บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS

วิตามินดี 20,000 IU ที่หมอสั่ง กินอย่างไร สัปดาห์ละกี่เม็ด

คำตอบสั้น: วิตามินดี 20,000 IU ที่โรงพยาบาลจ่าย มักเป็นวิตามินดีขนาดสูงสำหรับรักษาภาวะขาดวิตามินดี ไม่ใช่วิตามินบำรุงทั่วไป จำนวนเม็ดต่อสัปดาห์และระยะเวลาต้องเป็นไปตามฉลากยาที่แพทย์สั่ง เพราะแพทย์คิดจากผลเลือด โรคประจำตัว และยาที่ใช้ร่วม ห้ามเพิ่มเม็ด ห้ามกินทุกวันเอง และห้ามกินเบิ้ลเมื่อลืม เพราะวิตามินดีสะสมในร่างกายได้ และถ้าได้มากเกินจะทำให้แคลเซียมในเลือดสูง

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • 20,000 IU เท่ากับ 500 ไมโครกรัม หรือ 0.5 มิลลิกรัม (คิดจาก 40 IU = 1 ไมโครกรัม ตามกรมอนามัย คำนวณ)
  • งานวิจัยไทยที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า ในผู้ป่วยกลุ่มอาการเมตาบอลิกที่ขาดวิตามินดี ใช้วิตามินดี 2 สัปดาห์ละ 20,000 หรือ 40,000 IU นาน 8 สัปดาห์
  • วิตามินดีในอาหารเสริมทั่วไปมักมีขนาดต่ำกว่ามาก และมักกินทุกวัน
  • งานรวมข้อมูลพบว่าวิตามินดี 3 เพิ่มระดับวิตามินดีในเลือดได้ดีกว่าวิตามินดี 2 เมื่อให้เป็นขนาดสูงครั้งเดียว แต่ความต่างหายไปเมื่อกินทุกวัน
  • ห้ามกินเบิ้ลเพื่อชดเชยมื้อที่ลืม และให้ตรวจเลือดซ้ำตามนัดแพทย์

วิตามินดี 20,000 IU คืออะไร ทำไมแพทย์สั่งเป็นรายสัปดาห์

ยาวิตามินดีขนาดสูงที่แพทย์สั่ง ให้ดูชื่อยาบนซองว่าเป็นวิตามินดี 2 (เออร์โกแคลซิเฟอรอล, ergocalciferol) หรือวิตามินดี 3 ตัวอย่างการใช้วิตามินดี 2 ขนาดนี้ในไทยคือ งานทดลองแบบสุ่มของคณะผู้วิจัยไทยที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า (ตีพิมพ์ปี 2014) ให้ผู้ป่วยที่ระดับวิตามินดีต่ำกว่า 20 ng/mL

  • กลุ่มที่ได้ 20,000 IU ต่อสัปดาห์ ระดับวิตามินดีเฉลี่ยเพิ่มจาก 15.1 เป็น 26.8 ng/mL ใน 8 สัปดาห์ และราวร้อยละ 33 กลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • กลุ่มที่ได้ 40,000 IU ต่อสัปดาห์ ระดับเพิ่มจาก 14.3 เป็น 30.0 ng/mL และร้อยละ 60 กลับมาปกติ
  • ทั้งสองกลุ่มไม่พบความเปลี่ยนแปลงของแคลเซียมในเลือด และอาการไม่พึงประสงค์ไม่ต่างจากยาหลอก

ทำไมกินเป็นรายสัปดาห์ได้ สถาบันไลนัส พอลิง (LPI) อธิบายว่าวิตามินดีเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน และสะสมในเนื้อเยื่อไขมันของร่างกายได้ จึงไม่จำเป็นต้องได้ทุกวันเหมือนวิตามินที่ละลายในน้ำ การสั่งเป็นรายสัปดาห์ช่วยให้กินง่ายและไม่ลืม

แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนกินสัปดาห์ละ 1 เม็ดเหมือนกัน บางคนแพทย์สั่งมากกว่า บางคนสั่งน้อยกว่า บางคนสั่งระยะสั้นแล้วลดลง ขึ้นกับระดับที่ขาด น้ำหนักตัว การดูดซึม และโรคร่วม เช่น โรคไต โรคตับ หรือผ่าตัดกระเพาะอาหารมาก่อน ให้ดูฉลากยาที่ได้รับ ซึ่งเป็นคำสั่งเฉพาะของเรา

ต่างจากวิตามินดี 3 ขนาดเล็กในอาหารเสริมอย่างไร

ต่างกันทั้งชนิด ขนาด และจุดประสงค์

  • วิตามินดี 2 กับวิตามินดี 3: งานรวม RCT (Am J Clin Nutr 2012) สรุปว่าวิตามินดี 3 ทำให้ระดับวิตามินดีในเลือดสูงขึ้นได้ดีกว่าวิตามินดี 2 โดยเฉพาะเมื่อให้แบบขนาดสูงครั้งเดียว แต่เมื่อกินทุกวัน ความต่างนี้ไม่ชัด อ่านต่อที่ วิตามินดี 2 กับ วิตามินดี 3 ต่างกันอย่างไร
  • ขนาด: ค่าที่คนไทยควรได้รับต่อวันตามข้อแนะนำของกรมอนามัย (DRI ไทย 2563) คือ 600 IU สำหรับอายุ 1–70 ปี และ 800 IU สำหรับอายุ 71 ปีขึ้นไป ส่วนยา 20,000 IU เป็นขนาดสำหรับแก้ภาวะขาด ที่แพทย์ใช้ในระยะเวลาที่กำหนด
  • จุดประสงค์: อาหารเสริมมีไว้เสริมอาหาร ส่วนยาวิตามินดีขนาดสูงมีไว้แก้ภาวะขาดที่ตรวจพบ

ถ้าสับสนเรื่องหน่วยบนฉลาก IU กับไมโครกรัม อ่านได้ที่ หน่วย IU กับ มก. บนฉลากวิตามิน

ขาดวิตามินดี ควรได้เท่าไหร่ และวิตามินดีกินทุกวันได้ไหม

ต้องแยกให้ออกระหว่าง "ค่าที่คนทั่วไปควรได้รับต่อวัน" กับ "ขนาดรักษาภาวะขาด"

  • คนทั่วไปที่ไม่ได้ขาด: DRI ไทย 2563 กำหนดไว้ 600 IU ต่อวัน (อายุ 1–70 ปี) และ 800 IU ต่อวัน (อายุ 71 ปีขึ้นไป) ซึ่งได้จากแดด อาหาร และผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินดีรวมกัน
  • ปริมาณสูงสุดที่รับได้ต่อวันของผู้ใหญ่: 4,000 IU (DRI ไทย 2563)
  • Endocrine Society 2024 ไม่แนะนำให้ผู้ใหญ่สุขภาพดีอายุน้อยกว่า 75 ปีกินวิตามินดีเกินค่าแนะนำ ส่วนผู้อายุ 75 ปีขึ้นไป แนะนำให้พิจารณาเสริมวิตามินดีโดยไม่ต้องตรวจระดับก่อน และระบุว่าขนาดที่เหมาะยังไม่ชัด
  • คนที่ตรวจพบว่าขาด: ขนาดและระยะเวลาเป็นแผนรักษาเฉพาะคน ที่แพทย์กำหนดจากผลเลือด เช่น งานไทยข้างต้นใช้ 20,000 หรือ 40,000 IU ต่อสัปดาห์ นาน 8 สัปดาห์

วิตามินดีกินทุกวันได้ไหม ได้ ถ้าเป็นขนาดที่แพทย์หรือฉลากกำหนดให้กินทุกวัน MedlinePlus ระบุว่าวิตามินดี 3 มักกินวันละ 1–2 ครั้งตามชนิดผลิตภัณฑ์ อายุ และโรค สิ่งที่ไม่ควรทำคือเอายาขนาด 20,000 IU ที่สั่งเป็นรายสัปดาห์มากินทุกวัน หรือกินยาวิตามินดีของแพทย์ควบคู่กับวิตามินดีขนาดสูงที่ซื้อเองโดยไม่บอกแพทย์

กินอย่างไรให้ถูก กินพร้อมอาหารมีไขมันดีไหม

ยึดตามฉลากยาที่ได้รับ และถามเภสัชกรตอนรับยา สิ่งที่ใช้ได้กับคนส่วนใหญ่

  • กำหนดวันประจำ เช่น ทุกวันอาทิตย์ แล้วจดในปฏิทินหรือตั้งเตือนในโทรศัพท์
  • กินพร้อมอาหารหรือไม่ ให้ทำตามฉลากยาหรือที่เภสัชกรแนะนำ วิตามินดีเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน (LPI) หลายคนจึงกินพร้อมมื้อที่มีไขมันบ้าง แต่ให้ยึดคำแนะนำของเภสัชกรเป็นหลัก
  • อย่ากินรวมกับวิตามินดีอื่นโดยไม่บอกแพทย์ เช่น วิตามินรวม แคลเซียมผสมวิตามินดี หรือยากระดูกพรุนชนิดที่ผสมวิตามินดี ให้นำมาให้แพทย์ดูทั้งหมด
  • เก็บยาในที่แห้ง พ้นมือเด็ก เพราะเม็ดเดียวมีวิตามินดีสูง

ลืมกินทำอย่างไร

หลักสำคัญคือห้ามกินเบิ้ลเพื่อชดเชย ข้อมูลยาวิตามินดี 3 ของ MedlinePlus ระบุว่าห้ามกินสองเท่าเพื่อชดเชยมื้อที่ลืม

สำหรับยาที่กินสัปดาห์ละครั้ง วิธีจัดการขึ้นกับว่าลืมไปกี่วัน และใกล้วันกินครั้งถัดไปแค่ไหน ให้โทรถามเภสัชกรของโรงพยาบาลที่จ่ายยา ซึ่งจะบอกได้ตรงกับคำสั่งของแพทย์ อย่าเดาเองด้วยการกินสองเม็ดพร้อมกัน

ต้องตรวจเลือดซ้ำเมื่อไร

ตามนัดของแพทย์ เพราะเวลาที่เหมาะต่างกันตามขนาดยาและเหตุผลที่ให้ยา ตัวอย่างในงานวิจัยไทยข้างต้น วัดระดับวิตามินดีหลังให้ยา 8 สัปดาห์

ค่าที่แพทย์มักดูคือ 25-hydroxyvitamin D หรือ 25(OH)D และอาจตรวจแคลเซียม ฟอสฟอรัส หรือค่าไตร่วมด้วยในบางคน อ่านวิธีอ่านผลได้ที่ ตรวจวิตามินดีในเลือด วัดค่าอะไร

ส่วนคนทั่วไปที่ไม่มีอาการและไม่ได้รักษาภาวะขาด แนวทางของสมาคมต่อมไร้ท่อสหรัฐ (Endocrine Society 2024) ไม่แนะนำให้ตรวจระดับวิตามินดีเป็นประจำ

อย่าหยุดยาเองเพราะคิดว่าระดับน่าจะปกติแล้ว และอย่ากินต่อเองหลังครบกำหนด ให้กลับไปตรวจตามนัดเพื่อให้แพทย์ตัดสินว่าจะหยุด ลด หรือเปลี่ยนเป็นขนาดต่อเนื่อง

ทำไมห้ามกินเกินที่สั่ง

วิตามินดีมากเกินทำให้แคลเซียมในเลือดสูง ข้อแนะนำของกรมอนามัย (DRI ไทย 2563) ระบุว่าพิษจากวิตามินดีเกิดผ่านภาวะแคลเซียมในเลือดสูง มีอาการ เช่น สับสน ซึม คลื่นไส้ ท้องผูก ปัสสาวะบ่อย นิ่ว และหัวใจเต้นผิดจังหวะ และกำหนดปริมาณสูงสุดที่รับได้ต่อวันของผู้ใหญ่ไว้ที่ 4,000 IU สำหรับการเสริมเองโดยไม่มีแพทย์ดูแล

ขนาดที่แพทย์สั่งเพื่อรักษาภาวะขาดเป็นการใช้ระยะเวลาจำกัดภายใต้การติดตาม ต่างจากการซื้อมากินเองต่อเนื่องโดยไม่ตรวจ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ วิตามินดีได้รับมากเกินไปได้ไหม

กลุ่มที่ต้องบอกแพทย์ก่อนใช้วิตามินดีขนาดสูงทุกครั้ง ตาม MedlinePlus ได้แก่ ผู้ที่เคยมีพาราไทรอยด์ทำงานเกิน โรคไต หรือแคลเซียมในเลือดสูง

ถ้ากินวิตามินดีเกินขนาด แล้วมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (ตามข้อมูลยาวิตามินดี 3 ของ MedlinePlus)

  • ล้มฟุบหรือหมดสติ
  • ชัก
  • หายใจลำบาก
  • ปลุกไม่ตื่น

ติดต่อแพทย์หรือเภสัชกรโดยเร็ว ถ้ากินเกินที่สั่ง หรือมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก อ่อนแรง (อาการของการได้เกินขนาดที่ MedlinePlus ระบุ) หรือสับสน ซึม ปัสสาวะบ่อย หัวใจเต้นผิดจังหวะ (อาการของแคลเซียมในเลือดสูงตาม DRI ไทย 2563)

ความเชื่อที่พบบ่อย: "กินวิตามินดีเม็ดใหญ่ทุกวันจะหายเร็วขึ้น" จริงไหม

ไม่จริง และเสี่ยงอันตราย การกินถี่กว่าที่สั่งทำให้ได้วิตามินดีเกินหลายเท่า เพิ่มโอกาสแคลเซียมในเลือดสูงโดยไม่จำเป็น

อีกความเชื่อหนึ่งคือ "กินวิตามินดีเยอะ ๆ จะกันกระดูกหักและหกล้ม" งาน VITAL ในผู้ใหญ่ 25,871 คนที่ไม่ได้คัดเฉพาะคนขาดวิตามินดี ใช้วันละ 2,000 IU ราว 5 ปี ไม่ลดกระดูกหัก และงานรวม 81 งานทดลองพบว่าวิตามินดีไม่ลดการหกล้ม สิ่งที่ช่วยป้องกันหกล้มได้ตามคำแนะนำ USPSTF 2024 คือการออกกำลังกายในผู้อายุ 65 ปีขึ้นไปที่เสี่ยง

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)

เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (เทียบเป็นวิตามินดีราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)

คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่ · ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

เรื่องวิตามินดีในผลิตภัณฑ์นี้: ฉลากระบุวิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. ต่อแคปซูล คิดเป็นวิตามินดีราว 50 IU ต่อแคปซูล หรือราว 100 IU (2.5 ไมโครกรัม) ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ซึ่งน้อยกว่าปริมาณที่คนไทยอายุ 51–70 ปีควรได้รับต่อวัน (600 IU) หลายเท่า และน้อยกว่ายา 20,000 IU มาก ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยาวิตามินดี ไม่ใช้แทนวิตามินดีที่แพทย์สั่ง ผู้ที่แพทย์ตรวจพบว่าขาดวิตามินดีควรรักษาตามที่แพทย์สั่ง และถ้ากินทั้งสองอย่าง ต้องแจ้งแพทย์เพื่อนับวิตามินดีและแคลเซียมรวมกัน ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้แก้ภาวะขาดวิตามินดี

ปริมาณแคลเซียม: ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณแคลเซียมธาตุรวม เฉพาะแคลเซียมแอล-ทรีโอเนต 350 มก. คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ราว 9% ของ 1,000 มก. ที่กรมอนามัยแนะนำสำหรับผู้อายุ 51 ปีขึ้นไป (คำนวณ) ส่วนแคลเซียมคีเลตและเปลือกหอยมุก ฉลากไม่ให้ข้อมูลพอจะคำนวณ

หลักฐานของส่วนประกอบหลัก เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูล

  • วิตามินดี 3 — งาน VITAL ใช้วันละ 2,000 IU (20 เท่า คำนวณ) และ D-Health ใช้เดือนละ 60,000 IU (เฉลี่ยราว 20 เท่า คำนวณ) ทั้งสองงานไม่ลดกระดูกหักในผู้ใหญ่ทั่วไป
  • แคลเซียมแอล-ทรีโอเนต — งานในคนมีเพียงการวัดการดูดซึมในอาสาสมัครชาวจีนสุขภาพดี 14 คน (ราวร้อยละ 26.5) ไม่มีงานทดลองที่วัดผลต่อกระดูก
  • แคลเซียมเสริมโดยรวม — งาน WHI ใช้แคลเซียม 1,000 มก. ร่วมวิตามินดี 400 IU ต่อวัน ไม่ลดกระดูกสะโพกหักอย่างมีนัยสำคัญ และพบนิ่วไตเพิ่ม
  • ขมิ้นชันและขิง — งานในข้อเข่าเสื่อมใช้ขนาดสูงกว่ามาก เช่น ขมิ้นชันวันละ 1,500 มก. (ราว 47 เท่า คำนวณ)

ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ใช้วิตามินดีหรือแคลเซียมที่แพทย์สั่งอยู่แล้ว: นับรวมทุกแหล่ง ห้ามเปลี่ยนเอง
  • เป็นโรคนิ่ว หรือท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้าม (ผู้ที่เคยเป็นนิ่วในไต ทางเดินปัสสาวะ หรือถุงน้ำดี ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน)
  • โรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง โรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด เลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์
  • ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนหรือเตตราไซคลีน ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยา ให้เภสัชกรกำหนดเวลา
  • ใช้ยาขับปัสสาวะไทอะไซด์ หรือไดจอกซิน: แจ้งแพทย์
  • โรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้: หยุดและพบแพทย์
  • แพ้นมวัว: มีโคลอสตรุ้ม · แพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ปรึกษาแพทย์ก่อน

ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยากระดูกพรุน ยาไทรอยด์ ยาโรคไต วิตามินดีที่แพทย์สั่ง และยาแก้ปวด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก ลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้ ขาผิดรูปหรือสั้นลง · ปวดหลังแล้วกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ · ขาอ่อนแรงหรือชาขึ้นมาทันที · สับสนหรือซึมลงจนปลุกยาก · เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

ถ้ามีไข้และข้อบวมแดงร้อน อาจเป็นข้ออักเสบติดเชื้อ ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร BETA CAL PRO PLUS ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มิลลิกรัม

BETA CAL PRO PLUSเบต้าแคลโปรพลัส

เลข อย. 13-1-01566-5-0027

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →

คำถามที่พบบ่อย

วิตามินดี 20000 IU กินสัปดาห์ละกี่เม็ด

ขึ้นกับคำสั่งแพทย์ซึ่งคิดจากผลเลือดและโรคร่วม ให้ทำตามฉลากยาที่ได้รับ ตัวอย่างในงานวิจัยไทยใช้สัปดาห์ละ 20,000 หรือ 40,000 IU นาน 8 สัปดาห์ ห้ามเพิ่มเม็ดเอง

วิตามินดี 20000 IU กินทุกวันได้ไหม

อย่ากินทุกวันเองถ้าแพทย์สั่งเป็นรายสัปดาห์ เพราะจะได้วิตามินดีเกินหลายเท่า เสี่ยงแคลเซียมในเลือดสูง ซึ่งทำให้สับสน คลื่นไส้ ท้องผูก ปัสสาวะบ่อย และนิ่ว

ลืมกินวิตามินดีรายสัปดาห์ทำอย่างไร

ห้ามกินสองเม็ดพร้อมกันเพื่อชดเชย ให้โทรถามเภสัชกรของโรงพยาบาลที่จ่ายยาว่าจะกินเม็ดที่ลืมเมื่อไร เพราะขึ้นกับว่าลืมไปกี่วันและใกล้วันกินครั้งถัดไปแค่ไหน

วิตามินดี 2 กับวิตามินดี 3 ต่างกันไหม

งานรวมงานทดลองพบว่าวิตามินดี 3 เพิ่มระดับในเลือดได้ดีกว่าวิตามินดี 2 โดยเฉพาะเมื่อให้ขนาดสูงครั้งเดียว แต่เมื่อกินทุกวันความต่างไม่ชัด ชนิดที่ใช้ให้ทำตามที่แพทย์สั่ง

กินวิตามินดีครบแล้วต้องตรวจเลือดซ้ำเมื่อไร

ตามนัดของแพทย์ ซึ่งต่างกันตามขนาดยาและเหตุผลที่ให้ยา ค่าที่ตรวจคือ 25(OH)D และอาจดูแคลเซียมหรือค่าไตร่วมด้วย ห้ามหยุดหรือกินต่อเองโดยไม่ตรวจ

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท