บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta X Plus

ลูกป่วยบ่อย เป็นหวัดทุกเดือน เกิดจากอะไร ต้องกินวิตามินไหม

คำตอบสั้น: เด็กเล็กเป็นหวัดบ่อยกว่าผู้ใหญ่มาก โดยเฉพาะช่วงเริ่มเข้าศูนย์เด็กเล็กหรือเนิร์สเซอรี ข่าวของสมาคมกุมารแพทย์แคนาดา (ปี 2552 ปรับปรุงหน้า 2556 เป็นข้อมูลเก่า) ระบุว่าเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีอาจเป็นหวัดได้ถึง 8–10 ครั้งต่อปี และงานศึกษาในศูนย์เด็กเล็ก โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ขอนแก่น พบเด็กเป็นหวัดเฉลี่ย 12 ครั้งต่อคนต่อปี ส่วนหนึ่งของ "หวัดทุกเดือน" อาจเป็นภูมิแพ้จมูก สัญญาณที่แนวทางทางการแพทย์ให้ตรวจเพิ่ม เช่น ปอดอักเสบซ้ำ ติดเชื้อรุนแรงจนต้องให้ยาทางหลอดเลือด หรือน้ำหนักไม่ขึ้น วิตามินเสริมในเด็กควรให้แพทย์ประเมินก่อน เพราะหลักฐานว่าวิตามินป้องกันหวัดในคนทั่วไปมีน้อย

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • เด็กเล็กเป็นหวัดบ่อยเป็นเรื่องที่พบได้ โดยเฉพาะอายุต่ำกว่า 2 ปีและเด็กที่อยู่ในศูนย์เด็กเล็ก
  • หวัดแพร่ง่ายในกลุ่มเด็ก MedlinePlus ระบุว่าเด็กมักติดหวัดจากเด็กคนอื่น และหวัดแพร่เร็วในโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็ก
  • ภูมิแพ้จมูก ทำให้จาม น้ำมูกใส คัดจมูก เป็น ๆ หาย ๆ จนดูเหมือนหวัดไม่หาย
  • สัญญาณที่ต้องตรวจเพิ่ม ปอดอักเสบ 2 ครั้งขึ้นไปในปีเดียว ไซนัสอักเสบรุนแรงซ้ำ ใช้ยาปฏิชีวนะนานแต่ไม่ได้ผล น้ำหนักไม่ขึ้น เชื้อราในปากไม่หาย
  • วิตามินเสริม NHS ระบุว่ามีหลักฐานน้อยว่าวิตามินซีและอาหารเสริมอื่นป้องกันหวัด ให้แพทย์ประเมินก่อนให้เด็ก
  • สิ่งที่ทำได้ ล้างมือ วัคซีนตามนัด ไม่ให้เด็กอยู่กับควันบุหรี่ และพาไปพบแพทย์เมื่อมีสัญญาณอันตราย

เด็กเป็นหวัดปีละกี่ครั้งถือว่าพบได้

ตัวเลขจากแหล่งที่เราเปิดอ่านต่างกันตามกลุ่มเด็กที่ศึกษา จึงเขียนแยกพร้อมปี

  • ข่าวของสมาคมกุมารแพทย์แคนาดา (Canadian Paediatric Society ข่าวลงวันที่ 13 ม.ค. 2552 ปรับปรุงหน้า 21 ม.ค. 2556 เป็นข้อมูลเก่า): เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีอาจเป็นหวัดได้ถึง 8–10 ครั้งต่อปี
  • งานศึกษาไทยในศูนย์เด็กเล็กของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (ศรีนครินทร์เวชสาร 2552): ติดตามเด็กอายุ 8–53 เดือน 90 คน ช่วง ส.ค. 2546 ถึง ต.ค. 2547 พบว่าเด็กเป็นหวัดเฉลี่ย 12 ครั้งต่อคนต่อปี ร้อยละ 77 เป็นมากกว่า 8 ครั้งต่อปี แต่ละครั้งเป็นเฉลี่ย 5 วัน ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยคือไซนัสอักเสบ (ร้อยละ 12) และผู้วิจัยสรุปว่าเด็กที่เริ่มเข้าศูนย์เด็กเล็กก่อนอายุ 2 ปีมีความเสี่ยงเป็นหวัดบ่อยอย่างมีนัยสำคัญ งานนี้ศึกษาเฉพาะเด็กในศูนย์เด็กเล็กแห่งเดียว ไม่มีกลุ่มเด็กที่เลี้ยงที่บ้านไว้เทียบ จึงบอกไม่ได้ว่าเข้าศูนย์เด็กเล็กแล้วเป็นหวัดมากกว่ากี่เท่า
  • MedlinePlus (ทบทวน 1 ม.ค. 2568): เด็กอาจเป็นหวัดได้หลายครั้งต่อปี มักติดจากเด็กคนอื่น และหวัดเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เด็กต้องหยุดเรียน

แต่แหล่งไม่ได้ตรงกันทั้งหมด แนวทางส่งต่อผู้ป่วยของโรงพยาบาลเด็กรอยัล เมลเบิร์น (The Royal Children’s Hospital Melbourne ทบทวนล่าสุด ธ.ค. 2551) นับ “ติดเชื้อครั้งใหม่ 8 ครั้งขึ้นไปในหนึ่งปี” เป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องปฐมภูมิ ตัวเลขนี้ทับกับจำนวนหวัดที่พบในเด็กเล็กตามสองแหล่งข้างบน คำแนะนำของบทความ: ถ้าลูกป่วย 8 ครั้งขึ้นไปในหนึ่งปี ให้นำบันทึกการป่วยไปปรึกษากุมารแพทย์ตามนัด แพทย์จะดูชนิดและความรุนแรงของการติดเชื้อประกอบกัน ตามหัวข้อถัดไป

NHS (หน้าหวัด ทบทวน 22 มี.ค. 2567) ระบุด้วยว่าอาการหวัดในเด็กเล็กอาจอยู่นานกว่าผู้ใหญ่ เด็กอาจหงุดหงิด กินและนอนลำบาก หายใจทางปาก และอาเจียนหลังไอ ส่วนระยะแพร่เชื้อมักอยู่ 1–2 สัปดาห์และอาจนานกว่านั้นในทารกและเด็กเล็ก

ภูมิแพ้จมูกที่ถูกเข้าใจว่าเป็นหวัดบ่อย

เด็กบางคนที่ดูเหมือนเป็นหวัดทุกเดือน อาจเป็นภูมิแพ้จมูก เพราะอาการหน้าตาคล้ายกัน คือ จาม น้ำมูกใส และคัดจมูก จุดที่ช่วยสังเกตได้ตามแหล่งที่เราเปิดอ่าน

  • หวัด NHS ระบุว่าอาการค่อย ๆ เริ่มใน 2–3 วัน อาจมีไข้ เจ็บคอ ปวดเมื่อย และดีขึ้นใน 1–2 สัปดาห์
  • ภูมิแพ้จมูก เอกสารของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลระบุว่ามีคันจมูก จามติดกัน น้ำมูกใส หลังสัมผัสสิ่งที่แพ้ เช่น ฝุ่นบ้าน อาจคันตา คอ หู หรือเพดานปาก เด็กมักขยี้หรือเสยปลายจมูก และถ้าคัดจมูกนานอาจมีเลือดคั่งใต้ขอบตาล่าง หน้าภูมิแพ้จมูกของ NHS ไม่ได้ระบุไข้ไว้ในรายการอาการ

ถ้าอาการเป็นแบบหลังและเกิดซ้ำตามสิ่งกระตุ้น ให้เล่าให้แพทย์ฟัง เพราะแนวทางดูแลต่างจากหวัด อ่านอาการภูมิแพ้ในเด็กเพิ่มได้ที่ ภูมิแพ้ในเด็ก อาการเป็นอย่างไร และความต่างของหวัดกับภูมิแพ้ได้ที่ หวัดบ่อยเกิดจากอะไร

สัญญาณแบบไหนที่ควรตรวจเพิ่ม

แนวทางของโรงพยาบาลเด็กรอยัล เมลเบิร์น (ทบทวน ธ.ค. 2551) ระบุสัญญาณเตือนภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องปฐมภูมิในเด็กไว้ 10 ข้อ และให้ส่งต่อเมื่อมีข้อใดข้อหนึ่ง

  • ติดเชื้อครั้งใหม่ 8 ครั้งขึ้นไปในหนึ่งปี
  • ไซนัสอักเสบรุนแรง 2 ครั้งขึ้นไปในหนึ่งปี
  • ใช้ยาปฏิชีวนะนาน 2 เดือนขึ้นไปแต่ได้ผลน้อยหรือไม่ได้ผล
  • ปอดอักเสบ 2 ครั้งขึ้นไปในหนึ่งปี
  • ทารกน้ำหนักไม่ขึ้นหรือไม่เติบโตตามปกติ
  • เป็นโรคที่ผิวหนังชั้นลึกหรือที่อวัยวะซ้ำ ๆ
  • เชื้อราในปากหรือที่ผิวหนังไม่หายหลังอายุ 1 ปี
  • ต้องให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดจึงจะหาย
  • ติดเชื้อในตำแหน่งลึก 2 ครั้งขึ้นไป
  • มีคนในครอบครัวเป็นหรือสงสัยว่าเป็นภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

คำแนะนำของบทความ: ถ้าลูกมีข้อใดข้อหนึ่ง ให้ปรึกษากุมารแพทย์ตามนัดโดยไม่ต้องรอให้ป่วยรอบใหม่ อ่านเรื่องการตรวจในผู้ที่ป่วยบ่อยได้ที่ ป่วยบ่อยควรตรวจอะไร

ส่วนอาการระหว่างที่ลูกป่วยแต่ละครั้ง ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (NHS หน้าหลอดลมฝอยอักเสบ ทบทวน 19 ก.พ. 2569)

  • หายใจลำบาก มีเสียงคราง ท้องบุ๋มใต้ซี่โครง หรือหายใจเร็ว
  • มีช่วงที่หยุดหายใจ
  • ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงินหรือเทา
  • ตัวอ่อนปวกเปียก ซึมจนปลุกไม่ตื่น หรือตื่นอยู่ไม่ได้

ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้าเป็นหวัดแล้วแย่ลง กินน้อยกว่าปกติมาก ผ้าอ้อมแห้งนาน 12 ชั่วโมงขึ้นไป ทารกอายุต่ำกว่า 3 เดือนมีไข้ 38 องศาเซลเซียส หรืออายุเกิน 3 เดือนมีไข้ 39 องศาเซลเซียสขึ้นไป (NHS) และถ้าไอนานเกิน 3 สัปดาห์ ให้พบแพทย์ (NHS หน้าไอ) อ่านเรื่องไอกลางคืนในเด็กได้ที่ ลูกไอตอนกลางคืน

ลูกป่วยบ่อย ต้องกินวิตามินไหม

คำตอบตามแหล่งที่เราเปิดอ่านคือ หลักฐานว่าวิตามินหรืออาหารเสริมป้องกันหวัดในคนทั่วไปยังมีน้อย

  • NHS (หน้าหวัด ทบทวน 22 มี.ค. 2567) ระบุว่ามีหลักฐานน้อยว่าอาหารเสริมอย่างวิตามินซี เอ็กไคนาเชีย หรือกระเทียม ป้องกันหวัดหรือทำให้หายเร็วขึ้น
  • งานทบทวนของ Cochrane เรื่องวิตามินซี (2556) รวมงานที่ใช้วิตามินซีวันละ 200 มก. ขึ้นไป พบว่าการกินเป็นประจำไม่ลดโอกาสเป็นหวัดในประชากรทั่วไป ระยะเวลาเป็นหวัดในเด็กสั้นลงราวร้อยละ 14 ส่วนการเริ่มกินตอนเป็นหวัดแล้วไม่เห็นผลชัด ผู้ทบทวนสรุปว่าการกินวิตามินซีเสริมเป็นประจำในประชากรทั่วไปไม่สมเหตุสมผล
  • สังกะสี งานทบทวนของ Cochrane (2567) ระบุว่าสังกะสีอาจลดโอกาสเป็นหวัดได้เล็กน้อยหรือไม่ลดเลย (ความแน่นอนต่ำ) งานส่วนใหญ่ใช้ยาอมสังกะสีขนาดสูง ซึ่งต่างจากวิตามินรวมทั่วไป

ขนาดวิตามินสำหรับเด็กต่างจากผู้ใหญ่ และวิตามินบางตัวมีระดับสูงสุดที่รับได้ต่อวัน เช่น LPI ระบุว่าการได้สังกะสีเกินระดับสูงสุดเป็นเวลานานทำให้ขาดทองแดงได้

คำแนะนำของบทความ

  • ให้กุมารแพทย์ประเมินก่อนว่าลูกขาดสารอาหารจริงหรือไม่ จากน้ำหนัก ส่วนสูง อาหารที่กิน และผลตรวจถ้าจำเป็น
  • ถ้าแพทย์ให้วิตามินเสริม ให้ใช้ผลิตภัณฑ์และขนาดสำหรับเด็กตามที่แพทย์หรือเภสัชกรบอก
  • ห้ามแบ่งวิตามินหรืออาหารเสริมของผู้ใหญ่ให้เด็ก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ฉลากเขียนว่าเด็กไม่ควรรับประทาน
  • ถ้าให้วิตามินรวมอยู่แล้ว อย่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ตัวที่สองเองโดยไม่ถาม เพราะสารบางตัวจะซ้อนกัน

ทำอะไรได้บ้างเพื่อลดการป่วย

สิ่งที่แหล่งที่เราเปิดอ่านแนะนำ มีดังนี้

  • ล้างมือ NHS แนะนำล้างมือด้วยน้ำอุ่นและสบู่บ่อย ๆ ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ หรือของเล่นร่วมกับคนที่เป็นหวัด และไม่จับตาหรือจมูก MedlinePlus แนะนำให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ล้างมือหลังเช็ดน้ำมูก เปลี่ยนผ้าอ้อม เข้าห้องน้ำ และก่อนกินหรือเตรียมอาหาร สมาคมกุมารแพทย์แคนาดาระบุว่าการล้างมือเป็นวิธีหลักในการป้องกันหวัด
  • ปิดปากปิดจมูกเวลาไอจาม ใช้กระดาษทิชชูแล้วทิ้งทันที (NHS)
  • นมแม่ MedlinePlus ระบุว่าให้นมแม่ถ้าทำได้ เพราะนมแม่ช่วยป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจในเด็ก
  • วัคซีนตามนัด กรมควบคุมโรค (ข่าว 25 ก.พ. 2568) จัดเด็กอายุ 6 เดือนถึง 2 ปีเป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยงที่ควรได้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ และ NHS (หน้าไอกรน) ระบุว่าทารก เด็ก และหญิงตั้งครรภ์ควรได้วัคซีนไอกรน เรื่องสิทธิและนัดวัคซีนของลูก ให้ถามโรงพยาบาลหรือ รพ.สต. ใกล้บ้าน หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422
  • เลี่ยงควันบุหรี่ NHS ระบุว่าการได้รับควันบุหรี่ตั้งแต่เด็กเป็นปัจจัยเสี่ยงของหอบหืด
  • ให้เด็กพักอยู่บ้านเมื่อป่วย NHS แนะนำให้อยู่บ้านถ้ามีไข้หรือไม่สบายจนทำกิจกรรมปกติไม่ได้ เพื่อเลี่ยงการสัมผัสคนอื่น
  • นอนพอและกินอาหารครบหมู่ แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ให้ตัวเลขชั่วโมงนอนสำหรับเด็ก ให้ถามกุมารแพทย์ตามวัย

ยาปฏิชีวนะไม่ช่วยหวัด NHS ระบุว่าแพทย์ไม่แนะนำยาปฏิชีวนะสำหรับหวัด เพราะหวัดเกิดจากไวรัส และ อย. (13 มิ.ย. 2567) เตือนห้ามซื้อยาปฏิชีวนะใช้เอง

ความเชื่อที่พบบ่อย

  • "ลูกเป็นหวัดบ่อยแปลว่าภูมิคุ้มกันต่ำแน่นอน" เด็กเล็กเป็นหวัดหลายครั้งต่อปีได้ตามแหล่งที่เราเปิดอ่าน แต่ถ้ามีสัญญาณเตือนตามรายการข้างบน ให้พบกุมารแพทย์
  • "กินวิตามินซีทุกวันแล้วจะไม่เป็นหวัด" Cochrane พบว่าการกินเป็นประจำไม่ลดโอกาสเป็นหวัดในประชากรทั่วไป
  • "น้ำมูกเขียวต้องได้ยาฆ่าเชื้อ" หน้าไซนัสอักเสบของ NHS และ MedlinePlus ระบุว่าน้ำมูกสีเขียวหรือเหลืองไม่ได้แปลว่าต้องใช้ยาปฏิชีวนะ อ่านเพิ่มได้ที่ น้ำมูกเขียวต้องกินยาฆ่าเชื้อไหม
  • "ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แล้วจะไม่เป็นหวัด" NHS ระบุว่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่ไม่ได้ป้องกันหวัดธรรมดา

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)

คำเตือนบนฉลาก: "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" ผลิตภัณฑ์นี้จึงไม่ใช่วิตามินหรืออาหารเสริมสำหรับเด็กที่ป่วยบ่อย คำแนะนำของบทความ: ห้ามแบ่งแคปซูลหรือแกะผสมอาหารให้เด็ก และเก็บให้พ้นมือเด็ก ข้อมูลด้านล่างเขียนไว้สำหรับผู้ใหญ่ในบ้าน ไม่ใช่สำหรับเด็ก

เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก. · แคปซูลเป็นเจลาติน

ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม

คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน ผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน แม่ที่ให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ถามแพทย์ก่อน

เรื่องเด็กป่วยบ่อย: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดการเป็นหวัด ป้องกันการติดเชื้อ หรือแก้ภูมิแพ้ ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ และไม่ใช้แทนวัคซีน การล้างมือ หรือการพาเด็กไปพบแพทย์ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง

ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้

  • ซิงค์ 5.8 มก. ต่อแคปซูลตามฉลาก (11.6 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — ฉลากไม่ระบุรูปเกลือ ถ้าเป็นสังกะสีทั้งหมด จะคิดเป็นราว 106–113% ของค่าแนะนำของกรมอนามัย (2563) สำหรับผู้ชายอายุ 31 ปีขึ้นไป และราว 126–135% สำหรับผู้หญิงอายุ 31 ปีขึ้นไป (คำนวณ) และราวร้อยละ 29 ของระดับสูงสุดที่ผู้ใหญ่รับได้ต่อวัน 40 มก. (คำนวณ) ค่าเหล่านี้เป็นของผู้ใหญ่ ไม่ใช่ของเด็ก งานทบทวนของ Cochrane (2567) ระบุว่าสังกะสีอาจลดโอกาสเป็นหวัดได้เล็กน้อยหรือไม่ลดเลย (ความแน่นอนต่ำ) งานส่วนใหญ่ใช้ยาอมสังกะสีกลูโคเนตวันละ 45–276 มก. ซึ่งเป็นคนละรูปแบบกับแคปซูลกลืน และงานทบทวนนี้ไม่รวมสูตรที่ผสมวิตามินหรือสมุนไพรอื่น LPI ระบุว่าการได้สังกะสีเกินระดับสูงสุดเป็นเวลานานทำให้ขาดทองแดงได้ ผู้ใหญ่ที่กินวิตามินรวมหรือสังกะสีจากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่จึงต้องนับรวม
  • ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. ต่อแคปซูล (เบต้ากลูแคนราว 80 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานวิจัยในผู้ใหญ่ที่เป็นหวัดบ่อย 162 คน (ตีพิมพ์ปี 2556) ใช้เบต้ากลูแคนชนิดไม่ละลายน้ำวันละ 900 มก. มากกว่าในแคปซูลราว 11 เท่า (คำนวณ) และใช้วัตถุดิบจากบริษัทผู้ผลิต อีกงานในผู้ใหญ่อายุ 50–70 ปี 100 คน (ตีพิมพ์ปี 2560) ใช้วันละ 250 มก. มากกว่าราว 3 เท่า (คำนวณ) จำนวนหวัดที่แพทย์ยืนยันไม่ต่างจากยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ ผลจึงยังไม่สอดคล้อง ขึ้นกับชนิดและขนาด ฉลากไม่ระบุชนิดของเบต้ากลูแคน และทั้งสองงานไม่ได้ศึกษาในเด็ก

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ (สำหรับผู้ใหญ่)

  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
  • ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
  • กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
  • สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน โรคตับ หรือนิ่วในถุงน้ำดี: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: ควรเลี่ยง (คำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบบนฉลาก ไม่ใช่คำเตือนบนฉลาก)

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง ทั้งของผู้ใหญ่และของเด็ก รวมถึงยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้น หรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนวัคซีน ยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาพ่นหอบหืด ยาที่แพทย์สั่ง หรืออะดรีนาลีน

หากผู้ใหญ่หรือเด็กมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
  • หายใจเร็วมาก หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีดมาก หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
  • คอแน่น หรือกลืนลำบาก
  • ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
  • สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
  • เป็นลมแล้วปลุกไม่ตื่น
  • เด็กตัวอ่อนปวกเปียก หรือไม่ตอบสนองเหมือนปกติ
  • เด็กหายใจลำบาก เช่น มีเสียงครางขณะหายใจ ท้องบุ๋มลงใต้ซี่โครง หรือหายใจเร็ว
  • เด็กมีช่วงที่หยุดหายใจ
  • เด็กซึมจนปลุกไม่ตื่น หรือตื่นอยู่ไม่ได้
  • เด็กชัก
  • เจ็บหน้าอกที่แย่ลงเวลาหายใจหรือไอ
  • หอบหืดกำเริบแล้วอาการแย่ลง หรือใช้ยาพ่นบรรเทาครบขนาดสูงสุดแล้วไม่ดีขึ้น หรือไม่มียาพ่นอยู่กับตัว
  • แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว หรือพูดไม่ชัด

รายการข้างต้นมาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุให้โทรเรียกรถฉุกเฉิน ได้แก่ หน้าแพ้อาหาร (ทบทวน 20 ส.ค. 2569) หน้าหลอดลมฝอยอักเสบในเด็ก (ทบทวน 19 ก.พ. 2569) หน้าไอกรน (ทบทวน 6 ส.ค. 2569) และหน้าหอบหืด (ทบทวน 7 เม.ย. 2568) ส่วนข้อสุดท้ายเป็นสัญญาณอันตรายที่ใช้ทั่วทั้งเว็บไซต์นี้ หน้า NHS แพ้อาหารระบุว่าผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนให้ใช้ทันที แล้วโทรเรียกรถพยาบาลแม้จะรู้สึกดีขึ้น คำแนะนำของบทความ: อย่ารอดูอาการด้วยยาแก้แพ้ชนิดกิน

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta X Plus ของแบรนด์ Hopeful พื้นกล่องสีเขียวมิ้นต์

Beta X Plusเบต้าเอ็กซ์พลัส

เลข อย. 10-1-15662-5-0098

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →

คำถามที่พบบ่อย

ลูกป่วยบ่อยเกิดจากอะไร

เด็กเล็กเป็นหวัดได้บ่อย มักติดจากเด็กคนอื่น และหวัดแพร่เร็วในโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็ก (MedlinePlus) งานศึกษาในศูนย์เด็กเล็กของ ม.ขอนแก่น (2552) พบเด็กเป็นหวัดเฉลี่ย 12 ครั้งต่อคนต่อปี และเด็กที่เริ่มเข้าศูนย์ก่อนอายุ 2 ปีเสี่ยงเป็นหวัดบ่อย บางรายที่ดูเหมือนหวัดบ่อยอาจเป็นภูมิแพ้จมูก

เด็กเป็นหวัดปีละกี่ครั้งถือว่าปกติ

ข่าวของสมาคมกุมารแพทย์แคนาดา (2552 ปรับปรุงหน้า 2556) ระบุว่าเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีอาจเป็นหวัดได้ถึง 8–10 ครั้งต่อปี แต่แนวทางของโรงพยาบาลเด็กรอยัล เมลเบิร์น (2551) นับการติดเชื้อครั้งใหม่ 8 ครั้งขึ้นไปในหนึ่งปีเป็นสัญญาณเตือนข้อหนึ่ง ถ้าลูกป่วยถึงระดับนี้ ให้นำบันทึกการป่วยไปปรึกษากุมารแพทย์

ลูกป่วยบ่อย กินวิตามินอะไรดี

NHS ระบุว่ามีหลักฐานน้อยว่าวิตามินซีหรืออาหารเสริมอื่นป้องกันหวัด และ Cochrane พบว่าการกินวิตามินซีเป็นประจำไม่ลดโอกาสเป็นหวัดในประชากรทั่วไป ให้กุมารแพทย์ประเมินก่อนว่าขาดสารอาหารจริงหรือไม่ และใช้ขนาดสำหรับเด็กตามที่แพทย์บอก ห้ามแบ่งอาหารเสริมผู้ใหญ่ให้เด็ก

ลูกป่วยบ่อยแบบไหนต้องตรวจเพิ่ม

แนวทางของโรงพยาบาลเด็กรอยัล เมลเบิร์น ระบุสัญญาณเตือน เช่น ปอดอักเสบ 2 ครั้งขึ้นไปในหนึ่งปี ไซนัสอักเสบรุนแรง 2 ครั้งขึ้นไป ใช้ยาปฏิชีวนะนาน 2 เดือนแต่ได้ผลน้อย ต้องให้ยาทางหลอดเลือด ทารกน้ำหนักไม่ขึ้น หรือเชื้อราในปากไม่หายหลังอายุ 1 ปี ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งให้ปรึกษากุมารแพทย์

เด็กเป็นหวัดบ่อย ต้องกินยาฆ่าเชื้อไหม

NHS ระบุว่าแพทย์ไม่แนะนำยาปฏิชีวนะสำหรับหวัด เพราะหวัดเกิดจากไวรัส และ อย. เตือนห้ามซื้อยาปฏิชีวนะใช้เอง ถ้าแพทย์สั่งยาปฏิชีวนะสำหรับการติดเชื้อแบคทีเรีย ให้ใช้ตามที่สั่งจนครบ

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท