เกี่ยวกับ Lab Farm
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A กับ B ต่างกันอย่างไร อาการกี่วันหาย
คำตอบสั้น: ไข้หวัดใหญ่ชนิด A และ B เป็นไวรัสอินฟลูเอนซาคนละชนิด ที่ระบาดตามฤดูกาลในคนทั้งคู่ ชนิด A แบ่งเป็นสายพันธุ์ย่อย เช่น H1N1 และ H3N2 และเป็นชนิดเดียวที่เคยทำให้เกิดการระบาดใหญ่ทั่วโลก ส่วนชนิด B แบ่งเป็นสายวงศ์ Victoria และ Yamagata ในทางอาการ แหล่งข้อมูลทางการแพทย์ไม่ได้แยกอาการตามชนิด ทั้งสองทำให้ไข้ขึ้นทันที ไอ ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย ไข้มักลงใน 3–4 วัน แต่ไอและอ่อนเพลียอาจอยู่หลายสัปดาห์ วัคซีนประจำปีมีทั้งสายพันธุ์ A และ B
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- A กับ B ต่างกันที่ตัวไวรัส ชนิด A แบ่งสายพันธุ์ย่อยตามโปรตีนที่ผิวไวรัส ชนิด B แบ่งเป็นสายวงศ์
- แยกชนิดด้วยอาการไม่ได้ ต้องใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
- ความเสี่ยงอาการหนักขึ้นกับตัวผู้ป่วยเป็นหลัก เช่น อายุ 65 ปีขึ้นไป โรคหัวใจ ปอด ไต เบาหวาน
- แพร่เชื้อได้ตั้งแต่ราว 1 วันก่อนมีอาการ ไปจนถึง 5–7 วันในผู้ใหญ่ที่แข็งแรง
- กลับไปทำงานได้เมื่อไม่มีไข้อย่างน้อย 24 ชั่วโมงโดยไม่ใช้ยาลดไข้ และอาการดีขึ้นต่อเนื่องอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
- ฉีดวัคซีนปีละครั้ง เพราะไวรัสเปลี่ยนไปทุกปีและภูมิจากวัคซีนลดลงตามเวลา
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A กับ B ต่างกันที่ตัวไวรัสอย่างไร
องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าไวรัสไข้หวัดใหญ่มี 4 ชนิด คือ A B C และ D ชนิดที่ทำให้เกิดการระบาดตามฤดูกาลในคนคือ A และ B
- ชนิด A: แบ่งเป็นสายพันธุ์ย่อยตามโปรตีนบนผิวไวรัส ที่ระบาดในคนตอนนี้คือ A(H1N1) และ A(H3N2) โดย H1N1 ชุดปัจจุบันคือตัวที่ทำให้เกิดการระบาดใหญ่ในปี 2009 WHO ระบุว่ามีแต่ชนิด A ที่เคยทำให้เกิดการระบาดใหญ่ทั่วโลก
- ชนิด B: ไม่แบ่งเป็นสายพันธุ์ย่อย แต่แบ่งเป็นสายวงศ์ B/Victoria และ B/Yamagata
- ชนิด C: พบน้อย มักอาการเบา
- ชนิด D: พบในวัวเป็นหลัก ยังไม่พบว่าทำให้คนป่วย
ข่าวที่พูดถึง "ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A" จึงอาจหมายถึง H1N1 หรือ H3N2 ก็ได้
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A อาการ กับสายพันธุ์ B อาการ ต่างกันไหม
WHO และ MedlinePlus อธิบายอาการไข้หวัดใหญ่เป็นชุดเดียวกัน ไม่ได้แยกตามชนิด A หรือ B อาการที่พบบ่อยคือ
- ไข้ขึ้นทันที บางคนหนาวสั่น
- ไอ มักเป็นไอแห้ง และอาจรุนแรง
- ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อและข้อ
- รู้สึกไม่สบายตัวมาก อ่อนเพลีย
- เจ็บคอ น้ำมูกไหล คัดจมูก
- คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย พบในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่
บางคนเป็นไข้หวัดใหญ่โดยไม่มีไข้ ผู้ใหญ่มักมีไข้ต่ำกว่าเด็ก (MedlinePlus)
สิ่งที่บอกว่าใครเสี่ยงอาการหนักคือตัวผู้ป่วย WHO ระบุกลุ่มเสี่ยงได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ ปอด ไต เบาหวาน โรคตับ โรคเลือด และผู้ที่ภูมิคุ้มกันถูกกด เช่น ได้รับเคมีบำบัดหรือสเตียรอยด์ ไข้หวัดใหญ่ยังทำให้โรคเรื้อรังเดิมแย่ลงได้ ผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวานควรอ่าน เบาหวานในผู้สูงอายุ ประกอบ
ถ้าสงสัยว่าเป็นไข้หวัดใหญ่หรือหวัดธรรมดา ดูวิธีสังเกตได้ที่ ไข้หวัดใหญ่กับไข้หวัดธรรมดาต่างกันอย่างไร
ไข้หวัดใหญ่กี่วันหาย และแพร่เชื้อได้นานกี่วัน
- ระยะฟักตัว: WHO ระบุว่าประมาณ 2 วัน (1–4 วัน)
- ไข้: MedlinePlus ระบุว่ามักลงใน 3–4 วัน แต่อาจนานถึง 8 วัน
- อาการอื่น: ดีขึ้นใน 7–14 วัน ไอและอ่อนเพลียอาจอยู่ได้หลายสัปดาห์ บางครั้งไข้กลับมาอีก
- การแพร่เชื้อ: ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่แพร่เชื้อในช่วง 3–4 วันแรก ผู้ใหญ่ที่แข็งแรงอาจเริ่มแพร่เชื้อก่อนมีอาการ 1 วัน และแพร่ได้ถึง 5–7 วัน เด็กและผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำอาจแพร่เชื้อนานกว่า 7 วัน
ระยะเวลาเหล่านี้เป็นข้อมูลของไข้หวัดใหญ่โดยรวม ไม่ได้แยกตาม A หรือ B
ไข้หวัดใหญ่เป็นซ้ำได้ไหม ติดอีกสายพันธุ์ในปีเดียวกันได้หรือเปล่า
เป็นซ้ำได้ โรงพยาบาลรามาธิบดีอธิบายว่าไวรัสไข้หวัดใหญ่มีหลายสายพันธุ์และเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สายพันธุ์ที่ระบาดแต่ละปีจึงต่างกัน และย้ำว่าแม้คนที่เคยเป็นไข้หวัดใหญ่มาก่อนก็มีโอกาสป่วยหนักได้
A และ B เป็นไวรัสคนละชนิด แหล่งที่เราตรวจไม่ได้ให้ตัวเลขว่าคนที่เพิ่งหายจากชนิดหนึ่งจะติดอีกชนิดในปีเดียวกันบ่อยแค่ไหน แต่ข้อเท็จจริงนี้เป็นเหตุผลที่วัคซีนแต่ละปีใส่ทั้งสายพันธุ์ A และ B ไว้ด้วยกัน
ถ้ารู้สึกว่าป่วยติดเชื้อบ่อยผิดปกติ อ่านต่อที่ เป็นหวัดบ่อยเกิดจากอะไร และ ภูมิคุ้มกันอ่อนแอเกิดจากอะไร
ตรวจแยกสายพันธุ์ได้อย่างไร จำเป็นแค่ไหน
WHO ระบุว่าการยืนยันไข้หวัดใหญ่ทำได้โดยตรวจตัวอย่างจากทางเดินหายใจ ด้วยการตรวจหาแอนติเจน การเพาะเชื้อ หรือการตรวจสารพันธุกรรมด้วยวิธี RT-PCR การตรวจแบบเร็วที่ใช้ในคลินิกมีความไวต่ำกว่า RT-PCR MedlinePlus ระบุว่าการตรวจแบบเร็วรู้ผลใน 15–20 นาที แต่แม่นยำน้อยกว่าการตรวจที่ใช้เวลาเป็นชั่วโมง
สำหรับผู้ป่วยทั่วไป สิ่งที่กำหนดการดูแลคืออาการและความเสี่ยงของตัวเอง คำแนะนำเรื่องการพักผ่อน การดื่มน้ำ และการใช้ยาต้านไวรัสใน MedlinePlus และ WHO ไม่ได้แยกตามชนิด A หรือ B แพทย์จะเป็นผู้ตัดสินว่าควรตรวจแบบไหน
MedlinePlus ระบุว่ายาต้านไวรัสได้ผลดีกว่าเมื่อเริ่มภายใน 2 วันหลังมีอาการ และช่วยให้อาการสั้นลงราว 1 วัน ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจึงควรติดต่อแพทย์ตั้งแต่เริ่มป่วย ไม่ควรซื้อยาต้านไวรัสกินเอง
อาการที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที: ถ้ามีอาการ ข้อใดข้อหนึ่ง ได้แก่ หายใจลำบากหรือหอบเหนื่อย · เจ็บหรือแน่นหน้าอก · สับสน ซึม ปลุกตื่นยาก · ริมฝีปากหรือเล็บเขียวคล้ำ · ชัก · อาเจียนรุนแรงจนดื่มน้ำไม่ได้หรือปัสสาวะน้อยมาก · อาการดีขึ้นแล้วกลับมามีไข้หรือไอมากขึ้น · ไข้สูงในผู้สูงอายุหรือผู้มีโรคประจำตัว ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ดูรายละเอียดที่ อาการไข้หวัดใหญ่แบบไหนต้องรีบไปหาหมอ
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ครอบคลุมทั้ง A และ B ไหม
ครอบคลุมทั้งสองชนิด ศูนย์ศรีพัฒน์อธิบายว่าวัคซีนชนิด 3 สายพันธุ์มีไข้หวัดใหญ่ A 2 สายพันธุ์และ B 1 สายพันธุ์ ส่วนชนิด 4 สายพันธุ์มี A 2 สายพันธุ์และ B 2 สายพันธุ์ ภูมิคุ้มกันมักขึ้นใน 2–4 สัปดาห์หลังฉีด
WHO ระบุว่าส่วนประกอบของวัคซีนปรับทุกปีให้ตรงกับไวรัสที่ระบาด และภูมิจากวัคซีนลดลงตามเวลา จึงแนะนำให้ฉีดทุกปี สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย (คำแนะนำ พ.ศ. 2566) แนะนำฉีดปีละ 1 ครั้ง ช่วงที่เหมาะคือก่อนการระบาดในฤดูฝน และแนะนำให้ผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไปฉีด ส่วนโครงการฉีดฟรีของกระทรวงสาธารณสุขครอบคลุม 65 ปีขึ้นไปและกลุ่มเสี่ยง เงื่อนไขประกาศใหม่ทุกปี ให้สอบถามสถานพยาบาลใกล้บ้าน รายละเอียดสำหรับผู้สูงอายุอยู่ที่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ผู้สูงอายุ
เป็นไข้หวัดใหญ่ ควรหยุดงานหรือหยุดเรียนกี่วัน
MedlinePlus ให้หลักไว้ว่า กลับไปทำกิจวัตรตามปกติได้เมื่อครบทั้งสองข้อ
- รู้สึกดีขึ้นและอาการดีขึ้นต่อเนื่องอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
- ไม่มีไข้อย่างน้อย 24 ชั่วโมง โดยไม่ได้ใช้ยาลดไข้
แม้จะดีขึ้นแล้วก็อาจยังแพร่เชื้อได้อีกหลายวัน MedlinePlus จึงแนะนำให้ระวังต่ออีก 5 วัน คือ ใส่หน้ากากเมื่ออยู่ใกล้คนอื่น ล้างมือบ่อย หลีกเลี่ยงที่แออัด และเปิดให้อากาศถ่ายเท ถ้าไข้กลับมาอีก ให้กลับไปพักที่บ้านใหม่ ช่วงป่วยไม่ควรใช้แก้ว ช้อน หรือผ้าเช็ดตัวร่วมกับคนในบ้าน
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: แล็บฟาร์ม (Lab Farm)
แล็บฟาร์ม (Lab Farm) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ตรา แล็บ ฟาร์ม) เลข อย. 73-1-02663-5-0191 ผลิตโดย บริษัท ออกานิกส์ อินโนเวชั่นส์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มก. ฉลากแนะนำวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% (Immuneo Plus™) 200 มก. · แกมมา โอไรซานอล 50 มก. · สารสกัดซีบัคธอร์น 50 มก. · เควอซิทิน 50 มก. · สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. · ผงมากิเบอร์รี่ 30 มก. · ผงมะตูม 30 มก. · สารสกัดขิง 20 มก. · สารสกัดพริกไทยดำ 20 มก. · สารสกัดใบแปะก๊วย 20 มก. · นิโคตินาไมด์ (วิตามินบี 3) 15 มก. · ไบโอติน 1% 7.9 มก. · แคลเซียม ดี-แพนโททิเนต 2 มก. · วิตามินบี 1 1.5 มก. · วิตามินบี 2 1.5 มก. · วิตามินบี 6 1 มก. · วิตามินบี 12 0.1% 1 มก. · วิตามินดี 3 (1,000,000 IU/g) 0.2 มก. · กรดโฟลิก 0.1 มก.
ส่วนประกอบที่คนมักถามเมื่ออ่านหัวข้อนี้ และหลักฐานที่มี
- ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 200 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 160 มก. ต่อวัน (คำนวณ) — งานทดลองแบบสุ่มปกปิดสองทางในผู้ใหญ่ 299 คนที่เป็นหวัดบ่อย (Dharsono 2019) ใช้ยีสต์เบต้ากลูแคนวันละ 900 มก. นาน 16 สัปดาห์ ไม่ลดจำนวนครั้งที่เป็นหวัดและความรุนแรงโดยรวม ส่วนการวิเคราะห์รวม 13 งาน (Zhong 2021) ให้ผลบวกแต่ผู้วิจัยระบุว่างานน้อยและผลต่างกันมาก หลักฐานจึงยังปนกัน ทั้งสองงานวัดเรื่องหวัดและการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน ไม่ได้แยกไข้หวัดใหญ่ชนิด A หรือ B
- วิตามินดี 3 (1,000,000 IU/g) 0.2 มก. คิดเป็นราว 200 IU หรือ 5 ไมโครกรัม (คำนวณ) — การวิเคราะห์รวมปี 2025 จาก 40 งาน 61,589 คน (Jolliffe 2025) พบว่าวิตามินดีเสริมไม่ลดความเสี่ยงการติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลันอย่างมีนัยสำคัญ
- สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. — NCCIH ระบุว่างานเบื้องต้นจำนวนน้อยมากชี้ว่าโสมเอเชียอาจลดความเสี่ยงการเป็นไข้หวัดใหญ่ แต่ไม่ลดความรุนแรงหรือระยะเวลาของอาการ และงานส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก งานในคนมักใช้สารสกัดวันละ 800 มก. ถึง 2 กรัม มากกว่าในแคปซูล 16–40 เท่า (ชนิดสารสกัดต่างกัน เทียบตรงไม่ได้ทั้งหมด)
ต้องบอกตรง ๆ ว่า NCCIH ระบุว่ายังไม่มีแนวทางเสริมใดแสดงว่าป้องกันไข้หวัดใหญ่หรือบรรเทาอาการได้ และวัคซีนเป็นวิธีป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่แนะนำ ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดโอกาสติดไข้หวัดใหญ่ชนิดใด หรือทำให้ป่วยสั้นลง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช้แทนวัคซีนหรือยาต้านไวรัส
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ใช้ยาประจำ: ส่วนประกอบบางชนิด เช่น โสม ใบแปะก๊วย ขิง และพริกไทยดำ อาจเสริมฤทธิ์หรือเปลี่ยนระดับยาบางชนิด ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง และผู้ที่จะผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการรักษาหรือวัคซีน
- ผู้ที่กำลังรับเคมีบำบัด ฉายแสง ยามุ่งเป้า ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ หรือผู้ใช้ยากดภูมิ: ต้องให้แพทย์ผู้รักษาอนุญาตก่อนกินอาหารเสริมทุกชนิด รวมถึงผลิตภัณฑ์นี้
- นอนไม่หลับ: NCCIH ระบุว่าเป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยของโสม
- ก่อนเจาะเลือด: แจ้งเจ้าหน้าที่ว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีไบโอติน (ราว 79 ไมโครกรัมต่อแคปซูล คำนวณ)
- คำเตือนบนฉลาก: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความแล็บฟาร์มทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 890 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 2,490 · 8 กล่อง 4,590 · 15 กล่อง 7,890 · 25 กล่อง 12,990 บาท (ต.ค. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Lab Farm →คำถามที่พบบ่อย
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A กับ B ต่างกันยังไง
เป็นไวรัสอินฟลูเอนซาคนละชนิด WHO ระบุว่าชนิด A แบ่งเป็นสายพันธุ์ย่อย เช่น H1N1 และ H3N2 และเป็นชนิดเดียวที่เคยทำให้เกิดการระบาดใหญ่ทั่วโลก ส่วนชนิด B แบ่งเป็นสายวงศ์ Victoria และ Yamagata ทั้งสองชนิดทำให้เกิดการระบาดตามฤดูกาล และแยกกันด้วยอาการไม่ได้
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A กี่วันหาย
MedlinePlus ระบุว่าไข้หวัดใหญ่โดยรวม ไข้มักลงใน 3–4 วัน แต่อาจนานถึง 8 วัน อาการอื่นดีขึ้นใน 7–14 วัน ไอและอ่อนเพลียอาจอยู่หลายสัปดาห์ ข้อมูลนี้ไม่ได้แยกตามชนิด A หรือ B
ไข้หวัดใหญ่ติดต่อได้นานกี่วัน
ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่าผู้ใหญ่ที่แข็งแรงอาจแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ 1 วันก่อนมีอาการจนถึง 5–7 วัน เด็กและผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำอาจแพร่เชื้อนานกว่า 7 วัน
ไข้หวัดใหญ่เป็นซ้ำได้ไหม
เป็นซ้ำได้ เพราะไวรัสมีหลายสายพันธุ์และเปลี่ยนแปลงตลอด ภูมิจากวัคซีนก็ลดลงตามเวลา จึงแนะนำให้ฉีดวัคซีนทุกปี วัคซีนแต่ละปีมีทั้งสายพันธุ์ A และ B
เป็นไข้หวัดใหญ่ต้องหยุดงานกี่วัน
MedlinePlus แนะนำให้กลับไปทำกิจวัตรปกติได้เมื่อไม่มีไข้อย่างน้อย 24 ชั่วโมงโดยไม่ใช้ยาลดไข้ และอาการดีขึ้นต่อเนื่องอย่างน้อย 24 ชั่วโมง จากนั้นระวังต่ออีก 5 วัน เช่น ใส่หน้ากาก ล้างมือบ่อย หลีกเลี่ยงที่แออัด
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Influenza (seasonal)World Health Organization
- FluMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- โรคไข้หวัดใหญ่ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- 10 ข้อควรรู้เกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่ และการป้องกันเพื่อความปลอดภัย และสุขภาพที่ดีของทุกคนในครอบครัวโรงพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-14
อ่านต่อ
มะตูมสรรพคุณ น้ำมะตูมแก้อะไร ข้อควรระวังที่ควรรู้
มะตูมสรรพคุณในตำรายาไทยใช้ส่วนไหน งานวิจัยสมัยใหม่อยู่ระดับไหน มะตูมดิบกับสุกต่างกันอย่างไร น้ำมะตูมกับน้ำตาล คนเป็นเบาหวานดื่มได้ไหม และข้อควรระวัง
ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล
ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร ผงเกลือแร่ ORS ต่างจากเครื่องดื่มเกลือแร่อย่างไร ยาหยุดถ่ายใช้ได้เมื่อไร โยเกิร์ตช่วยไหม อาการไหนต้องไปโรงพยาบาล
หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายเร็ว ไข่ อาหารทะเล กินได้ไหม
หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายดี โปรตีน วิตามินซี สังกะสีจำเป็นแค่ไหน ไข่ ไก่ อาหารทะเลทำให้แผลเป็นนูนจริงไหม เบาหวานกับแผลหายช้า และสัญญาณแผลติดเชื้อ
อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่ กี่วันถึงหาย กลับไปออกกำลังได้เมื่อไร
อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่หรือโควิดนานแค่ไหน ทำไมไม่ควรรีบออกกำลัง อาการใจสั่น เหนื่อยหอบที่ต้องระวัง วิธีเพิ่มกิจกรรมทีละขั้น และเมื่อไรต้องตรวจเพิ่ม
