณ) และคะแนนลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังหยุด 4 สัปดาห์ ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • สารสกัดพรมมิ 150 มก. — งานในผู้ใหญ่สุขภาพดีที่พบผลเล็กบางด้าน เช่น การจำแบบนึกเอง ใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. นาน 12 สัปดาห์ (2 เท่า คำนวณ) ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ งานทบทวนพบว่าไม่ต่างจากยาหลอก โดยหลักฐานมีความเชื่อมั่นต่ำมาก ฉลากไม่ระบุปริมาณสารบาโคไซด์ และอาจทำให้ท้องไส้ไม่สบาย
  • โคลีนราว 37 มก. ต่อวัน (คำนวณ) — ราว 7–9% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (คำนวณ) งานทดลองให้โคลีนเสริมขนาดสูงกว่านี้มาก ไม่พบผลต่อความจำ
  • สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 3,069 คน ใช้วันละ 240 มก. (4.8 เท่า คำนวณ) ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อมและไม่ชะลอความจำถดถอย งานทบทวน Cochrane สรุปว่าหลักฐานไม่สอดคล้องและเชื่อถือไม่ได้ ใบแปะก๊วยเป็นที่มาของคำเตือนเรื่องเลือดแข็งตัวช้า
  • วิตามินบี 6 (จากไพริดอกซิน HCl 2 มก.) ราว 1.65 มก. (คำนวณ) — ใกล้เคียงปริมาณที่ผู้สูงอายุควรได้รับต่อวัน งาน VITACOG ใช้บี 6 วันละ 20 มก. ร่วมกับโฟลิกและบี 12 ซึ่งแคปซูลนี้ไม่มี และงานรวมราว 22,000 คนพบว่าวิตามินบีไม่ช่วยการทำงานด้านความคิด

ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกัน ชะลอ หรือรักษาภาวะสมองเสื่อม

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม (โดเนพีซิล ริวาสติกมีน กาแลนตามีน เมมานทีน): ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง ยังไม่มีงานในคนเรื่องการใช้ร่วมกับพรมมิ ต้องแจ้งแพทย์ก่อน
  • ผู้เป็นลมชักหรือใช้ยากันชัก: ใบแปะก๊วยมีรายงานการชัก ต้องปรึกษาแพทย์
  • ผู้ป่วยพาร์กินสันที่ใช้ยาเลโวโดปา ผู้เป็นโรคไทรอยด์ หรือใช้ยาหลายชนิด: แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
  • ผู้แพ้เห็ดหรือมีประวัติแพ้อาหารและสมุนไพร: เห็ดหัวลิงมีรายงานการแพ้รุนแรง
  • ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือบีรวมอยู่แล้ว: ให้นับวิตามินบี 6 จากทุกแหล่งรวมกัน
  • ผู้ป่วยที่ลืมว่ากินอะไรไปแล้ว: ให้ผู้ดูแลเป็นคนจัดยาและอาหารเสริมทุกชนิด และนำรายการทั้งหมดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู

ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการหลงลืมหรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ สับสนหรือพฤติกรรมเปลี่ยนขึ้นมาทันที ซึมลงปลุกยาก หมดสติแม้ชั่วครู่ แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เดินเซทรงตัวไม่ได้ ชัก เจ็บแน่นหน้าอก หรือหกล้มศีรษะกระแทกแล้วมีอาการผิดปกติ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · หากมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ (ฟรี 24 ชั่วโมง)

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร MEMORA (เม็มโมร่า) ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

MEMORAเม็มโมร่า

เลข อย. 13-1-01566-5-0069

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →

คำถามที่พบบ่อย

GPS ติดตามผู้สูงอายุมีแบบไหนบ้าง

มีแอปแชร์ตำแหน่งในสมาร์ตโฟน นาฬิกา GPS จี้หรือพวงกุญแจ และแผ่นใส่ในรองเท้า สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่าบางแอปแจ้งเตือนเมื่อผู้ป่วยออกจากสถานที่คุ้นเคย ควรเลือกแบบที่ใกล้นิสัยเดิมของผู้สูงอายุ

นาฬิกา GPS สำหรับผู้สูงอายุควรมีคุณสมบัติอะไร

แบตเตอรี่อยู่ได้นานและชาร์จง่าย แจ้งเตือนเมื่อออกนอกเขต ปุ่มขอความช่วยเหลือ โทรสองทางได้ อัปเดตตำแหน่งถี่พอ แจ้งเตือนแบตใกล้หมด ใช้สัญญาณในพื้นที่บ้านได้ และแอปใช้ง่ายสำหรับลูกหลาน

มี GPS แล้วปล่อยผู้ป่วยสมองเสื่อมอยู่บ้านคนเดียวได้ไหม

ไม่ควร สมาคมอัลไซเมอร์สหรัฐระบุว่าไม่มีระบบติดตามใดแม่นยำ 100% บางเครื่องใช้ในอาคารได้ไม่ดี และการติดตามตำแหน่งไม่เหมือนการมีคนอยู่ด้วย แนวทางเวชปฏิบัติไทยจัด GPS ไว้ที่ระดับไม่แนะนำและไม่คัดค้าน

ผู้ป่วยไม่ยอมใส่นาฬิกา GPS ทำอย่างไร

เลือกรูปแบบที่ใกล้นิสัยเดิม เช่น จี้สำหรับคนที่ใส่สร้อยพระ ทำให้ดูเหมือนของใช้ทั่วไป ใส่เป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรตอนเช้า พูดถึงในแง่ดี และถ้าถอดทุกครั้งให้เปลี่ยนรูปแบบแทนการบังคับ

นอกจากค่าเครื่อง GPS มีค่าใช้จ่ายอะไรอีก

อาจมีค่าซิมและอินเทอร์เน็ตรายเดือน ค่าบริการแอปหรือสมาชิก ค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่ และเงื่อนไขสัญญา ควรคิดค่าใช้จ่ายรวมทั้งปีและถามผู้ขายให้ครบก่อนซื้อ

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-19

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท