เกี่ยวกับ Beta Oil
ความดันสูง 180 อันตรายไหม ความดันขึ้นกะทันหันต้องทำอย่างไร
คำตอบสั้น: ความดัน ตั้งแต่ 180/110 มม.ปรอทขึ้นไป คือความดันสูงระดับ 3 ซึ่งรุนแรงที่สุด กรมควบคุมโรคระบุว่าเป็นระดับอันตราย ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน ถ้ามีอาการ ข้อใดข้อหนึ่ง เช่น เจ็บหน้าอก หอบเหนื่อย ตาพร่ามัว สับสน แขนขาอ่อนแรง ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที ถ้าไม่มีอาการ ให้นั่งพักแล้ววัดซ้ำ ถ้ายังสูงระดับนี้ ให้ไปพบแพทย์ในวันนั้น ห้ามกินยาความดันเพิ่มเองหรือกินยาของคนอื่น เพราะการลดความดันเร็วเกินไปก็อันตราย
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- 180/110 ขึ้นไป = ความดันสูงระดับ 3 แนวทางไทยให้ประเมินทุกครั้งว่าเป็นภาวะฉุกเฉินหรือไม่
- ภาวะฉุกเฉินจริง (hypertensive emergency) คือความดันสูงมากร่วมกับอวัยวะสำคัญเริ่มเสียหาย ต้องรักษาในโรงพยาบาลทันที
- สูงมากแต่อวัยวะยังไม่เสียหาย แนวทางไทยให้ค่อย ๆ ลดความดันใน 24–48 ชั่วโมง ไม่ใช่ลดให้ปกติทันที
- ลดความดันเร็วเกินไปในคนที่ความดันสูงมานาน อาจทำให้สมองหรือหัวใจขาดเลือด
- หลังเหตุการณ์ ควรได้พบแพทย์ติดตามภายใน 2–4 สัปดาห์
ความดัน 180/110 ขึ้นไปเรียกว่าอะไร
แนวทางของสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2567 แบ่งระดับความดันที่วัดในสถานพยาบาลไว้ดังนี้
- ระดับ 1: 140–159 / 90–99
- ระดับ 2: 160–179 / 100–109
- ระดับ 3: ตั้งแต่ 180 / ตั้งแต่ 110 (ตัวใดตัวหนึ่งถึงก็นับ)
แนวทางไทยใช้คำรวมว่า hypertensive crises และแยกเป็น 2 ภาวะ
- ภาวะความดันสูงฉุกเฉิน (hypertensive emergency) ความดันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกินระดับ 3 และเสี่ยงสูงมากที่อวัยวะสำคัญจะเสียหาย เช่น หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หัวใจล้มเหลว ไตวายเฉียบพลัน สมองบวมจากความดัน หรือหลอดเลือดสมอง ต้องรักษาทันที
- ความดันสูงมากที่มีอาการแต่ยังไม่วิกฤต (pre-critical symptomatic hypertension) ความดันขึ้นสูงมากเฉียบพลัน มักมีอาการร่วม เช่น ปวดศีรษะเล็กน้อย เวียนศีรษะ คลื่นไส้ แต่ยังไม่พบความเสียหายของอวัยวะ แนวทางใช้คำนี้แทนคำเดิมว่า hypertensive urgency
แนวทางยังระบุว่า ความเร็วที่ความดันเพิ่มขึ้นสำคัญพอ ๆ กับตัวเลข บางคนจึงเกิดภาวะฉุกเฉินได้แม้ตัวเลขยังไม่ถึง 180
อาการอันตรายที่ต้องโทร 1669 ทันที
มีอาการ ข้อใดข้อหนึ่ง ต่อไปนี้ ร่วมกับความดันสูง ให้โทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันที ไม่ต้องรอให้มีหลายอาการ
- เจ็บหน้าอกเฉียบพลันรุนแรง หรือแน่นเหมือนถูกบีบ
- หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง หายใจติดขัด
- แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีก ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด
- ตาพร่ามัว มองเห็นผิดปกติ
- สับสน ซึม ง่วงผิดปกติ หรือชัก
- หมดสติ ไม่รู้สึกตัว
- ปัสสาวะออกน้อยลงมาก
รายการนี้รวมจากอาการของภาวะความดันสูงชนิดร้ายใน MedlinePlus และเกณฑ์ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต (สีแดง) ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพประกาศ อาการในรายการนี้ทุกข้อควรโทร 1669 ทันที ส่วนเรื่องค่าใช้จ่าย สิทธิ UCEP (รักษาได้ทุกโรงพยาบาลโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใน 72 ชั่วโมงแรก) ใช้ได้เฉพาะผู้ที่แพทย์ประเมินว่าเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตตามเกณฑ์ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ไม่ได้ครอบคลุมทุกอาการ ถ้าสงสัยเรื่องสิทธิ สอบถามโรงพยาบาลหรือสายด่วน สปสช. 1330 สัญญาณหลอดเลือดสมองแบบละเอียดอยู่ที่ สัญญาณเตือนหลอดเลือดสมอง
ความดัน 180 แต่ไม่มีอาการ ต้องไปโรงพยาบาลไหม
ต้องไปพบแพทย์โดยด่วน แต่ไม่ต้องตื่นตระหนก กรมควบคุมโรคระบุว่าความดันตั้งแต่ 180/110 ถือเป็นระดับอันตราย ควรรีบพบแพทย์โดยด่วนเพื่อเข้ารับการรักษา
ที่โรงพยาบาล แพทย์จะตรวจว่ามีอวัยวะเสียหายหรือไม่ ถ้าไม่มี แนวทางไทยให้ทำดังนี้
- หาปัจจัยที่ทำให้ความดันขึ้นกะทันหันแล้วแก้ไข
- ค่อย ๆ ลดความดันลงภายใน 24–48 ชั่วโมง แทนที่จะรีบลดให้ปกติทันที
- ให้ยากลับบ้านอย่างเพียงพอจนถึงวันนัด และนัดติดตามภายใน 2–4 สัปดาห์
ถ้าวัดซ้ำแล้วยังสูงตั้งแต่ 180/110 แม้ไม่มีอาการ ไม่ควรรอวันนัดปกติหรือรอดูไปอีกหลายวัน
วัดได้สูงแล้วควรนั่งพักกี่นาทีแล้ววัดซ้ำ
ค่าที่วัดผิดวิธีอาจสูงเกินจริงได้ จึงควรวัดซ้ำให้ถูกวิธีก่อนตัดสินใจ ตามแนวทางไทย
- งดบุหรี่ กาแฟ และการออกกำลังกาย 30 นาทีก่อนวัด เข้าห้องน้ำก่อนถ้าปวดปัสสาวะ
- นั่งพิงพนักพักอย่างน้อย 3–5 นาที เท้าวางราบ ไม่ไขว่ห้าง วางแขนบนโต๊ะให้อยู่ระดับหัวใจ
- ไม่พูดคุยระหว่างวัด วัด 2 ครั้ง ห่างกัน 1 นาที จดทั้งสองค่า
แนวทางระบุว่าถ้าไม่ทำตามขั้นตอน ค่าอาจสูงเกินจริง 3–5 มม.ปรอท และในคนที่เครียดหรือวิตกกังวล การพักและฝึกหายใจแบบผ่อนคลายอาจช่วยให้ความดันลดลงได้บ้าง แต่ ถ้ามีอาการอันตรายข้อใดข้อหนึ่ง ไม่ต้องรอวัดซ้ำ ให้โทร 1669 ทันที วิธีวัดฉบับเต็มอยู่ที่ วัดความดันเองที่บ้าน
กินยาความดันเพิ่มเองได้ไหม กินยาของคนอื่นหรืออมยาใต้ลิ้นได้ไหม
ไม่ควรทำทั้งสามอย่าง ด้วยเหตุผลจากแหล่งทางการ
- ลดเร็วเกินไปอันตราย แนวทางไทยเตือนว่าการลดความดันลงเร็วเกินไปในคนที่ความดันสูงมานาน ร่างกายอาจปรับตัวไม่ทัน ทำให้เกิดหลอดเลือดสมองผิดปกติหรือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้
- ยาบางชนิดลดความดันฮวบ แนวทางไทยระบุว่าไม่ควรใช้ยา nifedipine ชนิดออกฤทธิ์สั้นในผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบระยะเฉียบพลัน เพราะเสี่ยงลดความดันมากเกินไป และคนที่บ้านแยกไม่ได้ว่ากำลังเกิดสโตรกอยู่หรือไม่
- ปรับยาเองเสี่ยงความดันต่ำ Rama Channel ของโรงพยาบาลรามาธิบดีระบุว่าการเพิ่มยาเกินจำเป็นอาจทำให้ความดันต่ำจนหน้ามืด เวียนหัว หรือหมดสติ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ
- ยาของคนอื่น ขนาดและชนิดยาไม่ได้เลือกมาสำหรับร่างกายและโรคประจำตัวของเรา
ถ้าลืมกินยาประจำ ให้ถามเภสัชกรหรือแพทย์ว่าควรทำอย่างไร Rama Channel แนะนำว่าไม่ควรกินเพิ่มเป็นสองเท่า อ่านเพิ่มที่ ลืมกินยาความดันต้องทำอย่างไร
ความดัน 200 เกิดจากอะไรได้บ้าง
แนวทางไทยระบุปัจจัยที่ทำให้ความดันเพิ่มขึ้นกะทันหันไว้ดังนี้
- ความเครียด ความวิตกกังวล
- ความเจ็บปวดรุนแรง
- ขาดยาลดความดัน หรือไม่เคยได้รับการรักษามาก่อน
- ยาหรือสารที่เพิ่มความดัน เช่น ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ยาลดน้ำมูกที่มี pseudoephedrine หรือ ephedrine ยาสเตียรอยด์ ยาคุมกำเนิด แอลกอฮอล์ และสมุนไพรบางชนิด
- ความดันขึ้นแรงเมื่ออยู่ในสถานพยาบาล (white-coat) แบบรุนแรง
บางคนความดันสูงมากเพราะมีโรคอื่นเป็นต้นเหตุ เช่น โรคต่อมหมวกไต โรคไต หรือหลอดเลือดแดงที่ไตตีบ ซึ่งแนวทางไทยให้สงสัยเมื่อความดันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่มีคำอธิบาย อ่านต่อที่ ความดันสูงหายขาดได้ไหม
หลังเหตุการณ์ต้องไปพบแพทย์เพื่อทำอะไร
แนวทางไทยให้แพทย์ประเมินความเสียหายของอวัยวะอย่างละเอียด ตัวอย่างการตรวจที่อาจได้ทำ
- ค่าการทำงานของไต (ครีเอตินีน) เกลือแร่ ความสมบูรณ์ของเลือด และปัสสาวะ
- คลื่นไฟฟ้าหัวใจ เอกซเรย์ปอด และค่าเอนไซม์หัวใจตามความจำเป็น
- ส่องตรวจจอประสาทตา
- ตรวจภาพสมองถ้ามีอาการทางระบบประสาท
หลังกลับบ้าน แนวทางแนะนำให้ นัดติดตามภายใน 2–4 สัปดาห์ เพื่อปรับยาให้ถึงเป้า และวัดความดันต่อเนื่องทั้งที่สถานพยาบาลและที่บ้าน ความดันที่สูงต่อเนื่องกระทบอวัยวะอย่างไรอ่านได้ที่ ความดันสูงกระทบอวัยวะอะไรบ้าง และอาการที่ควรสังเกตอยู่ที่ ความดันสูงมีอาการไหม
ความเชื่อที่พบบ่อย: ไม่มีอาการ แปลว่าไม่อันตราย
ไม่จริง แนวทางไทยระบุว่าความดันโลหิตสูงมักไม่มีอาการใด ๆ และแนะนำให้ประเมินทุกคนที่วัดได้ตั้งแต่ 180/110 ไม่ว่าจะมีอาการหรือไม่ การไม่มีอาการจึงไม่ใช่เหตุผลให้นิ่งนอนใจ แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลให้กินยาเพิ่มเองเช่นกัน ทางที่ถูกคือวัดซ้ำให้ถูกวิธี แล้วไปพบแพทย์
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าออยล์ (Beta Oil)
เบต้าออยล์ (Beta Oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. วันละ 1 แคปซูล มีน้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. วิตามินซี (กรดแอสคอร์บิก) 30 มก. สารสกัดจากข้าว 10 มก. ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต (50%) 5 มก. แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. แอล-ออร์นิทีน HCl 5 มก. และไฟโตสเตอรอล 2 มก.
- แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. — เป็นกรดอะมิโนที่มีงานรวมผลการทดลองในคนว่าเมื่อกินวันละ 4–24 กรัม ความดันตัวบนลดลงเฉลี่ยราว 5–6 มม.ปรอท ขนาดที่เริ่มเห็นผลคือราว 4 กรัมต่อวัน ในแคปซูลมี 5 มิลลิกรัม น้อยกว่าขนาดที่ศึกษาอย่างน้อย 800 เท่า และงานเหล่านี้ไม่ได้ศึกษาภาวะความดันสูงวิกฤต
ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และไม่มีหลักฐานว่าแคปซูลนี้ทำให้ความดันลดลง ผู้ที่วัดได้ตั้งแต่ 180/110 ต้องพบแพทย์ และห้ามใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใด ๆ แทนการไปโรงพยาบาล
ข้อควรระวัง: งานวิจัย VINTAGE MI ในผู้ป่วยหลังกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ที่ได้แอล-อาร์จินีนวันละ 9 กรัมร่วมกับยามาตรฐาน พบผู้เสียชีวิต 6 รายในกลุ่มอาร์จินีน เทียบกับ 0 รายในกลุ่มยาหลอก ผู้ที่เคยหัวใจวายจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีอาร์จินีน ผลิตภัณฑ์ยังมีวิตามินอี ซึ่งในขนาดสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด ฉลากระบุว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน และผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าออยล์ทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Oil →คำถามที่พบบ่อย
ความดัน 180 อันตรายไหม
ความดันตั้งแต่ 180/110 คือความดันสูงระดับ 3 กรมควบคุมโรคระบุว่าเป็นระดับอันตราย ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน ถ้ามีอาการอันตรายข้อใดข้อหนึ่งให้โทร 1669
ความดันสูง 180 แต่ไม่มีอาการต้องทำอย่างไร
นั่งพักอย่างน้อย 3–5 นาทีแล้ววัดซ้ำให้ถูกวิธี ถ้ายังสูงระดับนี้ให้ไปพบแพทย์ในวันนั้น ไม่ควรกินยาความดันเพิ่มเอง
ความดันขึ้นสูงกะทันหันกินยาเพิ่มได้ไหม
ไม่ควร แนวทางไทยเตือนว่าการลดความดันเร็วเกินไปอาจทำให้สมองหรือหัวใจขาดเลือด และการเพิ่มยาเองอาจทำให้ความดันต่ำจนหมดสติ
ความดัน 200 เกิดจากอะไร
เช่น ขาดยาหรือไม่เคยรักษา ความเครียด ความเจ็บปวดรุนแรง ยาหรือสารที่เพิ่มความดันอย่างยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ยาลดน้ำมูกบางชนิด และบางรายมีโรคอื่นเป็นต้นเหตุ
ความดันสูงอาการแบบไหนต้องโทร 1669
เจ็บหน้าอกรุนแรง หอบเหนื่อย แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ตาพร่ามัว สับสน ชัก หรือหมดสติ มีข้อใดข้อหนึ่งให้โทร 1669 ทันที
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2567สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย
- กรมควบคุมโรค รณรงค์วันความดันโลหิตสูงโลก ปี 2568กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
- Malignant hypertensionMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- กรม สบส. ย้ำสถานพยาบาลเอกชนเตรียมพร้อมรับผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต (UCEP)กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข
- ยาลดความดันโลหิต ใช้อย่างไรไม่ให้เสี่ยง? คู่มือความปลอดภัยสำหรับผู้สูงวัยRama Channel โรงพยาบาลรามาธิบดี
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29
อ่านต่อ
มือชาข้างเดียว ชาครึ่งซีก เป็นสัญญาณหลอดเลือดสมองไหม
มือชาข้างเดียวเกิดจากอะไร ชาครึ่งซีกทันทีต่างจากเส้นประสาทถูกกดทับอย่างไร ชาแต่ไม่อ่อนแรงก็เป็นสโตรกได้ รู้ว่าเมื่อไรต้องโทร 1669 และควรไปหาหมอแบบไหน
สโตรกเป็นซ้ำได้ไหม หลังหลอดเลือดสมองตีบต้องปฏิบัติตัวอย่างไร
สโตรกเป็นซ้ำได้ และเสี่ยงสูงสุดช่วงสัปดาห์ถึงเดือนแรก รู้เป้าความดัน LDL เหตุผลที่ห้ามหยุดยาต้านเกล็ดเลือด การฟื้นฟู นวด ขับรถ และอาการที่ต้องโทร 1669
หลอดเลือดสมองตีบห้ามกินอะไร ผู้ป่วยหลังสโตรกควรกินอะไร
หลอดเลือดสมองตีบห้ามกินอะไร ผู้ป่วยหลังสโตรกลดเค็ม มัน หวาน เหล้า กินผลไม้ กาแฟได้แค่ไหน กลืนลำบากและกินยาวาร์ฟารินต้องจัดอาหารอย่างไร
หลอดเลือดสมองแตกกับตีบต่างกันอย่างไร อันไหนอันตรายกว่า
หลอดเลือดสมองแตก ตีบ และอุดตัน ต่างกันที่สาเหตุและการรักษา แต่ดูอาการแยกเองไม่ได้ ทุกแบบต้องโทร 1669 ทันที อ่านเรื่องอัมพฤกษ์ อัมพาต และหลอดเลือดโป่งพอง
