บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS

ขาดวิตามินดีเป็นโรคอะไร กระดูกอ่อนในผู้ใหญ่ ปวดกระดูก กล้ามเนื้ออ่อนแรง

คำตอบสั้น: การขาดวิตามินดีอย่างรุนแรงและนาน ทำให้เกิดภาวะกระดูกอ่อน (osteomalacia) ในผู้ใหญ่ และโรคกระดูกอ่อน (rickets) ในเด็ก เพราะร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ไม่พอ กระดูกจึงนิ่มและอ่อนแอ อาการที่ MedlinePlus ระบุคือ ปวดกระดูกทั่วตัวโดยเฉพาะสะโพก กล้ามเนื้ออ่อนแรง และกระดูกหักทั้งที่ไม่ได้บาดเจ็บรุนแรง ภาวะนี้ต่างจากกระดูกพรุน แต่ตรวจมวลกระดูกแล้วอาจดูคล้ายกัน จึงต้องให้แพทย์ตรวจเลือดแยก ส่วนการรักษาคือให้วิตามินดี แคลเซียม หรือฟอสฟอรัสตามที่แพทย์กำหนด

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ขาดวิตามินดีรุนแรงในผู้ใหญ่ทำให้เกิด ภาวะกระดูกอ่อน คือกระดูกนิ่ม ไม่ใช่แค่บาง
  • อาการ: ปวดกระดูกทั่วตัว (โดยเฉพาะสะโพก) กล้ามเนื้ออ่อนแรง กระดูกหักง่าย ถ้าแคลเซียมต่ำอาจชารอบปาก ชามือเท้า หรือมือเท้าเกร็ง
  • กลุ่มเสี่ยง: ไม่ค่อยโดนแดด ไม่กินนม ลำไส้ดูดซึมไม่ดี โรคไต โรคตับ และผู้ใช้ยากันชักบางชนิด
  • ตรวจด้วยเลือด (วิตามินดี แคลเซียม ฟอสเฟต อัลคาไลน์ฟอสฟาเตส PTH ค่าไต) และภาพถ่ายรังสี
  • MedlinePlus ระบุว่าเมื่อรักษา บางคนดีขึ้นในไม่กี่สัปดาห์ และกระดูกมักกลับมาดีในราว 6 เดือน

ขาดวิตามินดีแล้วเกิดอะไรขึ้นกับกระดูก

วิตามินดีช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียม MedlinePlus (ทบทวน 18 พ.ค. 2569) อธิบายว่าร่างกายต้องใช้แคลเซียมเพื่อคงความแข็งของกระดูก เมื่อวิตามินดีต่ำ แคลเซียมในเลือดก็ต่ำตาม กระดูกที่สร้างใหม่จึงมีแร่ธาตุไม่พอ ทำให้กระดูกนิ่มและอ่อนแอ

ร่างกายได้วิตามินดี 2 ทาง

  • ผิวหนังสร้างเมื่อโดนแดด ข้อแนะนำของกรมอนามัย (DRI ไทย 2563) ระบุว่าร่างกายได้วิตามินดีส่วนใหญ่ราวร้อยละ 80–90 จากทางนี้
  • อาหาร สถาบันไลนัส พอลิง (LPI) ระบุว่าวิตามินดีพบตามธรรมชาติในอาหารไม่กี่ชนิด เช่น ปลาที่มีไขมันอย่างปลาแมกเคอเรล ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน (รวมปลากระป๋อง) ไข่แดง และนมที่เติมวิตามินดี

อ่านอาการขาดวิตามินดีแบบอื่นได้ที่ ขาดวิตามินดีอาการอย่างไร

ภาวะกระดูกอ่อนต่างจากกระดูกพรุนอย่างไร

สองภาวะนี้ฟังคล้ายกันแต่เป็นคนละเรื่อง

  • กระดูกพรุน (osteoporosis): กระดูกบางและอ่อนแอจนหักง่าย NIAMS ระบุว่ามักเป็นโรคเงียบ ไม่มีอาการจนกระดูกหัก
  • ภาวะกระดูกอ่อน (osteomalacia): กระดูกมีแร่ธาตุไม่พอ จึงนิ่ม มักมีอาการปวดกระดูกทั่วตัวและกล้ามเนื้ออ่อนแรงร่วมด้วย

ประเด็นสำคัญที่ MedlinePlus ระบุคือ ภาวะกระดูกอ่อนอาจดูเหมือนกระดูกพรุนเมื่อตรวจมวลกระดูก แนวทาง TOPF 2021 ของไทยจึงแนะนำให้แพทย์ตรวจเลือดแยกภาวะกระดูกอ่อนและโรคกระดูกอื่นก่อนสรุปว่าเป็นกระดูกพรุน รวมถึงตรวจระดับวิตามินดี (25-hydroxyvitamin D) ในการตรวจเบื้องต้น

เหตุที่ต้องแยกให้ชัด เพราะการรักษาต่างกัน ภาวะกระดูกอ่อนแก้ที่การเติมวิตามินดีและแร่ธาตุที่ขาด ส่วนกระดูกพรุนในคนเสี่ยงสูงต้องใช้ยากระดูกพรุนตามแนวทาง

ขาดวิตามินดีทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและหกล้มได้ไหม

ในภาวะกระดูกอ่อน กล้ามเนื้ออ่อนแรงเป็นอาการหนึ่งที่พบได้ MedlinePlus ระบุไว้ในอาการหลัก ร่วมกับปวดกระดูกทั่วตัว ผู้สูงอายุที่กล้ามเนื้อขาอ่อนแรงย่อมลุกนั่งลำบากและทรงตัวไม่ดี

แต่การกินวิตามินดีเสริมในคนทั่วไปที่ไม่ได้ขาด ไม่ได้ช่วยลดการหกล้ม งานรวม 81 งานทดลอง (Lancet Diabetes Endocrinol 2018) 53,537 คน พบว่าวิตามินดีไม่ลดการหกล้ม (RR 0.97) และไม่ลดกระดูกหัก ผลเหมือนกันแม้ใช้ขนาดเกิน 800 IU ต่อวัน

ข้อสรุปที่ใช้ได้จริงคือ

  • คนที่ขาดวิตามินดีจริง ต้องรักษาตามที่แพทย์สั่ง
  • คนที่ไม่ได้ขาด การกินเพิ่มไม่ได้ช่วยเรื่องหกล้ม
  • สิ่งที่ป้องกันหกล้มได้ตามหลักฐาน คือการออกกำลังกาย ฝึกความแข็งแรงและการทรงตัว (USPSTF 2024 แนะนำในผู้อายุ 65 ปีขึ้นไปที่เสี่ยง) และองค์การอนามัยโลกแนะนำเพิ่มเรื่องปรับบ้านให้ปลอดภัย และให้แพทย์ทบทวนยาที่ทำให้ง่วงหรือมึน

ใครเสี่ยงขาดวิตามินดีจนกระดูกอ่อน

MedlinePlus ระบุกลุ่มเสี่ยงไว้ดังนี้

ผิวหนังสร้างวิตามินดีได้น้อย

  • ต้องอยู่แต่ในบ้าน เช่น ผู้สูงอายุติดเตียงหรือติดบ้าน
  • ทำงานในอาคารตลอดช่วงกลางวัน
  • แต่งกายปกปิดผิวเกือบทั้งตัว หรือใช้ครีมกันแดดแรงมากตลอด
  • ผิวสีเข้ม

ได้จากอาหารหรือดูดซึมได้น้อย

  • ไม่ดื่มนมหรือกินผลิตภัณฑ์นม (พบบ่อยขึ้นในผู้สูงอายุ) หรือย่อยนมไม่ได้
  • กินอาหารมังสวิรัติ
  • ลำไส้ดูดซึมไม่ดี เช่น หลังผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก หรือโรคลำไส้บางชนิด

โรคและยา

  • ไตวาย และภาวะเลือดเป็นกรด (acidosis)
  • โรคตับ เพราะตับเปลี่ยนวิตามินดีให้อยู่ในรูปที่ใช้งานได้ไม่ได้
  • ผลข้างเคียงของยากันชัก (แนวทาง TOPF ก็จัดยากันชักไว้ในยาที่สัมพันธ์กับการสูญเสียมวลกระดูก)
  • เนื้องอกหายากบางชนิดที่ทำให้ฟอสเฟตในเลือดต่ำ

คนไทยแดดแรงก็ขาดได้ ถ้าใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในอาคาร อ่านเพิ่มเติมได้ที่ คนไทยแดดแรงทั้งปี ทำไมยังขาดวิตามินดี และ ใครบ้างที่เสี่ยงขาดวิตามินดี

ตรวจและรักษาอย่างไร

การตรวจ ตาม MedlinePlus

  • เลือด: วิตามินดี ครีเอตินิน (ค่าไต) แคลเซียม ฟอสเฟต เกลือแร่ อัลคาไลน์ฟอสฟาเตส (alkaline phosphatase) และฮอร์โมนพาราไทรอยด์
  • เอกซเรย์กระดูกและตรวจมวลกระดูก ซึ่งช่วยหารอยร้าวเทียม (pseudofracture) การสูญเสียกระดูก และกระดูกนิ่ม
  • บางรายต้องตัดชิ้นเนื้อกระดูกตรวจ

การรักษา MedlinePlus ระบุว่าอาจใช้วิตามินดี แคลเซียม และฟอสฟอรัสชนิดกิน คนที่ลำไส้ดูดซึมไม่ดี รวมถึงผู้ที่ผ่าตัดลดน้ำหนักบางชนิด อาจต้องใช้ขนาดสูงกว่าปกติ และบางโรคต้องตรวจเลือดติดตามแคลเซียมและฟอสฟอรัสเป็นระยะ

ขนาดและระยะเวลาเป็นเรื่องที่แพทย์กำหนด ถ้าได้วิตามินดีขนาด 20,000 IU มา อ่านวิธีกินได้ที่ วิตามินดี 20,000 IU ที่หมอสั่ง กินอย่างไร

ผลการรักษา: MedlinePlus ระบุว่าบางคนดีขึ้นในไม่กี่สัปดาห์ และกระดูกควรกลับมาดีภายในราว 6 เดือน แต่อาการอาจกลับมาได้ จึงควรตรวจตามนัด

ดูแลตัวเองอย่างไรไม่ให้ขาดวิตามินดี

MedlinePlus ระบุว่าการกินอาหารที่มีวิตามินดีและแคลเซียม และการได้รับแสงแดดพอ ช่วยลดโอกาสเกิดภาวะกระดูกอ่อนจากการขาดวิตามินดี สิ่งที่ทำได้ในชีวิตคนไทย

  • ออกไปรับแดดบ้าง โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่แต่ในบ้าน ลูกหลานอาจพาออกไปนั่งหรือเดินในสวนตอนที่แดดไม่แรงเกินไป และระวังการหกล้มระหว่างเดิน
  • กินแหล่งวิตามินดีจากอาหาร เช่น ปลาซาร์ดีนหรือปลาแมกเคอเรลกระป๋อง ไข่ และนมที่เติมวิตามินดี
  • กินแหล่งแคลเซียม ข้อแนะนำของกรมอนามัยระบุว่านมและผลิตภัณฑ์นมเป็นแหล่งที่ดี รองลงมาคือเต้าหู้ที่ตกตะกอนด้วยแคลเซียม และผักใบเขียวออกซาเลตต่ำ เช่น คะน้า กวางตุ้ง ตำลึง
  • ถ้ามีโรคที่ทำให้เสี่ยง เช่น โรคไต โรคตับ ลำไส้ดูดซึมไม่ดี เคยผ่าตัดกระเพาะ หรือใช้ยากันชัก ให้ถามแพทย์ว่าควรตรวจระดับวิตามินดีหรือไม่ อย่าเลือกวิตามินดีขนาดสูงมากินเอง

แนวทาง Endocrine Society 2024 แนะนำให้ผู้อายุ 75 ปีขึ้นไปพิจารณาเสริมวิตามินดีโดยไม่ต้องตรวจระดับก่อน ส่วนผู้ใหญ่สุขภาพดีอายุน้อยกว่านั้น ไม่แนะนำให้เสริมเกินค่าแนะนำต่อวัน (600 IU สำหรับอายุไม่เกิน 70 ปี และ 800 IU สำหรับอายุ 71 ปีขึ้นไป ตาม DRI ไทย 2563)

อาการที่เชื่อกันว่ามาจากขาดวิตามินดี แต่หลักฐานไม่ชัด

"ปวดเมื่อยตามตัวทุกอย่างเป็นเพราะขาดวิตามินดี" ไม่เสมอไป ปวดกระดูกทั่วตัวมีหลายสาเหตุ เช่น พาราไทรอยด์ทำงานเกิน ไทรอยด์ต่ำ โรคไต หรือโรคร้ายแรงบางชนิด อ่านต่อที่ ปวดกระดูกทั้งตัวเกิดจากอะไร

"กินวิตามินดีขนาดสูงไว้ก่อน จะกันกระดูกหัก" งาน VITAL ในผู้ใหญ่ 25,871 คนที่ใช้วันละ 2,000 IU ราว 5 ปี และงาน D-Health ในออสเตรเลีย 21,315 คนที่ใช้เดือนละ 60,000 IU ไม่พบว่าลดกระดูกหัก ในคนที่ไม่ได้คัดเฉพาะผู้ขาดวิตามินดี

"ตรวจวิตามินดีทุกคนทุกปี" แนวทาง Endocrine Society 2024 ไม่แนะนำให้ตรวจระดับวิตามินดีเป็นประจำในคนทั่วไปที่ไม่มีข้อบ่งชี้ ให้แพทย์เป็นผู้พิจารณาตามความเสี่ยง

เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาลทันที

ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก ลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้ ขาผิดรูปหรือสั้นลง
  • ชัก
  • ปวดหลังแล้วขาอ่อนแรงหรือชาขึ้นมาทันที หรือกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้

พบแพทย์โดยเร็ว ถ้ามีอาการของแคลเซียมต่ำที่ MedlinePlus ระบุ เช่น ชารอบปาก ชาหรือเหน็บที่แขนขา มือหรือเท้าเกร็งหรือเป็นตะคริว หรือมีอาการปวดกระดูกทั่วตัว กล้ามเนื้ออ่อนแรง กระดูกหักทั้งที่ไม่ได้บาดเจ็บรุนแรง

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)

เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (เทียบเป็นวิตามินดีราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)

คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่ · ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

เรื่องวิตามินดีและแคลเซียมในผลิตภัณฑ์นี้: วิตามินดีในผลิตภัณฑ์คิดเป็นราว 100 IU ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ซึ่งน้อยกว่าปริมาณที่คนไทยอายุ 51–70 ปีควรได้รับต่อวัน (600 IU) หลายเท่า ส่วนแคลเซียม ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณแคลเซียมธาตุรวม เฉพาะแคลเซียมแอล-ทรีโอเนต 350 มก. คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ซึ่งเป็นส่วนน้อยของ 1,000 มก. ที่ผู้อายุ 51 ปีขึ้นไปควรได้รับต่อวันตามข้อแนะนำของกรมอนามัย ส่วนแคลเซียมคีเลตและเปลือกหอยมุก ฉลากไม่ให้ข้อมูลพอจะคำนวณ

ผู้ที่แพทย์ตรวจพบว่าขาดวิตามินดีหรือเป็นภาวะกระดูกอ่อน ควรรักษาตามที่แพทย์สั่ง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยาวิตามินดี ไม่ใช้แทนการรักษา และไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้แก้ภาวะขาดวิตามินดี ภาวะกระดูกอ่อน อาการปวดกระดูก หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง

หลักฐานของส่วนประกอบหลัก เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูล

  • วิตามินดี 3 — งาน VITAL ใช้วันละ 2,000 IU (20 เท่า คำนวณ) ไม่ลดกระดูกหัก และงานรวม 81 งานทดลองพบว่าวิตามินดีไม่ลดการหกล้ม
  • แคลเซียมแอล-ทรีโอเนต — งานในคนมีเพียงการวัดการดูดซึมในอาสาสมัครชาวจีนสุขภาพดี 14 คน (ราวร้อยละ 26.5) ไม่มีงานทดลองที่วัดผลต่อกระดูก
  • แคลเซียมเสริมโดยรวม — งาน WHI ใช้แคลเซียม 1,000 มก. ร่วมวิตามินดี 400 IU ต่อวัน (วิตามินดี 4 เท่าของในแคปซูล คำนวณ) ไม่ลดกระดูกสะโพกหักอย่างมีนัยสำคัญ และพบนิ่วไตเพิ่ม
  • โคลอสตรุ้ม — งานในผู้สูงอายุที่ฝึกยกน้ำหนักใช้วันละ 60 กรัม มากกว่าในแคปซูล (50 มก./วัน) ราว 1,200 เท่า (คำนวณ)
  • ขมิ้นชันและขิง — งานในข้อเข่าเสื่อมใช้ขนาดสูงกว่ามาก เช่น ขมิ้นชันวันละ 1,500 มก. (ราว 47 เท่า คำนวณ)

ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ใช้วิตามินดีหรือแคลเซียมที่แพทย์สั่งอยู่แล้ว: นับรวมทุกแหล่ง ห้ามเปลี่ยนเอง
  • เป็นโรคนิ่ว หรือท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้าม (ผู้ที่เคยเป็นนิ่วในไต ทางเดินปัสสาวะ หรือถุงน้ำดี ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน)
  • โรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง โรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • โรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้: หยุดและพบแพทย์
  • ใช้ยากันชัก ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนหรือเตตราไซคลีน ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ยาเหล็ก: แจ้งแพทย์หรือเภสัชกร และให้เภสัชกรกำหนดเวลากิน
  • ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด เลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์
  • แพ้นมวัว: มีโคลอสตรุ้ม · แพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ปรึกษาแพทย์ก่อน

ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยากระดูกพรุน ยาไทรอยด์ ยาโรคไต วิตามินดีที่แพทย์สั่ง และยาแก้ปวด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก ลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้ ขาผิดรูปหรือสั้นลง · ปวดหลังแล้วกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ · ขาอ่อนแรงหรือชาขึ้นมาทันที · สับสนหรือซึมลงจนปลุกยาก · เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

ถ้ามีไข้และข้อบวมแดงร้อน อาจเป็นข้ออักเสบติดเชื้อ ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร BETA CAL PRO PLUS ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มิลลิกรัม

BETA CAL PRO PLUSเบต้าแคลโปรพลัส

เลข อย. 13-1-01566-5-0027

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →

คำถามที่พบบ่อย

ขาดวิตามินดีเป็นโรคอะไร

การขาดวิตามินดีรุนแรงและนานทำให้เกิดภาวะกระดูกอ่อนในผู้ใหญ่ และโรคกระดูกอ่อนในเด็ก เพราะร่างกายดูดซึมแคลเซียมไม่พอ กระดูกจึงนิ่มและอ่อนแอ

ภาวะกระดูกอ่อนต่างจากกระดูกพรุนอย่างไร

ภาวะกระดูกอ่อนคือกระดูกมีแร่ธาตุไม่พอจนนิ่ม มักปวดกระดูกทั่วตัวและกล้ามเนื้ออ่อนแรง ส่วนกระดูกพรุนมักไม่มีอาการจนกระดูกหัก ผลตรวจมวลกระดูกของสองภาวะอาจดูคล้ายกัน จึงต้องตรวจเลือดแยก

ขาดวิตามินดีทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงไหม

ในภาวะกระดูกอ่อน กล้ามเนื้ออ่อนแรงเป็นอาการที่พบได้ แต่ในคนทั่วไปที่ไม่ได้ขาด งานรวม 81 งานทดลองพบว่าการกินวิตามินดีเสริมไม่ลดการหกล้ม

ใครเสี่ยงขาดวิตามินดี

คนที่อยู่แต่ในบ้าน ทำงานในอาคารตลอดวัน ปกปิดผิวมาก ไม่กินนม ลำไส้ดูดซึมไม่ดี เป็นโรคไตหรือโรคตับ หรือใช้ยากันชักบางชนิด

ขาดวิตามินดีต้องทำยังไง

ให้แพทย์ตรวจเลือดดูระดับวิตามินดี แคลเซียม ฟอสเฟต ค่าไต และฮอร์โมนพาราไทรอยด์ แล้วรักษาด้วยวิตามินดีและแร่ธาตุตามขนาดที่แพทย์กำหนด ไม่ควรเลือกวิตามินดีขนาดสูงกินเอง

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท