เกี่ยวกับ Beta Liv Pro Plus
กลูต้าไธโอนกับตับ ค่าตับสูงกินกลูต้าได้ไหม ช่วยตับจริงหรือ
คำตอบสั้น: กลูตาไธโอน (glutathione) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ ร่างกายสร้างเองได้ และพบเข้มข้นที่สุดในตับ มีบทบาทในการกำจัดสารแปลกปลอม แต่หลักฐานว่า “กินกลูต้าแล้วช่วยตับ” ในคนยังมีน้อย งานในผู้ป่วยไขมันพอกตับมีเพียงงานนำร่องขนาดเล็กจากญี่ปุ่น ใช้ 300 มก. ต่อวัน และ ไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ ยังไม่มีแนวทางเวชปฏิบัติที่เราตรวจแนะนำ คนค่าตับสูงจึงควรถามแพทย์ก่อนกิน และไม่ควรใช้แทนการหาสาเหตุ
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- กลูตาไธโอนประกอบด้วยกรดอะมิโน 3 ตัว คือ กรดกลูตามิก ซิสเทอีน และไกลซีน
- งานทบทวนทางชีวเคมีระบุว่าพบในทุกเนื้อเยื่อ เข้มข้นสูงสุดในตับ และสำคัญต่อการจัดการสารแปลกปลอม
- งานนำร่องในผู้ป่วยไขมันพอกตับ 34 คน กิน 300 มก. ต่อวันนาน 4 เดือน พบ ALT ลดลง แต่ไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ
- การดูดซึมของกลูตาไธโอนชนิดกินยังเป็นข้อถกเถียง
- คำว่า “กลูต้าล้างตับ” ไม่มีหลักฐานรองรับในแหล่งที่เราตรวจ
กลูตาไธโอนทำหน้าที่อะไรในตับ
งานทบทวนเรื่องการสร้างกลูตาไธโอนในวารสาร Biochimica et Biophysica Acta (Lu, 2013) ระบุว่า
- กลูตาไธโอนพบในเนื้อเยื่อของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด ความเข้มข้นสูงที่สุดอยู่ในตับ
- เป็น สารต้านอนุมูลอิสระหลักที่ร่างกายสร้างเอง ช่วยป้องกันเซลล์จากภาวะเครียดออกซิเดชัน (oxidative stress คือภาวะที่อนุมูลอิสระมากเกินจนทำร้ายเซลล์)
- มีบทบาทสำคัญใน การกำจัดสารแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย เช่น ยาและสารเคมีบางชนิด
- ความผิดปกติของการสร้างกลูตาไธโอนเกี่ยวข้องกับโรคหลายอย่าง รวมถึงพังผืดในตับและโรคตับจากแอลกอฮอล์
ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดคือ พิษจากพาราเซตามอลเกินขนาด เอกสารของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลระบุว่ามีรายงานการใช้กลูตาไธโอนในทางการแพทย์บางกรณี รวมถึงภาวะเป็นพิษจากพาราเซตามอล ส่วนในชีวิตประจำวัน ผู้ป่วยโรคตับต้องถามแพทย์เรื่องขนาดพาราเซตามอลเสมอ
ร่างกายสร้างกลูตาไธโอนเองจากอะไร
จากกรดอะมิโน 3 ตัว งานของ Lu (2013) อธิบายว่าร่างกายสร้างกลูตาไธโอน 2 ขั้น ขั้นแรกเชื่อม กรดกลูตามิกกับซิสเทอีน ขั้นที่สองเติม ไกลซีน และปัจจัยสำคัญที่กำหนดว่าสร้างได้มากแค่ไหนคือ ปริมาณซิสเทอีนที่มี กับการทำงานของเอนไซม์ตัวแรก
ซิสเทอีนเป็นกรดอะมิโนที่มีกำมะถัน ร่างกายได้กรดอะมิโนจากโปรตีนในอาหาร การกินโปรตีนให้พอจึงเป็นพื้นฐาน รายละเอียดเรื่องซิสเทอีนอ่านต่อที่ แอล-ซิสเทอีนคืออะไร และเกี่ยวกับกลูตาไธโอนอย่างไร
มีข้อน่ารู้อีกข้อ คือ ค่า GGT ที่อยู่ในผลตรวจตับ เป็นเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ย่อยกลูตาไธโอนนอกเซลล์ เพื่อนำกรดอะมิโนกลับไปใช้สร้างใหม่ (Lu, 2013) และงานของ Witschi (1992) ระบุว่าเอนไซม์ตัวนี้ในลำไส้และตับย่อยกลูตาไธโอนที่กินเข้าไป
งานวิจัยกลูตาไธโอนชนิดกินในผู้ป่วยไขมันพอกตับ
มีแค่งานนำร่องขนาดเล็ก ที่เราตรวจได้มี 2 งาน ทั้งคู่จากญี่ปุ่น
- Honda และคณะ (2017): ผู้ป่วยไขมันพอกตับ 34 คน (ทำครบ 29 คน) ปรับอาหารและออกกำลังกาย 3 เดือนก่อน แล้วกินกลูตาไธโอน 300 มก. ต่อวัน อีก 4 เดือน พบค่า ALT ไตรกลีเซอไรด์ และเฟอร์ริตินลดลง แต่เป็นการศึกษากลุ่มเดียว ไม่มีกลุ่มยาหลอก ผลจึงอาจปนกับการปรับพฤติกรรม ผู้วิจัยเองระบุว่าต้องมีการทดลองขนาดใหญ่ยืนยัน
- Irie และคณะ (2016): ผู้ป่วย 15 คน กิน 300 มก. ต่อวันนาน 3 เดือน พบ ALT ลดในกลุ่มที่มีตับอักเสบจากไขมัน ไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบเช่นกัน
สรุปคือ ยังไม่มีงานทดลองแบบสุ่มเทียบยาหลอกในผู้ป่วยไขมันพอกตับ ที่เราพบ และแนวทางไขมันพอกตับของไทย พ.ศ. 2569 ไม่ได้กล่าวถึงกลูตาไธโอน ยาที่แนวทางให้แพทย์พิจารณาเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง (อ่าน ไขมันพอกตับ มียารักษาไหม)
ค่าตับสูง กินกลูต้าได้ไหม
ควรถามแพทย์ก่อน และไม่ควรเริ่มในช่วงที่ยังหาสาเหตุไม่เจอ เหตุผลคือ
- ค่าตับสูงมีหลายสาเหตุ ถ้าเริ่มกินของใหม่ตอนนี้ แพทย์จะแยกได้ยากขึ้นว่าค่าที่เปลี่ยนมาจากอะไร
- ถ้าผลิตภัณฑ์ผสมสารสกัดสมุนไพร ต้องรู้ว่า NIDDK ระบุว่าสมุนไพรบางชนิดทำลายตับได้
- ผู้ป่วยตับแข็ง แนวทางของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568 ระบุว่าไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร
คำถามที่ควรถามแพทย์
- ค่าตับของฉันสูงจากอะไร ต้องตรวจอะไรเพิ่ม
- ผลิตภัณฑ์ที่ฉันกินอยู่ (นำกล่องไปด้วย) มีตัวไหนควรพักไว้ก่อน
- ถ้าอยากกินกลูต้า ต้องรอให้ผลตรวจซ้ำออกก่อนไหม
ภาพรวมเรื่องอาหารเสริมกับค่าตับอ่านที่ ค่าตับสูง กินอาหารเสริมและสมุนไพรได้ไหม
ความเชื่อ: กลูต้าล้างตับ
ไม่มีหลักฐานรองรับในแหล่งที่เราตรวจ การที่ร่างกายใช้กลูตาไธโอนในกระบวนการกำจัดสารแปลกปลอม ไม่ได้แปลว่าการกินกลูต้าเพิ่มจะ “ล้าง” ตับ เพราะ
- งานในคนเรื่องการดูดซึมยังขัดกัน งานปี 1992 พบว่ากินครั้งเดียวราว 3 กรัมไม่เพิ่มระดับในเลือด ส่วนงานปี 2015 พบว่ากินทุกวัน 6 เดือนเพิ่มระดับได้ (รายละเอียดอ่านที่ กลูต้าไธโอน ดูดซึมได้ไหม)
- งานที่มีอยู่วัดค่าเลือด ไม่ได้วัดว่าตับ “สะอาดขึ้น”
- ตับกำจัดสารต่าง ๆ ได้เองอยู่แล้วตลอดเวลา สิ่งที่ช่วยตับได้จริงตามแนวทางคือหยุดเหล้า คุมน้ำหนัก และใช้ยาอย่างระวัง
กลูต้าเพื่อผิวขาวกับเพื่อตับ ต่างกันไหม
เป็นสารตัวเดียวกัน ต่างกันที่ขนาด รูปแบบ และคำโฆษณา สิ่งที่ควรรู้คือ
- เอกสารของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลระบุว่าการใช้กลูตาไธโอนเพื่อรักษาฝ้าและทำให้ผิวขาว ยังไม่มีข้อมูลยืนยันทางวิทยาศาสตร์การแพทย์
- กลูต้าแบบฉีดมีรายงานความเสี่ยงร้ายแรง เช่น แพ้รุนแรง ช็อก ความดันต่ำ และอาจอันตรายถึงชีวิต (อ่าน กลูต้าแบบฉีดต่างจากแบบกินอย่างไร)
ถ้ามีโรคตับอยู่ ไม่ว่าจะซื้อกลูต้าเพื่อผิวหรือเพื่อตับ ก็ควรให้แพทย์ดูฉลากก่อนเหมือนกัน
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus)
เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-15859-5-1473 ผลิตโดย บริษัท เซน ไบโอเทค จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 เม็ด เม็ดละ 1,200 มก. ฉลากแนะนำวันละ 1 เม็ด ส่วนที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้มีดังนี้
- แอล-กลูตาไธโอน (100%) 90 มก. และ แอล-กลูตาไธโอน (100%) 40.845 มก. — ฉลากพิมพ์กลูตาไธโอนไว้ 2 บรรทัด (อ่านเหตุผลที่ควรรู้ได้ที่ กลูตาไธโอนคืออะไร และทำไมบางฉลากเขียนไว้ 2 บรรทัด) กลูตาไธโอนเป็นสารที่มีงานวิจัยนำร่องขนาดเล็กในผู้ป่วยไขมันพอกตับ ซึ่งใช้ 300 มก. ต่อวันและไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ ปริมาณในเม็ดแม้นับรวมทั้ง 2 บรรทัดก็ยังน้อยกว่าขนาดในงานนั้นราว 2.3 เท่า (ค่าคำนวณ) และการดูดซึมของกลูตาไธโอนชนิดกินยังเป็นข้อถกเถียง
- แอล-ซิสเทอีน HCl 30 มก. — ซิสเทอีนเป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายใช้สร้างกลูตาไธโอน เราไม่ได้อ้างสรรพคุณต่อตับของปริมาณนี้
ไม่มีหลักฐานว่าเม็ดนี้ทำให้ค่าตับ ไขมันในตับ หรือระดับกลูตาไธโอนในร่างกายเปลี่ยนแปลง ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง
ข้อควรระวังที่ต้องอ่านก่อนตัดสินใจ
- ผู้มีค่าตับสูง ไวรัสตับอักเสบ หรือโรคตับอื่น: ให้นำกล่องไปให้แพทย์ดูก่อนทุกครั้ง ส่วนประกอบมีสารสกัดจากขมิ้นชัน 50 มก. ซึ่งเครือข่ายเฝ้าระวังของสหรัฐ (DILIN) รายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน 10 ราย
- ผู้ป่วยตับแข็ง: แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568 ระบุว่าผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร คำแนะนำนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์นี้ด้วย ผู้ป่วยตับแข็งจึงไม่ควรรับประทาน เว้นแต่แพทย์ที่ดูแลอนุญาต
- ท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากระบุ ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) หรือยาต้านเกล็ดเลือด: มีส่วนประกอบ 4 ตัวที่เกี่ยวข้อง คือ ผงถั่วนัตโตะ (แหล่งวิตามินเค 2 ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณ) โคเอนไซม์ คิวเท็น ผงเก๋ากี้ และวิตามินอี ต้องบอกแพทย์ก่อนเสมอ
- ฉลากระบุว่ามีนมและถั่วเหลือง เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน ผู้ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
- หากมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม คลื่นไส้ หรือเบื่ออาหาร ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้และพบแพทย์ทันที (ยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อจนกว่าแพทย์จะบอก)
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าลีฟโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 4 กล่อง 1,790 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Liv Pro Plus →คำถามที่พบบ่อย
กลูต้าไธโอนช่วยเรื่องอะไร
กลูตาไธโอนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายสร้างเอง พบมากที่สุดในตับ และสำคัญต่อการจัดการสารแปลกปลอม แต่ประโยชน์ของการกินเสริมในคนยังมีหลักฐานจำกัด
ค่าตับสูงกินกลูต้าได้ไหม
ควรถามแพทย์ก่อน และไม่ควรเริ่มช่วงที่ยังหาสาเหตุไม่เจอ เพราะทำให้แยกสาเหตุได้ยากขึ้น ผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรกินอาหารเสริมตามแนวทางไทย
กลูต้าไธโอนช่วยไขมันพอกตับไหม
มีเพียงงานนำร่องขนาดเล็กจากญี่ปุ่นที่ใช้ 300 มก. ต่อวันและไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ ยังไม่มีแนวทางเวชปฏิบัติที่ตรวจแล้วแนะนำ
กลูต้าล้างตับได้จริงไหม
ไม่มีหลักฐานรองรับในแหล่งที่ตรวจ ตับกำจัดสารต่าง ๆ ได้เองอยู่แล้ว สิ่งที่มีหลักฐานคือหยุดเหล้า คุมน้ำหนัก และใช้ยาอย่างระวัง
ร่างกายสร้างกลูต้าไธโอนจากอะไร
จากกรดอะมิโน 3 ตัว คือ กรดกลูตามิก ซิสเทอีน และไกลซีน โดยปริมาณซิสเทอีนเป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งได้จากโปรตีนในอาหาร
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Glutathione synthesis (Lu 2013)Biochimica et Biophysica Acta / PubMed Central
- Efficacy of glutathione for the treatment of nonalcoholic fatty liver disease: an open-label, single-arm, multicenter, pilot study (Honda 2017)BMC Gastroenterology / PubMed
- Randomized controlled trial of oral glutathione supplementation on body stores of glutathione (Richie 2015)European Journal of Nutrition / PubMed
- The systemic availability of oral glutathione (Witschi 1992)European Journal of Clinical Pharmacology / PubMed
- กลูตาไธโอน ตอนที่ 2: ยาฉีด ยากิน และยาทาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29
อ่านต่อ
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ไตเสื่อมแต่ความดันตก เกิดจากอะไร
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ทำไมไตเสื่อมบางคนความดันตก ยาความดันหลายตัว ท้องเสีย การฟอกไต ทำให้หน้ามืดได้อย่างไร ความดันต่ำกระทบไตไหม และอาการไหนต้องรีบพบแพทย์
โรคไตกินวิตามินอี วิตามินเอ ได้ไหม วิตามินละลายในไขมันที่ต้องระวัง
โรคไตกินวิตามินอีได้ไหม ทำไมวิตามินเอสะสมง่ายในคนไตเสื่อม วิตามินอีกับยาต้านเกล็ดเลือด วิตามินสำหรับคนฟอกไตต่างจากวิตามินรวมอย่างไร และควรบอกแพทย์อย่างไร
กินวิตามินทุกวันเสี่ยงโรคไตไหม วิตามินซีทำลายไตจริงหรือ
วิตามินซีทำลายไตไหม คนไตปกติกินวันละเท่าไรยังปลอดภัย วิตามินตัวไหนไตต้องขับ กินหลายยี่ห้อพร้อมกันเสี่ยงอะไร ใครควรตรวจค่าไตก่อน และอาการไหนต้องพบแพทย์
ไตระยะ 2 ระยะ 3 กินวิตามินซีได้ไหม คนฟอกไตต้องระวังอะไร
ไตเสื่อมกินวิตามินซีได้ไหม แต่ละระยะต้องระวังต่างกันอย่างไร กี่มิลลิกรัมถือว่าสูง คนฟอกไตขาดวิตามินซีได้ไหม และทำไมการฉีดวิตามินซีขนาดสูงอันตรายต่อไต
