บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Oil

กินยาความดันไตพังไหม ความเชื่อที่ทำให้หลายคนหยุดยาเอง

คำตอบสั้น: ยาความดันไม่ได้ทำให้ไตพัง ความดันสูงที่คุมไม่ได้ต่างหากที่ทำลายไต ข้อแนะนำของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยระบุว่าความดันสูงเป็นสาเหตุสำคัญอันดับสองของไตวายระยะสุดท้าย รองจากเบาหวาน และยาความดันกลุ่ม ACEI กับ ARB ยังเป็นยาที่แนวทางไทยเลือกใช้เพื่อชะลอไตเสื่อมในผู้ที่มีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ ค่าครีอะตินินที่ขยับขึ้นเล็กน้อยหลังเริ่มยาเป็นสิ่งที่แพทย์คาดไว้และมีเกณฑ์ติดตามชัดเจน การหยุดยาเองจึงเสี่ยงกว่ามาก

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ความดันสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่นำไปสู่โรคไตเรื้อรัง และทำให้ไตเรื้อรังทรุดลงจนถึงระยะสุดท้าย
  • การลดความดันในผู้ป่วยไตเรื้อรังช่วยชะลอการเสื่อมของไต ทั้งในคนที่เป็นและไม่เป็นเบาหวาน
  • หลังเริ่มหรือเพิ่มยา ACEI หรือ ARB ครีอะตินินที่ขึ้นไม่เกินร้อยละ 30 ภายใน 4 สัปดาห์ แนวทางไทยให้ใช้ยาขนาดเดิมต่อได้
  • ยาที่ทำร้ายไตจริงและพบบ่อยคือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ที่คนซื้อกินเอง
  • การปรับยาเมื่อค่าไตเปลี่ยน เป็นหน้าที่ของแพทย์ ห้ามหยุดหรือลดเอง

ความดันสูงที่คุมไม่ได้ทำลายไตอย่างไร

ไตเป็นอวัยวะที่มีหลอดเลือดเล็ก ๆ จำนวนมากทำหน้าที่กรองของเสีย แรงดันเลือดที่สูงอยู่นาน ๆ ทำให้หลอดเลือดเหล่านี้เสียหาย การกรองจึงค่อย ๆ ลดลง

แนวทางเวชปฏิบัติโรคความดันโลหิตสูง พ.ศ. 2567 ของสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย ระบุว่า โรคความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่นำไปสู่โรคไตเรื้อรัง และทำให้ผู้ที่เป็นไตเรื้อรังทรุดลงจนเข้าสู่ระยะสุดท้าย ส่วนข้อแนะนำเวชปฏิบัติโรคไตเรื้อรัง พ.ศ. 2565 ของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ระบุว่าความดันสูงเป็นสาเหตุสำคัญ อันดับสอง ของไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย รองจากโรคไตจากเบาหวาน

ความเสียหายของอวัยวะอื่นจากความดันสูง อ่านได้ที่ ความดันสูงทำลายอวัยวะอะไรบ้าง

ทำไมยาความดันบางกลุ่มกลับถูกใช้ชะลอไตเสื่อม

แนวทางไทยระบุว่า มีหลักฐานชัดเจนว่าการลดความดันในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ทั้งที่เป็นและไม่เป็นเบาหวาน ชะลอการเสื่อมของไต ลดโอกาสเข้าสู่ไตระยะสุดท้าย และลดโรคแทรกซ้อนทางหัวใจและหลอดเลือด

ยาที่โดดเด่นคือ

  • ACEI (เช่น อีนาลาพริล ลิซิโนพริล)
  • ARB (เช่น โลซาร์แทน)

แนวทางไทยระบุว่าในผู้ป่วยไตเรื้อรังที่มี อัลบูมินรั่วในปัสสาวะตั้งแต่ 30 มก./กรัมครีอะตินินขึ้นไป ควรเลือก ACEI หรือ ARB เป็นยาตัวแรก เพราะพิสูจน์แล้วว่าช่วยลดอัลบูมินรั่ว ลดการเสื่อมของไต และลดความเสี่ยงไตวายระยะสุดท้าย และควรปรับขนาดขึ้นจนถึงขนาดสูงสุดที่ผู้ป่วยรับได้ ส่วนคนที่อัลบูมินรั่วน้อยกว่านั้น ใช้ยาลดความดันกลุ่มหลักได้ทุกกลุ่ม

ความสัมพันธ์ระหว่างเบาหวานกับไตอ่านเพิ่มที่ โรคไตจากเบาหวาน

ทำไมค่าครีอะตินินขยับขึ้นเล็กน้อยหลังเริ่มยาบางตัว

นี่คือต้นเหตุสำคัญที่ทำให้หลายคนตกใจและหยุดยาเอง ครีอะตินิน (ของเสียจากกล้ามเนื้อที่ใช้ประเมินการทำงานของไต) อาจขึ้นเล็กน้อยในช่วงแรกหลังเริ่มยา

แนวทาง KDIGO 2024 (องค์กรแนวทางเวชปฏิบัติโรคไตระดับนานาชาติ) อธิบายว่า การลดลงของ eGFR (อัตราการกรองของไต) ในช่วงแรกหลังคุมความดันเข้มขึ้นเกิดจาก การเปลี่ยนแปลงของแรงดันและการไหลของเลือดในไต (hemodynamic) สำหรับหลายคนจะคงที่หรือกลับคืนเมื่อเวลาผ่านไป และพบได้บ่อยเป็นพิเศษกับ ACEI และ ARB เพราะยาทั้งสองทั้งลดความดันและเปลี่ยนการไหลของเลือดในหน่วยกรอง KDIGO จึงระบุว่าครีอะตินินที่ขึ้นน้อยกว่าราวร้อยละ 20–30 เป็นสิ่งที่คาดไว้ และไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนยา

ความหมายของค่าครีอะตินินและ eGFR อ่านได้ที่ ค่าครีอะตินินคืออะไร และ eGFR กับครีอะตินินต่างกันอย่างไร

ค่าไตเปลี่ยนแค่ไหนที่แพทย์ต้องปรับยา

ข้อแนะนำของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2565 ให้ตรวจครีอะตินินและโพแทสเซียมในเลือด ภายใน 2–4 สัปดาห์ หลังเริ่มหรือเพิ่มขนาด ACEI หรือ ARB แล้วใช้เกณฑ์ดังนี้

  • ขึ้นไม่เกินร้อยละ 30 ใช้ยาต่อได้โดยไม่ต้องปรับหรือหยุด
  • ขึ้นเกินร้อยละ 30 แต่ไม่ถึงร้อยละ 50 แพทย์อาจพิจารณาลดขนาดยาลงครึ่งหนึ่ง
  • ขึ้นเกินร้อยละ 50 แพทย์จะพิจารณาหยุดยากลุ่มนี้
  • ถ้าขึ้นเกินร้อยละ 30 แพทย์จะหาสาเหตุอื่นร่วมด้วย เช่น เสียน้ำมาก หัวใจล้มเหลว หลอดเลือดแดงไปเลี้ยงไตตีบ หรือการใช้ NSAIDs และสมุนไพร

ตัวอย่าง ถ้าครีอะตินินเดิม 1.0 มก./ดล. ขึ้นเป็น 1.2 คือเพิ่มร้อยละ 20 ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ยาต่อได้ ตัวเลขเหล่านี้มีไว้ให้แพทย์ตัดสินใจ ไม่ใช่ให้ผู้ป่วยปรับยาเอง เพราะแพทย์ต้องดูโพแทสเซียม ความดัน อาการ และภาพรวมของโรคประกอบกัน

ยาอะไรที่ทำร้ายไตจริง

ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เป็นตัวอย่างที่ชัดที่สุด ข้อแนะนำของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยให้ผู้ป่วยไตเรื้อรัง หลีกเลี่ยง NSAIDs รวมถึงยากลุ่ม COX-2 inhibitors และใช้สมุนไพรต่าง ๆ ด้วยความระมัดระวัง เพราะอาจทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น มูลนิธิโรคไตแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่า NSAIDs ลดปริมาณเลือดที่ไหลผ่านไต และคนไตเรื้อรังควรเลี่ยง โดยเฉพาะเมื่อ eGFR ต่ำกว่า 60

ยาที่ต้องระวังร่วมกับยาความดันอื่น ๆ อ่านต่อที่ ยาความดันห้ามกินกับอะไร

คนเป็นโรคไตกินยาความดันได้ไหม

ได้ และส่วนใหญ่จำเป็นต้องกิน แนวทางไทยระบุว่าผู้ป่วยไตเรื้อรังที่ความดันตั้งแต่ 140/90 มม.ปรอท ควรได้รับยาร่วมกับปรับพฤติกรรม และผู้ป่วยส่วนใหญ่ต้องใช้ยาอย่างน้อย 2 ชนิดจึงคุมได้ตามเป้า

สิ่งที่แพทย์จะปรับตามค่าไต เช่น

  • ถ้า eGFR อยู่ระหว่าง 30–45 แนวทางไทยให้ใช้ยาขับปัสสาวะกลุ่ม loop แทนกลุ่ม thiazide
  • ไม่ใช้ ACEI ร่วมกับ ARB เพราะเพิ่มความเสี่ยงโพแทสเซียมสูงและไตวายเฉียบพลัน
  • ติดตามโพแทสเซียมเป็นระยะ

ระยะของโรคไตอ่านได้ที่ ไตเรื้อรังมีกี่ระยะ

ความเชื่อว่า "กินยานานแล้วไตพัง" มาจากไหน

ความเชื่อนี้น่าจะมาจากหลายเรื่องปนกัน

  • เห็นคนกินยาความดันแล้วเป็นไต ทั้งที่ความดันสูงเองเป็นสาเหตุของไตเสื่อม คนที่ไตเสื่อมจึงมักกินยาความดันอยู่แล้ว
  • เห็นค่าครีอะตินินขยับหลังเริ่มยา ซึ่งตามเกณฑ์ข้างต้นมักเป็นสิ่งที่คาดไว้
  • สับสนระหว่างยาความดันกับยาแก้ปวด ที่ซื้อกินเองเป็นประจำ

Rama Channel ของโรงพยาบาลรามาธิบดีระบุว่าการหยุดยาความดันเองเมื่อความดันปกติเป็นความเชื่อผิดที่อันตราย เพราะเสี่ยงสโตรกและหัวใจวาย อ่านเพิ่มที่ ยาความดันต้องกินตลอดชีวิตไหม

เมื่อไรต้องรีบพบแพทย์หรือโทร 1669

นัดแพทย์ก่อนวันนัดถ้า ปัสสาวะออกน้อยลงชัดเจน ขาบวมมากขึ้น หรือเวียนหัวหน้ามืดบ่อยหลังเริ่มยาใหม่ และห้ามหยุดยาเองระหว่างรอ

ถ้ามีอาการ ข้อใดข้อหนึ่ง ต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • เจ็บแน่นหน้าอก
  • หายใจเร็ว หอบรุนแรง
  • หมดสติ หรือเป็นลม
  • ซึม เหงื่อแตก ตัวเย็น
  • แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก ปากเบี้ยว หรือพูดไม่ชัดทันที

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าออยล์ (Beta Oil)

เบต้าออยล์ (Beta Oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. วันละ 1 แคปซูล ดื่มน้ำตามมาก ๆ (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ) ฉลากระบุส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูล ได้แก่ น้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 30 มก. สารสกัดจากข้าว 10 มก. ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต (50%) 5 มก. แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. แอล-ออร์นิทีน HCl 5 มก. และไฟโตสเตอรอล 2 มก.

  • แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. — เป็นกรดอะมิโนที่มีงานรวมผลการทดลองในคนว่าเมื่อกินวันละ 4–24 กรัม ความดันตัวบนลดลงเฉลี่ยราว 5–6 มม.ปรอท ขนาดที่เริ่มเห็นผลคือราว 4 กรัมต่อวัน ในแคปซูลมี 5 มิลลิกรัม น้อยกว่าขนาดที่ศึกษาอย่างน้อย 800 เท่า งานเหล่านี้ไม่ได้ศึกษาผลต่อการทำงานของไต

ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และไม่มีหลักฐานว่าแคปซูลนี้ช่วยเรื่องไตหรือทำให้ความดันเปลี่ยน ผู้ป่วยไตเรื้อรังควรนำผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิดไปให้แพทย์โรคไตดูก่อน

ข้อควรระวัง: งานวิจัย VINTAGE MI ในผู้ป่วยหลังกล้ามเนื้อหัวใจตาย (แอล-อาร์จินีนวันละ 9 กรัม) พบผู้เสียชีวิต 6 รายในกลุ่มอาร์จินีน เทียบกับ 0 รายในกลุ่มยาหลอก และผลิตภัณฑ์มีวิตามินอี ซึ่งในขนาดสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด ฉลากระบุว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน และผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าออยล์ทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Oil ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

Beta Oilเบต้าออยล์

เลข อย. 13-1-01566-5-0001

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (ก.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Oil →

คำถามที่พบบ่อย

กินยาความดันนานๆ ไตพังจริงไหม

ไม่จริง ความดันสูงที่คุมไม่ได้คือสาเหตุสำคัญของไตเสื่อม แนวทางไทยระบุว่าการลดความดันในผู้ป่วยไตเรื้อรังช่วยชะลอการเสื่อมของไต การหยุดยาเองจึงเสี่ยงกว่า

เริ่มยาความดันแล้วค่าครีอะตินินขึ้น ต้องหยุดยาไหม

ห้ามหยุดเอง แนวทางไทยระบุว่าหลังเริ่มยา ACEI หรือ ARB ถ้าครีอะตินินขึ้นไม่เกินร้อยละ 30 ภายใน 4 สัปดาห์ ใช้ยาต่อได้ ถ้าขึ้นมากกว่านั้นแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาปรับยา

ยาความดันตัวไหนช่วยชะลอไตเสื่อม

แนวทางไทยให้เลือกยากลุ่ม ACEI หรือ ARB เป็นยาตัวแรกในผู้ป่วยไตเรื้อรังที่มีอัลบูมินรั่วในปัสสาวะตั้งแต่ 30 มก./กรัมขึ้นไป แพทย์จะเลือกตามผลตรวจของแต่ละคน

คนเป็นโรคไตกินยาแก้ปวดอะไรได้

ควรเลี่ยงยากลุ่ม NSAIDs อย่างไอบูโพรเฟน เพราะลดเลือดที่ไปเลี้ยงไต ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรเลือกยาที่เหมาะกับค่าไตของตัวเองทุกครั้ง

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29

อ่านต่อ

มือชาข้างเดียว ชาครึ่งซีก เป็นสัญญาณหลอดเลือดสมองไหม

มือชาข้างเดียวเกิดจากอะไร ชาครึ่งซีกทันทีต่างจากเส้นประสาทถูกกดทับอย่างไร ชาแต่ไม่อ่อนแรงก็เป็นสโตรกได้ รู้ว่าเมื่อไรต้องโทร 1669 และควรไปหาหมอแบบไหน

สโตรกเป็นซ้ำได้ไหม หลังหลอดเลือดสมองตีบต้องปฏิบัติตัวอย่างไร

สโตรกเป็นซ้ำได้ และเสี่ยงสูงสุดช่วงสัปดาห์ถึงเดือนแรก รู้เป้าความดัน LDL เหตุผลที่ห้ามหยุดยาต้านเกล็ดเลือด การฟื้นฟู นวด ขับรถ และอาการที่ต้องโทร 1669

หลอดเลือดสมองตีบห้ามกินอะไร ผู้ป่วยหลังสโตรกควรกินอะไร

หลอดเลือดสมองตีบห้ามกินอะไร ผู้ป่วยหลังสโตรกลดเค็ม มัน หวาน เหล้า กินผลไม้ กาแฟได้แค่ไหน กลืนลำบากและกินยาวาร์ฟารินต้องจัดอาหารอย่างไร

หลอดเลือดสมองแตกกับตีบต่างกันอย่างไร อันไหนอันตรายกว่า

หลอดเลือดสมองแตก ตีบ และอุดตัน ต่างกันที่สาเหตุและการรักษา แต่ดูอาการแยกเองไม่ได้ ทุกแบบต้องโทร 1669 ทันที อ่านเรื่องอัมพฤกษ์ อัมพาต และหลอดเลือดโป่งพอง

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 629 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท