เกี่ยวกับ Lab Farm
วัคซีนปอดอักเสบ 13 20 23 สายพันธุ์ ต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหน
คำตอบสั้น: ตัวเลข 13 15 20 และ 23 คือ จำนวนสายพันธุ์ของเชื้อนิวโมคอคคัสที่วัคซีนครอบคลุม แต่ตัวเลขมากกว่าไม่ได้แปลว่าดีกว่าในทุกด้าน สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยอธิบายว่า ชนิดคอนจูเกต 13 สายพันธุ์ (PCV13) กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้สูงและอยู่นาน (PCV15 และ PCV20 เป็นชนิดคอนจูเกตเช่นกัน) ส่วน ชนิดพอลีแซ็กคาไรด์ 23 สายพันธุ์ (PPSV23) ครอบคลุมสายพันธุ์มากกว่า แต่ภูมิคุ้มกันอยู่ไม่นาน จึงมักใช้เป็นเข็มตาม สำหรับผู้สูงอายุทั่วไปที่ไม่เคยฉีด มีทางเลือกหลัก 2 แบบ คือ PCV20 1 เข็ม หรือ PCV13/PCV15 แล้วตามด้วย PPSV23 ห่าง 1 ปี ผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่องมีตารางต่างออกไป
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- PCV13 PCV15 PCV20 เป็นชนิดคอนจูเกต สมาคมฯ ระบุว่า PCV13 กระตุ้นภูมิได้สูงและอยู่นาน
- PPSV23 เป็นชนิดพอลีแซ็กคาไรด์ ครอบคลุมสายพันธุ์มากกว่าแต่ภูมิอยู่ไม่นาน
- ตามข้อมูลของสมาคมฯ ในประเทศไทย PCV15 ครอบคลุมเชื้อก่อโรคเท่ากับ PCV13 · PPSV23 ครอบคลุมมากกว่า PCV13/15 ร้อยละ 7 · PCV20 ครอบคลุมมากกว่า PCV13/15 ร้อยละ 8
- ผู้สูงอายุทั่วไปที่ไม่เคยฉีด: PCV20 1 เข็ม หรือ PCV13/PCV15 แล้วตามด้วย PPSV23 ห่าง 1 ปี
- เคยฉีดแล้วบางชนิด ไม่ต้องเริ่มใหม่ แพทย์จะเลือกเข็มถัดไปตามประวัติ
- ผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น โรคไตเรื้อรังระยะ 4 ขึ้นไป ไม่มีม้าม ใช้ยากดภูมิ มีตารางที่เว้นระยะสั้นกว่าและอาจต้องฉีดซ้ำ
ตัวเลขสายพันธุ์หมายถึงอะไร มากกว่าแปลว่าดีกว่าเสมอไหม
เชื้อ Streptococcus pneumoniae มีหลายสายพันธุ์ MedlinePlus ของหอสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติสหรัฐระบุว่าวัคซีนครอบคลุมเพียงส่วนหนึ่งของสายพันธุ์ทั้งหมด จึงไม่ได้ป้องกันได้เต็มที่ ตัวเลขบนชื่อวัคซีนบอกว่าครอบคลุมกี่สายพันธุ์
แต่การเลือกวัคซีนไม่ได้ดูแค่จำนวนสายพันธุ์ ต้องดูอีก 2 เรื่อง
- สายพันธุ์ที่ครอบคลุมตรงกับเชื้อที่พบในประเทศไทยแค่ไหน ตามเอกสารสมาคมโรคติดเชื้อฯ พ.ศ. 2566 PCV15 ครอบคลุมเชื้อก่อโรคในประเทศไทยได้เท่ากับ PCV13 แม้ตัวเลขจะมากกว่า
- ภูมิคุ้มกันขึ้นสูงและอยู่นานแค่ไหน PPSV23 มีตัวเลขสูงที่สุด แต่สมาคมฯ ระบุว่ากระตุ้นภูมิคุ้มกันอยู่ไม่นาน
ข้อมูลความครอบคลุมเชื้อก่อโรคในประเทศไทยตามสมาคมฯ
- PPSV23 ครอบคลุมได้มากกว่า PCV13 และ PCV15 ร้อยละ 7
- PCV20 ครอบคลุมได้มากกว่า PCV13 และ PCV15 ร้อยละ 8
ในเอกสารปี 2566 สมาคมฯ ระบุว่า PCV20 ยังไม่มีในประเทศไทย แต่เอกสารของโรงพยาบาลรามาธิบดีที่ปรับปรุงเมื่อ 18 เม.ย. 2568 มี PCV20 เป็นทางเลือกแล้ว ชนิดที่มีให้บริการจึงขึ้นกับแต่ละสถานพยาบาล
วัคซีนชนิดคอนจูเกตกับโพลีแซคคาไรด์ต่างกันอย่างไร
ทั้งสองแบบเป็น วัคซีนชนิดเชื้อตาย ไม่มีเชื้อมีชีวิต ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ (สมาคมโรคติดเชื้อฯ) MedlinePlus อธิบายว่าวัคซีนทำงานโดยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างแอนติบอดีต่อเชื้อ
ความต่างที่สำคัญต่อผู้ใช้ตามเอกสารสมาคมฯ
- ชนิดคอนจูเกต (PCV13 PCV15 PCV20): สมาคมฯ ระบุว่า PCV13 กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้สูงและอยู่นาน PCV15 ครอบคลุมเชื้อก่อโรคในไทยเท่ากับ PCV13 และ PCV20 ครอบคลุมมากกว่า
- ชนิดพอลีแซ็กคาไรด์ (PPSV23): กระตุ้นภูมิคุ้มกันอยู่ไม่นาน แต่ครอบคลุมสายพันธุ์ได้มากกว่า PCV13 และ PCV15
เหตุผลที่บางแผนต้องฉีด 2 ชนิด คือใช้จุดเด่นของทั้งสองแบบ ให้ PCV13 หรือ PCV15 ซึ่งเป็นชนิดคอนจูเกตก่อน แล้วตามด้วย PPSV23 เพื่อเพิ่มสายพันธุ์ที่ครอบคลุม ส่วน PCV20 เป็นชนิดคอนจูเกตที่ครอบคลุมสายพันธุ์มากขึ้นในเข็มเดียว จึงใช้ได้ทั้งเป็นทางเลือกแทนการฉีด 2 ชนิด และเป็นเข็มตามในบางกรณี
ข้อห้ามที่ต่างกัน: สมาคมฯ ระบุว่าห้ามฉีดวัคซีนชนิดคอนจูเกตในผู้ที่มีประวัติแพ้วัคซีนคอตีบ ผู้ที่เคยแพ้วัคซีนใดรุนแรงต้องแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ
ไม่เคยฉีดเลย ควรเริ่มแบบไหน
สำหรับผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป หรืออายุ 18–64 ปีที่มีโรคประจำตัวที่ไม่ใช่ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น โรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง โรคตับเรื้อรัง เบาหวาน สูบบุหรี่ หรือดื่มสุราเรื้อรัง
- ทางเลือกที่ 1: PCV20 1 เข็ม เอกสารรามาฯ ระบุว่าเป็น 1 เข็มเพียงครั้งเดียว
- ทางเลือกที่ 2: PCV13 หรือ PCV15 1 เข็ม แล้วตามด้วย PPSV23 1 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 1 ปี (สมาคมฯ ปี 2566 ใช้คำว่า "อาจพิจารณา" ตามด้วย PPSV23 ส่วนเอกสารรามาฯ ปี 2568 ระบุให้ฉีดเข็มที่สองห่าง 1 ปี)
ถ้าเลือกแบบ 2 เข็มแล้วลืมนัด สมาคมฯ ระบุหลักทั่วไปว่า ถ้าลืมกำหนดนัด รับเข็มถัดไปได้โดยไม่ต้องเริ่มใหม่ และถ้าวันนัดตรงกับช่วงฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ สมาคมฯ ระบุว่าวัคซีนชนิดเชื้อตายฉีดหลายชนิดในวันเดียวกันได้ โดยฉีดแยกตำแหน่ง เช่น แขนคนละข้าง ภาพรวมเรื่องใครควรฉีดและผลข้างเคียงอ่านได้ที่ วัคซีนปอดอักเสบผู้สูงอายุ ควรฉีดไหม ฉีดกี่เข็ม
เคยฉีดชนิดหนึ่งแล้ว ต้องฉีดอีกชนิดไหม
สมาคมโรคติดเชื้อฯ มีตารางสำหรับผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้ที่อายุ 18–64 ปีที่มีโรคประจำตัวที่ไม่ใช่ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งเคยได้วัคซีนมาก่อน ดังนี้
- เคยได้ PPSV23 อย่างเดียว: ฉีด PCV13 PCV15 หรือ PCV20 1 เข็ม ห่างจากเข็มก่อนอย่างน้อย 1 ปี
- เคยได้ PCV13 อย่างเดียว: ฉีด PCV20 หรือ PPSV23 1 เข็ม ห่างจากเข็มก่อนอย่างน้อย 1 ปี
- เคยได้ทั้ง PCV13 และ PPSV23 ก่อนอายุ 65 ปี: ฉีด PCV20 หรือ PPSV23 1 เข็ม เมื่ออายุ 65 ปีขึ้นไป ห่างจากเข็มก่อนอย่างน้อย 5 ปี
- เคยได้ทั้ง PCV13 และ PPSV23 ตอนอายุ 65 ปีขึ้นไปแล้ว: อาจพิจารณา PCV20 1 เข็ม ห่างจากเข็มก่อนอย่างน้อย 5 ปี
สิ่งที่ช่วยแพทย์ได้มากที่สุดคือประวัติวัคซีนที่ชัดเจน ให้หาสมุดวัคซีน ใบนัด หรือบัตรที่ได้หลังฉีด หรือขอประวัติจากโรงพยาบาลที่เคยฉีด ถ้าจำไม่ได้ว่าเคยฉีดชนิดไหน ให้บอกแพทย์ตามจริง
ผู้มีโรคไต ตับ เบาหวาน ภูมิบกพร่อง มีตารางต่างจากคนทั่วไปไหม
ต่าง และต่างตามกลุ่มโรค สมาคมโรคติดเชื้อฯ แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่
กลุ่มโรคประจำตัวที่ไม่ใช่ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น เบาหวาน โรคตับเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง ใช้ตารางเดียวกับผู้สูงอายุทั่วไป คือ PCV20 1 เข็ม หรือ PCV13/PCV15 ตามด้วย PPSV23 ห่างอย่างน้อย 1 ปี ผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวานดูเรื่องการดูแลอื่นเพิ่มที่ เบาหวานในผู้สูงอายุ ส่วนผู้มีโรคตับเรื้อรังควรคุยเรื่องวัคซีนตับอักเสบบีด้วย ดูที่ วัคซีนตับอักเสบบีในผู้ใหญ่
กลุ่มภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ตามสมาคมฯ ได้แก่
- โรคไตเรื้อรัง โดยเฉพาะระยะที่ 4 ขึ้นไป และโรคไตเนโฟรติก
- ไม่มีม้ามหรือม้ามทำงานบกพร่อง
- ติดเชื้อเอชไอวีที่มีซีดีสี่น้อยกว่า 200 เซลล์/ลบ.มม.
- ภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิดหรือหลังกำเนิด เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มัลติเพิลมัยอิโลมา
- ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ
- ผู้ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน รวมถึงสเตียรอยด์ระยะยาว หรือได้รับรังสีรักษา
ตารางของกลุ่มนี้ คือ PCV13 หรือ PCV15 แล้วตามด้วย PPSV23 ห่างอย่างน้อย 8 สัปดาห์ หรือใช้ PCV20 1 เข็มแทน ส่วนการฉีด PPSV23 ซ้ำและระยะห่าง ให้แพทย์ผู้ดูแลเป็นผู้กำหนดตามตารางของสมาคมฯ ผู้ฝังประสาทหูเทียมหรือมีน้ำไขสันหลังรั่ว และผู้ปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด มีตารางเฉพาะอีกแบบ
เพราะรายละเอียดซับซ้อน ผู้ที่อยู่ในกลุ่มภูมิคุ้มกันบกพร่องควรวางแผนวัคซีนกับแพทย์ที่ดูแลโรคหลักโดยตรง โดยเฉพาะผู้ที่กำลังรับยากดภูมิหรือเคมีบำบัด เพราะช่วงเวลาที่ฉีดมีผลต่อการตอบสนองของวัคซีน MedlinePlus ระบุว่าผู้ที่จะเริ่มเคมีบำบัดควรได้วัคซีนชนิดเชื้อตายอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนเริ่ม
คุยกับแพทย์อย่างไรเมื่อราคาต่างกันมาก
ราคาของวัคซีนแต่ละชนิดและแต่ละโรงพยาบาลต่างกันได้มาก การตัดสินใจจึงควรดูทั้งชุด ไม่ใช่ราคาต่อเข็ม
คำถามที่ช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น
- ถ้าเลือกแบบ 2 เข็ม ค่าใช้จ่ายรวมทั้งสองเข็มเท่าไร เทียบกับแบบ 1 เข็ม
- สภาพร่างกายและโรคประจำตัวของเรา แบบไหนเหมาะกว่า โดยเฉพาะถ้าอยู่ในกลุ่มภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- เคยฉีดอะไรมาแล้ว ซึ่งอาจทำให้ต้องการแค่เข็มเดียว
- มาตามนัดเข็มที่สองได้แน่นอนไหม ถ้าเดินทางลำบาก แบบเข็มเดียวอาจสะดวกกว่า
- สิทธิการรักษาครอบคลุมชนิดไหนบ้าง ให้สอบถามสถานพยาบาลโดยตรง
ทั้งสองทางเลือกเป็นแนวทางที่อยู่ในคำแนะนำของไทย ถ้าราคาเป็นข้อจำกัด ให้บอกแพทย์ตรง ๆ เพื่อช่วยกันเลือกแบบที่ทำได้จริงและฉีดได้ครบ ถ้ากำลังวางแผนวัคซีนหลายตัวพร้อมกัน ดูภาพรวมได้ที่ วัคซีนผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ เช็คลิสต์ตามอายุ และใช้การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นโอกาสถาม ดูที่ อายุ 40 50 60 ควรตรวจอะไร
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: แล็บฟาร์ม (Lab Farm)
แล็บฟาร์ม (Lab Farm) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ตรา แล็บ ฟาร์ม) เลข อย. 73-1-02663-5-0191 ผลิตโดย บริษัท ออกานิกส์ อินโนเวชั่นส์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มก. ฉลากแนะนำวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% (Immuneo Plus™) 200 มก. · แกมมา โอไรซานอล 50 มก. · สารสกัดซีบัคธอร์น 50 มก. · เควอซิทิน 50 มก. · สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. · ผงมากิเบอร์รี่ 30 มก. · ผงมะตูม 30 มก. · สารสกัดขิง 20 มก. · สารสกัดพริกไทยดำ 20 มก. · สารสกัดใบแปะก๊วย 20 มก. · นิโคตินาไมด์ (วิตามินบี 3) 15 มก. · ไบโอติน 1% 7.9 มก. · แคลเซียม ดี-แพนโททิเนต 2 มก. · วิตามินบี 1 1.5 มก. · วิตามินบี 2 1.5 มก. · วิตามินบี 6 1 มก. · วิตามินบี 12 0.1% 1 มก. · วิตามินดี 3 (1,000,000 IU/g) 0.2 มก. · กรดโฟลิก 0.1 มก.
ผลิตภัณฑ์นี้ไม่เกี่ยวกับการเลือกชนิดวัคซีน และไม่ใช้แทนวัคซีนนิวโมคอคคัสชนิดใด ส่วนประกอบหลักคือยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 200 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 160 มก. ต่อวัน (คำนวณ) งานที่ศึกษายีสต์เบต้ากลูแคนร่วมกับวัคซีนเป็นงานวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ไม่ใช่วัคซีนปอดอักเสบ และงานนำร่องในผู้ใหญ่อายุ 50–79 ปี รวม 239 คน แบ่งเป็น 6 กลุ่ม (Laue 2021 บทคัดย่อไม่ระบุขนาดที่ใช้) พบว่าแอนติบอดีหลังวัคซีนในกลุ่มยีสต์เบต้ากลูแคน ไม่ต่างอย่างมีนัยสำคัญ จากกลุ่มควบคุม ไม่พบงานวิจัยที่ใช้วัตถุดิบ Immuneo Plus™ ใน PubMed
ต้องบอกตรง ๆ ว่ายังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยให้วัคซีนได้ผลดีขึ้น หรือทำให้ฉีดวัคซีนน้อยเข็มลงได้ ผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่องซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องวางแผนวัคซีนกับแพทย์ ก็เป็นกลุ่มที่ต้องให้แพทย์อนุญาตก่อนกินอาหารเสริมเช่นกัน เพราะยังไม่พบข้อมูลความปลอดภัยของยีสต์เบต้ากลูแคนในผู้ปลูกถ่ายอวัยวะหรือผู้ใช้ยากดภูมิ และส่วนประกอบบางตัวมีข้อมูลว่าอาจเปลี่ยนระดับยากดภูมิ
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ใช้ยาประจำ: ส่วนประกอบบางชนิด เช่น โสม ใบแปะก๊วย ขิง และพริกไทยดำ อาจเสริมฤทธิ์หรือเปลี่ยนระดับยาบางชนิด ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง และผู้ที่จะผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการรักษาหรือวัคซีน
- ผู้ที่กำลังรับเคมีบำบัด ฉายแสง ยามุ่งเป้า ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ หรือผู้ใช้ยากดภูมิ: ต้องให้แพทย์ผู้รักษาอนุญาตก่อนกินอาหารเสริมทุกชนิด รวมถึงผลิตภัณฑ์นี้
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง: ควรปรึกษาแพทย์โรคไตก่อน เพราะมีข้อกังวลเรื่องเควอซิทินขนาดสูงต่อไตจากงานในสัตว์และการให้ทางหลอดเลือด
- ก่อนเจาะเลือด: แจ้งเจ้าหน้าที่ว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีไบโอติน (ราว 79 ไมโครกรัมต่อแคปซูล คำนวณ) เพราะไบโอตินอาจรบกวนผลตรวจเลือดบางชนิด
- คำเตือนบนฉลาก: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความแล็บฟาร์มทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 890 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 2,490 · 8 กล่อง 4,590 · 15 กล่อง 7,890 · 25 กล่อง 12,990 บาท (ต.ค. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Lab Farm →คำถามที่พบบ่อย
วัคซีนปอดอักเสบ 13 กับ 23 สายพันธุ์ต่างกันอย่างไร
ชนิด 13 สายพันธุ์ (PCV13) เป็นชนิดคอนจูเกต สมาคมโรคติดเชื้อฯ ระบุว่ากระตุ้นภูมิได้สูงและอยู่นาน ส่วนชนิด 23 สายพันธุ์ (PPSV23) เป็นชนิดพอลีแซ็กคาไรด์ ครอบคลุมเชื้อก่อโรคในไทยมากกว่า PCV13 ร้อยละ 7 แต่ภูมิอยู่ไม่นาน จึงมักฉีด PCV13 ก่อนแล้วตามด้วย PPSV23
วัคซีนปอดอักเสบ 20 สายพันธุ์ดีกว่าไหม
PCV20 เป็นชนิดคอนจูเกตที่ครอบคลุมเชื้อก่อโรคในไทยมากกว่า PCV13 และ PCV15 ร้อยละ 8 ตามข้อมูลสมาคมโรคติดเชื้อฯ และใช้ 1 เข็มครั้งเดียวในผู้สูงอายุทั่วไป แต่การฉีด PCV13 หรือ PCV15 ตามด้วย PPSV23 ก็เป็นทางเลือกในคำแนะนำของไทยเช่นกัน แพทย์จะเลือกตามประวัติวัคซีนและโรคประจำตัว
เคยฉีดวัคซีนปอดอักเสบ 23 สายพันธุ์แล้ว ต้องฉีดอีกไหม
ตามตารางของสมาคมโรคติดเชื้อฯ ผู้ที่เคยได้ PPSV23 อย่างเดียว ให้ฉีดชนิดคอนจูเกต PCV13 PCV15 หรือ PCV20 1 เข็ม ห่างจากเข็มก่อนอย่างน้อย 1 ปี ให้นำประวัติวัคซีนไปให้แพทย์ดู
เป็นเบาหวานหรือโรคไต ฉีดวัคซีนปอดอักเสบแบบไหน
สมาคมโรคติดเชื้อฯ จัดเบาหวานและโรคตับเรื้อรังไว้ในกลุ่มที่ใช้ตารางแบบผู้สูงอายุทั่วไป ส่วนโรคไตเรื้อรังระยะ 4 ขึ้นไปและโรคไตเนโฟรติกอยู่ในกลุ่มภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งมีตารางเว้นระยะสั้นกว่าและอาจต้องฉีด PPSV23 ซ้ำ ควรวางแผนกับแพทย์ที่ดูแลโรค
ไม่เคยฉีดวัคซีนปอดอักเสบเลย อายุ 65 ปี ควรเริ่มอย่างไร
เอกสารโรงพยาบาลรามาธิบดีที่อ้างคำแนะนำปี 2568 ให้เลือก PCV20 1 เข็มครั้งเดียว หรือ PCV13 หรือ PCV15 1 เข็ม แล้วตามด้วย PPSV23 ห่าง 1 ปี ให้สอบถามสถานพยาบาลว่ามีชนิดไหนและสิทธิครอบคลุมอย่างไร
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- คำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรคสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ พ.ศ. 2566 (ฉบับประชาชน)สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย
- วัคซีนสำหรับผู้สูงอายุ (ปรับปรุง 18 เม.ย. 2568)งานเภสัชกรรมคลินิกและคลินิกผู้สูงอายุ ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
- Pneumococcal Conjugate VaccineMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
- Immunodeficiency disordersMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-14
อ่านต่อ
มะตูมสรรพคุณ น้ำมะตูมแก้อะไร ข้อควรระวังที่ควรรู้
มะตูมสรรพคุณในตำรายาไทยใช้ส่วนไหน งานวิจัยสมัยใหม่อยู่ระดับไหน มะตูมดิบกับสุกต่างกันอย่างไร น้ำมะตูมกับน้ำตาล คนเป็นเบาหวานดื่มได้ไหม และข้อควรระวัง
ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล
ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร ผงเกลือแร่ ORS ต่างจากเครื่องดื่มเกลือแร่อย่างไร ยาหยุดถ่ายใช้ได้เมื่อไร โยเกิร์ตช่วยไหม อาการไหนต้องไปโรงพยาบาล
หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายเร็ว ไข่ อาหารทะเล กินได้ไหม
หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายดี โปรตีน วิตามินซี สังกะสีจำเป็นแค่ไหน ไข่ ไก่ อาหารทะเลทำให้แผลเป็นนูนจริงไหม เบาหวานกับแผลหายช้า และสัญญาณแผลติดเชื้อ
อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่ กี่วันถึงหาย กลับไปออกกำลังได้เมื่อไร
อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่หรือโควิดนานแค่ไหน ทำไมไม่ควรรีบออกกำลัง อาการใจสั่น เหนื่อยหอบที่ต้องระวัง วิธีเพิ่มกิจกรรมทีละขั้น และเมื่อไรต้องตรวจเพิ่ม
