บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta X Plus

จามบ่อยเกิดจากอะไร จามติดกันหลายครั้ง น้ำมูกใส เป็นภูมิแพ้หรือหวัด

คำตอบสั้น: การจามเป็นปฏิกิริยาสะท้อนที่ร่างกายขับลมออกทางจมูกและปาก ซึ่งบทความทบทวนทางการแพทย์ระบุว่าเกิดบ่อยจากการที่เยื่อบุจมูกถูกระคายเคือง จามติดกันหลายครั้งพร้อมคันจมูกและน้ำมูกใส มักเข้าได้กับโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ซึ่ง NHS ระบุว่าอาการมักเกิดภายในไม่กี่นาทีหลังสัมผัสสิ่งที่แพ้ เช่น ไรฝุ่น ขนสัตว์ หรือเชื้อรา ส่วนหวัดอาการจะค่อย ๆ มาใน 2–3 วัน และมักเริ่มดีขึ้นในราว 1–2 สัปดาห์ นอกจากนี้ยังมีจมูกอักเสบที่ไม่ใช่ภูมิแพ้ ซึ่งกำเริบจากอากาศเปลี่ยน ควัน น้ำหอม แอลกอฮอล์ หรืออาหารเผ็ด ถ้าจามพร้อมปาก ลิ้น หรือคอบวม หรือหายใจลำบาก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • จามคือกลไกปกป้องตัวเอง ของทางเดินหายใจ สิ่งกระตุ้นที่พบบ่อยคือสิ่งที่ระคายเยื่อบุจมูก
  • ภูมิแพ้จมูก อาการคล้ายหวัด คือ จาม คันจมูก น้ำมูกไหลหรือคัดจมูก คันตา ตาแดง น้ำตาไหล และมักเกิดภายในไม่กี่นาทีหลังสัมผัสสิ่งที่แพ้ (NHS)
  • หวัด อาการค่อย ๆ มาใน 2–3 วัน มีเจ็บคอ เสียงแหบ ไอ อ่อนเพลียได้ และมักเริ่มดีขึ้นใน 1–2 สัปดาห์ (NHS)
  • จมูกอักเสบที่ไม่ใช่ภูมิแพ้ กำเริบจากอากาศ ควัน น้ำหอม แอลกอฮอล์ อาหารเผ็ด และยาบางชนิด NHS ระบุว่าไม่เป็นอันตราย แต่รบกวนชีวิตได้
  • ยาที่ใช้ได้ เช่น ยาต้านฮิสทามีน ยาสเตียรอยด์พ่นจมูก และน้ำเกลือล้างจมูก ให้เภสัชกรหรือแพทย์เลือกตามอาการ ห้ามหยุดหรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง

จามเกิดจากอะไร ร่างกายจามเพื่ออะไร

การจามเป็นปฏิกิริยาสะท้อนเพื่อปกป้องร่างกาย บทความทบทวนเรื่องการจามที่ตีพิมพ์ปี 2552 อธิบายว่า การจามคือการขับลมจากปอดออกทางจมูกและปาก และมักเกิดจากการระคายเคืองของเยื่อบุจมูก

บทความเดียวกันระบุว่าการจามยังกระตุ้นได้จากการเจอแสงจ้าทันที การกินอิ่มมาก และการกระตุ้นเส้นประสาทบริเวณใบหน้า และยังอาจเป็นอาการของโรคทางระบบประสาทบางชนิดได้ด้วย

สิ่งที่ช่วยแพทย์แยกสาเหตุ คือจามบ่อยแค่ไหน จามเมื่อเจออะไร เป็นมานานเท่าไร และมีอาการอื่นร่วมด้วยหรือไม่ ลองจดไว้ก่อนไปพบแพทย์หรือเภสัชกร

จามบ่อย น้ำมูกใส เกิดจากอะไรได้บ้าง

1. โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้

ภูมิแพ้คือร่างกายตอบสนองต่อสิ่งที่ปกติไม่เป็นอันตราย NHS ระบุว่าสิ่งที่ทำให้เกิดภูมิแพ้จมูกที่พบบ่อย ได้แก่ ไรฝุ่น ละอองเกสร รังแคหรือขนของสัตว์อย่างสุนัขและแมว เชื้อรา และฝุ่นไม้หรือฝุ่นแป้ง

อาการหลักคือ จาม คันจมูก น้ำมูกไหลหรือคัดจมูก คันตา ตาแดง น้ำตาไหล ไอ และคันเพดานปาก NHS ระบุว่าคนที่มีคนในครอบครัวเป็นภูมิแพ้ หรือเป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนังหรือหอบหืด มีโอกาสเป็นภูมิแพ้มากกว่า

แนวทางเวชปฏิบัติไทยสำหรับโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2565 ซึ่งแนวทางโรคหืดไทย 2568 นำมาดัดแปลง) ระบุลักษณะที่ชัดเจนว่า มีอาการจมูกอย่างน้อย 2 อาการ (คันจมูก จาม คัดจมูก น้ำมูกใส) ทั้ง 2 ข้าง อย่างน้อย 1 ปี ร่วมกับลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น อาการคันและจามเด่นกว่าน้ำมูกไหลและคัด มีโรคภูมิแพ้อื่นร่วม มีประวัติครอบครัว หรือมีอาการเมื่อสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ ผู้ที่สงสัยว่าเป็นภูมิแพ้จมูกอ่านต่อได้ที่ ภูมิแพ้จมูกอาการเป็นอย่างไร

2. จมูกอักเสบที่ไม่ใช่ภูมิแพ้ (จมูกไวต่อสิ่งกระตุ้น)

จามได้แม้ไม่ได้แพ้อะไร NHS อธิบายว่าจมูกอักเสบชนิดไม่ใช่ภูมิแพ้ทำให้คัดจมูกหรือน้ำมูกไหล จาม เจ็บคอ และรู้สึกมีน้ำมูกไหลลงคอได้ สาเหตุที่พบบ่อยตาม NHS ได้แก่

  • อากาศเปลี่ยน เช่น อุณหภูมิหรือความชื้น
  • การออกกำลังกาย
  • ควัน น้ำหอม และกลิ่นสี
  • แอลกอฮอล์และอาหารเผ็ด
  • ฮอร์โมนเปลี่ยนช่วงตั้งครรภ์ หรือจากยาฮอร์โมนและยาคุมกำเนิดบางชนิด
  • ภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ
  • ยาบางชนิด เช่น ยาความดันกลุ่ม ACE inhibitors ยากลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ แอสไพริน และยาแก้ปวดต้านการอักเสบอย่างไอบูโพรเฟน
  • ใช้ยาพ่นแก้คัดจมูกนานเกินกว่าที่ฉลากยาระบุ

ถ้าสงสัยว่ายาที่กินอยู่เป็นสาเหตุ ห้ามหยุดยาเอง NHS ระบุว่าแพทย์อาจพิจารณาเปลี่ยนยาให้ถ้าคิดว่ายานั้นเป็นสาเหตุ คนที่จามเวลาเจอแอร์เย็นหรืออากาศเปลี่ยน อ่านต่อได้ที่ จามเมื่อเจออากาศเย็น

3. หวัด

หวัดเกิดจากไวรัส NHS ระบุว่าอาการหวัดค่อย ๆ มาใน 2–3 วัน อาการหลักคือ คัดจมูกหรือน้ำมูกไหล จาม เจ็บคอ เสียงแหบ ไอ และรู้สึกเหนื่อยไม่สบาย บางคนมีไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือรับรสและกลิ่นลดลง

NHS ระบุว่าผู้ป่วยหวัดแพร่เชื้อได้จนกว่าอาการจะหมด ซึ่งมักใช้เวลา 1–2 สัปดาห์ และเชื้อจากการไอจามอยู่บนมือและพื้นผิวได้ 24 ชั่วโมง ช่วงที่จามบ่อยจากหวัดจึงควรล้างมือบ่อย ๆ และใช้ทิชชูปิดปากจมูกแล้วทิ้งทันที

จามบ่อยเป็นภูมิแพ้หรือหวัด ดูจากอะไร

ดูจากความเร็วที่อาการเกิด ระยะเวลา และอาการร่วม ข้อสังเกตด้านล่างรวบรวมจาก NHS (หน้า Allergic rhinitis และ Common cold) ใช้เป็นแนวทางคร่าว ๆ ไม่ใช่การวินิจฉัย บางคนเป็นทั้งภูมิแพ้และหวัดพร้อมกันได้

  • เวลาเริ่มมีอาการ: ภูมิแพ้จมูกมักเกิดภายในไม่กี่นาทีหลังสัมผัสสิ่งที่แพ้ เช่น ตอนปัดที่นอนหรือเข้าห้องที่มีฝุ่น ส่วนหวัดค่อย ๆ มาใน 2–3 วัน
  • ระยะเวลา: หวัดมักเริ่มดีขึ้นในราว 1–2 สัปดาห์ ภูมิแพ้จมูกเป็น ๆ หาย ๆ ซ้ำตามสิ่งกระตุ้น และแนวทางไทยใช้การมีอาการนานอย่างน้อย 1 ปีเป็นหนึ่งในลักษณะที่ชัดเจนของภูมิแพ้จมูก
  • อาการคัน: คันจมูก คันตา คันเพดานปาก เป็นอาการในรายการของภูมิแพ้จมูก ไม่อยู่ในรายการอาการหวัดของ NHS
  • อาการทั้งตัว: ไข้ ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย เสียงแหบ เจ็บคอ อยู่ในรายการอาการหวัดของ NHS
  • สิ่งกระตุ้นซ้ำ ๆ: จามทุกครั้งที่เจอสิ่งเดิม เช่น แมว ฝุ่น หรือห้องอับชื้น ชวนให้นึกถึงภูมิแพ้มากกว่าการติดเชื้อ

คนที่จามหนักเป็นช่วงหลังตื่นนอนทุกวัน อ่านต่อได้ที่ จามตอนเช้าทุกวันเกิดจากอะไร และคนที่ยังแยกไม่ออกระหว่างภูมิแพ้กับหวัด อ่านต่อได้ที่ ภูมิแพ้กับหวัดต่างกันอย่างไร

จามบ่อยอันตรายไหม ความเชื่อที่พบบ่อย

ความเชื่อ: จามบ่อยเพราะภูมิคุ้มกันต่ำ — ไม่ตรงกับคำอธิบายของ NHS ซึ่งระบุว่าภูมิแพ้คือการที่ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งที่ปกติไม่เป็นอันตราย เช่น ฝุ่นหรือละอองเกสร ส่วนจมูกอักเสบชนิดไม่ใช่ภูมิแพ้ NHS อธิบายว่าเกิดจากเยื่อบุจมูกระคายเคือง และไม่ได้ระบุภาวะภูมิคุ้มกันต่ำเป็นสาเหตุ

ความเชื่อ: จามบ่อยไม่อันตราย ไม่ต้องทำอะไร — NHS ระบุว่าจมูกอักเสบชนิดไม่ใช่ภูมิแพ้ไม่เป็นอันตราย แต่รบกวนชีวิตได้ และหน้าภูมิแพ้ของ NHS ระบุว่าอาการแพ้อาจไม่รุนแรง แต่ในบางคนอาจรุนแรงมาก นอกจากนี้แนวทางโรคหืดไทย 2568 อ้างการศึกษาในไทย (AROCOT) ว่า 86% ของผู้ป่วยโรคหืดเป็นโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ร่วมด้วย ผู้ที่จามเรื้อรังและมีไอ หายใจมีเสียงหวีด หรือแน่นหน้าอกร่วม จึงควรให้แพทย์ประเมิน

ความเชื่อ: กินวิตามินซีแล้วจะหายจาม — NHS ระบุว่ามีหลักฐานน้อยว่าอาหารเสริมอย่างวิตามินซี เอ็กไคนาเชีย หรือกระเทียม ป้องกันหวัดหรือช่วยให้หายหวัดเร็วขึ้น และไม่พบแหล่งที่เราเปิดอ่านระบุว่าวิตามินซีช่วยอาการจามจากภูมิแพ้

ความเชื่อ: ภูมิแพ้จมูกทำอะไรไม่ได้ — คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลระบุว่าโรคนี้เป็นโรคเรื้อรัง อาการเป็น ๆ หาย ๆ ตามสิ่งกระตุ้น แต่ควบคุมอาการได้ด้วยการหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้และการใช้ยาตามแพทย์สั่ง

จามบ่อยกินยาอะไร ควรถามเภสัชกรเรื่องไหน

ขั้นแรกคือหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นเท่าที่ทำได้ NHS แนะนำให้ซักเครื่องนอนที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียสขึ้นไป เช็ดฝุ่นด้วยผ้าชื้น ใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีแผ่นกรอง HEPA ไม่ให้สัตว์เลี้ยงเข้าห้องนอน และทำให้บ้านแห้ง อากาศถ่ายเท ส่วนจมูกอักเสบชนิดไม่ใช่ภูมิแพ้ ให้เลี่ยงควัน น้ำหอม หรืออาหารที่ทำให้จาม ถ้าทำได้

ยาที่เภสัชกรอาจแนะนำ NHS ระบุว่าเภสัชกรให้คำแนะนำเรื่องยาเหล่านี้ได้

  • ยาต้านฮิสทามีน (ยาแก้แพ้)
  • ยาสเตียรอยด์พ่นจมูก (ยาพ่นลดการอักเสบในจมูก)
  • ยาพ่นหรือยาหยอดแก้คัดจมูก ซึ่ง NHS ระบุว่าไม่ควรใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี และไม่ควรใช้เกิน 5 วัน เพราะอาจทำให้คัดจมูกมากขึ้น
  • น้ำเกลือพ่นหรือล้างจมูก

แนวทางไทย (ดัดแปลงใน TAC 2568) วางการรักษาภูมิแพ้จมูกที่อาการชัดเจนไว้ที่การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ร่วมกับยาต้านฮิสทามีนรุ่นที่ 2 ชนิดกิน หรือยาสเตียรอยด์พ่นจมูก ตามความรุนแรงและรูปแบบอาการ แล้วประเมินอาการทุก 2 สัปดาห์ แพทย์หรือเภสัชกรจะเลือกยาให้เหมาะกับแต่ละคน บทความนี้จึงไม่ใส่ชื่อยาหรือขนาดยา

คำถามที่ควรถามเภสัชกร เช่น ยานี้ทำให้ง่วงไหม ขับรถได้หรือเปล่า ใช้ร่วมกับยาประจำตัวที่กินอยู่ได้ไหม และถ้าใช้แล้วไม่ดีขึ้นควรทำอย่างไร ผู้ที่สงสัยเรื่องยาแก้แพ้ง่วงหรือไม่ง่วง อ่านต่อได้ที่ ยาแก้แพ้แบบง่วงกับไม่ง่วง

ผู้ที่แพทย์สั่งยาพ่นจมูกหรือยาแก้แพ้ไว้แล้ว ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง แม้อาการจะดีขึ้น ให้คุยกับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง

จามบ่อยแบบไหนต้องไปพบแพทย์

มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (NHS จัดเป็นเหตุฉุกเฉิน)

  • จามหรือคันจมูก แล้วริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
  • หายใจเร็วมาก หายใจลำบาก หรือหายใจมีเสียงหวีดจนรู้สึกเหมือนสำลัก
  • คอแน่น หรือกลืนลำบาก
  • เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
  • หายใจลำบากมากจนหอบ พูดไม่เป็นประโยค
  • ไอเป็นเลือด

ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้ามีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ (ไข้ขึ้นเร็ว ปวดเมื่อย อ่อนเพลียมาก) และมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ซึ่ง NHS Flu จัดเป็นกรณีที่ควรพบแพทย์ด่วน

  • รู้สึกหายใจเหนื่อย
  • รู้สึกไม่สบายมาก
  • อายุ 65 ปีขึ้นไป หรือตั้งครรภ์
  • มีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ ปอด ตับ ไต หรือภูมิคุ้มกันต่ำ
  • อาการไม่ดีขึ้นหลัง 7 วัน

นัดพบแพทย์ ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ (NHS)

  • อาการภูมิแพ้จมูกแย่ลง หรือยาจากร้านยาไม่ได้ผล
  • เป็นหอบหืดอยู่แล้วและหอบหืดแย่ลง
  • จามและน้ำมูกรบกวนการนอนหรือการใช้ชีวิต
  • ไม่แน่ใจว่าอะไรเป็นสาเหตุ
  • ไข้สูงเกิน 3 วัน หรืออาการหวัดไม่ดีขึ้นหลัง 10 วัน
  • ไอนานเกิน 3 สัปดาห์

NHS ระบุว่าแพทย์อาจส่งต่อผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจเพิ่มเติม ถ้ายังไม่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุหรืออาการรุนแรง

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)

เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก.

ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม

คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

เรื่องอาการจาม: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดการจาม ลดน้ำมูก หรือใช้แทนยาแก้แพ้และยาพ่นจมูกได้ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง การหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นและยาที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำยังเป็นแนวทางหลักตามแนวทางเวชปฏิบัติ

ส่วนประกอบที่มักถูกถามเมื่อพูดถึงจามและหวัด เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้

  • สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. (40 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานในผู้โดยสารเครื่องบินระยะไกล 312 คนที่ออสเตรเลีย ใช้สารสกัดวันละ 600–900 มก. (ราว 15–22.5 เท่า คำนวณ) พบว่าจำนวนครั้งที่เป็นหวัดไม่ต่างจากยาหลอก แม้วันป่วยรวมจะน้อยกว่า งานนี้ได้ทุนจากบริษัทผู้ผลิตซึ่งร่วมออกแบบการศึกษา งานในห้องฉุกเฉินสหรัฐปี 2563 ในผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 87 คนไม่พบว่าลดระยะเวลาหรือความรุนแรง NCCIH ระบุว่าหลักฐานยังเป็นเบื้องต้น และผลเอลเดอร์เบอร์รี่ดิบหรือยังไม่สุก รวมทั้งใบและลำต้น มีสารที่ทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสียรุนแรง ไม่พบงานเรื่องเอลเดอร์เบอร์รี่กับอาการจามจากภูมิแพ้
  • สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. และวิตามินซี 1.5 มก. — ฉลากระบุวิตามินซีชัดเจนเพียง 3 มก. ต่อวัน (คำนวณ) ซึ่งเป็นส่วนน้อยของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (ชาย 100 มก. หญิง 85 มก. ตามข้อแนะนำของกรมอนามัย) งานทบทวน Cochrane ปี 2556 ใช้วิตามินซีอย่างน้อยวันละ 200 มก. (ราว 67 เท่า คำนวณ) พบว่าการกินเป็นประจำไม่ลดโอกาสเป็นหวัดในประชากรทั่วไป และทำให้ระยะเวลาหวัดในผู้ใหญ่สั้นลงราว 8% ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่า

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
  • ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
  • ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
  • กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
  • สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน หรือโรคตับ: มีกรดอะมิโนเสริมและกระชาย ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • นิ่วในถุงน้ำดี: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: ควรเลี่ยง

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาพ่นหอบหืด อะดรีนาลีน หรือวัคซีนตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
  • หายใจเร็วมาก หายใจลำบาก หอบมีเสียงหวีด หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
  • คอแน่น หรือกลืนลำบาก
  • ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีฟ้า เทา หรือซีด
  • สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
  • หมดสติและปลุกไม่ตื่น
  • เด็กตัวอ่อนปวกเปียก หรือไม่ตอบสนองเหมือนปกติ
  • หอบหืดกำเริบ แล้วใช้ยาพ่นบรรเทาอาการตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง
  • หอบหืดกำเริบ และไม่มียาพ่นบรรเทาอาการอยู่กับตัว
  • เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
  • ไอเป็นเลือด

อาการแพ้รุนแรงข้างต้นเป็นรายการที่ NHS จัดเป็นเหตุฉุกเฉิน ผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนตามที่แพทย์สั่ง ให้ใช้ตามแผนที่แพทย์ให้ไว้ แล้วโทร 1669 ห้ามรอดูอาการด้วยยาแก้แพ้ ระหว่างรอ NHS ให้นอนราบ (ถ้าหายใจลำบากให้ค่อย ๆ ลุกนั่ง) และห้ามลุกยืนหรือเดินแม้รู้สึกดีขึ้น ส่วน NHS หน้าไข้หวัดใหญ่ระบุว่าห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta X Plus ของแบรนด์ Hopeful พื้นกล่องสีเขียวมิ้นต์

Beta X Plusเบต้าเอ็กซ์พลัส

เลข อย. 10-1-15662-5-0098

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →

คำถามที่พบบ่อย

จามบ่อยเกิดจากอะไร

สาเหตุที่พบบ่อยคือโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ เช่น แพ้ไรฝุ่น ขนสัตว์ หรือเชื้อรา หวัด และจมูกอักเสบชนิดไม่ใช่ภูมิแพ้ที่กำเริบจากอากาศเปลี่ยน ควัน น้ำหอม แอลกอฮอล์ อาหารเผ็ด หรือยาบางชนิด ตามข้อมูลของ NHS

จามบ่อย น้ำมูกใส เป็นภูมิแพ้หรือหวัด

ภูมิแพ้จมูกมักเกิดภายในไม่กี่นาทีหลังสัมผัสสิ่งที่แพ้และมีคันจมูกหรือคันตาร่วม ส่วนหวัดค่อย ๆ มาใน 2–3 วัน อาจมีเจ็บคอ เสียงแหบ ไข้ และมักเริ่มดีขึ้นใน 1–2 สัปดาห์ ถ้ายังแยกไม่ได้ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

จามบ่อยอันตรายไหม

NHS ระบุว่าจมูกอักเสบชนิดไม่ใช่ภูมิแพ้ไม่เป็นอันตรายแต่รบกวนชีวิตได้ ส่วนถ้าจามหรือคันแล้วปาก ลิ้น หรือคอบวม หายใจลำบาก หรือกลืนลำบาก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 เพราะอาจเป็นการแพ้รุนแรง

จามบ่อยกินยาอะไรดี

ยาที่ใช้บ่อยคือยาต้านฮิสทามีน ยาสเตียรอยด์พ่นจมูก และน้ำเกลือล้างจมูก ซึ่งแพทย์หรือเภสัชกรจะเลือกตามความรุนแรงและโรคประจำตัว ผู้ที่ได้ยาจากแพทย์อยู่แล้วห้ามหยุดหรือเปลี่ยนยาเอง

จามบ่อยแบบไหนควรไปหาหมอ

ควรพบแพทย์เมื่ออาการแย่ลง ยาจากร้านยาไม่ได้ผล รบกวนการนอน มีหอบหืดที่แย่ลง ไม่แน่ใจสาเหตุ หรืออาการหวัดไม่ดีขึ้นหลัง 10 วัน ตามคำแนะนำของ NHS

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท