เกี่ยวกับ MEMORA
กาแฟดีต่อสมองไหม ดื่มแล้วเสี่ยงสมองเสื่อมหรือช่วยได้
คำตอบสั้น: จากหลักฐานที่มี ไม่พบว่ากาแฟในปริมาณปกติทำให้สมองเสื่อม งานติดตามขนาดใหญ่ในสหราชอาณาจักรกลับพบว่าคนที่ดื่มกาแฟวันละ 2–3 ถ้วยสัมพันธ์กับความเสี่ยงสมองเสื่อมที่ต่ำกว่าคนไม่ดื่ม แต่เป็นงานเชิงสังเกต จึงสรุปไม่ได้ว่ากาแฟป้องกันสมองเสื่อม เพราะไม่ใช่งานทดลองที่สุ่มให้คนดื่มกาแฟแล้วติดตามว่าใครเป็นสมองเสื่อม ส่วนเรื่องปริมาณ องค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ระบุว่าคาเฟอีน 400 มก. ต่อวันโดยทั่วไปไม่สัมพันธ์กับผลเสียในผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ และหน่วยงานความปลอดภัยอาหารยุโรป (EFSA) ระบุว่าไม่เกิน 400 มก. ต่อวันไม่ก่อปัญหาความปลอดภัยในผู้ใหญ่สุขภาพดีที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ ข้อที่คนวัย 50+ ควรระวังมากกว่าคือกาแฟรบกวนการนอน และน้ำตาลในกาแฟสำเร็จรูป
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- คาเฟอีนกระตุ้นระบบประสาท ทำให้ตื่นตัวและลดความง่วงตามที่ EFSA ระบุ ส่วน MedlinePlus ระบุว่าระดับในเลือดสูงสุดภายในราว 1 ชั่วโมง และรู้สึกถึงผลได้ 4–6 ชั่วโมง
- งานเชิงสังเกต 365,682 คน พบว่ากาแฟ 2–3 ถ้วยต่อวันสัมพันธ์กับความเสี่ยงสมองเสื่อมที่ต่ำกว่า แต่บอกเหตุและผลไม่ได้
- FDA: คาเฟอีน 400 มก. ต่อวัน ในผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ · EFSA: ไม่เกิน 400 มก. ต่อวัน ในผู้ใหญ่สุขภาพดีที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ ครั้งเดียวไม่เกิน 200 มก. · หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรไม่เกิน 200 มก. ต่อวัน
- กาแฟ 6 ชั่วโมงก่อนนอนยังรบกวนการนอนได้ ตามงานทดลองในปี 2013
- คนนอนไม่หลับ วิตกกังวล ความดันสูง หัวใจเต้นผิดจังหวะ กรดไหลย้อน หรือใช้ยาบางชนิด ควรถามแพทย์ว่าต้องจำกัดไหม
- กาแฟสามในหนึ่ง ส่วนใหญ่มีน้ำตาลและครีมเทียม ควรอ่านฉลาก โดยเฉพาะคนเป็นเบาหวาน
คาเฟอีนกระตุ้นสมองอย่างไร อยู่ในร่างกายนานแค่ไหน
EFSA อธิบายว่าคาเฟอีนกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ในขนาดปานกลางทำให้ตื่นตัวขึ้นและง่วงน้อยลง นี่คือเหตุผลที่หลายคนรู้สึกว่าคิดได้คล่องขึ้นหลังกาแฟแก้วแรก
ข้อมูลจาก MedlinePlus หอสมุดการแพทย์แห่งชาติสหรัฐ
- ระดับคาเฟอีนในเลือดสูงสุดภายในราว 1 ชั่วโมง หลังดื่ม
- รู้สึกถึงผลได้ต่อเนื่องราว 4–6 ชั่วโมง
- คาเฟอีนยังกระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะ อาจทำให้ปวดท้องหรือแสบร้อนกลางอก
- บางคนไวต่อคาเฟอีนมากกว่าคนอื่น FDA ระบุว่าความไวและความเร็วในการกำจัดคาเฟอีนออกจากร่างกายต่างกันมากในแต่ละคน และขึ้นกับน้ำหนักตัว ยาที่ใช้ และโรคประจำตัว
ความตื่นตัวที่ได้จากกาแฟเป็นผลชั่วคราว ไม่ใช่การทำให้ความจำดีขึ้นในระยะยาว และถ้าดื่มเพื่อกลบความง่วงจากการนอนไม่พอทุกวัน ปัญหาที่แท้จริงยังอยู่ อ่านเรื่องนี้ที่ นอนดึก นอนไม่พอ ทำให้ความจำแย่ลงจริงไหม
คาเฟอีนไม่ได้มีแค่ในกาแฟ MedlinePlus ระบุว่าพบในชา โกโก้ ช็อกโกแลต น้ำอัดลมโคล่า เครื่องดื่มชูกำลัง และยาบางชนิด เช่น ยาแก้ปวดหรือยาแก้หวัดบางสูตร FDA ระบุว่าแม้กาแฟสกัดคาเฟอีนออก (ดีแคฟ) ก็ยังมีคาเฟอีนอยู่บ้าง เวลานับปริมาณต่อวันจึงต้องรวมทุกแหล่ง
งานวิจัยเรื่องกาแฟกับสมองเสื่อมบอกอะไรได้ และบอกอะไรไม่ได้
งานที่มักถูกอ้างคือ Zhang และคณะ ตีพิมพ์ใน PLOS Medicine ปี 2021 ใช้ข้อมูล UK Biobank
- ติดตามผู้ใหญ่อายุ 50–74 ปี 365,682 คน นาน 11.4 ปี (ค่ามัธยฐาน) มีผู้เป็นสมองเสื่อม 5,079 คน
- กาแฟวันละ 2–3 ถ้วย หรือชาวันละ 3–5 ถ้วย สัมพันธ์กับความเสี่ยงสมองเสื่อมและโรคหลอดเลือดสมองต่ำสุดในงาน
- คนที่ดื่มทั้งกาแฟ 2–3 ถ้วยและชา 2–3 ถ้วยต่อวัน มีความเสี่ยงสมองเสื่อมต่ำกว่าคนไม่ดื่มเลยราวร้อยละ 28
- ความสัมพันธ์ไม่เป็นเส้นตรง แปลว่าดื่มมากขึ้นไม่ได้สัมพันธ์กับความเสี่ยงที่ต่ำลงเรื่อย ๆ
ข้อจำกัดที่ผู้วิจัยเขียนไว้เอง
- ถามปริมาณกาแฟครั้งเดียวตอนเริ่ม อาจไม่ตรงกับที่ดื่มจริงตลอดหลายปี
- งานเชิงสังเกตมีปัจจัยกวนที่วัดไม่ได้ เช่น คนที่ดื่มกาแฟปานกลางอาจมีวิถีชีวิตหรือสุขภาพต่างจากคนไม่ดื่ม
- ผู้เข้าร่วมไม่ได้เป็นตัวแทนของคนทั้งสหราชอาณาจักร (นอกจากนี้ คนไทยดื่มกาแฟต่างจากคนอังกฤษ)
สรุปตรงไปตรงมา: หลักฐานตอนนี้ช่วยให้คนที่ดื่มกาแฟอยู่แล้วในปริมาณพอดีไม่ต้องกังวลว่ากาแฟทำให้สมองเสื่อม แต่ไม่พอจะบอกให้คนที่ไม่ดื่มเริ่มดื่มเพื่อป้องกันสมองเสื่อม เพราะหลักฐานที่มีเป็นงานเชิงสังเกต ไม่ใช่งานทดลองที่สุ่มให้คนดื่มกาแฟแล้วติดตามผลระยะยาว เรื่องกาแฟกับความดันและไขมันดูเพิ่มที่ กาแฟกับความดันและคอเลสเตอรอล
ปัจจัยเสี่ยงสมองเสื่อมที่มีแนวทางชัดเจนกว่า เช่น การออกกำลังกาย คุมความดัน เบาหวาน ไม่สูบบุหรี่ ตรวจการได้ยิน อ่านที่ ปัจจัยเสี่ยงสมองเสื่อม และเรื่องอาหารดูที่ อาหารสำหรับผู้ป่วยสมองเสื่อม
กาแฟกับการนอน ส่งผลต่อความจำทางอ้อมได้ไหม
ได้ และเป็นเรื่องที่คนวัย 50+ ควรสนใจมากกว่าคำถามว่ากาแฟป้องกันสมองเสื่อมไหม เพราะการนอนไม่พอทำให้ความจำและสมาธิแย่ลงได้ในวันรุ่งขึ้น
- งานทดลองของ Drake และคณะ ปี 2013 ให้คาเฟอีน 400 มก. ตอนเข้านอน 3 ชั่วโมงก่อนนอน และ 6 ชั่วโมงก่อนนอน เทียบกับยาหลอก พบว่าทั้งสามช่วงเวลารบกวนการนอนอย่างมีนัยสำคัญ ผู้วิจัยสรุปว่าควรเลี่ยงคาเฟอีนปริมาณมากอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนนอน
- EFSA ระบุว่าคาเฟอีนเพียง 100 มก. ในครั้งเดียว อาจกระทบระยะเวลาและรูปแบบการนอนในผู้ใหญ่บางคน โดยเฉพาะเมื่อดื่มใกล้เวลานอน
- MedlinePlus ระบุว่าผู้มีปัญหาการนอน รวมถึงนอนไม่หลับ ควรถามแพทย์ว่าต้องจำกัดหรืองดคาเฟอีนไหม
ถ้าเข้านอนราว 3–4 ทุ่ม การหยุดกาแฟหลังเที่ยงหรือบ่ายต้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สมเหตุสมผล อ่านวิธีดูแลการนอนเพิ่มที่ นอนไม่หลับในวัย 50+
ผู้ป่วยสมองเสื่อมหรือพาร์กินสันดื่มกาแฟได้ไหม
ควรถามแพทย์ที่ดูแลเป็นรายคน เพราะต้องดูทั้งเรื่องการนอน ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในผู้ป่วยกลุ่มนี้ และยาที่ใช้อยู่
- สถาบันผู้สูงอายุแห่งชาติสหรัฐ (NIA) แนะนำให้ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่มีปัญหาการนอนเลี่ยงคาเฟอีน รวมถึงแอลกอฮอล์
- แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม พ.ศ. 2563 ของไทยระบุกาแฟ ชา และโสม เป็นสิ่งที่ต้องถามเมื่อหาสาเหตุนอนไม่หลับในผู้ป่วยสมองเสื่อม
- ผู้ป่วยที่ลืมว่าดื่มไปแล้ว อาจดื่มซ้ำหลายแก้วต่อวัน ผู้ดูแลควรช่วยนับ หรือเปลี่ยนเป็นกาแฟดีแคฟช่วงบ่าย
- ผู้ป่วยพาร์กินสัน มักใช้ยาหลายชนิด และ MedlinePlus ระบุว่าคาเฟอีนอาจมีปฏิกิริยากับยาบางกลุ่ม ควรถามแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลว่าดื่มได้แค่ไหน
อย่าใช้กาแฟหรือเครื่องดื่มใดแทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดหรือปรับยาสมองเสื่อมหรือยาพาร์กินสันเอง ถ้าผู้ป่วยตื่นกลางดึกบ่อย อ่าน ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ไม่ยอมนอน กลางคืนตื่นเดิน
ดื่มกาแฟวันละเท่าไรจึงพอดี และใครควรจำกัด
ตัวเลขจากหน่วยงานที่เราตรวจ
- FDA: สำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ คาเฟอีน 400 มก. ต่อวัน เป็นปริมาณที่โดยทั่วไปไม่สัมพันธ์กับผลเสีย FDA ระบุว่าเทียบได้ราวกาแฟ 2–3 ถ้วยขนาด 12 ออนซ์ (ราว 355 มล.)
- EFSA: คาเฟอีนไม่เกิน 400 มก. ต่อวัน ที่กระจายตลอดวัน ไม่ก่อปัญหาความปลอดภัยในผู้ใหญ่สุขภาพดี ยกเว้นหญิงตั้งครรภ์ และครั้งเดียวไม่เกิน 200 มก. ไม่ก่อปัญหาความปลอดภัยในผู้ใหญ่สุขภาพดีทั่วไป
- หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร: EFSA ระบุไม่เกิน 200 มก. ต่อวัน จากทุกแหล่ง
ปริมาณคาเฟอีนในแก้วต่างกันมาก MedlinePlus ระบุว่ากาแฟ 8 ออนซ์ (ราว 240 มล.) มีคาเฟอีน 95–200 มก. ชา 14–60 มก. แก้วกาแฟเย็นขนาดใหญ่ตามร้าน หรือกาแฟที่ใส่ช็อตเพิ่ม จึงอาจมีคาเฟอีนมากกว่าที่คิด
MedlinePlus ระบุว่าคาเฟอีนมากเกินไปทำให้กระสับกระส่าย มือสั่น นอนไม่หลับ ปวดหัว เวียนหัว ใจเต้นเร็ว และวิตกกังวล และแนะนำให้ถามแพทย์ว่าควรจำกัดหรืองดถ้าเป็นกลุ่มต่อไปนี้
- ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- มีปัญหาการนอน รวมถึงนอนไม่หลับ
- ปวดศีรษะไมเกรนหรือปวดหัวเรื้อรัง
- มีภาวะวิตกกังวล
- กรดไหลย้อนหรือแผลในกระเพาะอาหาร
- หัวใจเต้นผิดจังหวะ
- ความดันโลหิตสูง
- ใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมบางชนิด เช่น ยากระตุ้น ยาปฏิชีวนะบางตัว ยาโรคหืด ยาโรคหัวใจ
ถ้าดื่มประจำแล้วหยุดทันที อาจมีอาการถอนคาเฟอีน เช่น ปวดหัว ตามที่ MedlinePlus ระบุ คนที่อยากลดควรลดทีละน้อย
กาแฟสามในหนึ่ง น้ำตาล และครีมเทียม ควรระวังอะไร
สำหรับคนไทย ปัญหามักอยู่ที่สิ่งที่ใส่ในกาแฟมากกว่าตัวกาแฟ
- กาแฟสามในหนึ่ง ส่วนใหญ่มีน้ำตาลและครีมเทียมผสมมาแล้ว ดื่มหลายซองต่อวันได้น้ำตาลสะสมไม่น้อย ควรอ่านฉลากโภชนาการ ดูปริมาณน้ำตาลและไขมันต่อซอง
- กาแฟเย็นตามร้าน มักใส่นมข้นหวานหรือน้ำเชื่อม ขอให้ลดหวานได้
- คนเป็นเบาหวาน ควรนับน้ำตาลในกาแฟเป็นส่วนหนึ่งของอาหารในวันนั้น
- เครื่องดื่มชูกำลัง MedlinePlus ระบุว่ามักมีคาเฟอีนสูงและมีน้ำตาลมาก อาจทำให้น้ำหนักเพิ่มและเบาหวานแย่ลง และการดื่มร่วมกับแอลกอฮอล์เป็นอันตราย
ทางเลือกที่ง่ายคือกาแฟดำหรือกาแฟใส่นมจืด แล้วค่อย ๆ ลดความหวานลง
ถ้าดื่มกาแฟเพราะรู้สึกสมองตื้อหรือล้าทุกวัน อาจมีสาเหตุอื่นที่ควรตรวจ อ่านที่ สมองล้าคืออะไร และ Brain fog สมองตื้อ เกิดจากโรคอะไรได้บ้าง
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เม็มโมร่า (MEMORA)
เม็มโมร่า (MEMORA) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0069 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: เห็ดหัวลิง (Lion's Mane) 250 มก. · สารสกัดพรมมิ (Brahmi) 150 มก. · โคลีน ไบทาร์เทรต (99%) 90 มก. (เทียบเป็นตัวโคลีนราว 37 มก. คำนวณ) · สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. · ไพริดอกซิน ไฮโดรคลอไรด์ 2 มก. (เทียบเป็นวิตามินบี 6 ราว 1.65 มก. คำนวณ) · ส่วนอื่น ได้แก่ เปลือกแคปซูลเจลาติน สี INS171 (ไทเทเนียมไดออกไซด์) INS551 INS470ii และมอลโตเด็กซ์ตริน
คำเตือนบนฉลาก: อาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่
ฉลากไม่ได้ระบุคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ และไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยให้ตื่นตัว แทนกาแฟ หรือทำให้ความจำดีขึ้น ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้ถูกทดสอบเรื่องการใช้ร่วมกับกาแฟหรือผลต่อการนอน
เรื่องเลือดออกที่ต้องรู้: ฉลากเตือนว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ซึ่งมาจากสารสกัดใบแปะก๊วย ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด และผู้ที่จะผ่าตัดหรือทำฟัน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
หลักฐานของแต่ละส่วนประกอบ เทียบปริมาณที่ใช้ในงานวิจัยกับปริมาณในแคปซูล
- เห็ดหัวลิง 250 มก. — งานวิจัยในคนยังน้อยและเล็ก งานในผู้สูงอายุญี่ปุ่นที่มีภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย 30 คน ใช้ผงเห็ดวันละ 3 กรัม (มากกว่าในแคปซูล 12 เท่า คำนวณ) และคะแนนลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังหยุด 4 สัปดาห์ ฉลากไม่ระบุว่าเป็นดอกเห็ด เส้นใย หรือสารสกัด และมีรายงานการแพ้รุนแรง
- สารสกัดพรมมิ 150 มก. — งานรวมในผู้ใหญ่สุขภาพดีพบผลเล็กเฉพาะบางด้าน โดยงานส่วนใหญ่ใช้สารสกัดมาตรฐานวันละ 300 มก. นาน 12 สัปดาห์ (มากกว่าในแคปซูล 2 เท่า คำนวณ) ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ งานทบทวนพบว่าไม่ต่างจากยาหลอก (หลักฐานคุณภาพต่ำมาก) ผลข้างเคียงที่รายงานคือไม่สบายท้อง คลื่นไส้ ถ่ายบ่อย
- โคลีนราว 37 มก. ต่อวัน (คำนวณ) — คิดเป็นราว 7–9% ของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (คำนวณ) งานทดลองให้โคลีนเสริมในคนขนาดสูงกว่านี้มากไม่พบผลต่อความจำ
- สารสกัดใบแปะก๊วย 50 มก. — งาน GEM ในผู้สูงอายุ 3,069 คน ใช้วันละ 240 มก. (มากกว่าในแคปซูล 4.8 เท่า คำนวณ) ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อมและไม่ชะลอความจำถดถอย และใบแปะก๊วยมีรายงานเรื่องเลือดออกและการชัก
- วิตามินบี 6 (จากไพริดอกซิน HCl 2 มก.) ราว 1.65 มก. (คำนวณ) — ใกล้เคียงปริมาณที่ผู้สูงอายุควรได้รับต่อวัน งาน VITACOG ที่พบผลบางด้านใช้บี 6 วันละ 20 มก. (มากกว่าราว 12 เท่า คำนวณ) ร่วมกับโฟลิก 0.8 มก. และบี 12 0.5 มก. และพบผลเฉพาะในผู้ที่มีค่าโฮโมซิสเทอีนในเลือดสูง ซึ่งแคปซูลนี้ไม่มีโฟลิกและบี 12 ส่วนงานรวมราว 22,000 คนพบว่าวิตามินบีไม่ช่วยการทำงานของสมองด้านความคิด
ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยเรื่องความจำหรือสมาธิ และผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกัน ชะลอ หรือรักษาภาวะสมองเสื่อม
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล) ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้เป็นลมชักหรือใช้ยากันชัก: ใบแปะก๊วยมีรายงานการชัก ต้องปรึกษาแพทย์
- ผู้ใช้ยาสมองเสื่อม (โดเนพีซิล ริวาสติกมีน กาแลนตามีน เมมานทีน) หรือยาจิตเวช: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง ไม่มีงานวิจัยในคนเรื่องใช้พรมมิร่วมกับยาสมองเสื่อม ต้องแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
- ผู้ป่วยพาร์กินสันที่ใช้ยาเลโวโดปา ผู้เป็นโรคไทรอยด์ หรือใช้ยาหลายชนิด: แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
- ผู้แพ้เห็ดหรือมีประวัติแพ้อาหารและสมุนไพร: เห็ดหัวลิงมีรายงานการแพ้รุนแรง
- ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือบีรวมอยู่แล้ว: ให้นับวิตามินบี 6 จากทุกแหล่งรวมกัน
ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดใบแปะก๊วย ฉลากระบุว่าอาจมีผลให้เลือดแข็งตัวช้า ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ที่จะผ่าตัด ผู้มีประวัติชัก และผู้ที่ใช้ยาสมองเสื่อมหรือยาประจำตัวอื่น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะสมองเสื่อม
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเม็มโมร่าทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน ยาซึมเศร้า และยาจิตเวช แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการหลงลืม คิดช้า หรืออ่อนล้า
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก สับสนขึ้นมาทันที ซึมลงปลุกยาก แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ชัก หรือหกล้มศีรษะกระแทก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 · หากมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี 24 ชั่วโมง)
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ MEMORA →คำถามที่พบบ่อย
กาแฟทำให้สมองเสื่อมไหม
จากหลักฐานที่มี ไม่พบว่ากาแฟในปริมาณปกติทำให้สมองเสื่อม งานติดตาม 365,682 คนในสหราชอาณาจักรพบว่ากาแฟวันละ 2–3 ถ้วยสัมพันธ์กับความเสี่ยงสมองเสื่อมที่ต่ำกว่า แต่เป็นงานเชิงสังเกต จึงสรุปไม่ได้ว่ากาแฟป้องกันสมองเสื่อม
ควรดื่มกาแฟวันละกี่แก้ว
FDA ระบุว่าคาเฟอีน 400 มก. ต่อวันโดยทั่วไปไม่สัมพันธ์กับผลเสียในผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ EFSA ระบุว่าไม่เกิน 400 มก. ต่อวันไม่ก่อปัญหาความปลอดภัยในผู้ใหญ่สุขภาพดีที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ และครั้งเดียวไม่เกิน 200 มก. แต่คาเฟอีนต่อแก้วต่างกันมาก กาแฟ 240 มล. มีได้ 95–200 มก. คนที่มีโรคประจำตัวควรถามแพทย์
ดื่มกาแฟตอนบ่ายทำให้นอนไม่หลับไหม
อาจทำได้ งานทดลองปี 2013 พบว่าคาเฟอีน 400 มก. แม้ดื่ม 6 ชั่วโมงก่อนนอนยังรบกวนการนอน และ EFSA ระบุว่าคาเฟอีนเพียง 100 มก. ใกล้เวลานอนอาจกระทบการนอนในบางคน ผู้มีปัญหาการนอนควรงดกาแฟช่วงบ่าย
ผู้ป่วยสมองเสื่อมดื่มกาแฟได้ไหม
ควรถามแพทย์ที่ดูแล NIA แนะนำให้ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่มีปัญหาการนอนเลี่ยงคาเฟอีน และผู้ป่วยที่ลืมว่าดื่มแล้วอาจดื่มซ้ำ ผู้ดูแลควรช่วยนับ ถ้าใช้ยาหลายชนิดควรถามแพทย์หรือเภสัชกร
กาแฟสามในหนึ่งดื่มทุกวันได้ไหม
ควรอ่านฉลากโภชนาการ เพราะส่วนใหญ่มีน้ำตาลและครีมเทียมผสม ดื่มหลายซองต่อวันได้น้ำตาลสะสมไม่น้อย คนเป็นเบาหวานควรนับน้ำตาลในกาแฟเป็นส่วนหนึ่งของอาหาร ทางเลือกคือกาแฟดำหรือใส่นมจืด
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Spilling the Beans: How Much Caffeine Is Too Much?U.S. Food and Drug Administration (FDA)
- EFSA explains risk assessment: CaffeineEuropean Food Safety Authority (EFSA)
- CaffeineMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
- Consumption of coffee and tea and risk of developing stroke, dementia, and poststroke dementia: A cohort study in the UK BiobankPLOS Medicine (PubMed)
- Caffeine effects on sleep taken 0, 3, or 6 hours before going to bedJournal of Clinical Sleep Medicine (PubMed)
- Managing Sleep Problems in Alzheimer's DiseaseNational Institute on Aging (NIA)
- แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม (ฉบับสมบูรณ์ 2563)สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ ร่วมกับสมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย
- StrokeMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-19
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
