บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ ความรู้โภชนาการทางการแพทย์

ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงเพราะอะไร และดูแลอย่างไรตามหลักฐาน

ภาพประกอบบทความ ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงเพราะอะไร และดูแลอย่างไรตามหลักฐาน

คำว่า "เสริมภูมิคุ้มกัน" ถูกใช้ในโฆษณามากจนความหมายเลือนไป บทความนี้อธิบายว่าระบบภูมิคุ้มกันทำงานอย่างไร อะไรทำให้อ่อนแอลงจริง และอะไรที่มีหลักฐานว่าช่วยได้

ระบบภูมิคุ้มกันไม่ใช่ปุ่มที่เร่งได้

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือคิดว่าภูมิคุ้มกันเป็นเหมือนมาตรวัดที่ยิ่งสูงยิ่งดี

ความจริงคือมันเป็นระบบที่ต้อง สมดุล ไม่ใช่ยิ่งแรงยิ่งดี เพราะระบบที่ทำงานมากเกินไปคือที่มาของภูมิแพ้และโรคภูมิต้านตนเอง

ระบบนี้แบ่งกว้าง ๆ เป็น 2 ส่วนที่ทำงานร่วมกัน

  • ภูมิคุ้มกันโดยกำเนิด ตอบสนองเร็วและไม่จำเพาะ เช่น ผิวหนัง เยื่อบุ และเซลล์เม็ดเลือดขาวบางชนิด
  • ภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะ ตอบสนองช้ากว่าแต่จดจำสิ่งแปลกปลอมได้ เป็นหลักการเบื้องหลังของวัคซีน

อะไรที่ทำให้ระบบนี้ทำงานได้แย่ลงจริง

มีหลักฐานสนับสนุนชัดเจน

  1. การนอนไม่พอเรื้อรัง เป็นปัจจัยที่ชัดที่สุดข้อหนึ่ง
  2. ความเครียดเรื้อรัง ต่างจากความเครียดระยะสั้น
  3. ภาวะขาดสารอาหาร โดยเฉพาะโปรตีนและจุลสารบางชนิด
  4. อายุที่มากขึ้น ระบบตอบสนองช้าลงตามธรรมชาติ
  5. การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์มาก
  6. โรคประจำตัวที่ควบคุมไม่ดี เช่น เบาหวาน
  7. ยาบางกลุ่ม เช่น สเตียรอยด์ขนาดสูงต่อเนื่อง และยากดภูมิ

สิ่งที่มีหลักฐานว่าช่วยได้

1. นอนให้พอ

ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ต้องการ 7–9 ชั่วโมง และคุณภาพการนอนสำคัญไม่แพ้จำนวนชั่วโมง

2. กินโปรตีนให้พอ

โปรตีนเป็นวัตถุดิบของแอนติบอดีและเซลล์ภูมิคุ้มกัน ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่มักได้รับไม่พอ

3. กินผักผลไม้หลากหลาย

เพื่อให้ได้จุลสารครบ แทนการเน้นสารตัวใดตัวหนึ่ง

4. ขยับร่างกายสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายระดับปานกลางเป็นประจำสัมพันธ์กับการติดเชื้อทางเดินหายใจที่น้อยลง ขณะที่การออกกำลังกายหนักมากเกินไปโดยพักไม่พออาจให้ผลตรงข้าม

5. ฉีดวัคซีนตามคำแนะนำ

เป็นวิธีที่ตรงที่สุดในการสร้างภูมิคุ้มกันจำเพาะ และเป็นสิ่งที่ผู้สูงอายุมักละเลย

6. รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน

ล้างมือให้ถูกวิธี ซึ่งยังเป็นวิธีที่คุ้มค่าที่สุดในการลดการติดเชื้อ

7. คุมโรคประจำตัวให้อยู่ในเป้า

สิ่งที่ควรระวังเมื่อเห็นโฆษณา

  • คำว่า "เสริมภูมิคุ้มกัน" ไม่ใช่คำที่วัดผลได้ชัดเจน
  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา และไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
  • การได้รับวิตามินหรือแร่ธาตุเกินความจำเป็น ไม่ได้ทำให้ภูมิคุ้มกันดีขึ้น และบางชนิดมีอันตรายเมื่อได้รับมากเกิน
  • ถ้ามีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องจริง ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์

เมื่อไรควรพบแพทย์

  • ติดเชื้อบ่อยผิดปกติหรือหายช้ากว่าที่ควร
  • มีไข้เรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ
  • แผลหายช้าผิดปกติ
  • ต่อมน้ำเหลืองโตต่อเนื่อง

อาการเหล่านี้ควรได้รับการตรวจหาสาเหตุ ไม่ใช่การซื้อผลิตภัณฑ์มาใช้เอง

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: แล็บฟาร์ม (Lab Farm)

แล็บฟาร์ม (Lab Farm) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ตรา แล็บ ฟาร์ม) เลข อย. 73-1-02663-5-0191 เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้อ่านเรื่องภูมิคุ้มกันมักถามถึง ฉลากระบุต่อ 1 แคปซูลมียีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 200 มก. แกมมา โอไรซานอล 100% 50 มก. เควอซิทิน 100% 50 มก. สารสกัดจากโสมเกาหลี 50 มก. วิตามินดี 3 (1,000,000 IU/g) 0.2 มก. และวิตามินบีหลายชนิด ฉลากให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้ใช้แทนสิ่งที่บทความนี้บอกว่ามีหลักฐาน เช่น การนอน การกินอาหารให้ครบ และการฉีดวัคซีนตามแพทย์แนะนำ

ฉลากเตือนว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน และผู้ที่รับประทานยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกันหรือกำลังรับการรักษามะเร็ง ให้นำกล่องไปให้แพทย์ผู้รักษาดูก่อน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อประกอบความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยและไม่ใช่คำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ค่าอ้างอิงของห้องปฏิบัติการแต่ละแห่งอาจต่างกันเล็กน้อย ให้ยึดค่าอ้างอิงที่พิมพ์อยู่ในใบผลตรวจของคุณเป็นหลัก

และให้แพทย์เป็นผู้แปลผลร่วมกับประวัติสุขภาพของคุณเสมอ

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาอยู่ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Lab Farm รุ่นปัจจุบันของแบรนด์ Hopeful ระบุ Immuneo Plus™ และขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มิลลิกรัม

Lab Farmแล็บฟาร์ม

เลข อย. 73-1-02663-5-0191

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 890 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 2,490 · 8 กล่อง 4,590 · 15 กล่อง 7,890 · 25 กล่อง 12,990 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Lab Farm →

คำถามที่พบบ่อย

ภูมิคุ้มกันยิ่งสูงยิ่งดีใช่ไหม

ไม่ใช่ ระบบภูมิคุ้มกันต้องสมดุล ไม่ใช่ยิ่งแรงยิ่งดี เพราะระบบที่ทำงานมากเกินไปคือที่มาของภูมิแพ้และโรคภูมิต้านตนเอง

อะไรทำให้ภูมิคุ้มกันแย่ลงมากที่สุด

ปัจจัยที่มีหลักฐานชัดเจนได้แก่ การนอนไม่พอเรื้อรัง ความเครียดเรื้อรัง ภาวะขาดสารอาหารโดยเฉพาะโปรตีน การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์มาก และโรคประจำตัวที่ควบคุมไม่ดี

กินวิตามินเยอะ ๆ ช่วยเรื่องภูมิคุ้มกันไหม

การได้รับวิตามินหรือแร่ธาตุเกินความจำเป็นไม่ได้ทำให้ภูมิคุ้มกันดีขึ้น และบางชนิดมีอันตรายเมื่อได้รับมากเกิน สิ่งที่มีหลักฐานมากกว่าคือการนอนให้พอ กินโปรตีนให้พอ และกินผักผลไม้หลากหลาย

อาการแบบไหนที่ควรไปตรวจ

ติดเชื้อบ่อยผิดปกติหรือหายช้ากว่าที่ควร มีไข้เรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ แผลหายช้า หรือต่อมน้ำเหลืองโตต่อเนื่อง ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล หากมีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-08-13

อ่านต่อ

เป็นเบาหวานกินข้าวอะไรได้บ้าง และเรื่องข้าวที่มักเข้าใจผิด

คนเป็นเบาหวานถามบ่อยว่ากินข้าวอะไรได้ หน้านี้อธิบายหลักการนับคาร์โบไฮเดรต ความเข้าใจผิดเรื่องข้าวบางชนิด และใครเป็นคนกำหนดปริมาณ

เบาหวานลงไตคืออะไร ตรวจเจอได้อย่างไรก่อนสาย

เบาหวานลงไตเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยและมักไม่มีอาการในระยะแรก หน้านี้อธิบายว่าตรวจอะไร ทำไมต้องตรวจปัสสาวะ และสิ่งที่ต้องติดตาม

ภาวะก่อนเบาหวานคืออะไร และช่วงนี้สำคัญอย่างไร

ภาวะก่อนเบาหวานคือช่วงที่ค่าน้ำตาลสูงกว่าปกติแต่ยังไม่ถึงเกณฑ์เบาหวาน หน้านี้อธิบายความหมาย สิ่งที่ทำได้ และสิ่งที่ต้องคุยกับแพทย์

ค่าน้ำตาลเท่าไรถึงเรียกว่าเบาหวาน อ่านตัวเลขในใบผลเลือด

ใบผลเลือดมีทั้งค่าน้ำตาลตอนอดอาหารและค่าน้ำตาลสะสม หน้านี้อธิบายว่าแต่ละค่าบอกอะไร และทำไมค่าเดียวยังไม่พอสำหรับการวินิจฉัย

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 88 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท