บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Vit

แพ้วิตามินดี อาการเป็นยังไง วิตามินดีในเลือดสูงเกิดจากอะไร

คำตอบสั้น: แหล่งข้อมูลที่เราเปิดอ่าน ไม่ได้อธิบายอาการแพ้วิตามินดีโดยตรง สิ่งที่แหล่งพูดถึงชัดคือ พิษจากวิตามินดีเกิน ซึ่งเกือบทั้งหมดเกิดจากการรับประทานวิตามินดีเสริมมากเกินเป็นเวลานาน ไม่ได้เกิดจากแสงแดด พิษนี้ทำให้ แคลเซียมในเลือดสูง จึงมีอาการ เช่น คลื่นไส้ เบื่ออาหาร ท้องผูก ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำ อ่อนเพลีย สับสน และอาจเกิดนิ่วหรือไตเสียหาย ผู้ที่เป็นโรคพาราไทรอยด์ ซาร์คอยโดซิส วัณโรค มะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือโรคไต เสี่ยงแคลเซียมสูงง่ายกว่าคนทั่วไป ส่วนผื่นคันหลังเริ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ อาจเกิดจากส่วนผสมอื่นในแคปซูลหรือเม็ดได้ ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมาเองให้หยุดตัวนั้นและปรึกษาเภสัชกร ส่วนวิตามินดีหรือยาที่แพทย์สั่ง ห้ามหยุดเอง ให้ติดต่อแพทย์

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ให้ข้อมูลเรื่องการแพ้ตัววิตามินดี
  • วิตามินดีเกินเกิดจากผลิตภัณฑ์เสริมเกือบทั้งหมด ไม่มีรายงานพิษจากแสงแดดในคนทั่วไป (กรมอนามัยยกเว้นผู้ป่วยบางโรค เช่น ซาร์คอยโดซิส วัณโรค)
  • พิษวิตามินดีคือแคลเซียมในเลือดสูง อาการมีทั้งทางเดินอาหาร ไต สมอง และหัวใจ
  • เพดานผู้ใหญ่คือ 4,000 IU ต่อวัน ให้นับรวมทุกผลิตภัณฑ์
  • กลุ่มเสี่ยงแคลเซียมสูงง่าย: โรคพาราไทรอยด์ ซาร์คอยโดซิส วัณโรค มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ไตบกพร่อง และผู้ที่ได้วิตามินดีรูปออกฤทธิ์
  • MedlinePlus ระบุว่าระดับ 25(OH)D เกิน 125 นาโนโมลต่อลิตร (50 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร) น่าจะสูงเกินไป
  • ห้ามหยุดวิตามินดีหรือยาที่แพทย์สั่งเอง ให้แพทย์ตัดสินจากผลเลือด

แพ้วิตามินดีมีจริงไหม อาการเป็นยังไง

แหล่งข้อมูลที่เราเปิดอ่าน ทั้งกรมอนามัย MedlinePlus NHS และ Linus Pauling Institute ไม่ได้ระบุอาการแพ้ต่อตัววิตามินดีไว้ สิ่งที่คนมักเรียกว่า "แพ้วิตามินดี" จึงอาจเป็นได้หลายอย่าง และต้องให้แพทย์หรือเภสัชกรช่วยแยก

  • แพ้ส่วนผสมอื่นในผลิตภัณฑ์: แคปซูลและเม็ดมีส่วนประกอบอื่นนอกจากวิตามิน เช่น เปลือกแคปซูลเจลาติน สี หรือสารช่วยการผลิต ให้ดูรายการส่วนประกอบบนฉลากทุกครั้ง
  • ผลจากส่วนผสมตัวอื่นในผลิตภัณฑ์รวม: ผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินดีมักผสมแคลเซียม แมกนีเซียม หรือสารอื่น ซึ่งมีผลข้างเคียงของตัวเอง เช่น ท้องเสีย
  • อาการจากวิตามินดีเกิน: ถ้ารับประทานขนาดสูงต่อเนื่อง อาการจะเป็นแบบแคลเซียมสูงตามหัวข้อถัดไป

คำแนะนำของบทความ: ถ้ามีผื่น คัน หรือไม่สบายหลังเริ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ให้หยุดผลิตภัณฑ์เสริมตัวนั้น และนำกล่องไปปรึกษาเภสัชกร แต่ ถ้าเป็นวิตามินดีหรือยาที่แพทย์สั่ง ห้ามหยุดเอง ให้ติดต่อแพทย์ อาการแพ้รุนแรง เช่น ปากหรือลิ้นบวม หายใจลำบาก ดูรายการฉุกเฉินท้ายบทความ

วิตามินดีเกินเกิดจากอะไร

MedlinePlus (ทบทวน 21 ม.ค. 2568) ระบุว่าพิษวิตามินดีเกือบทั้งหมดเกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมมากเกิน NHS ก็ระบุว่าการรับประทานวิตามินดีเสริมมากเกินเป็นเวลานานทำให้แคลเซียมสะสมในร่างกาย และ ได้วิตามินดีเกินจากการโดนแดดไม่ได้

กรมอนามัย (หน้า 153) ระบุว่า ไม่มีรายงานพิษจากการที่ผิวหนังสร้างวิตามินดีมากเกิน เพราะร่างกายมีกลไกป้องกันไม่ให้ผิวสร้างมากเกินแม้โดนแดดนาน ยกเว้นผู้ที่มีโรคซึ่งเปลี่ยนวิตามินดีเป็นรูปออกฤทธิ์ได้มากกว่าปกติ เช่น ซาร์คอยโดซิส วัณโรค และโรคกลุ่มแกรนูโลมาอื่น และให้ข้อมูลเรื่องขนาดดังนี้

  • งานที่ให้วิตามินดี 3 วันละ 10,000 IU นาน 20 สัปดาห์ไม่พบพิษ
  • รายงานพิษส่วนใหญ่พบเมื่อได้มากกว่า 40,000 IU ต่อวัน
  • เคยมีรายงานความผิดพลาดในการผลิต ทำให้ผลิตภัณฑ์มีวิตามินดีเกินกว่าที่ระบุบนฉลาก

Linus Pauling Institute (ทบทวน ต.ค. 2560 ข้อมูลค่อนข้างเก่า และหน้านี้ระบุว่าการปรับปรุงได้ทุนจากบริษัทยา) ระบุว่าพบแคลเซียมสูงเมื่อได้มากกว่า 50,000 IU ต่อวัน และพิษไม่น่าเกิดในคนสุขภาพดีที่ได้น้อยกว่า 10,000 IU ต่อวัน แต่ เพดานที่ทางการกำหนดสำหรับผู้ใหญ่ยังคงเป็น 4,000 IU ต่อวัน ทั้งในค่าอ้างอิงของกรมอนามัยและของสหรัฐฯ

วิตามินดีเกินมีอาการอย่างไร

อาการพิษวิตามินดีเกิดจากแคลเซียมในเลือดสูง กรมอนามัย (หน้า 154) แบ่งอาการตามระบบไว้ดังนี้

  • ทั่วไป: อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
  • ระบบประสาท: สับสน ขาดสมาธิ ซึม ความรู้สึกตัวลดลง อาจมีอาการซึมเศร้า
  • ทางเดินอาหาร: เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน ท้องผูก ปวดท้อง
  • หัวใจ: คลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ หัวใจเต้นช้า
  • ไต: ปัสสาวะบ่อย หิวน้ำบ่อย แคลเซียมออกมาในปัสสาวะมาก ซึ่งเป็นอาการแรกที่พบ และแคลเซียมอาจไปตกตะกอนในเนื้อไต
  • กระดูก: กระดูกเปราะ ความหนาแน่นกระดูกลดลง

MedlinePlus หน้าแคลเซียมในเลือดสูง (ทบทวน 25 ม.ค. 2569) ระบุว่า คนส่วนใหญ่ที่แคลเซียมสูงไม่มีอาการ และมักพบจากการตรวจเลือดตามปกติ คำแนะนำของบทความ: ผู้ใช้วิตามินดีขนาดสูงตามแพทย์สั่งให้ไปตรวจเลือดตามนัด ไม่ต้องรอให้มีอาการ

ใครเสี่ยงแคลเซียมสูงง่ายเมื่อได้วิตามินดี

  • โรคต่อมพาราไทรอยด์ทำงานเกิน ซาร์คอยโดซิส วัณโรค และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง: Linus Pauling Institute ระบุว่าอาจเกิดแคลเซียมสูงแม้เพิ่มวิตามินดีเพียงเล็กน้อย ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ไตทำงานบกพร่อง ผู้ที่รับประทานแคลเซียมขนาดสูงร่วมกับวิตามินดีขนาดสูงนาน ๆ และผู้ที่ได้วิตามินเอร่วม: กรมอนามัยจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อพิษวิตามินดี รวมทั้งโรคกลุ่มแกรนูโลมา เช่น วัณโรค และซาร์คอยโดซิส
  • ผู้ที่ได้วิตามินดีรูปออกฤทธิ์ เช่น แคลซิไตรออลหรืออัลฟาแคลซิดอล: กรมอนามัยระบุว่ารูปนี้ต้องใช้ในผู้ป่วยบางรายภายใต้การติดตามใกล้ชิดของแพทย์ เช่น ผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง และการใช้อย่างไม่เหมาะสมเป็นสาเหตุหนึ่งของพิษวิตามินดี ห้ามหยุดหรือปรับเอง
  • สาเหตุอื่นของแคลเซียมสูงที่ไม่เกี่ยวกับวิตามินดี: MedlinePlus ระบุว่าสาเหตุที่พบบ่อยคือต่อมพาราไทรอยด์หลั่งฮอร์โมนมากเกิน นอกจากนี้มีมะเร็งบางชนิด ขาดน้ำ ไทรอยด์เป็นพิษ โรคไตเรื้อรัง นอนติดเตียงนาน และยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์หรือลิเทียม ห้ามหยุดยาเหล่านี้เอง

ผู้ที่เป็นนิ่วในไต MedlinePlus ระบุว่าควรได้รับการตรวจหาแคลเซียมในเลือดสูง อ่านรายละเอียดที่ แคลเซียมในเลือดสูง

ทำไมต้องนับวิตามินดีจากทุกผลิตภัณฑ์รวมกัน

เพดาน 4,000 IU ต่อวันของผู้ใหญ่นับรวมทุกแหล่ง สถานการณ์ที่ทำให้ได้เกินโดยไม่รู้ตัว เช่น

  • แพทย์สั่งวิตามินดีขนาดสูงรายสัปดาห์อยู่แล้ว แล้วซื้อวิตามินรวมมาเพิ่มเอง อ่านต่อที่ วิตามินดี 20,000 IU
  • รับประทานแคลเซียมผสมวิตามินดี วิตามินรวม และน้ำมันตับปลาพร้อมกัน NHS ระบุว่าน้ำมันตับปลามีวิตามินเอและดี
  • เปลี่ยนยี่ห้อแล้วขนาดต่อเม็ดต่างจากเดิม

วิธีที่ใช้ได้จริงคือจดชื่อผลิตภัณฑ์และปริมาณวิตามินดีต่อเม็ดของทุกตัว แล้วให้เภสัชกรรวมให้ อ่านต่อที่ อาหารเสริมหลายตัวซ้อนกัน และ วิตามินดีกินได้สูงสุดวันละเท่าไร

ค่าวิตามินดีในเลือดสูงแค่ไหนถึงต้องหยุด

การตรวจที่ใช้ดูระดับวิตามินดีคือ 25(OH)D MedlinePlus (หน้าวิตามินดี ทบทวน 21 ม.ค. 2568) ให้เกณฑ์ไว้ดังนี้

  • ต่ำกว่า 30–50 นาโนโมลต่อลิตร (12–20 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร): ต่ำเกินไปสำหรับสุขภาพกระดูกและสุขภาพโดยรวม
  • ตั้งแต่ 50 นาโนโมลต่อลิตร (20 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร) ขึ้นไป: เพียงพอสำหรับคนส่วนใหญ่
  • สูงกว่า 125 นาโนโมลต่อลิตร (50 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร): น่าจะสูงเกินไป

ห้องปฏิบัติการแต่ละแห่งอาจรายงานหน่วยต่างกัน ให้ดูหน่วยในใบผลเลือดเสมอ

ค่าระดับใดที่ต้องหยุด ไม่มีแหล่งที่เราเปิดอ่านกำหนดตัวเลขเดียวไว้ แพทย์จะดูทั้งระดับวิตามินดี แคลเซียมในเลือด การทำงานของไต และโรคประจำตัว ถ้าผลเลือดออกมาสูง

  • วิตามินดีหรือแคลเซียมที่ซื้อรับประทานเอง ให้แจ้งแพทย์และถามว่าควรหยุดหรือไม่
  • วิตามินดีหรือยาที่แพทย์สั่ง ห้ามหยุดหรือปรับเอง ให้แพทย์เป็นผู้ปรับ
  • นำผลิตภัณฑ์ทุกตัวที่รับประทานอยู่ไปให้แพทย์ดูในวันนัด

MedlinePlus หน้าแคลเซียมในเลือดสูง ระบุการตรวจที่แพทย์อาจสั่งเพิ่ม เช่น แคลเซียมในเลือด ฮอร์โมนพาราไทรอยด์ ระดับวิตามินดี และแคลเซียมในปัสสาวะ 24 ชั่วโมง อ่านเรื่องการตรวจระดับได้ที่ ตรวจวิตามินดีในเลือด

เมื่อไรควรไปพบแพทย์โดยเร็ว

MedlinePlus ให้ติดต่อผู้ให้บริการสุขภาพเมื่อมีอาการของแคลเซียมสูง หรือมีประวัติแคลเซียมสูงหรือโรคพาราไทรอยด์ในครอบครัว ไปพบแพทย์โดยเร็วถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งระหว่างที่รับประทานวิตามินดี

  • คลื่นไส้ อาเจียน หรือเบื่ออาหารต่อเนื่อง
  • กระหายน้ำมากและปัสสาวะบ่อยผิดปกติ
  • ท้องผูกมากผิดปกติ
  • อ่อนเพลีย ไม่มีแรง หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ปวดกระดูก หรือกระดูกหักง่ายกว่าเดิม (MedlinePlus ระบุเป็นอาการหนึ่งของแคลเซียมสูง)

อาการสับสนขึ้นมาทันที หมดสติ หรือปลุกไม่ตื่น ดูรายการฉุกเฉินท้ายบทความ

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าวิต (Beta Vit)

เบต้าวิต (Beta Vit) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0062 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด หนึ่งกล่องมี 30 แคปซูล แคปซูลละ 900 มก. วิธีรับประทานตามฉลากคือ วันละ 1 แคปซูล เลข อย. หมายถึงการอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ได้รับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบสำคัญใน 1 แคปซูลตามฉลาก: แมกนีเซียมออกไซด์ 440 มก. · แมกนีเซียม บิสไกลซิเนต คีเลต (20%) 100 มก. · วิตามินบี 1 (100%) 100 มก. · กรดอัลฟาไลโปอิก (95%) 50 มก. · วิตามินเค 2 (เมนาควิโนน-7) จากบาซิลลัส ซับทิลิส นัตโตะ (0.2%) 37.5 มก. · โคเอนไซม์ คิวเท็น (99.5%) 30 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 6 มก. · วิตามินบี 6 (100%) 2 มก. · วิตามินบี 12 (100%) 0.6 มก. · ส่วนประกอบอื่นตามฉลาก: เปลือกแคปซูลเจลาติน สีไทเทเนียมไดออกไซด์ (INS171) และซิลิคอนไดออกไซด์ (INS551)

ตัวเลขที่คำนวณจากฉลาก: น้ำหนัก 6 มก. ของวิตามินดี 3 เป็นน้ำหนักผงวัตถุดิบ เมื่อคำนวณจาก 100,000 IU ต่อกรัมได้วิตามินดี 3 ราว 600 IU หรือ 15 ไมโครกรัมต่อแคปซูล (คำนวณ) ส่วนวิตามินเค 2 (MK-7) ราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) และแมกนีเซียมธาตุราว 280–285 มก. (คำนวณ) ตัวเลขแมกนีเซียมยังรอผู้ผลิตยืนยันด้วยใบวิเคราะห์ (COA)

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" และ "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · "ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ"

เทียบปริมาณวิตามินดีในแคปซูลกับตัวเลขในบทความนี้

  • ราว 600 IU ต่อวัน (คำนวณ) เท่ากับค่าแนะนำของผู้ใหญ่ไทยอายุ 19–70 ปี และคิดเป็นราว 15% ของเพดาน 4,000 IU ต่อวัน (คำนวณ)
  • ขนาดที่กรมอนามัยระบุว่ามักพบพิษคือมากกว่า 40,000 IU ต่อวัน แต่ กลุ่มเสี่ยงอย่างโรคพาราไทรอยด์ ซาร์คอยโดซิส วัณโรค มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และโรคไต อาจเกิดแคลเซียมสูงแม้เพิ่มวิตามินดีเล็กน้อย ตามที่ Linus Pauling Institute ระบุ
  • ถ้าได้วิตามินดีจากแพทย์ แคลเซียมผสมวิตามินดี หรือวิตามินรวมตัวอื่นอยู่ ต้องนับรวมกับในแคปซูลนี้

ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ปลอดภัยสำหรับผู้ที่มีแคลเซียมในเลือดสูงหรือกลุ่มเสี่ยงข้างต้น และยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรนี้โดยตรง แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่มีข้อมูลการแพ้ของผลิตภัณฑ์นี้

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ (สองข้อแรกเป็นคำเตือนบนฉลาก ข้อที่เหลือเป็นคำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบ ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก)

  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" ส่วนหญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด: ฉลากระบุว่า "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · คำแนะนำของบทความ: ผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น ห้ามเริ่มเอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลตัดสินก่อน เพราะงานวิจัยพบว่า MK-7 เพียง 10–20 ไมโครกรัมต่อวันทำให้ค่า INR เปลี่ยนในบางคน และโคเอนไซม์คิวเท็นมีรายงานไม่กี่รายว่าลดฤทธิ์วาร์ฟาริน · Linus Pauling Institute หน้าแมกนีเซียม (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุด้วยว่าแมกนีเซียมลดประสิทธิภาพของยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดกินได้
  • ผู้ใช้ยาประจำตัว: ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน รวมถึงผู้ใช้ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ ลิเทียม และวิตามินดีรูปออกฤทธิ์
  • แคลเซียมในเลือดสูง โรคพาราไทรอยด์ ซาร์คอยโดซิส วัณโรค มะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือนิ่วในไต: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ป่วยโรคไต: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน ทั้งเรื่องวิตามินดี และเรื่องแมกนีเซียม ซึ่ง Linus Pauling Institute (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุว่าผู้ที่ไตทำงานบกพร่องเสี่ยงต่อภาวะแมกนีเซียมเกิน
  • กินยาระบายหรือยาลดกรดที่มีแมกนีเซียม หรือวิตามินรวมอื่นอยู่: แมกนีเซียมในแคปซูลคิดเป็นราว 80% ของเพดาน 350 มก. ต่อวันสำหรับแมกนีเซียมจากผลิตภัณฑ์เสริม (คำนวณ) ถ้านับรวมแหล่งอื่นอาจเกินเพดานและเสี่ยงท้องเสีย
  • ยาที่ต้องกินห่างจากแมกนีเซียม: เช่น ยาปฏิชีวนะไซโปรฟลอกซาซินและด็อกซีไซคลิน ยากระดูกพรุนอเลนโดรเนต ยาไทรอยด์เลโวไทร็อกซีน และกาบาเพนติน ให้เภสัชกรจัดเวลา
  • ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: Linus Pauling Institute ระบุว่ากรดอัลฟาไลโปอิกในทางทฤษฎีอาจเสี่ยงน้ำตาลต่ำเมื่อใช้คู่กับยาเบาหวาน ให้ติดตามน้ำตาลตามแพทย์สั่ง
  • แพ้ส่วนประกอบหรือไม่บริโภคเจลาติน: ตรวจรายการส่วนประกอบบนฉลากก่อน เปลือกแคปซูลทำจากเจลาติน

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าวิตทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงวาร์ฟารินและยาละลายลิ่มเลือดอื่น ยาเบาหวาน อินซูลิน ยาความดัน ยาลดไขมัน ยาหัวใจ ยาลดกรด และยาขับปัสสาวะ แม้จะเริ่มรับประทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (NHS ห้ามขับรถไปเอง)

  • เจ็บหรือแน่นหน้าอกเหมือนถูกบีบหรือกดทับ (NHS หน้าหัวใจขาดเลือด ทบทวน 31 มี.ค. 2569)
  • เจ็บหน้าอกที่ร้าวไปแขน คอ หรือกราม (NHS หน้าหัวใจขาดเลือด ทบทวน 31 มี.ค. 2569)
  • หน้าเบี้ยว ยิ้มแล้วมุมปากตก (NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567)
  • แขนหรือขาอ่อนแรงหรือชาซีกเดียว ยกแขนไม่ขึ้น (NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567)
  • พูดไม่ชัด หรือสับสนขึ้นมาทันที (NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567) แม้อาการจะหายไปเองแล้วก็ต้องไป
  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นทันที (NHS หน้าภาวะแพ้รุนแรง ทบทวน 21 มิ.ย. 2566)
  • หายใจเร็วมาก หายใจลำบาก หรือคอตีบแน่นจนกลืนลำบาก (NHS หน้าภาวะแพ้รุนแรง ทบทวน 21 มิ.ย. 2566)
  • หมดสติ หรือปลุกไม่ตื่น (NHS หน้าภาวะแพ้รุนแรง ทบทวน 21 มิ.ย. 2566)
กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Vit ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 30 แคปซูล

Beta Vitเบต้าวิต

เลข อย. 13-1-01566-5-0062

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 2,990 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Vit →

คำถามที่พบบ่อย

แพ้วิตามินดี อาการเป็นยังไง

แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ระบุอาการแพ้ต่อตัววิตามินดีไว้ ผื่นหรือคันหลังเริ่มผลิตภัณฑ์ใหม่อาจมาจากส่วนผสมอื่นในแคปซูล ให้หยุดผลิตภัณฑ์ที่ซื้อเองและปรึกษาเภสัชกร ถ้าเป็นวิตามินดีที่แพทย์สั่งห้ามหยุดเอง ให้ติดต่อแพทย์ ส่วนปากหรือลิ้นบวม หายใจลำบาก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

วิตามินดีเกิน อาการเป็นอย่างไร

พิษวิตามินดีเกิดจากแคลเซียมในเลือดสูง กรมอนามัยระบุอาการ เช่น อ่อนเพลีย สับสน ซึม เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน ท้องผูก ปัสสาวะบ่อย หิวน้ำบ่อย และกระดูกเปราะ MedlinePlus ระบุว่าหลายคนไม่มีอาการและพบจากการตรวจเลือด

โดนแดดมากทำให้วิตามินดีเกินได้ไหม

ในคนทั่วไปไม่ได้ NHS ระบุว่าได้วิตามินดีเกินจากแสงแดดไม่ได้ และกรมอนามัยระบุว่าไม่มีรายงานพิษจากการสร้างที่ผิวหนัง ยกเว้นผู้ป่วยบางโรค เช่น ซาร์คอยโดซิส และวัณโรค พิษเกือบทั้งหมดเกิดจากผลิตภัณฑ์เสริมขนาดสูง แต่การโดนแดดนานก็ต้องป้องกันผิวไหม้

วิตามินดีในเลือดสูงเกิดจากอะไร

MedlinePlus ระบุว่าเกือบทั้งหมดมาจากการใช้วิตามินดีเสริมมากเกิน กรมอนามัยระบุการใช้วิตามินดีรูปออกฤทธิ์ไม่เหมาะสม และความผิดพลาดในการผลิตที่ทำให้ได้วิตามินดีเกินฉลาก ให้แพทย์ตรวจและนับรวมทุกผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่

ค่าวิตามินดีในเลือดเท่าไรถือว่าสูง

MedlinePlus ระบุว่าระดับ 25(OH)D สูงกว่า 125 นาโนโมลต่อลิตร (50 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร) น่าจะสูงเกินไป และตั้งแต่ 50 นาโนโมลต่อลิตรขึ้นไปเพียงพอสำหรับคนส่วนใหญ่ การหยุดหรือปรับขนาดให้แพทย์ตัดสินจากผลเลือดทั้งหมด

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-29

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท