บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Lab Farm

เป็นเบาหวานแล้วเป็นหวัด ไข้ น้ำตาลขึ้นไหม ต้องปรับยาและดูแลอย่างไร

คำตอบสั้น: ขึ้นได้ MedlinePlus ของหอสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติสหรัฐ ระบุว่า เวลาป่วย อินซูลินทำงานได้ไม่ดีเท่าเดิม น้ำตาลจึงสูงขึ้นได้แม้ใช้ยาตามปกติและกินน้อยลง สิ่งที่ควรทำคือ ใช้ยาเบาหวานต่อตามปกติ ห้ามหยุดหรือเพิ่มยาเอง เจาะน้ำตาลบ่อยขึ้นทุก 2–4 ชั่วโมง ดื่มน้ำไม่หวานให้พอ กินมื้อเล็กบ่อย ๆ และโทรถามแพทย์เรื่องยาที่อาจต้องปรับ ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง ได้แก่ อาเจียนจนกินดื่มไม่ได้ ซึม สับสน หรือหายใจหอบ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • เวลาป่วย น้ำตาลมักสูงขึ้น แม้กินได้น้อยลง
  • เจาะน้ำตาลทุก 2–4 ชั่วโมง พยายามให้ต่ำกว่า 200 มก./ดล. และจดค่าไว้ทุกครั้ง
  • ใช้ยาตามปกติ ห้ามข้ามหรือเพิ่มเป็นสองเท่าเอง ยาบางตัว เช่น เมทฟอร์มินและยากลุ่ม SGLT2 แพทย์อาจให้พักชั่วคราว ต้องให้แพทย์เป็นผู้ตัดสิน
  • ดื่มน้ำไม่หวานให้พอ ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ ถ้าน้ำตาลต่ำกว่า 100 มก./ดล. หรือลดลงเร็ว ดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลได้
  • ผู้ป่วยเบาหวานอยู่ในกลุ่มเสี่ยงไข้หวัดใหญ่รุนแรง ควรฉีดวัคซีนปีละครั้ง

ทำไมเป็นหวัดแล้วน้ำตาลขึ้น ทั้งที่กินน้อยลง

หลายคนแปลกใจว่าเบื่ออาหาร กินข้าวต้มได้ไม่กี่คำ แต่ค่าน้ำตาลกลับสูงกว่าปกติ MedlinePlus อธิบายว่า ความเจ็บป่วยทำให้อินซูลินออกฤทธิ์ในเซลล์ได้ไม่ดี น้ำตาลจึงสูงขึ้นได้แม้ใช้ยาและอินซูลินขนาดเดิม และ การไม่อยากกินไม่อยากดื่มช่วงป่วย ก็อาจทำให้น้ำตาลสูงขึ้นได้ เพราะร่างกายขาดน้ำ

ในทางกลับกัน หน้าเรื่องน้ำตาลในเลือดต่ำของ MedlinePlus ระบุว่า ผู้ที่ใช้อินซูลินหรือยาที่กระตุ้นตับอ่อนให้หลั่งอินซูลิน (เช่น ยากลุ่มซัลโฟนิลยูเรีย) เกิดน้ำตาลต่ำได้ เมื่อป่วยแล้วกินไม่พอหรือกินอะไรก็ไม่อยู่ ช่วงป่วยจึงเป็นช่วงที่น้ำตาล แกว่งได้ทั้งสองทาง การเจาะดูบ่อย ๆ จึงสำคัญ

ไข้หวัดใหญ่น่ากังวลกว่าหวัดธรรมดา MedlinePlus ระบุว่าผู้ป่วยเบาหวานอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากไข้หวัดใหญ่ ร่วมกับผู้อายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีโรคหัวใจ ปอด หรือไตเรื้อรัง ความต่างของสองโรคนี้อ่านได้ที่ ไข้หวัดใหญ่กับไข้หวัดธรรมดาต่างกันอย่างไร

ช่วงป่วยควรเจาะน้ำตาลบ่อยแค่ไหน

แผนดูแลช่วงป่วย (sick-day plan) ตามที่ MedlinePlus แนะนำ

  • เจาะน้ำตาลบ่อยกว่าปกติ ทุก 2–4 ชั่วโมง บางช่วงอาจต้องเจาะทุกชั่วโมง
  • พยายามให้น้ำตาลต่ำกว่า 200 มก./ดล. (11.1 มิลลิโมล/ลิตร)
  • จดค่าน้ำตาล เวลาที่เจาะ และยาที่ใช้ ทุกครั้ง เพื่อเอาไปให้แพทย์ดูหรือบอกทางโทรศัพท์
  • ผู้ป่วย เบาหวานชนิดที่ 1 ถ้าน้ำตาลสูง ให้ตรวจคีโตนในปัสสาวะบ่อย ๆ
  • ไม่ออกกำลังกายหนัก ช่วงที่ป่วย

ที่สำคัญคือ คุยกับแพทย์เรื่องแผนช่วงป่วยไว้ก่อนตั้งแต่ยังไม่ป่วย ว่าถ้าน้ำตาลเกินเท่าไร หรือกินไม่ได้แค่ไหน ต้องทำอย่างไรกับยาแต่ละตัว

ยาเบาหวานตัวไหนต้องปรึกษาแพทย์เรื่องหยุดชั่วคราว

หลักใหญ่ตาม MedlinePlus คือ ส่วนใหญ่ให้ใช้ยาเบาหวานทุกตัวตามปกติ ห้ามข้ามหรือเพิ่มเป็นสองเท่าเองถ้าแพทย์ไม่ได้สั่ง ถ้ากินคาร์โบไฮเดรตได้น้อยกว่าปกติ หรือน้ำตาลสูงกว่าปกติ อาจต้องปรับขนาดอินซูลินหรือยา ซึ่งต้องทำตามแผนที่แพทย์ให้ไว้หรือโทรถามแพทย์

ยาที่หน้าข้อมูลยาของ MedlinePlus ระบุให้แจ้งแพทย์เมื่อป่วย ได้แก่

  • เมทฟอร์มิน ให้บอกแพทย์ถ้าติดเชื้อรุนแรง ท้องเสียหรืออาเจียนรุนแรง มีไข้ หรือดื่มน้ำได้น้อยกว่าปกติมาก แพทย์อาจให้พักยาจนกว่าจะหาย เพราะยานี้มีความเสี่ยงที่พบน้อยแต่อันตรายคือภาวะเลือดเป็นกรดจากแล็กติก
  • ยากลุ่ม SGLT2 inhibitor เช่น เอมพากลิโฟลซิน ให้บอกแพทย์ถ้ากินดื่มได้น้อยลงเพราะเจ็บป่วย อาเจียน หรือท้องเสีย และถามแพทย์ว่าต้องทำอย่างไรเมื่อป่วย ติดเชื้อ หรือมีไข้ อ่านเพิ่มที่ ยากลุ่ม SGLT2 Jardiance
  • อินซูลิน อาจต้องเพิ่มหรือลดขนาดตามค่าน้ำตาลและอาหารที่กินได้ MedlinePlus แนะนำให้ผู้ใช้อินซูลินมีชุดกลูคากอนฉุกเฉินที่แพทย์สั่งไว้ใกล้ตัว ถ้าแพทย์ได้สั่งให้
  • ยากลุ่มซัลโฟนิลยูเรีย เช่น ไกลพิไซด์ หน้าข้อมูลยาของ MedlinePlus ให้ถามแพทย์ไว้ล่วงหน้าว่าต้องทำอย่างไรเมื่อป่วย ติดเชื้อ หรือมีไข้ ยากลุ่มนี้ (เช่นเดียวกับอินซูลิน) เสี่ยงน้ำตาลต่ำเมื่อกินได้น้อย จึงต้องเจาะน้ำตาลบ่อยและโทรถามแพทย์ ไม่ใช่ข้ามยาหรือลดยาเอง

ทุกข้อข้างต้นต้องเป็นการตัดสินใจของแพทย์ ไม่ใช่การหยุดเองที่บ้าน การหยุดยาเองอาจทำให้น้ำตาลพุ่งสูงจนเป็นอันตราย รายละเอียดการดูแลยาเมื่อท้องเสียหรืออาเจียนอ่านได้ที่ เบาหวานท้องเสีย ไม่สบาย ต้องทำอย่างไรกับยา

เป็นหวัด กินยาอะไรได้บ้าง ยาน้ำแก้ไอมีน้ำตาลไหม

ผู้ป่วยเบาหวานใช้ยาบรรเทาอาการหวัดได้ แต่ควร ถามเภสัชกรทุกครั้งก่อนซื้อ และบอกว่าเป็นเบาหวาน ใช้ยาอะไรอยู่บ้าง

  • อ่านฉลากยาน้ำแก้ไอและยาอมทุกครั้ง ถ้ามีน้ำตาลหรือน้ำเชื่อมเป็นส่วนประกอบ ให้ถามเภสัชกรว่ามีชนิดที่ไม่มีน้ำตาลหรือรูปแบบเม็ดแทนได้ไหม และนับเป็นส่วนหนึ่งของคาร์โบไฮเดรตที่กินในวันนั้น
  • ยาปฏิชีวนะไม่ได้ใช้รักษาหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ MedlinePlus ระบุว่าทั้งสองโรคเกิดจากไวรัส ยาปฏิชีวนะไม่ช่วย อย่าซื้อมากินเอง
  • ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ MedlinePlus ระบุว่าได้ผลดีกว่าถ้าเริ่มภายใน 2 วันหลังมีอาการ และช่วยให้อาการสั้นลงราว 1 วัน ผู้ป่วยเบาหวานที่สงสัยไข้หวัดใหญ่ควร พบแพทย์เพื่อพิจารณา ไม่ควรรอจนอาการหนัก

เรื่องดูแลหวัดทั่วไปและเมื่อไรต้องไปหาหมออ่านได้ที่ เป็นหวัดกี่วันหาย ดูแลตัวเองอย่างไร

เบื่ออาหาร กินไม่ลง ควรกินดื่มอย่างไร

ดื่มน้ำ

MedlinePlus แนะนำให้ ดื่มน้ำไม่มีน้ำตาลให้มาก ราว 3 ลิตรต่อวัน เพื่อป้องกันขาดน้ำ (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ เช่น ผู้ป่วยโรคไตหรือหัวใจล้มเหลวบางราย) ตัวเลือกแบบไทย ได้แก่ น้ำเปล่า น้ำซุปใส น้ำแกงจืด ชาไม่ใส่น้ำตาล

ถ้าน้ำตาลต่ำกว่า 100 มก./ดล. หรือลดลงเร็ว ดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลได้ เช่น น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มเกลือแร่ แล้วเจาะดูผล ถ้าน้ำตาลต่ำกว่า 70 มก./ดล. ใช้ หลัก 15-15 คือกินคาร์โบไฮเดรตออกฤทธิ์เร็ว 15 กรัม เช่น น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ หรือน้ำผลไม้ครึ่งถ้วย รอ 15 นาทีแล้วเจาะซ้ำ ถ้ายังต่ำกว่า 70 ทำซ้ำ เรื่องเครื่องดื่มสำหรับผู้ป่วยเบาหวานอ่านเพิ่มที่ เบาหวานดื่มอะไรได้บ้าง

อาหาร

  • กินมื้อเล็ก ๆ บ่อย ๆ แม้กินได้น้อย น้ำตาลก็ยังสูงได้
  • พยายามให้ได้ คาร์โบไฮเดรตใกล้เคียงปกติ ถ้ากลืนลำบาก เลือกอาหารอ่อน เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก ขนมปังแห้ง แครกเกอร์
  • MedlinePlus ระบุว่า ช่วงป่วยกินอาหารที่ไม่ได้กินตามปกติได้ ถ้ากินอาหารปกติไม่ได้ โดยดูปริมาณคาร์โบไฮเดรตจากฉลาก
  • ถ้าฉีดอินซูลินไปแล้วแต่คลื่นไส้กินไม่ได้ ให้ดื่มของเหลวที่มีคาร์โบไฮเดรตใกล้เคียงกับที่ปกติกิน

ความเชื่อที่พบบ่อย: "ไม่สบาย กินไม่ได้ งดยาเบาหวานไปก่อนดีกว่า"

นี่เป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อยและอันตราย MedlinePlus ระบุชัดว่า น้ำตาลสูงขึ้นได้แม้กินน้อยลง และ ความเจ็บป่วยเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะฉุกเฉินของเบาหวานที่รุนแรงขึ้น การงดยาเองจึงอาจทำให้น้ำตาลสูงมากจนเกิดภาวะเลือดเป็นกรดจากคีโตนหรือภาวะน้ำตาลสูงรุนแรง ทางที่ถูกคือ ใช้ยาต่อและโทรถามแพทย์หรือเภสัชกร ว่ายาตัวไหนต้องปรับ

อีกความเชื่อคือ "เป็นเบาหวานไม่ควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่" ก็ไม่จริง สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยจัดผู้ป่วยเบาหวานเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละ 1 ครั้ง อ่านเพิ่มที่ เป็นเบาหวาน โรคไต โรคหัวใจ ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ไหม

เมื่อไรต้องโทรหาแพทย์ และเมื่อไรต้องไปโรงพยาบาลทันที

ติดต่อแพทย์หรือโรงพยาบาลที่รักษาอยู่ทันที ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง ตามที่ MedlinePlus ระบุ

  • น้ำตาลสูงกว่า 240 มก./ดล. (13.3 มิลลิโมล/ลิตร) นานเกิน 1 วัน
  • ตรวจพบคีโตนในปัสสาวะระดับปานกลางถึงมาก
  • อาเจียนหรือท้องเสียนานเกิน 4 ชั่วโมง
  • มีไข้ตั้งแต่ 37.7 องศาเซลเซียส
  • น้ำตาลสูงที่แก้ตามแผนแล้วไม่ลง หรือคลื่นไส้อาเจียน

ตัวเลขเหล่านี้คือ เกณฑ์ให้ติดต่อแพทย์ ไม่ใช่ระยะเวลาที่ต้องรอให้ครบ ถ้าติดต่อแพทย์ไม่ได้ทันที ให้ไปห้องฉุกเฉิน โดยเฉพาะเมื่ออาเจียนหรือท้องเสียนานเกิน 4 ชั่วโมง อาการอื่นในรายการของ MedlinePlus เช่น เจ็บหน้าอก ปวดรุนแรง ขยับแขนขาลำบาก ตามัว พูดลำบาก เสียการทรงตัว หรือสับสน จัดไว้ในรายการไปโรงพยาบาลทันทีด้านล่าง

ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

  • อาเจียนซ้ำ กินหรือดื่มอะไรก็ไม่อยู่
  • ซึม สับสน ความจำผิดปกติขึ้นใหม่ ปลุกตื่นยาก หรือพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากปกติ
  • หายใจหอบ หายใจเร็วลึก หรือหายใจลำบาก
  • เจ็บหน้าอก หรือปวดรุนแรงที่ใดก็ตาม
  • แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด ตามองไม่ชัด หรือเสียการทรงตัว
  • น้ำตาลต่ำที่แก้แล้วไม่ขึ้น หรือน้ำตาลสูงมากที่แก้แล้วไม่ลง

ให้บอกครอบครัวให้รู้สัญญาณเหล่านี้ด้วย เพราะผู้ป่วยที่ซึมหรือสับสนอาจโทรหาความช่วยเหลือเองไม่ได้

ผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวาน ต้องสังเกตเป็นพิเศษ

ผู้สูงอายุอาจไม่มีอาการติดเชื้อแบบที่คนหนุ่มสาวมี MedlinePlus ระบุว่า อาการสับสนพบได้ในปอดอักเสบ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ และ ในการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะของผู้สูงอายุ ความสับสนหรือพฤติกรรมเปลี่ยนอาจเป็นอาการเดียวที่เห็น ลูกหลานจึงควรสังเกตว่าพ่อแม่ซึมลง พูดจาสับสน กินน้อยลงกะทันหัน หรือเดินเซกว่าปกติหรือไม่ แม้ไม่มีไข้ก็ตาม ช่วงป่วย ผู้สูงอายุที่ใช้อินซูลินหรือยากระตุ้นการหลั่งอินซูลินยังเสี่ยงน้ำตาลต่ำเมื่อกินได้น้อย อ่านเพิ่มที่ เบาหวานในผู้สูงอายุ

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: แล็บฟาร์ม (Lab Farm)

แล็บฟาร์ม (Lab Farm) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ตรา แล็บ ฟาร์ม) เลข อย. 73-1-02663-5-0191 ผลิตโดย บริษัท ออกานิกส์ อินโนเวชั่นส์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มก. ฉลากแนะนำรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% (Immuneo Plus™) 200 มก. (เบต้ากลูแคนราว 160 มก. คำนวณ) · แกมมา โอไรซานอล 50 มก. · สารสกัดซีบัคธอร์น 50 มก. · เควอซิทิน 50 มก. · สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. · ผงมากิเบอร์รี่ 30 มก. · ผงมะตูม 30 มก. · สารสกัดขิง 20 มก. · สารสกัดพริกไทยดำ 20 มก. · สารสกัดใบแปะก๊วย 20 มก. · นิโคตินาไมด์ (วิตามินบี 3) 15 มก. · ไบโอติน 1% 7.9 มก. (ไบโอตินราว 79 ไมโครกรัม คำนวณ) · แคลเซียม ดี-แพนโททิเนต 2 มก. · วิตามินบี 1 1.5 มก. · วิตามินบี 2 1.5 มก. · วิตามินบี 6 1 มก. · วิตามินบี 12 0.1% 1 มก. (บี 12 ราว 1 ไมโครกรัม คำนวณ) · วิตามินดี 3 (1,000,000 IU/g) 0.2 มก. (ราว 200 IU หรือ 5 ไมโครกรัม คำนวณ) · กรดโฟลิก 0.1 มก. (100 ไมโครกรัม)

ส่วนประกอบที่คนมักถามเมื่ออ่านหัวข้อนี้ และหลักฐานที่มี

  • สารสกัดขิง 20 มก. — NCCIH ระบุว่าขิงอาจช่วยอาการคลื่นไส้อาเจียนในหญิงตั้งครรภ์ แต่ยังไม่แน่ใจว่าช่วยเพิ่มจากการรักษามาตรฐานในอาการคลื่นไส้จากเคมีบำบัดหรือหลังผ่าตัด งานเรื่องคลื่นไส้จากเคมีบำบัดที่พบผลใช้ขิงวันละ 0.5–1.5 กรัมร่วมกับยาแก้อาเจียน ซึ่งมากกว่าสารสกัดในแคปซูลหลายสิบเท่า ไม่มีงานเรื่องหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ในผู้ป่วยเบาหวาน และ Memorial Sloan Kettering Cancer Center ระบุว่าขิงอาจทำให้น้ำตาลลดลงมากขึ้นในผู้ใช้อินซูลินหรือยาลดน้ำตาล
  • สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. — NCCIH ระบุว่าโสมอาจลดน้ำตาลในเลือด ผู้เป็นเบาหวานควรปรึกษาแพทย์ ช่วงป่วยที่น้ำตาลแกว่งได้ทั้งขึ้นและลง จึงไม่ใช่ช่วงที่ควรเริ่มอาหารเสริมใหม่โดยไม่ถามแพทย์
  • ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 200 มก. (เบต้ากลูแคนราว 160 มก. คำนวณ) — หลักฐานเรื่องหวัดในคนยังปนกัน งานทดลอง 299 คนที่ใช้วันละ 900 มก. ไม่ลดจำนวนครั้งที่เป็นหวัดและความรุนแรงโดยรวม

ต้องบอกตรง ๆ ว่า ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้หวัดหายเร็วขึ้น หรือช่วยคุมน้ำตาลช่วงป่วย และใช้แทนแผนดูแลช่วงป่วยที่แพทย์ให้ไว้ไม่ได้

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือจะผ่าตัด: ใบแปะก๊วย ขิง โสม และเควอซิทิน มีรายงานเรื่องเลือดออกหรือค่าการแข็งตัวของเลือดเปลี่ยน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาที่ต้องคุมระดับยาในเลือด เช่น ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ยาต้านไวรัสเอชไอวี: งานในคนพบว่าไพเพอรีน (สารในพริกไทยดำ) 20 มก. ทำให้ระดับยาบางชนิดสูงขึ้น ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณไพเพอรีน
  • ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ หรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน: ต้องให้แพทย์ผู้รักษาอนุญาตก่อนกินอาหารเสริมทุกชนิด รวมถึงผลิตภัณฑ์นี้
  • ผู้ใช้อินซูลินหรือยาเบาหวาน: โสมและขิงอาจทำให้น้ำตาลลดลงมากขึ้น
  • ก่อนเจาะเลือด: แจ้งแพทย์หรือห้องแล็บว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีไบโอติน
  • คำเตือนบนฉลาก: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความแล็บฟาร์มทั้งหมด

ส่วนประกอบบางชนิด เช่น โสม ใบแปะก๊วย ขิง และพริกไทยดำ อาจเสริมฤทธิ์หรือเปลี่ยนระดับยาบางชนิด ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง และผู้ที่จะผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการรักษาหรือวัคซีน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Lab Farm รุ่นปัจจุบันของแบรนด์ Hopeful ระบุ Immuneo Plus™ และขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มิลลิกรัม

Lab Farmแล็บฟาร์ม

เลข อย. 73-1-02663-5-0191

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 890 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 2,490 · 8 กล่อง 4,590 · 15 กล่อง 7,890 · 25 กล่อง 12,990 บาท (ต.ค. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Lab Farm →

คำถามที่พบบ่อย

เป็นเบาหวานแล้วเป็นหวัด น้ำตาลขึ้นไหม

ขึ้นได้ MedlinePlus ระบุว่าเวลาป่วย อินซูลินทำงานได้ไม่ดีเท่าเดิม น้ำตาลจึงสูงขึ้นได้แม้ใช้ยาตามปกติและกินน้อยลง ควรเจาะน้ำตาลทุก 2–4 ชั่วโมงและจดค่าไว้

เป็นไข้ กินไม่ได้ ต้องหยุดยาเบาหวานไหม

ห้ามหยุดหรือข้ามยาเอง ส่วนใหญ่ต้องใช้ยาตามปกติ ยาบางตัว เช่น เมทฟอร์มินและยากลุ่ม SGLT2 แพทย์อาจให้พักชั่วคราวเมื่อกินดื่มไม่ได้หรือติดเชื้อรุนแรง ให้โทรถามแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแล

เบาหวานเป็นหวัดกินยาอะไรได้

ใช้ยาบรรเทาอาการได้ แต่ควรถามเภสัชกรก่อนซื้อและบอกว่าเป็นเบาหวาน อ่านฉลากยาน้ำแก้ไอว่ามีน้ำตาลหรือไม่ ยาปฏิชีวนะไม่ใช้รักษาหวัดและไข้หวัดใหญ่ ถ้าสงสัยไข้หวัดใหญ่ควรพบแพทย์เพื่อพิจารณายาต้านไวรัส

เบาหวานเป็นหวัดควรดื่มน้ำเท่าไร

MedlinePlus แนะนำให้ดื่มน้ำไม่มีน้ำตาลราว 3 ลิตรต่อวันช่วงป่วย ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ ถ้าน้ำตาลต่ำกว่า 100 มก./ดล. หรือลดลงเร็ว ดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลได้

เบาหวานเป็นไข้หวัดใหญ่ อาการแบบไหนต้องไปโรงพยาบาล

ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง ได้แก่ อาเจียนซ้ำจนกินดื่มไม่ได้ ซึมหรือสับสน หายใจหอบหรือหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัด หรือน้ำตาลต่ำหรือสูงมากที่แก้แล้วไม่ดีขึ้น ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

  • Diabetes - when you are sickMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
  • FluMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
  • MetforminMedlinePlus Drug Information, U.S. National Library of Medicine
  • EmpagliflozinMedlinePlus Drug Information, U.S. National Library of Medicine
  • GingerNational Center for Complementary and Integrative Health (NCCIH)
  • HypoglycemiaMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
  • GlipizideMedlinePlus Drug Information, U.S. National Library of Medicine

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-14

อ่านต่อ

มะตูมสรรพคุณ น้ำมะตูมแก้อะไร ข้อควรระวังที่ควรรู้

มะตูมสรรพคุณในตำรายาไทยใช้ส่วนไหน งานวิจัยสมัยใหม่อยู่ระดับไหน มะตูมดิบกับสุกต่างกันอย่างไร น้ำมะตูมกับน้ำตาล คนเป็นเบาหวานดื่มได้ไหม และข้อควรระวัง

ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล

ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร ผงเกลือแร่ ORS ต่างจากเครื่องดื่มเกลือแร่อย่างไร ยาหยุดถ่ายใช้ได้เมื่อไร โยเกิร์ตช่วยไหม อาการไหนต้องไปโรงพยาบาล

หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายเร็ว ไข่ อาหารทะเล กินได้ไหม

หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายดี โปรตีน วิตามินซี สังกะสีจำเป็นแค่ไหน ไข่ ไก่ อาหารทะเลทำให้แผลเป็นนูนจริงไหม เบาหวานกับแผลหายช้า และสัญญาณแผลติดเชื้อ

อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่ กี่วันถึงหาย กลับไปออกกำลังได้เมื่อไร

อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่หรือโควิดนานแค่ไหน ทำไมไม่ควรรีบออกกำลัง อาการใจสั่น เหนื่อยหอบที่ต้องระวัง วิธีเพิ่มกิจกรรมทีละขั้น และเมื่อไรต้องตรวจเพิ่ม

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 980 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท