เกี่ยวกับ Beta X Plus
ไข้หวัดกินยาอะไรดี ยาลดไข้ ยาแก้แพ้ ยาแก้ไอ เลือกตามอาการอย่างไร
คำตอบสั้น: หวัดเกิดจากเชื้อไวรัส สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย. ข่าว 13 มิ.ย. 2567) ระบุว่าหวัดส่วนใหญ่หายเองได้ภายใน 7–10 วัน และแนะนำให้ รักษาตามอาการด้วยยาสามัญประจำบ้าน เช่น พาราเซตามอลลดไข้และบรรเทาปวดศีรษะ ยาแก้แพ้ลดน้ำมูก ยาดมหรือยาทาแก้คัดจมูก ยาแก้ไอหรือยาอมแก้เจ็บคอ โดยอ่านฉลากก่อนใช้ ไม่ใช้เกินขนาด และไม่ใช้ยาหลายชนิดพร้อมกัน MedlinePlus ระบุว่ายาแก้หวัดที่ซื้อเองได้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้น แต่ ไม่ได้ทำให้หวัดหายเร็วขึ้น และ อย. ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะมาใช้เอง เพราะยาปฏิชีวนะใช้กับการติดเชื้อแบคทีเรีย คนที่มีโรคตับ ไต ความดัน เบาหวาน หอบหืด หรือใช้ยาประจำ ควรถามเภสัชกรก่อนเลือกยา
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ยาแก้หวัดเป็นยาบรรเทาอาการ MedlinePlus ระบุว่าไม่ได้ทำให้หวัดหายเร็วขึ้น
- ยาต้านไวรัส CDC ระบุว่ามีสำหรับโควิด-19 และไข้หวัดใหญ่ ซึ่งแพทย์เป็นผู้สั่ง แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ระบุยาต้านไวรัสสำหรับหวัดธรรมดา
- พาราเซตามอล NHS ระบุว่าอาจไม่เหมาะกับคนที่เป็นโรคตับหรือโรคไต หรือดื่มแอลกอฮอล์หนัก และห้ามกินพร้อมยาแก้หวัดสูตรที่มีพาราเซตามอลอยู่แล้ว
- ยาแก้หวัดสูตรรวม มักมียาลดน้ำมูก ยาลดคัดจมูก หรือยาแก้ปวดผสมอยู่ NHS ให้ใช้ยาลดคัดจมูกทีละตัวเดียว
- ยาลดคัดจมูก NHS ให้ปรึกษาก่อนใช้ถ้าเป็นความดันสูง โรคหัวใจ เบาหวาน ต้อหิน โรคไทรอยด์ หรือต่อมลูกหมากโต
- ไอบูโพรเฟน NHS ระบุว่าอาจไม่เหมาะกับคนเป็นหอบหืดหรือภูมิแพ้ โรคหัวใจ ตับ ไต หรือเคยเป็นแผลในกระเพาะ
- ยาปฏิชีวนะ ไม่ใช้กับหวัด ทั้ง อย. NHS และ MedlinePlus ระบุตรงกัน
หวัดมียาฆ่าไวรัสไหม ทำไมกินยาแล้วยังไม่หายทันที
ยาที่ใช้กับหวัดธรรมดาเป็นยาบรรเทาอาการ MedlinePlus (หน้าหวัด ทบทวน 1 ม.ค. 2568) ระบุว่ายาแก้หวัดและยาแก้ไอที่ซื้อเองได้อาจช่วยบรรเทาอาการในผู้ใหญ่และเด็กโต ยาเหล่านี้ไม่ได้ทำให้หวัดหายเร็วขึ้น แต่ช่วยให้รู้สึกดีขึ้น และไม่แนะนำในเด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี
CDC (หน้าหวัด ปรับปรุง 19 ก.พ. 2569) ระบุว่าหวัดเกิดจากไวรัสทางเดินหายใจได้มากกว่า 200 ชนิด และระบุว่ามียาต้านไวรัสสำหรับโควิด-19 และไข้หวัดใหญ่ ซึ่งได้ผลดีเมื่อเริ่มเร็วหลังมีอาการ ถ้ามีอาการคล้ายหวัดและสงสัยโควิด-19 หรือไข้หวัดใหญ่ CDC แนะนำให้ตรวจ โดยเฉพาะคนที่เสี่ยงป่วยรุนแรง หน้านี้ไม่ได้ระบุยาต้านไวรัสสำหรับหวัดธรรมดา เรื่องยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ อ่านต่อได้ที่ ไข้หวัดใหญ่แพร่เชื้อได้กี่วัน
ไข้หวัดเกิดจากไวรัสหรือแบคทีเรีย อย. NHS และ MedlinePlus ระบุตรงกันว่าหวัดเกิดจากไวรัส NHS (หน้าหวัด ทบทวน 22 มี.ค. 2567) ระบุว่าแพทย์ไม่แนะนำยาปฏิชีวนะสำหรับหวัด เพราะไม่ช่วยบรรเทาอาการหรือทำให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น ยาปฏิชีวนะได้ผลเฉพาะการติดเชื้อแบคทีเรีย
เลือกยาตามอาการอย่างไร
หลักคือใช้ยาเท่าที่มีอาการ และถามเภสัชกรก่อนถ้ามีโรคประจำตัว NHS (หน้าหวัด) ระบุว่าเภสัชกรช่วยแนะนำยาได้ และรายการด้านล่างเรียงตามอาการที่แหล่งพูดถึง
- มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย — อย. ระบุพาราเซตามอลลดไข้และบรรเทาปวดศีรษะ NHS ระบุพาราเซตามอลหรือไอบูโพรเฟนสำหรับลดไข้และบรรเทาปวด
- น้ำมูกไหล จามบ่อย — อย. ระบุยาแก้แพ้ลดน้ำมูก และเตือนให้หลีกเลี่ยงการขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักร เพราะยาแก้แพ้อาจทำให้ง่วง
- คัดจมูก — อย. ระบุยาดมหรือยาทาแก้คัดจมูก NHS ระบุยาลดคัดจมูก (decongestant) แบบพ่น หยอด หรือเม็ด และห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี
- ไอ เจ็บคอ — อย. ระบุยาแก้ไอหรือยาอมแก้เจ็บคอ
ถ้าจามบ่อยและน้ำมูกใสเป็นประจำโดยไม่มีไข้ อาจไม่ใช่หวัด แต่เป็นภูมิแพ้จมูก ซึ่งการเลือกยาต่างกัน อ่านเพิ่มได้ที่ จามบ่อยเกิดจากอะไร และ ยาแก้แพ้แบบง่วงกับไม่ง่วง
ยาพ่นลดคัดจมูก ใช้ได้กี่วัน
แหล่งของ NHS ให้ตัวเลขไม่เท่ากัน NHS หน้าหวัด (ทบทวน 22 มี.ค. 2567) ระบุว่าไม่ควรใช้ยาพ่นจมูกนานเกิน 1 สัปดาห์ เพราะทำให้อาการแย่ลงได้ ส่วน NHS หน้ายาลดคัดจมูก (ทบทวน 15 ต.ค. 2569) ระบุว่าห้ามใช้ยาพ่นหรือหยอดลดคัดจมูกนานเกิน 5 วัน เพราะทำให้คัดจมูกมากขึ้น แนวทางโรคหืดของไทย 2568 (TAC) ก็ระบุยาหดหลอดเลือดไม่เกิน 5 วันเช่นกัน บทความนี้ยึด ไม่เกิน 5 วัน ถ้ายังคัดจมูก ให้กลับไปถามเภสัชกรหรือแพทย์ อ่านเพิ่มได้ที่ ยาพ่นจมูกลดบวมใช้นานแล้วติด
พาราเซตามอลกินอย่างไรให้ปลอดภัย คนเป็นโรคตับกินได้ไหม
ขนาดยาและระยะห่างระหว่างมื้อ ให้ทำตามฉลากยาหรือเภสัชกร บทความนี้ไม่ระบุขนาดยา แต่ยกข้อควรระวังของ NHS (หน้าพาราเซตามอลสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป ทบทวน 24 มี.ค. 2569) มาให้ดู
- ตรวจกล่องหรือเอกสารกำกับยาทุกครั้ง เพราะยาแต่ละชนิดและแต่ละขนาดเม็ดใช้ไม่เหมือนกัน ถ้าไม่แน่ใจให้ถามเภสัชกรหรือแพทย์
- อย่าเกินขนาดที่ฉลากระบุ
- ผู้ที่น้ำหนักน้อยกว่า 50 กก. อาจต้องใช้ขนาดต่ำกว่าปกติ ให้ถามเภสัชกร
- ไม่ใช้พาราเซตามอลนานเกิน 3 วัน เว้นแต่แพทย์สั่ง
- เลี่ยงการกินพร้อมยาอื่นที่มีพาราเซตามอลผสม เช่น ยาแก้หวัดหรือยาแก้ไข้หวัดใหญ่สูตรรวม เพราะอาจได้ยาเกินจนเป็นอันตราย
- ถ้ากินเกินกว่าที่ฉลากระบุ ต้องรีบขอคำแนะนำทางการแพทย์ เพราะบางครั้งทำลายตับได้
ใครอาจกินพาราเซตามอลไม่ได้ NHS ระบุว่าอาจไม่เหมาะกับผู้ที่
- เคยแพ้พาราเซตามอล
- เป็นโรคไตหรือโรคตับ
- ติดแอลกอฮอล์ หรือดื่มหนักในช่วงเวลาสั้น ๆ
คนเป็นโรคตับ ไม่ได้แปลว่าห้ามใช้เสมอไป แต่ NHS ให้ตรวจฉลากและถามเภสัชกรหรือแพทย์ถ้าไม่แน่ใจ คำแนะนำของบทความ: ถ้ามีโรคตับ ไขมันพอกตับ หรือดื่มแอลกอฮอล์ประจำ ให้บอกเภสัชกรทุกครั้งที่ซื้อยาแก้ไข้หรือยาแก้หวัด และเก็บกล่องยาทุกตัวที่กินอยู่ไว้ให้ดู
ถ้ากินพาราเซตามอลแล้ว NHS ระบุผลข้างเคียงรุนแรงที่พบได้น้อย คือ แพ้รุนแรง (คอหรือลิ้นบวม ผื่นนูนคัน หายใจลำบาก) ปัญหาตับ (คลื่นไส้ ตัวเหลืองหรือตาเหลือง) และปัญหาเม็ดเลือด (ฟกช้ำง่าย เลือดกำเดาไหล) ถ้าคิดว่ามีผลข้างเคียงรุนแรง ให้ติดต่อแพทย์ ส่วนคอหรือลิ้นบวมและหายใจลำบาก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
ยาแก้หวัดสูตรรวม ทำไมต้องระวังยาซ้ำซ้อน
ยาแก้หวัดหลายยี่ห้อมียามากกว่าหนึ่งตัวในเม็ดเดียว NHS (หน้ายาลดคัดจมูก) ระบุว่ายาลดคัดจมูกบางตัวผสมกับยาอื่น เช่น ยาแก้ปวดและยาแก้แพ้ และยาแก้ไอแก้หวัดหลายตัวมียาลดคัดจมูกอยู่แล้ว จึงให้ใช้ยาลดคัดจมูกทีละตัว และตรวจฉลากทุกครั้ง
ข้อเตือนเรื่องยาซ้ำซ้อนที่ NHS ระบุ
- NHS หน้าหวัด: ถ้ากินพาราเซตามอลและไอบูโพรเฟนชนิดเม็ดอยู่แล้ว อย่าใช้ยาแก้ไอแก้หวัดตัวอื่นร่วม เพราะอาจได้ยามากเกินกว่าที่ควร
- NHS หน้าไข้หวัดใหญ่: อย่ากินพาราเซตามอลพร้อมยาแก้ไข้หวัดใหญ่ที่มีพาราเซตามอล เพราะได้ยาเกินขนาดได้ง่าย
- อย.: ไม่ควรใช้ยาหลายชนิดพร้อมกัน และไม่ควรใช้ยาติดต่อกันเป็นเวลานาน
คำแนะนำของบทความ: ก่อนกินยาตัวใหม่ ให้อ่านชื่อตัวยาสำคัญ (ไม่ใช่แค่ชื่อการค้า) บนกล่อง ถ้าเห็นตัวยาเดียวกันซ้ำกับยาที่กินอยู่ เช่น พาราเซตามอล หรือยาลดคัดจมูกอย่างซูโดอีเฟดรีนหรือฟีนิลเอฟรีน (ชื่อตัวยาที่ NHS ยกตัวอย่าง) ให้ถามเภสัชกรก่อน
คนเป็นความดัน เบาหวาน โรคไต หอบหืด เลือกยาอย่างไร
ยาบางกลุ่มที่ซื้อเองได้ไม่เหมาะกับโรคประจำตัวบางโรค และไม่ได้หมายความว่าห้ามใช้ทุกคน ให้ถามเภสัชกรหรือแพทย์ก่อน
- ยาลดคัดจมูก NHS (หน้ายาลดคัดจมูก) ระบุให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ ถ้าเป็นความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เบาหวาน ต้อหิน โรคไทรอยด์ ต่อมลูกหมากโต ให้นมบุตร หรือใช้ยาอื่นอยู่ และห้ามใช้ขณะตั้งครรภ์ อ่านเพิ่มได้ที่ ยาลดคัดจมูกกับความดันสูง
- ไอบูโพรเฟน NHS (หน้าไอบูโพรเฟนสำหรับผู้ใหญ่ ทบทวน 27 ส.ค. 2568) ระบุว่าอาจไม่เหมาะกับผู้ที่เคยแพ้ไอบูโพรเฟน แอสไพริน หรือยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด เป็นหรือเคยเป็นแผลในกระเพาะ เป็นหอบหืดหรือภูมิแพ้ เช่น ภูมิแพ้จากละอองเกสร เป็นอีสุกอีใส มีโรคหัวใจ ตับ หรือไต มีปัญหาเลือดแข็งตัว เคยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง หรือตั้งครรภ์หรือกำลังพยายามตั้งครรภ์
- พาราเซตามอล NHS ระบุว่าอาจไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคไตหรือโรคตับ
- ยาแก้แพ้ อาจทำให้ง่วง (อย.) และอาจมียาตีกับยาอื่น อ่านเพิ่มได้ที่ ยาแก้แพ้กับยาที่กินอยู่
ผู้ป่วยเบาหวาน ควรทำตามแผนดูแลเวลาป่วยที่แพทย์ให้ไว้ อ่านเพิ่มได้ที่ คนเป็นเบาหวานเป็นหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ดูแลอย่างไร ห้ามหยุดยาความดัน ยาเบาหวาน ยาพ่นหอบหืด หรือยาประจำตัวอื่นเองระหว่างเป็นหวัด ถ้ากินอาหารไม่ได้หรือป่วยหนัก ให้ติดต่อแพทย์ที่ดูแล
ยาที่ไม่ควรใช้เวลาเป็นหวัด
ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น อย. ระบุว่าไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมาใช้เอง เพราะอาจได้รับอันตรายจากการใช้ยาโดยไม่จำเป็น MedlinePlus ระบุว่าไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะรักษาหวัด และระบุว่า น้ำมูกจะข้นขึ้นและอาจเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือเขียวในไม่กี่วัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ และไม่ใช่เหตุผลให้ใช้ยาปฏิชีวนะ อ่านเพิ่มได้ที่ น้ำมูกเขียวต้องกินยาปฏิชีวนะไหม
ถ้าแพทย์สั่งยาปฏิชีวนะเพราะพบการติดเชื้อแบคทีเรีย ให้ใช้ตามที่แพทย์สั่ง ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง และอย่านำยาที่เหลือไปแบ่งให้คนอื่น
แอสไพรินในเด็ก NHS (หน้าหวัดและหน้าไข้หวัดใหญ่) ระบุว่าห้ามให้แอสไพรินกับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี
ยาแก้หวัดในเด็กเล็ก NHS ระบุว่ายาลดคัดจมูกไม่ควรใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี และ MedlinePlus ระบุว่ายาแก้หวัดแก้ไอที่ซื้อเองไม่แนะนำในเด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี ยาแก้ไอแก้หวัดบางตัวไม่เหมาะกับทารก เด็ก และหญิงตั้งครรภ์ (NHS) อ่านเรื่องเด็กป่วยบ่อยได้ที่ ลูกป่วยบ่อย
วิตามินซีกินกับยาแก้หวัดได้ไหม
แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ตอบเรื่องนี้โดยตรง สิ่งที่มีคือข้อมูลว่าวิตามินซีช่วยหวัดได้แค่ไหน
- NHS ระบุว่ามีหลักฐานน้อยว่าอาหารเสริมอย่างวิตามินซี เอ็กไคนาเชีย หรือกระเทียม ป้องกันหวัดหรือทำให้หวัดสั้นลง
- งานทบทวน Cochrane (ปี 2556) รวมงานที่ใช้วิตามินซีอย่างน้อยวันละ 200 มก. พบว่าการกินเป็นประจำ ไม่ลดโอกาสเป็นหวัดในประชาชนทั่วไป ระยะเวลาหวัดในผู้ใหญ่สั้นลงราว 8% และการเริ่มกินหลังเป็นหวัดแล้วไม่เห็นผลที่ชัดเจน
- MedlinePlus ระบุว่ามีการลองใช้วิตามินซี สังกะสี และเอ็กไคนาเชียกับหวัด และให้ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้สมุนไพรหรืออาหารเสริม
คำแนะนำของบทความ: ถ้าจะกินวิตามินซีหรืออาหารเสริมใดระหว่างใช้ยาแก้หวัด ให้บอกเภสัชกรถึงทุกอย่างที่กินอยู่ โดยเฉพาะถ้ามีนิ่วในไต โรคไต หรือใช้ยาประจำ และอย่าใช้อาหารเสริมแทนการพักผ่อน ดื่มน้ำ หรือยาที่จำเป็น
กินยาแล้วไม่ดีขึ้น เมื่อไรต้องพบแพทย์
พบแพทย์ตามนัดปกติ (NHS หน้าหวัด จัดเป็นคำแนะนำไม่เร่งด่วน)
- อาการหวัดไม่ดีขึ้นหลัง 7–10 วัน (MedlinePlus และ อย. ส่วน NHS ใช้ 10 วัน)
- อาการหวัดแย่ลง
- ไอนานกว่า 3 สัปดาห์
- มีไข้สูงนานกว่า 3 วัน
ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด
- รู้สึกหายใจเหนื่อย หรือมีปัญหาการหายใจ
- เป็นหวัด และมีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ ปอด หรือไต
- เป็นหวัด และภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ได้ยาเคมีบำบัด
- ไข้สูงมาก หรือรู้สึกร้อนสลับหนาวสั่น
- กินพาราเซตามอลเกินกว่าที่ฉลากระบุ (NHS ให้ติดต่อขอคำแนะนำด่วน)
แหล่งให้ระดับความเร่งด่วนต่างกัน NHS หน้าหวัด (ทบทวน 22 มี.ค. 2567) จัดหายใจเหนื่อยและโรคเรื้อรังไว้ในกลุ่มพบแพทย์ไม่เร่งด่วน ส่วน NHS หน้าไข้หวัดใหญ่ (ทบทวน 3 ก.พ. 2569) จัดเป็นนัดด่วน MedlinePlus หน้าหวัดให้ติดต่อแพทย์เมื่อมีปัญหาการหายใจ หรืออาการแย่ลงหรือไม่ดีขึ้นหลัง 7–10 วัน และ อย. ให้ไปพบแพทย์ถ้ามีอาการ 7–10 วันแล้วไม่ดีขึ้นหรือรุนแรงขึ้น บทความนี้ยึดระดับที่เร็วกว่า อ่านเพิ่มได้ที่ หวัดไม่หาย เมื่อไรต้องไปหาหมอ
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)
เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก. · แคปซูลเป็นเจลาติน
ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์
ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม
คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
เรื่องยาแก้หวัด: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้หวัดหายเร็วขึ้น ลดไข้ ลดน้ำมูก หรือบรรเทาอาการไอ และไม่ใช้แทนยาบรรเทาอาการที่เภสัชกรแนะนำ หรือยาที่แพทย์สั่ง ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง
ใช้ร่วมกับยาแก้หวัดได้ไหม เราไม่พบข้อมูลจากแหล่งที่ตรวจเรื่องการใช้ผลิตภัณฑ์นี้ร่วมกับยาแก้หวัดโดยตรง คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ใช้ยาประจำตัว หรือกำลังใช้ยาแก้หวัด ยาปฏิชีวนะ หรือยาต้านไวรัส ให้นำกล่องผลิตภัณฑ์ไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดูก่อน
ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้
- กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. ต่อแคปซูล (3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — ฉลากระบุว่ามีวิตามินซี 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล ซึ่งเป็นส่วนน้อยของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (ชาย 100 มก. หญิง 85 มก. ตามข้อแนะนำของกรมอนามัย) ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ แหล่งวิตามินซีหลักยังควรมาจากผักผลไม้ งานทบทวน Cochrane (ปี 2556) รวมเฉพาะงานที่ใช้วิตามินซีอย่างน้อยวันละ 200 มก. มากกว่าวิตามินซีที่ระบุในแคปซูลราว 67 เท่า (คำนวณ) พบว่าการกินเป็นประจำไม่ลดโอกาสเป็นหวัดในประชาชนทั่วไป ระยะเวลาหวัดในผู้ใหญ่สั้นลงราว 8% และการเริ่มกินหลังเป็นหวัดแล้วไม่เห็นผลที่ชัดเจน ผู้ทบทวนสรุปว่าการกินวิตามินซีเสริมเป็นประจำในประชากรทั่วไปไม่สมเหตุสมผล
- ซิงค์ 5.8 มก. ต่อแคปซูลตามฉลาก (11.6 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — สถาบันไลนัส พอลลิง (LPI หน้าสังกะสี ทบทวน พ.ค. 2562) ระบุว่าสังกะสีลดการดูดซึมของยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนและควิโนโลน และยาเองก็ลดการดูดซึมสังกะสี จึงแนะนำให้กินห่างกันอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ถ้าแพทย์สั่งยาปฏิชีวนะ ให้เภสัชกรกำหนดเวลาที่เหมาะกับยาตัวนั้น งานทบทวน Cochrane (ปี 2567) เรื่องสังกะสีกับหวัด งานส่วนใหญ่ใช้ยาอมสังกะสีกลูโคเนตวันละ 45–276 มก. มากกว่าในแคปซูลราว 4–24 เท่า (คำนวณ) และเป็นคนละรูปแบบกับแคปซูลกลืน ผลด้านระยะเวลาหวัดมีความแน่นอนต่ำ
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ (ข้อที่ไม่ได้ระบุว่าเป็นข้อความฉลาก เป็นคำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบบนฉลากและแหล่งในแผ่นหลักฐาน)
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน (คำแนะนำของบทความ)
- เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
- ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
- ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) ยาเคมีบำบัด หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด
- ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
- สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
- โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน โรคตับ หรือนิ่วในถุงน้ำดี: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: ควรเลี่ยง ผู้ที่แพ้ง่ายให้อ่านส่วนประกอบทุกตัวก่อน
- แพ้เจลาติน: แคปซูลเป็นเจลาติน แต่ฉลากไม่ระบุว่าทำจากสัตว์ชนิดใด ให้สอบถามผู้ผลิตก่อน
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาปฏิชีวนะ ยาต้านไวรัส ยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนวัคซีน ยาที่แพทย์สั่ง ยาแก้แพ้ ยาพ่นหอบหืด หรืออะดรีนาลีน
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
- หายใจลำบากมาก หอบจนพูดไม่เป็นคำ หรือรู้สึกเหมือนสำลัก
- ไอเป็นเลือด
- หายใจลำบาก หรือกลืนไม่ได้
- น้ำลายไหลเพราะกลืนไม่ลง
- หายใจมีเสียงแหลมสูง (stridor)
- อาการรุนแรงและแย่ลงอย่างรวดเร็ว
- ปลุกให้ตื่นยาก หรือปลุกไม่ตื่น
- สับสน
- เดินไม่ได้
- ริมฝีปาก ลิ้น หรือเล็บเป็นสีออกน้ำเงิน
- ปวดศีรษะรุนแรงมาก
- คอแข็ง
- เด็กร้องไห้ไม่หยุดและปลอบไม่ได้
- ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
- คอแน่น หรือรู้สึกเหมือนหายใจไม่ทัน
- ผิวหรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
- เป็นลม หรือหมดสติ
- หอบหืดกำเริบ แล้วใช้ยาพ่นบรรเทาอาการตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง
- หอบหืดกำเริบ และไม่มียาพ่นบรรเทาอาการอยู่กับตัว
รายการข้างต้นรวมจากหน้าที่แหล่งจัดเป็นเหตุฉุกเฉิน ได้แก่ NHS หน้าไข้หวัดใหญ่ (ทบทวน 3 ก.พ. 2569) หน้าเจ็บคอ (ทบทวน 8 เม.ย. 2567) หน้าแพ้รุนแรง (ทบทวน 21 มิ.ย. 2566) และหน้าหอบหืด (ทบทวน 7 เม.ย. 2568) รวมกับหน้าไข้ของ MedlinePlus (ทบทวน 31 ก.ค. 2567) ที่ให้โทรเรียกรถฉุกเฉินเมื่อมีไข้ร่วมกับอาการเหล่านี้ บทความนี้แยกแต่ละอาการเป็นข้อเดี่ยว ไม่ต้องรอให้มีไข้ก่อน NHS ระบุว่าห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง ให้คนอื่นขับไปหรือเรียกรถพยาบาล และนำยาที่ใช้อยู่ไปด้วย
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →คำถามที่พบบ่อย
ไข้หวัดกินยาอะไรดี
อย. แนะนำให้รักษาตามอาการด้วยยาสามัญประจำบ้าน เช่น พาราเซตามอลลดไข้ ยาแก้แพ้ลดน้ำมูก ยาดมหรือยาทาแก้คัดจมูก ยาแก้ไอหรือยาอมแก้เจ็บคอ โดยอ่านฉลากก่อนใช้ ไม่ใช้เกินขนาด และไม่ใช้หลายชนิดพร้อมกัน ผู้มีโรคประจำตัวควรถามเภสัชกรก่อน
ไข้หวัดเกิดจากไวรัสหรือแบคทีเรีย
หวัดเกิดจากไวรัส อย. NHS และ MedlinePlus ระบุตรงกัน ยาปฏิชีวนะใช้กับการติดเชื้อแบคทีเรีย จึงไม่ช่วยหวัด และ อย. ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะใช้เอง
คนเป็นโรคตับกินพาราเซตามอลได้ไหม
NHS ระบุว่าพาราเซตามอลอาจไม่เหมาะกับคนที่เป็นโรคตับหรือโรคไต หรือดื่มแอลกอฮอล์หนัก ให้ตรวจฉลากและถามเภสัชกรหรือแพทย์ก่อน และห้ามกินพร้อมยาแก้หวัดสูตรรวมที่มีพาราเซตามอลอยู่แล้ว
คนเป็นความดันสูงกินยาแก้หวัดได้ไหม
NHS ระบุให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาลดคัดจมูก ถ้าเป็นความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เบาหวาน ต้อหิน โรคไทรอยด์ หรือต่อมลูกหมากโต ยาแก้หวัดสูตรรวมหลายตัวมียาลดคัดจมูกผสมอยู่ จึงต้องอ่านฉลากทุกครั้ง
วิตามินซีกินกับยาแก้หวัดได้ไหม
แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ตอบเรื่องนี้โดยตรง ให้บอกเภสัชกรถึงทุกอย่างที่กินอยู่ ส่วนผลต่อหวัด งานทบทวน Cochrane พบว่าวิตามินซีอย่างน้อยวันละ 200 มก. ไม่ลดโอกาสเป็นหวัดในคนทั่วไป และการเริ่มกินตอนเป็นหวัดแล้วไม่เห็นผลที่ชัดเจน
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- อย. เตือน อากาศเปลี่ยนแปลง ป่วยเป็นหวัดง่าย แนะ ใช้ยาอย่างถูกวิธี ห้าม! ซื้อยาปฏิชีวนะใช้เอง (13 มิ.ย. 2567)สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
- Common coldNHS
- Common coldMedlinePlus Medical Encyclopedia
- Paracetamol for adultsNHS
- DecongestantsNHS
- Ibuprofen for adultsNHS
- Vitamin C for preventing and treating the common coldCochrane Database Syst Rev 2013 (PubMed)
- About Common ColdCenters for Disease Control and Prevention (CDC)
- FluNHS
- ZincLinus Pauling Institute, Oregon State University
- Zinc for prevention and treatment of the common coldCochrane Database Syst Rev 2024 (PubMed)
- แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคหืดในประเทศไทยสำหรับผู้ใหญ่ 2568 (Thai Asthma Guideline in Adults 2025)สมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย (สำเนาเผยแพร่โดยโรงพยาบาลฟากท่า)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
