เกี่ยวกับ Beta Oil
วิตามินซีช่วยลดกรดยูริกไหม คนเป็นเก๊าท์กินวิตามินซีได้หรือเปล่า
คำตอบสั้น: คนเป็นเก๊าท์ส่วนใหญ่กินวิตามินซีจากอาหารได้ตามปกติ แต่วิตามินซีไม่ใช่วิธีคุมกรดยูริก งานรวมการทดลอง 13 งานที่ใช้วิตามินซีเฉลี่ยวันละ 500 มก. พบกรดยูริกลดลงเฉลี่ยเพียง 0.35 มก./ดล. และการทดลองในผู้ป่วยเก๊าท์จริงพบว่าลดได้น้อยกว่ายาลดกรดยูริกมาก แนวทางรักษาเกาต์ของไทยปี 2569 ไม่มีคำแนะนำให้ใช้วิตามินซี ส่วนคนที่เคยเป็นนิ่วควรเลี่ยงวิตามินซีเม็ดขนาดสูงตั้งแต่วันละ 1,000 มก.
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- งานรวม 13 การทดลอง (556 คน) ใช้วิตามินซีเฉลี่ยวันละ 500 มก. นานราว 30 วัน กรดยูริกลดลงเฉลี่ย 0.35 มก./ดล. ซึ่งสถาบัน Linus Pauling ระบุว่าอยู่ในช่วงคลาดเคลื่อนของการตรวจ
- ในผู้ป่วยเก๊าท์ 40 คน วิตามินซี 500 มก. ลดยูริกเฉลี่ย 0.23 มก./ดล. เทียบกับยาอัลโลพูรินอลที่ลดได้ 1.9 มก./ดล.
- แนวทางเกาต์ของสมาคมรูมาติสซั่มฯ ปี 2569 ตั้งเป้ายูริกต่ำกว่า 6 มก./ดล. ด้วยยาและการปรับพฤติกรรม ไม่มีคำแนะนำเรื่องวิตามินซี
- คนที่เคยเป็นนิ่ว แหล่งไทยและต่างประเทศเตือนเรื่องวิตามินซีเม็ดตั้งแต่วันละ 1,000 มก. ขึ้นไป
- ห้ามหยุดหรือลดยาลดกรดยูริกเอง แม้จะกินวิตามินซีอยู่
วิตามินซีช่วยให้ไตขับกรดยูริกได้อย่างไร
กรดยูริกส่วนใหญ่ถูกขับออกทางไต และไตจะดูดกลับบางส่วนผ่านตัวขนส่งในท่อไต บทความของคณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล อธิบายว่านักวิจัย คาดว่า วิตามินซีไปยับยั้งตัวขนส่งชื่อ URAT1 ในท่อไต ทำให้ยูเรตถูกดูดกลับน้อยลงและออกไปกับปัสสาวะมากขึ้น
บทความเดียวกันระบุว่าคนที่ยูริกสูงมากกว่าร้อยละ 90 มีต้นเหตุหลักจาก ไตขับยูริกได้น้อย ไม่ใช่จากการสร้างมากเกิน กลไกนี้จึงฟังดูตรงจุด แต่ "ฟังดูตรงจุด" ยังไม่เท่ากับ "ได้ผลมากพอ" ต้องดูตัวเลขจากการทดลองจริง ซึ่งอยู่ในหัวข้อถัดไป
ถ้ายังไม่แน่ใจว่ากรดยูริกคืออะไร อ่านพื้นฐานก่อนที่ กรดยูริกสูง คืออะไร และเรื่องอาหารที่มักเข้าใจผิด
งานวิจัยใช้วิตามินซีวันละเท่าไร และลดยูริกได้มากแค่ไหน
ขนาดที่ใช้บ่อยที่สุดในงานวิจัยคือวันละ 500 มก. ผลที่ได้มีดังนี้
- งานรวม 13 การทดลอง (Juraschek 2011) ผู้เข้าร่วม 556 คน ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นเก๊าท์ ใช้วิตามินซีมัธยฐานวันละ 500 มก. นานราว 30 วัน ยูริกลดลงเฉลี่ย 0.35 มก./ดล. แต่ผลแต่ละงานต่างกันมาก
- การทดลองในผู้ป่วยเก๊าท์ 40 คน (Stamp 2013) ผู้ป่วยมียูริกเริ่มต้นเฉลี่ยราว 8.4 มก./ดล. วิตามินซี 500 มก. นาน 8 สัปดาห์ ลดยูริกเฉลี่ย 0.23 มก./ดล. ส่วนกลุ่มที่เริ่มหรือเพิ่มยาอัลโลพูรินอลลดได้ 1.9 มก./ดล. ผู้วิจัยสรุปว่า ไม่มีผลลดยูริกที่มีความหมายทางคลินิกในผู้ป่วยเก๊าท์
- งานติดตามแพทย์ชายในสหรัฐฯ 14,641 คน (Physicians' Health Study II) วิเคราะห์ย้อนหลังพบว่ากลุ่มที่สุ่มได้วิตามินซี 500 มก. มีผู้ได้รับการวินิจฉัยเก๊าท์ใหม่ 8.0 ต่อ 1,000 คน-ปี เทียบกับ 9.1 ในกลุ่มยาหลอก ผลชัดเฉพาะคนน้ำหนักปกติ และเป็นการวิเคราะห์ภายหลังที่ให้ผู้เข้าร่วมรายงานโรคเอง
- งานติดตามผู้ชาย 46,994 คน นาน 20 ปี (Choi 2009) พบว่าผู้ที่ได้วิตามินซีรวมมากกว่ามีอัตราเก๊าท์ต่ำกว่า เช่น วันละ 1,500 มก. ขึ้นไป มีความเสี่ยงสัมพัทธ์ 0.55 เทียบผู้ที่ได้ต่ำกว่า 250 มก. แต่เป็นงานสังเกต ไม่ได้พิสูจน์ว่าวิตามินซีเป็นสาเหตุ
สถาบัน Linus Pauling ของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐออริกอน สรุปส่วนนี้ว่า หลักฐานปัจจุบันยังไม่สนับสนุนการใช้วิตามินซีเสริมในการดูแลเก๊าท์
วิตามินซีใช้แทนยาลดกรดยูริกได้ไหม
ไม่ได้ ตัวเลขจากการทดลองในผู้ป่วยเก๊าท์ชัดเจนว่าวิตามินซีลดยูริกได้ราวหนึ่งในแปดของยาอัลโลพูรินอลในช่วงเวลาเท่ากัน
แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับการรักษาเกาต์ของไทยปี 2569 ตั้งเป้ายูริกในผู้ป่วยเก๊าท์ที่ ต่ำกว่า 6 มก./ดล. และให้ปรับยาลดกรดยูริกตามเป้า ผู้ป่วยที่ยูริกเริ่มต้นราว 8–9 มก./ดล. ต้องลดลงหลายมิลลิกรัมต่อเดซิลิตร การลดลง 0.2–0.4 มก./ดล. จึงไม่พอถึงเป้า
ถ้ากินยาลดกรดยูริกอยู่ ให้กินต่อตามแพทย์สั่ง การหยุดยาเองเพราะคิดว่าวิตามินซีช่วยอยู่แล้ว อาจทำให้ยูริกกลับขึ้นและข้ออักเสบกำเริบได้
ความเชื่อที่พบบ่อย: วิตามินซียิ่งกินมากยิ่งขับยูริกได้มาก
ไม่มีหลักฐานว่าการเพิ่มขนาดเองปลอดภัยและได้ผล งานที่พบความสัมพันธ์ในขนาดตั้งแต่วันละ 1,000 มก. ขึ้นไปเป็นงานสังเกต ส่วนการทดลองจริงส่วนใหญ่ใช้ 500 มก.
อีกด้านหนึ่ง คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล เตือนว่าวิตามินซีเกินวันละ 1,000 มก. อาจทำให้ปัสสาวะเป็นกรดมากขึ้นและเพิ่มผลึกออกซาเลต จึงควรเลี่ยงในผู้มีประวัตินิ่ว MedlinePlus ระบุว่าการกินเกินวันละ 2,000 มก. ไม่แนะนำ อ่านเรื่องเพดานวิตามินเพิ่มได้ที่ วิตามินและแร่ธาตุ ได้รับมากเกินไป
คนเป็นเก๊าท์ที่มีนิ่วในไตร่วมด้วยควรระวังวิตามินซีอย่างไร
นี่คือกลุ่มที่ต้องระวังที่สุด เพราะเก๊าท์กับนิ่วมักมาด้วยกัน สถาบัน NIAMS ของสหรัฐฯ ระบุว่ากรดยูริกสูงทำให้เกิดนิ่วในไตได้ และนิ่วเป็นโรคร่วมที่พบบ่อยในคนเป็นเก๊าท์
- ร่างกายเปลี่ยนวิตามินซีบางส่วนเป็นออกซาเลต และบางงานพบว่าวิตามินซีเสริมเพิ่มออกซาเลตในปัสสาวะ (Linus Pauling Institute)
- งานติดตามระยะยาวพบว่า ผู้ชาย ที่ได้วิตามินซีรวมวันละ 1,000 มก. ขึ้นไป เสี่ยงนิ่วสูงกว่าผู้ที่ได้น้อยกว่า 90 มก. แต่ไม่พบในผู้หญิง
- แพทย์ รพ.รามาธิบดี แนะนำให้กินวิตามินซีเสริมเท่าที่จำเป็น ไม่เกินวันละ 1,000 มก.
ถ้าเป็นทั้งเก๊าท์และนิ่ว ให้นำฉลากวิตามินทุกตัวไปให้แพทย์ดู รายละเอียดเรื่องนิ่วกับวิตามินซีอยู่ที่ วิตามินซีทำให้เป็นนิ่วไหม และถ้าไตเสื่อมร่วมด้วย อ่านต่อที่ เก๊าท์ลงไตได้ไหม
ผลไม้วิตามินซีสูงแต่ฟรุกโตสสูง กินได้แค่ไหน
จุดที่ต้องระวังจริงคือน้ำผลไม้และเครื่องดื่มหวาน มากกว่าผลไม้ทั้งลูก แนวทางเกาต์ไทยปี 2569 ให้จำกัดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและน้ำผลไม้ งานรวมที่แนวทางอ้างพบว่าเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสัมพันธ์กับเก๊าท์ (OR 2.08) และน้ำผลไม้ก็สัมพันธ์เช่นกัน (OR 1.77)
คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล อธิบายว่าน้ำตาลฟรุกโตส โดยเฉพาะจากน้ำผลไม้อย่างน้ำส้มและน้ำแอปเปิล ทำให้ร่างกายสร้างกรดยูริกมากขึ้นและขับออกได้น้อยลง ส่วน MedlinePlus แนะนำให้คนเป็นเก๊าท์เลือกผลไม้ชนิดที่หวานน้อย
แนวทางที่เราตรวจไม่ได้กำหนดจำนวนผลไม้ต่อวันไว้ หลักที่ใช้ได้คือ
- กินผลไม้ทั้งชิ้นแทนการคั้นหรือปั่นเป็นแก้ว
- เลี่ยงน้ำผลไม้กล่อง ชาไข่มุก น้ำอัดลม และเครื่องดื่มชงหวานจากร้านสะดวกซื้อ
- ถ้าเป็นเบาหวานหรือโรคไตร่วม ให้นักกำหนดอาหารช่วยกำหนดปริมาณ
ข้อควรระวังเรื่องวิตามินซีกับยาตัวอื่น
สถาบัน Linus Pauling ระบุว่าวิตามินซีขนาดมาก ตั้งแต่ราววันละ 1 กรัม อาจรบกวนฤทธิ์ยาวาร์ฟาริน (หลักฐานยังขัดแย้งกัน) คนที่กินยาละลายลิ่มเลือดจึงควรบอกแพทย์ทุกครั้งที่เริ่มวิตามิน อ่านเพิ่มที่ วิตามินซีกินพร้อมยาได้ไหม
เมื่อไรต้องไปพบแพทย์ทันที
ถ้ามีอาการ ข้อใดข้อหนึ่ง ต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- ข้อบวมแดงร้อนปวดมากร่วมกับไข้สูงหรือหนาวสั่น เพราะอาจเป็นข้อติดเชื้อ ไม่ใช่เก๊าท์ธรรมดา
- ปวดบั้นเอวรุนแรงจนนั่งนอนไม่ได้ หรือมีไข้ร่วมกับปวดเอว
- ปัสสาวะไม่ออก หรือปัสสาวะเป็นเลือดมาก
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าออยล์ (Beta Oil)
เบต้าออยล์ (Beta Oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล ต่อ 1 แคปซูลมีน้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 30 มก. สารสกัดจากข้าว 10 มก. ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต (50%) 5 มก. แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. แอล-ออร์นิทีน HCl 5 มก. และไฟโตสเตอรอล 2 มก.
- วิตามินซี (กรดแอสคอร์บิก) 30 มก. — วิตามินซีเป็นสารที่มีงานวิจัยเรื่องกรดยูริก งานรวมการทดลองระยะสั้นใช้วิตามินซีเฉลี่ยวันละ 500 มก. พบยูริกลดลงเฉลี่ย 0.35 มก./ดล. ซึ่ง Linus Pauling Institute ระบุว่าไม่น่ามีความสำคัญทางคลินิก และการทดลองในผู้ป่วยเก๊าท์ที่ใช้ 500 มก. พบผลน้อยกว่ายาลดกรดยูริกมาก ขนาดที่ศึกษานี้มากกว่าในแคปซูลราว 17 เท่า (คำนวณ) ส่วนวิตามินซี 30 มก. เท่ากับราว 33% ของปริมาณที่ผู้ชายควรได้ต่อวัน และ 40% ของผู้หญิง (คำนวณจาก MedlinePlus) ไม่มีงานวิจัยที่ศึกษาวิตามินซี 30 มก. กับกรดยูริกหรือเก๊าท์
ส่วนประกอบอื่นในแคปซูลไม่พบงานในคนที่ศึกษากับกรดยูริกในแผ่นหลักฐานของเรา และในงาน Physicians' Health Study II วิตามินอี (400 IU วันเว้นวัน) ไม่สัมพันธ์กับเก๊าท์
ข้อควรระวัง: แคปซูลมีวิตามินอีและแอล-อาร์จินีน ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาลดความดัน ควรปรึกษาแพทย์ก่อน ผู้ที่มีประวัตินิ่วหรือโรคไตควรแจ้งแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด ฉลากระบุว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน และผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร หากแพทย์ให้หยุด ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้ ส่วนยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อตามเดิม
ไม่มีหลักฐานว่าแคปซูลนี้ทำให้กรดยูริกเปลี่ยน
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าออยล์ทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Oil →คำถามที่พบบ่อย
เป็นเก๊าท์กินวิตามินซีได้ไหม
วิตามินซีจากอาหารกินได้ตามปกติ แต่วิตามินซีไม่ใช่วิธีคุมกรดยูริก และคนที่เคยเป็นนิ่วควรเลี่ยงวิตามินซีเม็ดขนาดตั้งแต่วันละ 1,000 มก. ขึ้นไป ควรแจ้งแพทย์ก่อนเริ่มวิตามินทุกชนิด
วิตามินซีลดกรดยูริกได้กี่มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
งานรวม 13 การทดลองที่ใช้วิตามินซีเฉลี่ยวันละ 500 มก. พบยูริกลดลงเฉลี่ย 0.35 มก./ดล. และในผู้ป่วยเก๊าท์ลดเฉลี่ย 0.23 มก./ดล. ซึ่งน้อยกว่ายาอัลโลพูรินอลที่ลดได้ 1.9 มก./ดล. ในงานเดียวกัน
กินวิตามินซีแล้วหยุดยาเก๊าท์ได้ไหม
ไม่ได้ วิตามินซีลดยูริกได้น้อยมากเมื่อเทียบกับยา แนวทางเกาต์ไทยปี 2569 ไม่มีคำแนะนำให้ใช้วิตามินซี ห้ามหยุดหรือลดยาลดกรดยูริกเอง
คนเป็นเก๊าท์กินผลไม้ได้ไหม
กินผลไม้ทั้งชิ้นได้ในปริมาณพอดี จุดที่แนวทางเกาต์ไทยให้จำกัดคือน้ำผลไม้และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ถ้าเป็นเบาหวานหรือโรคไตร่วมควรให้นักกำหนดอาหารช่วยกำหนดปริมาณ
วิตามินซีวันละ 30 มิลลิกรัมมีผลต่อกรดยูริกไหม
ไม่มีงานวิจัยที่ศึกษาขนาดนี้ งานที่พบการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยใช้วันละ 500 มก. ขึ้นไป ซึ่งมากกว่าราว 17 เท่า
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Effect of oral vitamin C supplementation on serum uric acid: a meta-analysis of randomized controlled trialsArthritis Care Res 2011 (PubMed)
- Clinically insignificant effect of supplemental vitamin C on serum urate in patients with gout: a pilot randomized controlled trialArthritis Rheum 2013 (PubMed)
- Effects of vitamin C supplementation on gout risk: results from the Physicians' Health Study II trialAm J Clin Nutr 2022 (PubMed)
- Vitamin CLinus Pauling Institute, Oregon State University
- วิตามินซีกับโรคเกาต์คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-05
อ่านต่อ
หัวใจวายกับหัวใจล้มเหลวต่างกันไหม หัวใจวายเฉียบพลันเกิดจากอะไร
หัวใจวายเฉียบพลันเกิดจากอะไร ต่างจากหัวใจล้มเหลวและหัวใจหยุดเต้นอย่างไร คราบไขมันแตกจนลิ่มเลือดอุดตัน อาการเตือน และทำไมต้องถึงโรงพยาบาลเร็ว
หัวใจโต หัวใจล้มเหลว กินวิตามินหรืออาหารเสริมบำรุงหัวใจได้ไหม
หัวใจโต หัวใจล้มเหลว กินวิตามินอะไรได้ไหม หลักฐาน CoQ10 วิตามินอี น้ำมันปลา ยาแก้ปวด NSAIDs อาร์จินีนขนาดสูง อาหารเสริมกับยาวาร์ฟาริน และวิธีนำไปให้แพทย์ดู
หัวใจโตเกิดจากอะไร อันตรายไหม รักษาหายได้หรือเปล่า
หัวใจโตเกิดจากอะไร ศิริราชระบุกล้ามเนื้อหัวใจหนากว่า 90% มาจากความดันสูง เอกซเรย์ต่างจากคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจอย่างไร คุมความดันแล้วกลับปกติไหม
หัวใจล้มเหลวห้ามกินอะไร เกลือวันละเท่าไร ดื่มน้ำได้แค่ไหน
หัวใจล้มเหลวห้ามกินอะไร ทำไมต้องคุมโซเดียม MedlinePlus ให้กรอบ 1,500–2,300 มก./วัน ต้องจำกัดน้ำทุกคนไหม เกลือทดแทนกับยาขับปัสสาวะ ชั่งน้ำหนักทุกเช้า เหล้า
