เกี่ยวกับ Beta Liv Pro Plus
ไขมันพอกตับ ห้ามกินผลไม้อะไร ทุเรียน มะม่วงสุก ลำไย กินได้แค่ไหน
คำตอบสั้น: คนไขมันพอกตับ ไม่มีผลไม้ที่ห้ามเด็ดขาด แต่ต้องคุมปริมาณ เพราะน้ำตาลจากผลไม้ที่กินเกินจะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันในตับได้ ผลไม้หวานจัดอย่างทุเรียนให้น้ำตาลมากในปริมาณน้อย เช่น ทุเรียน 1 เม็ดเล็กนับเป็นผลไม้ 1 ส่วน เท่ากับฝรั่ง 1 ผลเล็ก ควรกินผลไม้สดทั้งชิ้นแทนน้ำผลไม้ ไม่กินผลไม้แทนมื้ออาหาร และเลี่ยงผลไม้เชื่อมหรือตากแห้ง
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เตือนว่าการกินผลไม้มากเกินไปทำให้น้ำตาลจากผลไม้สะสมเป็นไขมันในตับ และไม่ควรกินผลไม้แทนมื้ออาหาร
- ผลไม้ 1 ส่วน ให้คาร์โบไฮเดรต 15 กรัม พลังงาน 60 กิโลแคลอรี เช่น ทุเรียน 1 เม็ดเล็ก มะม่วงสุก ½ ผลกลาง ลิ้นจี่ 6 ผล ฝรั่ง 1 ผลเล็ก
- กรมอนามัยแนะนำทุเรียนไม่เกินวันละ 2 เม็ด ไม่กินทุกวัน และ 4–6 เม็ดให้พลังงาน 520–780 กิโลแคลอรี เท่าอาหาร 2 มื้อ
- WHO จัดน้ำตาลในน้ำผลไม้ (แม้ไม่เติมน้ำตาล) เป็นน้ำตาลอิสระที่ควรจำกัด
- ไม่มีผลไม้ชนิดใดที่ลดไขมันพอกตับได้เอง สิ่งที่แนวทางไทยเน้นคือการลดน้ำหนักร้อยละ 5–10
ทำไมผลไม้หวานจัดและน้ำผลไม้ทำให้ไขมันในตับเพิ่มได้
เพราะผลไม้มีน้ำตาล รวมถึงฟรุกโตส และตับเปลี่ยนน้ำตาลส่วนเกินเป็นไขมันได้ แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับคั่งไขมันฯ ของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2569 ระบุว่าการบริโภคฟรุกโตสมีผลเสียต่อโรค และแนะนำให้ลดฟรุกโตสกับเครื่องดื่มหวาน
เอกสารของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล (รศ.นพ.พูลชัย จรัสเจริญวิทยา) ระบุชัดว่า ไม่ควรลดน้ำหนักด้วยการงดอาหารหรือกินผลไม้แทนมื้อ เพราะการกินผลไม้มากเกินไปทำให้น้ำตาลจากผลไม้สะสมเป็นไขมันในเนื้อตับ และทำให้ผู้ป่วยเบาหวานคุมน้ำตาลได้ไม่ดี
ผลไม้จึงไม่ใช่ศัตรู แนวทางไทยยังให้ผักและผลไม้เป็นสัดส่วนใหญ่ของจาน ปัญหาอยู่ที่ "ปริมาณ" และ "รูปแบบ" ที่กิน
กินผลไม้ทั้งลูก กับดื่มน้ำผลไม้ ต่างกันอย่างไร
องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าน้ำผลไม้ดื่มได้ แต่ น้ำผลไม้ส่วนใหญ่ แม้ไม่เติมน้ำตาล ก็มีน้ำตาลอิสระ (free sugars) ปริมาณมาก ซึ่งควรจำกัด WHO นับน้ำตาลในน้ำผลไม้และน้ำผลไม้เข้มข้นเป็นน้ำตาลอิสระเช่นเดียวกับน้ำตาลที่เติมลงในอาหาร และแนะนำให้น้ำตาลอิสระไม่เกินร้อยละ 10 ของพลังงานทั้งวัน (ราว 12 ช้อนชาสำหรับคนที่กินวันละ 2,000 กิโลแคลอรี)
ส่วนผลไม้สดทั้งชิ้น WHO จัดเป็นตัวเลือกที่ดี บทความของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทยอธิบายว่าผลไม้สดส่วนใหญ่มีดัชนีน้ำตาลต่ำกว่าเพราะมีใยอาหาร ทำให้ดูดซึมช้าและอิ่มนาน
ในชีวิตจริง น้ำส้มคั้น น้ำผลไม้กล่อง และสมูทตี้ จึงควรนับเป็นเครื่องดื่มหวาน ไม่ใช่ผลไม้
ทุเรียน มะม่วงสุก ลำไย ลิ้นจี่ กินได้ครั้งละเท่าไร
คู่มือรายการอาหารแลกเปลี่ยนของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กำหนดว่า ผลไม้ 1 ส่วน ให้คาร์โบไฮเดรต 15 กรัม พลังงาน 60 กิโลแคลอรี และยกตัวอย่างปริมาณ 1 ส่วนไว้ดังนี้
- ทุเรียน 1 เม็ดเล็ก
- มะม่วงสุก ½ ผลกลาง
- ลิ้นจี่ 6 ผล
- ขนุน 2 ยวงขนาดกลาง
- กล้วยหอม ½ ผล · กล้วยน้ำว้า 1 ผล
- มังคุด 4 ผล · เงาะ 4 ผล · ลองกอง 6 ผล
ลำไยไม่อยู่ในตัวอย่างของเอกสารนี้ ถ้ากินลำไยเป็นประจำ ให้ถามนักกำหนดอาหารของโรงพยาบาลว่ากี่ผลนับเป็น 1 ส่วน แทนการเดาเอง
ทุเรียนกินได้ไหม
กรมอนามัยระบุว่า ทุเรียนไม่ใช่ผลไม้ต้องห้าม แต่ไม่ควรกินเกินวันละ 2 เม็ด ไม่กินถี่ทุกวัน และลดข้าว แป้ง ของหวานในมื้อที่กินทุเรียน เพราะทุเรียน 4–6 เม็ดให้พลังงาน 520–780 กิโลแคลอรี เท่ากับข้าวมันไก่ 2 จาน หรืออาหาร 2 มื้อ กรมอนามัยยังระบุว่าผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต โรคหัวใจ ความดันสูง ควรกินน้อยกว่าคนทั่วไปและไม่บ่อย
จำง่าย ๆ ทุเรียน 1 เม็ดเล็กนับเป็นผลไม้ 1 ส่วน (คาร์โบไฮเดรต 15 กรัม) เท่ากับฝรั่ง 1 ผลเล็ก หรือชมพู่ 3 ผลกลาง
ระวังขนาดเม็ด: ตัวเลขของกรมอนามัยคิดเป็นราว 130 กิโลแคลอรีต่อเม็ด (คำนวณจาก 520–780 กิโลแคลอรี ÷ 4–6 เม็ด) ซึ่งราว 2 เท่าของทุเรียน 1 ส่วนในตารางศิริราช (60 กิโลแคลอรี) เพราะขนาดเม็ดต่างกัน ทุเรียน 2 เม็ดขนาดนั้นจึงเท่ากับผลไม้ราว 4 ส่วน ไม่ใช่ 2 ส่วน
ผลไม้แบบไหนเหมาะกับคนไขมันพอกตับ
ตารางของศิริราชทำให้เห็นว่า ผลไม้บางชนิดได้ปริมาณมากกว่าที่คาร์โบไฮเดรตเท่ากัน 15 กรัม เช่น ชมพู่ 3 ผลกลาง ฝรั่ง 1 ผลเล็ก มะละกอสุก 8 ชิ้นคำ แตงโม 9 ชิ้นคำ ส้มโอ 2 กลีบใหญ่ เทียบกับทุเรียนที่ได้เพียง 1 เม็ดเล็ก ผลไม้กลุ่มแรกจึงกินได้อิ่มกว่าโดยได้คาร์โบไฮเดรตเท่ากัน
หลักปฏิบัติที่ใช้ได้กับทุกคน
- นับเป็นส่วน ใช้ 1 ส่วนตามตารางข้างต้นเป็นหน่วยนับ แล้วให้แพทย์หรือนักกำหนดอาหารบอกว่าวันละกี่ส่วนเหมาะกับน้ำหนักและน้ำตาลของคุณ
- กินเป็นของว่างหรือหลังอาหาร ไม่กินแทนมื้อ
- ไม่จิ้มพริกเกลือน้ำตาล หรือราดน้ำปลาหวาน
- หลากหลายชนิด แทนการกินชนิดเดียวปริมาณมาก
ผลไม้อบแห้ง ผลไม้เชื่อม ผลไม้ดอง กินได้ไหม
บทความของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทยจัด ผลไม้เชื่อมและผลไม้ตากแห้ง ไว้ในกลุ่มอาหารดัชนีน้ำตาลสูง เช่นเดียวกับน้ำหวานและขนมหวาน จึงควรนับเป็นขนมหวานมากกว่าผลไม้ ผลไม้แช่อิ่มก็เป็นผลไม้ที่ผ่านน้ำเชื่อมเช่นกัน ส่วนผลไม้ดองเค็มเพิ่มเกลือ ผู้ที่มีความดันสูงร่วมด้วยควรระวัง (อ่านเรื่องเกลือแฝงได้ในบทความ ไขมันพอกตับห้ามกินอะไร)
ความเชื่อ: มีผลไม้ที่ลดไขมันพอกตับได้จริงไหม
ยังไม่มีแนวทางเวชปฏิบัติที่เปิดตรวจในงานนี้แนะนำผลไม้ชนิดใดเพื่อลดไขมันในตับ สิ่งที่แนวทางไทย พ.ศ. 2569 ระบุว่ามีหลักฐานคือการลดน้ำหนักอย่างน้อยร้อยละ 5–10 ของน้ำหนักตั้งต้น ร่วมกับอาหารสุขภาพแบบสมดุลและการออกกำลังกาย คำแนะนำแบบ "กินผลไม้ X ทุกเช้าแล้วไขมันในตับหาย" จึงไม่มีหลักฐานรองรับ และถ้ากินเพิ่มจากอาหารปกติ อาจได้พลังงานเกินโดยไม่รู้ตัว
คนที่มีไตรกลีเซอไรด์สูงร่วมด้วยต้องระวังผลไม้หวานมากขึ้นอีก อ่านต่อที่ ไตรกลีเซอไรด์สูงห้ามกินอะไร และเรื่องผลไม้กับไขมันในเลือดที่ ไขมันในเลือดสูงกินผลไม้อะไรได้บ้าง ส่วนความรู้พื้นฐานเรื่องโรคอ่านที่ ไขมันพอกตับคืออะไร
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus)
เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-15859-5-1473 บรรจุ 10 เม็ด เม็ดละ 1,200 มก. วันละ 1 เม็ด ผลิตโดย บริษัท เซน ไบโอเทค จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด ฉลากระบุส่วนประกอบที่เป็นผงผลไม้และพืช ได้แก่
- ผงลูกพลับ ผงเก๋ากี้ ผงส้ม ผงถั่วเขียว อย่างละ 28.630 มก. — รวมกับผงบัควีต 20.720 มก. แล้วราว 135 มก. (ค่าคำนวณจากฉลาก) น้อยกว่าผลไม้ 1 คำ จึงนับแทนผลไม้ 1 ส่วนไม่ได้ และไม่มีหลักฐานเรื่องสรรพคุณต่อตับในปริมาณนี้
ข้อที่ต้องรู้เรื่อง ผงเก๋ากี้: มีรายงานผู้ป่วยหญิงอายุ 71 ปีที่ใช้ยาวาร์ฟาริน ดื่มน้ำเก๋ากี้ 4 วันแล้วค่า INR (ค่าการแข็งตัวของเลือด) สูงมากจนมีเลือดออก และรายงานผู้ป่วยชายที่ดื่มเหล้าดองเก๋ากี้แล้วมีเลือดออก ผู้เขียนรายงานระบุว่าขนาดใหญ่ (มากกว่า 6–12 กรัม) เพิ่มฤทธิ์วาร์ฟารินได้ ในเม็ดมีเก๋ากี้ 28.630 มก. ซึ่งน้อยกว่ามาก แต่เม็ดเดียวกันยังมีผงถั่วนัตโตะ 100 มก. (ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณวิตามินเค 2) โคเอนไซม์ คิวเท็น และวิตามินอี ซึ่งเกี่ยวข้องกับยาต้านการแข็งตัวของเลือดเช่นกัน ผู้ที่ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านเกล็ดเลือดต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ อ่านต่อที่ นัตโตะกับยาละลายลิ่มเลือด
ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และไม่มีหลักฐานว่าเม็ดนี้ทำให้ไขมันในตับหรือค่าตับเปลี่ยน
ข้อควรระวังอื่นจากฉลาก: ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน (มีสารสกัดจากขมิ้นชัน 50 มก.) เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน มีนมและถั่วเหลือง ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร หากมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม คลื่นไส้ หรือเบื่ออาหาร ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้และพบแพทย์ทันที (ยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อจนกว่าแพทย์จะบอก)
แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568 ข้อ 8.5 ระบุว่าผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร คำแนะนำนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์นี้ด้วย ผู้ป่วยตับแข็งจึงไม่ควรรับประทาน เว้นแต่แพทย์ที่ดูแลอนุญาต ส่วนผู้ที่มีไวรัสตับอักเสบหรือค่าตับสูง ให้นำกล่องไปปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าลีฟโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 4 กล่อง 1,790 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Liv Pro Plus →คำถามที่พบบ่อย
ไขมันพอกตับห้ามกินผลไม้อะไร
ไม่มีผลไม้ที่ห้ามเด็ดขาด แต่ควรคุมปริมาณผลไม้หวานจัด เลี่ยงน้ำผลไม้ ผลไม้เชื่อมและตากแห้ง และไม่กินผลไม้แทนมื้ออาหาร เพราะน้ำตาลส่วนเกินถูกเปลี่ยนเป็นไขมันในตับได้
ไขมันพอกตับกินทุเรียนได้ไหม
กินได้เล็กน้อย กรมอนามัยแนะนำไม่เกินวันละ 2 เม็ด ไม่กินทุกวัน และลดข้าวแป้งในมื้อนั้น ตามตารางของศิริราช ทุเรียน 1 เม็ดเล็กนับเป็นผลไม้ 1 ส่วน
มะม่วงสุก 1 ส่วนกินได้เท่าไร
คู่มืออาหารแลกเปลี่ยนของศิริราชกำหนดมะม่วงสุก ½ ผลกลางเป็นผลไม้ 1 ส่วน ให้คาร์โบไฮเดรต 15 กรัม พลังงาน 60 กิโลแคลอรี
ดื่มน้ำผลไม้แทนกินผลไม้ได้ไหม
ไม่ควร WHO ระบุว่าน้ำผลไม้ส่วนใหญ่ แม้ไม่เติมน้ำตาล ก็มีน้ำตาลอิสระปริมาณมากซึ่งควรจำกัด ผลไม้สดทั้งชิ้นเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า
มีผลไม้ที่ลดไขมันพอกตับได้ไหม
ยังไม่มีแนวทางเวชปฏิบัติแนะนำผลไม้ชนิดใดเพื่อลดไขมันในตับ สิ่งที่มีหลักฐานคือการลดน้ำหนักอย่างน้อยร้อยละ 5–10 ร่วมกับอาหารสมดุลและการออกกำลังกาย
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- รายการอาหารแลกเปลี่ยน และการแลกเปลี่ยนอาหารต่างหมวดสาขาวิชาโภชนาการ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
- โรคตับคั่งไขมันคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
- กรมอนามัย ชี้ กินทุเรียนไม่ยั้ง 4-6 เม็ด ทำร่างกายรับพลังงานสูงเทียบกินอาหาร 2 มื้อกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (พ.ค. 2563)
- Healthy diet (fact sheet)องค์การอนามัยโลก (WHO)
- โภชนาการกับไขมันพอกตับ (Nutrition and fatty liver disease)สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29
อ่านต่อ
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ไตเสื่อมแต่ความดันตก เกิดจากอะไร
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ทำไมไตเสื่อมบางคนความดันตก ยาความดันหลายตัว ท้องเสีย การฟอกไต ทำให้หน้ามืดได้อย่างไร ความดันต่ำกระทบไตไหม และอาการไหนต้องรีบพบแพทย์
โรคไตกินวิตามินอี วิตามินเอ ได้ไหม วิตามินละลายในไขมันที่ต้องระวัง
โรคไตกินวิตามินอีได้ไหม ทำไมวิตามินเอสะสมง่ายในคนไตเสื่อม วิตามินอีกับยาต้านเกล็ดเลือด วิตามินสำหรับคนฟอกไตต่างจากวิตามินรวมอย่างไร และควรบอกแพทย์อย่างไร
กินวิตามินทุกวันเสี่ยงโรคไตไหม วิตามินซีทำลายไตจริงหรือ
วิตามินซีทำลายไตไหม คนไตปกติกินวันละเท่าไรยังปลอดภัย วิตามินตัวไหนไตต้องขับ กินหลายยี่ห้อพร้อมกันเสี่ยงอะไร ใครควรตรวจค่าไตก่อน และอาการไหนต้องพบแพทย์
ไตระยะ 2 ระยะ 3 กินวิตามินซีได้ไหม คนฟอกไตต้องระวังอะไร
ไตเสื่อมกินวิตามินซีได้ไหม แต่ละระยะต้องระวังต่างกันอย่างไร กี่มิลลิกรัมถือว่าสูง คนฟอกไตขาดวิตามินซีได้ไหม และทำไมการฉีดวิตามินซีขนาดสูงอันตรายต่อไต
