เกี่ยวกับ Beta Oil
อาหารเสริมลดความดันมีจริงไหม ตัวไหนมีงานวิจัย ตัวไหนต้องระวัง
คำตอบสั้น: มีงานวิจัยในคนว่าสารบางชนิด เช่น กระเทียม น้ำมันปลา ชาเขียว กระเจี๊ยบแดง แอล-อาร์จินีน และวิตามินซี อาจลดความดันได้เล็กน้อย แต่ศูนย์การแพทย์ผสมผสานแห่งชาติสหรัฐฯ (NCCIH) สรุปว่าหลักฐานยังจำกัด ผลมีขนาดเล็ก และ ไม่มีอาหารเสริมใดที่ได้ผลเทียบเท่ายาลดความดัน แนวทางของสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2567 ไม่แนะนำโพแทสเซียมหรือแมกนีเซียมเม็ดเพื่อหวังลดความดัน และให้เลี่ยงสมุนไพรที่ทำให้ความดันสูงขึ้น
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- NCCIH ระบุว่าโกโก้ กระเทียม น้ำมันปลา เมล็ดแฟลกซ์ ชาเขียวหรือชาดำ โพรไบโอติก และกระเจี๊ยบแดง อาจช่วยลดความดันได้ แต่หลักฐานจำกัดและผลเล็ก
- แอล-อาร์จินีนในงานวิจัยใช้วันละ 4–24 กรัม ลดความดันตัวบนเฉลี่ยราว 5 มม.ปรอท ขนาดที่เริ่มเห็นผลคือราว 4 กรัมต่อวัน
- วิตามินซีในงานรวมผลใช้ค่ากลางวันละ 500 มก. ลดตัวบนราว 4 มม.ปรอท แต่งานย่อยเล็กและผลไม่สม่ำเสมอ
- แนวทางไทยไม่แนะนำโพแทสเซียมหรือแมกนีเซียมเสริมเพื่อลดความดัน และโพแทสเซียมเสริมอันตรายในคนโรคไตหรือใช้ยาบางกลุ่ม
- ห้ามใช้อาหารเสริมแทนยาความดัน และต้องบอกแพทย์ทุกตัวที่กิน
อาหารเสริมลดความดันตัวไหนมีงานวิจัยในคน
NCCIH รวบรวมสารที่มีงานวิจัยในคนที่เป็นความดันสูงไว้ ดังนี้
- กระเทียม งานรวม 9 การทดลองแบบปกปิดสองทาง 482 คน (2015) พบหลักฐานบางส่วนว่าสารเตรียมจากกระเทียมอาจลดความดันในคนความดันสูง แต่หลักฐานยังไม่แข็งแรง
- น้ำมันปลา (โอเมกา-3) งานรวม 70 การทดลอง (2014) พบว่า EPA และ DHA ลดความดันทั้งตัวบนและตัวล่างเมื่อเทียบกับยาหลอก ผลชัดที่สุดในคนความดันสูงที่ยังไม่ได้รักษา และในขนาดวันละ 2 กรัมขึ้นไป
- ชาเขียว งานรวม 24 การทดลอง 1,697 คน (2020) พบความดันลดลงในการทดลองระยะสั้น มีรายงานปัญหาตับซึ่งพบน้อย โดยเฉพาะชนิดสารสกัดเม็ด
- โกโก้ เมล็ดแฟลกซ์ โพรไบโอติก และกระเจี๊ยบแดง (roselle) อยู่ในรายการที่อาจช่วยได้ แต่หลักฐานจำกัดเช่นกัน
จากงานรวมผลการทดลองในคนที่แผ่นหลักฐานของเราตรวจไว้
- แอล-อาร์จินีน งานรวม 11 การทดลอง 387 คน ใช้วันละ 4–24 กรัม ความดันตัวบนลดเฉลี่ย 5.4 มม.ปรอท อีกงานพบว่าขนาดที่เห็นผลเริ่มที่ราว 4 กรัมต่อวัน และไม่พบผลที่มีนัยสำคัญเมื่อกินมากกว่า 9 กรัมต่อวันหรือในคนอ้วน อ่านต่อที่ แอลอาร์จินีนอันตรายไหม ช่วยความดันจริงหรือ
- วิตามินซี งานรวม 29 การทดลองระยะสั้น ใช้วันละ 60–4,000 มก. (ค่ากลาง 500 มก.) ความดันตัวบนลดเฉลี่ยราว 3.8 มม.ปรอท แต่ผู้วิจัยเขียนเองว่างานย่อยเล็ก ผลต่างกันมาก และต้องมีงานใหญ่กว่านี้ก่อนจะแนะนำ
ข้อสรุปของ NCCIH คือ ผลเหล่านี้เล็ก และไม่มีอาหารเสริมใดได้ผลเทียบเท่ายาลดความดัน
ปริมาณที่ศึกษาเทียบกับปริมาณในแคปซูลต่างกันอย่างไร
ตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดคือแอล-อาร์จินีน งานวิจัยใช้หลักกรัม (4–24 กรัมต่อวัน) ถ้าผลิตภัณฑ์ใดใส่ไว้หลักมิลลิกรัม เช่น 5 มิลลิกรัม (0.005 กรัม) ก็น้อยกว่าขนาดต่ำสุดที่ศึกษาอย่างน้อย 800 เท่า
วิธีเช็กเหมือนกันทุกสาร คือดูตัวเลขต่อแคปซูลบนฉลาก คูณจำนวนแคปซูลที่ฉลากให้กินต่อวัน แล้วเทียบกับปริมาณในงานวิจัย ถ้าต่างกันเป็นสิบเท่าขึ้นไป ให้ถือว่ายังไม่มีหลักฐานว่าปริมาณนั้นมีผลต่อความดัน
กระเจี๊ยบ ขึ้นฉ่าย กระเทียม สมุนไพรลดความดันที่คนไทยนิยม มีหลักฐานแค่ไหน
- กระเจี๊ยบแดง NCCIH จัดไว้ในรายการที่อาจช่วยลดความดัน แต่หลักฐานจำกัดและผลเล็ก การดื่มน้ำกระเจี๊ยบแบบไทยมักเติมน้ำตาลมาก ซึ่งไม่ดีกับคนที่เป็นเบาหวานหรือไตรกลีเซอไรด์สูง
- กระเทียม หลักฐานบางส่วนแต่ไม่แข็งแรง และ NCCIH เตือนว่ากระเทียมเสริมอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด อ่านเพิ่มที่ กระเทียมสกัดกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด
- ขึ้นฉ่าย แหล่งที่เราตรวจในงานนี้ไม่มีข้อมูลการทดลองในคน จึงไม่สรุปว่าช่วยหรือไม่ช่วย กินเป็นผักในอาหารได้ตามปกติ
ได้ยินว่ากินสมุนไพรแล้วหยุดยาความดันได้ จริงไหม
ไม่จริง NCCIH เขียนชัดว่า ถ้าคุณเป็นความดันสูง ให้ทำตามแผนที่แพทย์สั่ง และอย่าเอาผลิตภัณฑ์ที่ยังพิสูจน์ไม่ได้มาแทนการรักษา ส่วน Rama Channel ของ รพ.รามาธิบดี ระบุความเชื่อผิดว่า "สมุนไพรปลอดภัยเสมอ" และการหยุดยาเองเมื่อความดันปกติ เสี่ยงต่อสโตรกและหัวใจวาย อ่านต่อที่ ทำไมอาหารเสริมใช้แทนยาไม่ได้
อาหารเสริมตัวไหนอาจทำให้ความดันต่ำเกินเมื่อกินคู่ยา
NCCIH ระบุว่าอาหารเสริมบางชนิด อาจมีปฏิกิริยาที่เป็นอันตรายกับยา รวมถึงยาลดความดัน หลักคิดง่าย ๆ คือ ถ้าสารใดมีงานวิจัยว่าลดความดันได้ การกินคู่กับยาความดันก็มีโอกาสที่ความดันจะลงมากกว่าที่แพทย์ตั้งใจ
สัญญาณที่ควรสังเกตคือหน้ามืดตอนลุกยืน เวียนหัว หรือค่าความดันที่บ้านต่ำกว่าปกติหลังเริ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ถ้าเกิดขึ้น ให้หยุดผลิตภัณฑ์เสริมนั้นแล้วโทรถามแพทย์หรือเภสัชกร แต่ห้ามหยุดหรือลดยาความดันเอง อ่านเพิ่มที่ หน้ามืดตอนลุกขึ้นยืน และ ยาความดันกินคู่อาหารเสริมได้ไหม
โพแทสเซียมเสริมอันตรายกับใคร
แนวทางไทยปี 2567 ไม่แนะนำโพแทสเซียมหรือแมกนีเซียมในรูปผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อหวังลดความดัน แต่แนะนำให้ได้จากผักผลไม้อย่างน้อยวันละ 5 ส่วน
MedlinePlus อธิบายว่าโพแทสเซียมในเลือดสูงเกิดได้ง่ายใน
- คนที่ไตทำงานไม่ดี เพราะขับโพแทสเซียมออกได้น้อยลง
- คนที่ใช้ยาความดันกลุ่ม ACEI กลุ่ม ARB หรือยากลุ่มต้านมิเนอรัลโลคอร์ติคอยด์ (เช่น spironolactone)
- คนที่กินโพแทสเซียมเสริมหรือใช้เกลือทดแทน ซึ่งแนวทางไทยเตือนว่าเกลือทดแทนมักใช้เกลือโพแทสเซียม ผู้ป่วยไตต้องปรึกษาแพทย์
ภาวะนี้มักไม่มีอาการ ถ้ามีอาการ ข้อใดข้อหนึ่ง ต่อไปนี้ เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก ใจสั่น หรือชีพจรช้าหรือไม่สม่ำเสมอ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 อ่านเรื่องโพแทสเซียมเพิ่มได้ที่ โพแทสเซียมทำหน้าที่อะไรในร่างกาย
อาหารเสริมลดความดันยี่ห้อไหนดี ตามกระทู้ pantip เชื่อได้แค่ไหน
รีวิวว่ากินแล้วความดันลด มักมีปัจจัยอื่นซ้อนอยู่ เช่น ลดเค็ม ลดน้ำหนัก ได้ยาใหม่ หรือวัดความดันผิดวิธี แนวทางไทยระบุว่าการวัดที่ไม่ถูกวิธีทำให้ค่าสูงเกินจริงได้ 3–5 มม.ปรอท ซึ่งใกล้กับขนาดผลของอาหารเสริมหลายตัวในงานวิจัย
แทนที่จะถามว่ายี่ห้อไหนดี ให้ถามว่า มีสารอะไร กี่มิลลิกรัม เทียบกับงานวิจัยเท่าไร และกินคู่กับยาของเราได้ไหม ถ้าโฆษณาบอกว่าหยุดยาได้หรือเห็นผลในกี่วัน ให้ถือเป็นสัญญาณอันตราย ดูรายการเต็มที่ สัญญาณอันตรายของโฆษณาอาหารเสริม
ทำไมห้ามใช้แทนยาความดัน
- ขนาดผลต่างกัน NCCIH สรุปว่าไม่มีอาหารเสริมใดได้ผลเทียบเท่ายา
- ความดันสูงมักไม่มีอาการ การรู้สึกสบายดีจึงไม่ได้บอกว่าความดันคุมได้
- การคุมความดันมีเป้าหมายชัด แนวทางไทยตั้งเป้าความดันที่วัดเองที่บ้านต่ำกว่า 130/80 มม.ปรอทสำหรับคนทั่วไป และห้ามปรับยาเองจากผลวัดที่บ้าน
ถ้าความดันสูงตั้งแต่ 180/110 มม.ปรอทขึ้นไป กรมควบคุมโรคระบุว่าต้องพบแพทย์ฉุกเฉิน รายละเอียดอยู่ที่ ความดันสูง 180 อันตรายไหม
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าออยล์ (Beta Oil)
เบต้าออยล์ (Beta Oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล ดื่มน้ำตามมาก ๆ (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ) ต่อ 1 แคปซูลมีน้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 30 มก. สารสกัดจากข้าว 10 มก. ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต (50%) 5 มก. แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. แอล-ออร์นิทีน HCl 5 มก. และไฟโตสเตอรอล 2 มก. ฉลากไม่ได้ระบุโพแทสเซียมหรือแมกนีเซียม
- แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. — กรดอะมิโนที่มีงานรวมผลการทดลองในคนเรื่องความดัน ใช้วันละ 4–24 กรัม ในแคปซูลมีน้อยกว่าขนาดต่ำสุดที่ศึกษาอย่างน้อย 800 เท่า งาน VINTAGE MI ในผู้ป่วยหลังกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันที่ได้วันละ 9 กรัม พบผู้เสียชีวิต 6 รายเทียบกับ 0 รายในกลุ่มยาหลอก จนต้องยุติการศึกษาก่อนกำหนด ผู้ที่เคยหัวใจวายควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- แอล-ออร์นิทีน HCl 5 มก. — งานวิจัยในคนส่วนใหญ่ศึกษาเรื่องความเหนื่อยล้าจากการออกกำลังกาย ในการค้นของเราไม่พบการทดลองในคนที่ศึกษาผลต่อความดันหรือหัวใจ
- กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 30 มก. — งานรวมผลที่พบความดันลดลงใช้ค่ากลางวันละ 500 มก. ในแคปซูลมีน้อยกว่าราว 17 เท่า และงานใหญ่ 8 ปีที่ใช้วันละ 500 มก. ไม่พบว่าลดเหตุการณ์โรคหัวใจ
- น้ำมันมะกอก 200 มก. — งานรวม 17 การทดลองที่ศึกษาน้ำมันมะกอกเป็นส่วนใหญ่ ไม่พบผลต่อความดันที่มีนัยสำคัญ
ไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และไม่มีหลักฐานว่าแคปซูลนี้ทำให้ความดันลดลง วิตามินอีขนาดสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด ฉลากระบุให้ผู้ใช้ยาประจำตัวปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร อ่านเรื่องประกาศ อย. เกี่ยวกับโฆษณาผลิตภัณฑ์นี้ได้ที่ คำเตือนของ อย. เรื่องโฆษณาเบต้าออยล์ และรายละเอียดของอาร์จินีนกับออร์นิทีนที่ แอล-อาร์จินีนกับแอล-ออร์นิทีนคืออะไร
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าออยล์ทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Oil →คำถามที่พบบ่อย
อาหารเสริมลดความดันมีจริงไหม
มีงานวิจัยว่าบางสาร เช่น กระเทียม น้ำมันปลา ชาเขียว กระเจี๊ยบแดง อาจลดความดันได้เล็กน้อย แต่หลักฐานจำกัด และ NCCIH สรุปว่าไม่มีอาหารเสริมใดได้ผลเทียบเท่ายาลดความดัน
แอลอาร์จินีนลดความดันได้ไหม
งานรวมผลการทดลองในคนใช้วันละ 4–24 กรัม ความดันตัวบนลดเฉลี่ยราว 5 มม.ปรอท ขนาดที่เริ่มเห็นผลคือราว 4 กรัมต่อวัน ผู้ที่เคยหัวใจวายควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
ความดันสูงกินโพแทสเซียมเม็ดได้ไหม
แนวทางไทยปี 2567 ไม่แนะนำโพแทสเซียมหรือแมกนีเซียมเสริมเพื่อลดความดัน และโพแทสเซียมเสริมอาจทำให้โพแทสเซียมในเลือดสูงในคนโรคไตหรือใช้ยากลุ่ม ACEI ARB ให้ได้จากผักผลไม้แทน
กระเจี๊ยบลดความดันได้จริงไหม
NCCIH จัดกระเจี๊ยบแดงไว้ในกลุ่มที่อาจช่วยลดความดัน แต่หลักฐานจำกัดและผลเล็ก น้ำกระเจี๊ยบที่เติมน้ำตาลมากไม่เหมาะกับคนเป็นเบาหวาน และใช้แทนยาความดันไม่ได้
กินสมุนไพรลดความดันแล้วหยุดยาได้ไหม
ไม่ได้ NCCIH แนะนำให้ทำตามแผนการรักษาของแพทย์ และอย่าเอาผลิตภัณฑ์ที่ยังพิสูจน์ไม่ได้มาแทนการรักษา การหยุดยาเองเสี่ยงต่อสโตรกและหัวใจวาย
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Hypertension (High Blood Pressure)National Center for Complementary and Integrative Health (NCCIH)
- Complementary Health Approaches for Hypertension: What the Science SaysNational Center for Complementary and Integrative Health (NCCIH)
- แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2567สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย
- Effects of vitamin C supplementation on blood pressure: a meta-analysis of randomized controlled trials (Am J Clin Nutr 2012)PubMed Central, U.S. National Library of Medicine
- High potassium levelMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29
อ่านต่อ
มือชาข้างเดียว ชาครึ่งซีก เป็นสัญญาณหลอดเลือดสมองไหม
มือชาข้างเดียวเกิดจากอะไร ชาครึ่งซีกทันทีต่างจากเส้นประสาทถูกกดทับอย่างไร ชาแต่ไม่อ่อนแรงก็เป็นสโตรกได้ รู้ว่าเมื่อไรต้องโทร 1669 และควรไปหาหมอแบบไหน
สโตรกเป็นซ้ำได้ไหม หลังหลอดเลือดสมองตีบต้องปฏิบัติตัวอย่างไร
สโตรกเป็นซ้ำได้ และเสี่ยงสูงสุดช่วงสัปดาห์ถึงเดือนแรก รู้เป้าความดัน LDL เหตุผลที่ห้ามหยุดยาต้านเกล็ดเลือด การฟื้นฟู นวด ขับรถ และอาการที่ต้องโทร 1669
หลอดเลือดสมองตีบห้ามกินอะไร ผู้ป่วยหลังสโตรกควรกินอะไร
หลอดเลือดสมองตีบห้ามกินอะไร ผู้ป่วยหลังสโตรกลดเค็ม มัน หวาน เหล้า กินผลไม้ กาแฟได้แค่ไหน กลืนลำบากและกินยาวาร์ฟารินต้องจัดอาหารอย่างไร
หลอดเลือดสมองแตกกับตีบต่างกันอย่างไร อันไหนอันตรายกว่า
หลอดเลือดสมองแตก ตีบ และอุดตัน ต่างกันที่สาเหตุและการรักษา แต่ดูอาการแยกเองไม่ได้ ทุกแบบต้องโทร 1669 ทันที อ่านเรื่องอัมพฤกษ์ อัมพาต และหลอดเลือดโป่งพอง
