บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS

แคลเซียมในเลือดสูง อาการเป็นอย่างไร เกิดจากอะไร อันตรายแค่ไหน

คำตอบสั้น: แคลเซียมในเลือดสูง (hypercalcemia) ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ มักพบจากการตรวจเลือดประจำ ถ้ามีอาการอาจคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ท้องผูก กระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย กล้ามเนื้ออ่อนแรง อ่อนเพลีย สับสน และปวดกระดูก สาเหตุหลักคือต่อมพาราไทรอยด์ทำงานเกิน และมะเร็งบางชนิดเป็นสาเหตุหลักอีกกลุ่ม ส่วนการกินแคลเซียมหรือวิตามินดีเสริมเกินขนาดก็เป็นสาเหตุได้ ภาวะนี้อาจทำให้เกิดนิ่ว หินปูนเกาะไต และไตวาย ถ้าผลเลือดแคลเซียมสูง ต้องให้แพทย์หาสาเหตุ และนำอาหารเสริมทุกอย่างที่กินไปให้แพทย์ดู

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ค่าแคลเซียมรวมในเลือดปกติราว 8.8–10.3 มก./ดล. (MedlinePlus) DRI ไทย 2563 ระบุภาวะแคลเซียมในเลือดสูงเมื่อเกิน 10.5 มก./ดล.
  • พบได้ทุกเพศทุกวัย แต่ MedlinePlus ระบุว่าพบมากในผู้หญิงอายุเกิน 50 ปี หลังหมดประจำเดือน ส่วนใหญ่มาจากพาราไทรอยด์ทำงานเกิน
  • กินแคลเซียมเสริมเกินวันละ 2,000 มก. ร่วมกับวิตามินดีขนาดสูง หรือดื่มนมวันละ 2 ลิตรขึ้นไป ทำให้แคลเซียมสูงได้ (MedlinePlus)
  • ผลระยะยาวที่ MedlinePlus ระบุ เช่น นิ่วไต หินปูนเกาะในเนื้อไต ไตวาย ความดันโลหิตสูง กระดูกบางและหักง่าย
  • สับสนขึ้นมาทันที ซึมลงจนปลุกยาก หรือหมดสติ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (MedlinePlus ถือเป็นเหตุฉุกเฉิน)

แคลเซียมในเลือดสูงคืออะไร ค่าเท่าไรถือว่าสูง

ร่างกายคุมแคลเซียมในเลือดด้วยฮอร์โมนพาราไทรอยด์ (PTH) จากต่อมเล็ก ๆ 4 ต่อมที่คอด้านหลังต่อมไทรอยด์ และวิตามินดีที่ได้จากแสงแดด อาหาร และอาหารเสริม (MedlinePlus ทบทวน 25 ม.ค. 2569) เมื่อกลไกนี้เสีย หรือมีแคลเซียมเข้ามาในเลือดมากเกิน ค่าแคลเซียมจะสูงขึ้น

  • ค่าแคลเซียมรวมปกติตาม MedlinePlus อยู่ที่ 8.8–10.3 มก./ดล. ซึ่งแต่ละห้องแล็บอาจต่างกันเล็กน้อย
  • DRI ไทย 2563 ใช้เกณฑ์แคลเซียมในเลือดมากกว่า 10.5 มก./ดล. เป็นภาวะแคลเซียมในเลือดสูง
  • การขาดน้ำก็ทำให้ค่าแคลเซียมสูงได้ (MedlinePlus)

ผลเลือดที่สูงเล็กน้อยครั้งเดียวยังสรุปไม่ได้ MedlinePlus ระบุว่าอาหารและยาบางชนิดมีผลต่อค่าแคลเซียม และผลที่ไม่อยู่ในช่วงปกติไม่ได้แปลว่าต้องรักษาเสมอไป ให้แพทย์เป็นผู้แปลผลร่วมกับค่าอื่น อ่านเรื่องการแปลผลแคลเซียมคู่กับอัลบูมินได้ที่ แคลเซียมในเลือดต่ำ

แคลเซียมสูง อาการเป็นอย่างไร

คนส่วนใหญ่ไม่มีอาการ MedlinePlus ระบุว่าภาวะนี้มักวินิจฉัยได้ตั้งแต่ระยะแรกจากการตรวจเลือดประจำ อาการที่อาจพบขึ้นกับสาเหตุและระยะเวลาที่เป็น ได้แก่

  • ทางเดินอาหาร: คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ท้องผูก
  • ไต: กระหายน้ำมากขึ้น ปัสสาวะบ่อยขึ้น
  • กล้ามเนื้อ: อ่อนแรง หรือกระตุก
  • สมอง: อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า สับสน
  • กระดูก: ปวดกระดูก กระดูกเปราะหักง่าย

LPI (ทบทวน ก.ย. 2560) แยกระดับความรุนแรงไว้ว่า แคลเซียมสูงเล็กน้อยอาจไม่มีอาการ หรือเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก ปวดท้อง อ่อนเพลีย ปัสสาวะมาก และความดันโลหิตสูง ส่วนที่รุนแรงขึ้นอาจทำให้สับสน เพ้อ โคม่า และถ้าไม่รักษาอาจเสียชีวิต

ระวังอาการซ้อนกับอาการวัยสูงอายุ อาการอย่างท้องผูก อ่อนเพลีย ปัสสาวะบ่อย หรือหลงลืมสับสน ลูกหลานมักคิดว่าเป็นเรื่องอายุ ถ้าผู้สูงอายุกินแคลเซียม วิตามินดี หรือยาลดกรดหลายตัว แล้วมีอาการเหล่านี้ใหม่ ให้บอกแพทย์และนำทุกอย่างที่กินไปด้วย

แคลเซียมในเลือดสูงเกิดจากอะไร

1. ต่อมพาราไทรอยด์ทำงานเกิน (สาเหตุหลักตาม MedlinePlus) MedlinePlus ระบุว่าเกิดจากต่อมโตขึ้นหนึ่งต่อมหรือมากกว่า หรือมีก้อนที่ต่อม ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็ง อ่านรายละเอียดอาการ การตรวจ และการผ่าตัดที่ พาราไทรอยด์สูง

2. มะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม หรือมะเร็งที่กระจายไปอวัยวะอื่น MedlinePlus ยังระบุมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดมัลติเพิลมัยอีโลมา และเนื้องอกที่สร้างสารคล้ายฮอร์โมนพาราไทรอยด์ LPI ระบุว่ามะเร็งและพาราไทรอยด์ทำงานเกินเป็นสาเหตุหลักของภาวะนี้

3. วิตามินดีในเลือดสูงเกิน จากการกินวิตามินดีเสริมมากเกินไปเป็นเวลานาน

4. ได้แคลเซียมมากเกิน (milk-alkali syndrome) ดูหัวข้อถัดไป

5. สาเหตุอื่นที่ MedlinePlus ระบุ

  • นอนติดเตียงนาน ๆ หลายวันหรือหลายสัปดาห์
  • ต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน หรือได้ยาไทรอยด์มากเกินไป
  • โรคไตเรื้อรังหรือไตวาย
  • ยา เช่น ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ ลิเทียม และทาม็อกซิเฟน
  • การติดเชื้อหรือโรคบางชนิด เช่น วัณโรค ซาร์คอยโดซิส โรคพาเจ็ตของกระดูก
  • โรคทางพันธุกรรมที่ทำให้ร่างกายคุมแคลเซียมผิดปกติ

ถ้าสงสัยว่ายาที่กินอยู่เป็นสาเหตุ ห้ามหยุดยาเอง โดยเฉพาะยาความดันกลุ่มไทอะไซด์ ยาไทรอยด์ และลิเทียม ให้แพทย์เป็นผู้พิจารณาปรับหรือเปลี่ยนยา

กินแคลเซียมหรือวิตามินดีเสริมเกินขนาด เกี่ยวข้องอย่างไร

แคลเซียมจากอาหารธรรมชาติ LPI ระบุว่าไม่พบว่าทำให้แคลเซียมในเลือดสูง ปัญหามักมาจากเม็ดเสริม ยาลดกรด หรือวิตามินดีขนาดสูง

  • แคลเซียมเสริม: MedlinePlus ระบุว่า milk-alkali syndrome มักเกิดเมื่อกินแคลเซียมเสริมเกินวันละ 2,000 มก. ร่วมกับวิตามินดีขนาดสูง ส่วน DRI ไทยระบุว่าแคลเซียมในเลือดสูงจากการกินมักพบเมื่อได้แคลเซียมเกินวันละ 3,000 มก. ร่วมกับปัจจัยอื่น เช่น ยาลดกรดหรือนมสด ไตบกพร่อง หรือได้วิตามินดี
  • นมปริมาณมาก: MedlinePlus ระบุว่าการดื่มนมมาก (วันละ 2 ลิตรขึ้นไป) หรือกินผลิตภัณฑ์นมปริมาณมาก ทำให้แคลเซียมในเลือดสูงขึ้นได้
  • ยาลดกรดที่มีแคลเซียม: LPI อธิบายว่ากลุ่มอาการแคลเซียม-ด่างพบครั้งแรกในยุคที่รักษาแผลในกระเพาะด้วยนมและยาลดกรดปริมาณมาก ปัจจุบันกลุ่มเสี่ยงได้แก่ หญิงวัยหมดประจำเดือน หญิงตั้งครรภ์ ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ป่วยโรคบูลิเมีย และผู้ฟอกไต
  • วิตามินดี: DRI ไทยระบุว่าพิษจากวิตามินดีเกิดผ่านภาวะแคลเซียมในเลือดสูง ทำให้สับสน ซึม คลื่นไส้ ท้องผูก ปัสสาวะบ่อย นิ่ว และหัวใจเต้นผิดจังหวะ มักเกิดเมื่อได้มากกว่าวันละ 40,000 IU และขีดสูงสุดสำหรับผู้ใหญ่คือวันละ 4,000 IU อ่านต่อที่ วิตามินดีกินเกินได้ไหม

MedlinePlus แนะนำว่าถ้ากินแคลเซียมและวิตามินดีเสริมอยู่ ให้คุยกับแพทย์เรื่องขนาดที่ถูกต้อง และนับรวมทุกแหล่ง อ่านวิธีนับที่ กินแคลเซียมเสริมมากเกินไปได้ไหม

แคลเซียมในเลือดสูงอันตรายแค่ไหน ต่อไตและหัวใจอย่างไร

ความรุนแรงขึ้นกับสาเหตุ MedlinePlus ระบุว่าคนที่เป็นพาราไทรอยด์ทำงานเกินเล็กน้อย หรือมีสาเหตุที่แก้ได้ มักมีผลดี ส่วนคนที่แคลเซียมสูงจากมะเร็งหรือซาร์คอยโดซิส ผลมักขึ้นกับตัวโรคมากกว่าระดับแคลเซียม

ภาวะแทรกซ้อนระยะยาวที่ MedlinePlus ระบุ

  • ไต: หินปูนเกาะในเนื้อไตจนไตทำงานแย่ลง ขาดน้ำ นิ่วไต และไตวาย
  • หัวใจและหลอดเลือด: ความดันโลหิตสูง ส่วน DRI ไทยระบุหัวใจเต้นผิดจังหวะในพิษจากวิตามินดี และ NIDDK ระบุว่าในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง แคลเซียมในเลือดที่สูงทำลายหลอดเลือดได้
  • ทางเดินอาหาร: ตับอ่อนอักเสบ
  • กระดูก: ถุงน้ำในกระดูก กระดูกพรุน กระดูกหัก
  • จิตใจ: ซึมเศร้า สมาธิและความคิดแย่ลง

MedlinePlus ระบุว่าภาวะแทรกซ้อนระยะยาวเหล่านี้พบไม่บ่อยแล้วในปัจจุบันในหลายประเทศ

ตรวจอะไรบ้าง รักษาอย่างไร

การตรวจที่ MedlinePlus ระบุ ได้แก่ แคลเซียมในเลือด ฮอร์โมนพาราไทรอยด์ (PTH) สารคล้ายฮอร์โมนพาราไทรอยด์ (PTHrP) ระดับวิตามินดี และแคลเซียมในปัสสาวะ (มักเก็บ 24 ชั่วโมง) MedlinePlus ยังระบุว่าผู้ที่เป็นนิ่วในไตควรได้รับการตรวจหาภาวะแคลเซียมในเลือดสูง

การรักษามุ่งที่สาเหตุ เช่น พาราไทรอยด์ทำงานเกินแบบปฐมภูมิอาจต้องผ่าตัดเอาต่อมที่ผิดปกติออก ซึ่ง MedlinePlus ระบุว่าทำให้แคลเซียมสูงหายได้ ส่วนรายที่รุนแรงจนต้องนอนโรงพยาบาล แพทย์อาจให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ (MedlinePlus ระบุว่าเป็นการรักษาหลัก) ร่วมกับยาอื่นตามดุลยพินิจ หรือฟอกไตถ้าไตเสียหาย

หลังกลับบ้าน MedlinePlus แนะนำให้ทำตามแพทย์ เช่น ดื่มน้ำตามปริมาณที่แพทย์กำหนด แพทย์อาจให้ลดหรืองดผลิตภัณฑ์นมชั่วคราว ไม่ใช้ยาลดกรดที่มีแคลเซียมมาก ถามแพทย์ก่อนใช้ยาและสมุนไพรทุกชนิด ตรวจเลือดตามนัด และยังคงเคลื่อนไหวร่างกายตามที่แพทย์อนุญาต

ต้องพบแพทย์เมื่อไร

ถ้าสับสนขึ้นมาทันที ซึมลงจนปลุกยาก หรือหมดสติ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 MedlinePlus (หัวข้อปฐมพยาบาลผู้หมดสติ) ระบุว่าการหมดสติหรือความรู้ตัวเปลี่ยนไปทันทีโดยไม่ทราบสาเหตุ ต้องถือเป็นเหตุฉุกเฉิน

ติดต่อแพทย์โดยเร็ว ถ้ามีอาการที่ MedlinePlus (ทบทวน 29 ม.ค. 2569) ระบุสำหรับผู้ที่เคยแคลเซียมในเลือดสูง ได้แก่ ปวดศีรษะ หัวใจเต้นผิดจังหวะ คลื่นไส้อาเจียน กระหายน้ำมากหรือปากแห้ง เหงื่อออกน้อยหรือไม่ออก เวียนศีรษะ สับสน ปัสสาวะมีเลือดปนหรือสีเข้ม ปวดหลังด้านใดด้านหนึ่ง ปวดท้อง หรือท้องผูกมาก

นัดพบแพทย์เพื่อตรวจเลือด ถ้ามีประวัติครอบครัวเป็นแคลเซียมในเลือดสูงหรือพาราไทรอยด์ทำงานเกิน หรือมีอาการเข้าได้กับแคลเซียมสูง MedlinePlus ระบุว่าคนที่มีอาการควรตรวจระดับแคลเซียมในเลือด

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)

เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (เทียบเป็นวิตามินดีราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)

คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่ · ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

เรื่องแคลเซียมในเลือดสูง: ผลิตภัณฑ์นี้เป็นแคลเซียมเสริมร่วมกับวิตามินดี 3 ผู้ที่ตรวจพบแคลเซียมในเลือดสูง มีโรคพาราไทรอยด์ โรคไตเรื้อรัง ฟอกไต หรือกำลังหาสาเหตุของแคลเซียมสูง ต้องถามแพทย์ก่อน และควรนำกล่องไปให้แพทย์ดูด้วย เพราะแพทย์ต้องรู้ทุกแหล่งของแคลเซียมและวิตามินดีที่ได้รับ ผู้ที่เป็นหรือเคยเป็นนิ่ว ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยคุมระดับแคลเซียมในเลือด หรือช่วยกระดูกในผู้ที่มีภาวะนี้

ปริมาณแคลเซียมและวิตามินดี: ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณแคลเซียมธาตุรวม เฉพาะแคลเซียมแอล-ทรีโอเนต 350 มก. คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ส่วนแคลเซียมคีเลตและแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ฉลากไม่ให้ข้อมูลพอจะคำนวณ จึงบอกปริมาณแคลเซียมทั้งหมดไม่ได้ วิตามินดี 3 ราว 50 IU ต่อแคปซูล หรือราว 100 IU ต่อวัน (คำนวณ) คิดเป็นราวร้อยละ 2.5 ของขีดสูงสุดสำหรับผู้ใหญ่ 4,000 IU (คำนวณ) แต่ต้องนับรวมกับวิตามินดีจากยาที่แพทย์สั่งและวิตามินรวม

หลักฐานของส่วนประกอบหลัก เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูล

  • วิตามินดี 3 — งาน VITAL ใช้วันละ 2,000 IU (20 เท่าของในแคปซูล คำนวณ) และงาน D-Health ใช้ 60,000 IU ต่อเดือน (เฉลี่ยราว 2,000 IU ต่อวัน คำนวณ) ทั้งสองงานไม่ลดกระดูกหักในผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ขาดวิตามินดี
  • แคลเซียมเสริมในงานใหญ่ — WHI ใช้แคลเซียม 1,000 มก. ร่วมวิตามินดี 400 IU ต่อวัน (แคลเซียมราว 11 เท่าของส่วนที่คำนวณได้จากทรีโอเนต คำนวณ) พบนิ่วไตเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 17
  • แคลเซียมแอล-ทรีโอเนต — งานเภสัชจลนศาสตร์ในคนหนุ่มสาวชาวจีนสุขภาพดีใช้ 675–4,050 มก. ครั้งเดียว และ 2,025 มก. วันละ 2 ครั้งนาน 4 วัน วัดระดับทรีโอเนตในเลือดและปัสสาวะ บทคัดย่อไม่ได้รายงานระดับแคลเซียม ไม่พบอาการไม่พึงประสงค์ร้ายแรงในช่วงสั้น ๆ นั้น ไม่มีงานในผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยไต
  • ขมิ้นชัน — งานไทยในข้อเข่าเสื่อมใช้วันละ 1,500 มก. (ราว 47 เท่าของ 32 มก. ต่อวันในแคปซูล คำนวณ)

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • เป็นโรคนิ่ว หรือท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้าม (ผู้ที่เคยเป็นนิ่วในไต ทางเดินปัสสาวะ หรือถุงน้ำดี ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน)
  • แคลเซียมในเลือดสูง โรคพาราไทรอยด์ โรคไตเรื้อรัง ฟอกไต: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ใช้ยาขับปัสสาวะไทอะไซด์ ลิเทียม หรือไดจอกซิน: แจ้งแพทย์ ห้ามหยุดยาเอง
  • ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนหรือเตตราไซคลีน ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ยาเหล็ก: ให้เภสัชกรกำหนดเวลากิน
  • ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด เลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: มีขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์
  • โรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้: หยุดและพบแพทย์ เพราะมีรายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน
  • แพ้นมวัว: มีโคลอสตรุ้ม · แพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยากระดูกพรุน ยาเกาต์ ยาแก้ปวดข้อ: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง

ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยากระดูกพรุน ยาไทรอยด์ ยาโรคไต ยาขับปัสสาวะ วิตามินดีหรือแคลเซียมที่แพทย์สั่ง และยาแก้ปวด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก ลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้ ขาผิดรูปหรือสั้นลง · ปวดหลังแล้วกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ · ขาอ่อนแรงหรือชาขึ้นมาทันที · สับสนขึ้นมาทันที ซึมลงจนปลุกยาก หรือหมดสติ · ชักหรือหายใจลำบาก · เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

ถ้าข้อหรือเข่าปวดมากขึ้นมาทันที บวม แดง ร้อน หรือปวดข้อแล้วมีไข้หรือหนาวสั่น อาจเป็นข้ออักเสบติดเชื้อ ต้องไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร BETA CAL PRO PLUS ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มิลลิกรัม

BETA CAL PRO PLUSเบต้าแคลโปรพลัส

เลข อย. 13-1-01566-5-0027

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →

คำถามที่พบบ่อย

อาการแคลเซียมสูงเป็นอย่างไร

ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ ถ้ามีอาจคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ท้องผูก กระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย กล้ามเนื้ออ่อนแรง อ่อนเพลีย สับสน และปวดกระดูก รายที่รุนแรงอาจสับสน เพ้อ จนถึงโคม่า

แคลเซียมในเลือดสูงเกิดจากอะไร

สาเหตุหลักคือต่อมพาราไทรอยด์ทำงานเกิน และมะเร็งบางชนิดเป็นสาเหตุหลักอีกกลุ่ม สาเหตุอื่น ได้แก่ วิตามินดีเกิน ได้แคลเซียมมากเกิน นอนติดเตียงนาน ไทรอยด์ทำงานเกิน โรคไต และยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะไทอะไซด์ ลิเทียม

กินแคลเซียมเสริมทำให้แคลเซียมในเลือดสูงได้ไหม

ได้ ถ้ากินมากเกิน MedlinePlus ระบุว่ามักเกิดเมื่อกินแคลเซียมเสริมเกินวันละ 2,000 มก. ร่วมกับวิตามินดีขนาดสูง ส่วนแคลเซียมจากอาหารธรรมชาติไม่พบว่าทำให้แคลเซียมในเลือดสูง

แคลเซียมในเลือดสูงอันตรายไหม

ขึ้นกับสาเหตุ ถ้าเป็นระยะยาวอาจทำให้เกิดนิ่วไต หินปูนเกาะไต ไตวาย ความดันโลหิตสูง ตับอ่อนอักเสบ กระดูกพรุนและหัก ถ้ารุนแรงอาจซึมจนหมดสติ ซึ่งต้องไปโรงพยาบาลทันที

พาราไทรอยด์สูง อาการเป็นอย่างไร

หลายคนไม่มีอาการและพบจากผลเลือดแคลเซียมสูง ถ้ามีอาการมักคล้ายแคลเซียมสูง เช่น อ่อนเพลีย กระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย ท้องผูก ปวดกระดูก ซึมเศร้า และอาจเป็นนิ่วไต ต้องให้แพทย์ตรวจ PTH และแคลเซียม

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท