บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta X Plus

ฝุ่น PM2.5 อันตรายแค่ไหนกับผู้สูงอายุ คนเป็นโรคหัวใจ หอบหืด และคนตั้งครรภ์

คำตอบสั้น: กรมอนามัยจัดผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว เช่น หอบหืด ภูมิแพ้ โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อฝุ่น PM2.5 สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐ (EPA) ระบุว่าผู้เป็นโรคหัวใจหรือโรคปอด เด็ก และผู้สูงอายุ มีโอกาสได้รับผลกระทบมากกว่าเพราะร่างกายไวกว่า หรือสัมผัสฝุ่นมากกว่า งานวิจัยเชื่อมโยงฝุ่นกับหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หัวใจเต้นผิดจังหวะ และหอบหืดกำเริบ กลุ่มเสี่ยงจึงต้องเช็กค่าฝุ่นทุกวัน เริ่มป้องกันตั้งแต่สีเหลือง เตรียมยาตามแผนของแพทย์ ห้ามหยุดยาเอง และรู้สัญญาณที่ต้องไปพบแพทย์ทันที หรือไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • กลุ่มเสี่ยงตามกรมอนามัย ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีโรคหอบหืด ภูมิแพ้ เยื่อบุตาอักเสบ หัวใจและหลอดเลือด และคนทำงานหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง
  • เด็กหายใจเร็วกว่าผู้ใหญ่ และปอดยังพัฒนาไม่เต็มที่ (คู่มือกรมอนามัย)
  • คนตั้งครรภ์ คู่มือกรมอนามัยระบุว่าฝุ่นอาจเกี่ยวกับการคลอดก่อนกำหนดและทารกน้ำหนักน้อย
  • กลุ่มเสี่ยงเริ่มใช้หน้ากากตั้งแต่สีเหลือง แต่กรมอนามัยไม่แนะนำ N95 สำหรับกลุ่มนี้
  • เตรียมยาและอุปกรณ์ให้พร้อม ทำตามคำแนะนำของแพทย์ ห้ามหยุดหรือลดยาเอง
  • ทำห้องอากาศสะอาดในบ้าน ปิดประตูหน้าต่าง ใช้เครื่องฟอกอากาศที่ขนาดเหมาะกับห้อง และงดกิจกรรมที่สร้างฝุ่น

PM2.5 เกิดจากอะไร และอันตรายไหม

คู่มือกรมอนามัย (ธ.ค. 2563) ระบุว่า PM2.5 เกิดจากทั้งสภาพอากาศ (อากาศเย็น แห้ง นิ่ง) และกิจกรรมของคน เช่น การเผาในที่โล่ง การจราจร อุตสาหกรรม การก่อสร้าง และการจุดเตาถ่าน ปิ้งย่าง หรือจุดธูปในบ้าน

อันตรายไหม องค์การอนามัยโลก (fact sheet 24 ต.ค. 2567) ระบุว่าฝุ่นละเอียดในอากาศก่อโรคหัวใจหลอดเลือด โรคทางเดินหายใจ และมะเร็ง และคาดว่ามลพิษอากาศภายนอกอาคารทำให้มีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร 4.2 ล้านคนทั่วโลกในปี 2562 รายละเอียดเรื่องขนาดฝุ่นและอาการทั่วไปอ่านได้ที่ ฝุ่น PM2.5 อาการเป็นอย่างไร

ทำไมกลุ่มเสี่ยงได้รับผลกระทบมากกว่า

EPA (หน้าผลของฝุ่นละอองต่อสุขภาพ ปรับปรุง 5 พ.ค. 2569) ระบุว่าผู้เป็นโรคหัวใจหรือโรคปอด เด็ก ผู้สูงอายุ และกลุ่มที่มีฐานะทางเศรษฐกิจสังคมต่ำ มีโอกาสได้รับผลกระทบมากกว่า เพราะร่างกายไวกว่า หรืออาจสัมผัสฝุ่นมากกว่า หน้านี้ไม่ได้อธิบายกลไกในผู้สูงอายุเพิ่มเติม เราจึงไม่อธิบายเกินกว่านั้น

เด็กเล็ก คู่มือกรมอนามัย (ธ.ค. 2563) อธิบายเหตุผลไว้ว่า

  • ระบบภูมิคุ้มกัน ปอด และสมองยังพัฒนาไม่เต็มที่ โดยปกติปอดพัฒนาเต็มที่เมื่ออายุ 6 ปีขึ้นไป (คู่มืออ้าง WHO)
  • เด็กหายใจเร็วกว่าผู้ใหญ่ เช่น ทารกอายุ 0–6 เดือนหายใจ 30–60 ครั้งต่อนาที จึงมีโอกาสสูดฝุ่นได้มากกว่า
  • เด็กมักเล่นกลางแจ้ง
  • เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีมีความเสี่ยงต่อสุขภาพมากกว่าผู้ใหญ่

คนทำงานกลางแจ้ง กรมอนามัย (21 พ.ย. 2566) รวมตำรวจจราจร แม่ค้าริมถนน พนักงานกวาดถนน คนขับรถรับจ้าง พนักงานส่งอาหาร และผู้ออกกำลังกายกลางแจ้ง ไว้ในกลุ่มที่ต้องสวมหน้ากากเมื่อออกจากบ้าน

สัญญาณเตือนในผู้สูงอายุช่วงฝุ่นหนัก

อาการที่หน่วยงานไทยให้เฝ้าสังเกตในกลุ่มเสี่ยง (ประกาศกรมควบคุมมลพิษ เรื่อง ดัชนีคุณภาพอากาศของประเทศไทย พ.ศ. 2566 ราชกิจจานุเบกษา 3 ก.ค. 2566 ระดับสีเขียว) ได้แก่ ไอบ่อย หายใจลำบาก หายใจถี่ หายใจไม่ออก หายใจมีเสียงวี้ด แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก ใจสั่น คลื่นไส้ เมื่อยล้าผิดปกติ หรือวิงเวียนศีรษะ

ผู้สูงอายุบางคนบอกอาการไม่ชัด ลูกหลานจึงควรสังเกตว่าเหนื่อยง่ายกว่าเดิม ทำกิจวัตรได้น้อยลง หรือมีอาการในรายการข้างต้นหรือไม่ (คำแนะนำของบทความ)

รีบไปพบแพทย์ทันที (ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด) ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง (กรมอนามัย 22 มี.ค. 2567 ให้ "ไปพบแพทย์ทันที" และให้แจ้งคนใกล้ชิด)

  • ไอบ่อย
  • หายใจลำบาก หรือหายใจถี่
  • เจ็บหน้าอก หรือแน่นหน้าอก
  • เมื่อยล้าผิดปกติ

ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งในรายการฉุกเฉินท้ายบทความ เช่น เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที เจ็บแน่นเหมือนถูกบีบหรือร้าวไปแขน คอ กราม หายใจลำบากมากจนพูดไม่เป็นคำ ริมฝีปากหรือผิวซีดเขียว หรือเป็นลมไม่ตอบสนอง (NHS หน้าหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและไข้หวัดใหญ่ จัดเป็นเหตุให้โทร 999)

เรื่องอาการสับสน แหล่งที่เราเปิดอ่านเรื่องฝุ่นไม่ได้ระบุอาการสับสนเป็นสัญญาณของฝุ่นโดยตรง แต่ NHS (หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง) ระบุว่าความสับสนและความจำเสื่อมเป็นอาการหนึ่งของโรคหลอดเลือดสมอง ถ้าผู้สูงอายุสับสนขึ้นมาทันที หรือมีหน้าเบี้ยว แขนอ่อนแรง พูดไม่ชัด ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

คนเป็นโรคหัวใจ เตรียมตัวอย่างไรช่วงฝุ่น

EPA ระบุว่างานวิจัยจำนวนมากเชื่อมโยงการสัมผัสฝุ่นละอองกับการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรในผู้เป็นโรคหัวใจหรือโรคปอด หัวใจขาดเลือดเฉียบพลันที่ไม่ถึงแก่ชีวิต และหัวใจเต้นผิดจังหวะ WHO ระบุว่าราวร้อยละ 68 ของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากมลพิษอากาศภายนอกในปี 2562 มาจากโรคหัวใจขาดเลือดและโรคหลอดเลือดสมอง

สิ่งที่แหล่งแนะนำ

  • เตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด (ประกาศกรมควบคุมมลพิษ พ.ศ. 2566 ระดับสีแดง) คำแนะนำของบทความ: กินยาตามที่แพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง ห้ามหยุดหรือลดยาเอง
  • คุยกับแพทย์ว่าต้องทำอย่างไรช่วงฝุ่นหนัก (EPA หน้าห้องอากาศสะอาด ปรับปรุง 18 ส.ค. 2569)
  • ถามแพทย์ก่อนใช้หน้ากาก N95 FDA ระบุว่า N95 อาจทำให้การหายใจลำบากขึ้นในผู้มีโรคหัวใจหรือโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง และกรมอนามัยไม่แนะนำ N95 สำหรับผู้เป็นโรคหัวใจ ให้ใช้หน้ากากอนามัยแทน
  • เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมากตั้งแต่สีส้ม และงดตั้งแต่สีแดง (กรมควบคุมมลพิษ)

ผู้ที่ยังสูบบุหรี่ อ่านเรื่องบุหรี่กับอาการโรคหัวใจได้ที่ สูบบุหรี่กับอาการโรคหัวใจ

คนเป็นหอบหืด เตรียมยาและแผนอย่างไร

EPA ระบุว่าการสัมผัสฝุ่นละอองเชื่อมโยงกับหอบหืดกำเริบและสมรรถภาพปอดลดลง

  • มีแผนรับมือหอบหืด (asthma action plan) ตามที่ EPA แนะนำ NHS (หน้าหอบหืด ทบทวน 7 เม.ย. 2568) ระบุว่าแผนนี้บอกวิธีใช้ยา วิธีติดตามอาการ และสิ่งที่ต้องทำเมื่ออาการแย่ลง
  • ใช้ยาพ่นป้องกันตามแพทย์สั่งต่อเนื่อง และพกยาพ่นบรรเทาอาการติดตัว ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง
  • ถ้าหอบหืดกำเริบ NHS ให้โทร 999 ถ้าแย่ลงเมื่อไรก็ตาม ใช้ยาพ่นบรรเทาขนาดสูงสุดตามแผนแล้วไม่ดีขึ้น หรือไม่มียาพ่นอยู่กับตัว ในไทยให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
  • หลังหายจากหอบกำเริบ NHS ให้พบแพทย์ภายใน 2 วัน แม้รู้สึกดีขึ้นแล้ว เพื่อทบทวนการรักษา

อ่านเพิ่มได้ที่ สัญญาณหอบหืดกำเริบ และ หอบหืดในผู้สูงอายุ

คนตั้งครรภ์และเด็กเล็กกับฝุ่น PM2.5

คนตั้งครรภ์ คู่มือกรมอนามัย (ธ.ค. 2563) ระบุว่าถ้ามารดาตั้งครรภ์ได้รับ PM2.5 อาจทำให้การคลอดผิดปกติ คลอดก่อนกำหนด ทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อย ทารกแรกเกิดผิดปกติ หรืออาจเพิ่มความเสี่ยงการเสียชีวิตของทารกในครรภ์ และระบุว่าความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษในไตรมาสที่ 3 คู่มือใช้คำว่า "อาจ" และไม่ได้ระบุตัวเลขความเสี่ยง จึงไม่ควรตีความว่าการสัมผัสฝุ่นจะทำให้เกิดผลเหล่านี้ทุกครั้ง

  • กรมอนามัย (21 พ.ย. 2566) ไม่แนะนำ N95 สำหรับหญิงตั้งครรภ์ ให้ใช้หน้ากากอนามัย
  • EPA (มิ.ย. 2569) ระบุว่าผู้ที่ตั้งครรภ์ให้ถามแพทย์ก่อนใช้หน้ากากชนิดแนบหน้า
  • ยาหรือผลิตภัณฑ์ใดก็ตามช่วงตั้งครรภ์ ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อน และฝากครรภ์ตามนัด ถ้าหายใจลำบากหรือเจ็บหน้าอก ให้ไปพบแพทย์ทันที

เด็กเล็ก คู่มือกรมอนามัยสำหรับผู้ปกครอง (ธ.ค. 2563) แนะนำให้

  • ติดตามค่าฝุ่นในแอปพลิเคชัน Air4Thai
  • หลีกเลี่ยงหรืองดพาเด็กไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง ถ้าจำเป็นให้ใส่หน้ากากอนามัย
  • ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด และลดกิจกรรมที่สร้างฝุ่น เช่น จุดธูป เผากระดาษเงินกระดาษทอง ปิ้งย่าง เผาขยะ
  • ไม่จอดรถติดเครื่องยนต์นาน ๆ ในบ้าน และไม่เปิดหน้าต่างรถเวลามีเด็กอยู่ในรถช่วงฝุ่น
  • ดูแลเด็กที่มีโรคประจำตัวอย่างใกล้ชิด ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น ไอบ่อย หายใจลำบาก หายใจไม่ออก แน่นหน้าอก ให้รีบพาไปพบแพทย์

ตัวเลขระดับสีในคู่มือนี้เป็นเกณฑ์เก่าก่อน 1 มิ.ย. 2566 จึงไม่ยกมา ให้ใช้เกณฑ์ AQI ปัจจุบันของกรมควบคุมมลพิษแทน เรื่องหน้ากากสำหรับเด็ก FDA ระบุว่า N95 ไม่ได้ออกแบบสำหรับเด็ก เพราะแนบหน้าไม่ได้ อ่านการเลือกหน้ากากได้ที่ หน้ากากแบบไหนกัน PM2.5 ได้

ห้องปลอดฝุ่นในบ้านทำอย่างไร

กรมอนามัย (22 มี.ค. 2567) ระบุว่าได้เตรียมห้องปลอดฝุ่นในพื้นที่ภาคเหนือ แนะนำวิธีทำห้องปลอดฝุ่นหรือใช้มุ้งสู้ฝุ่น และให้ค้นหาห้องปลอดฝุ่นใกล้บ้านได้ที่เว็บไซต์ podfoon.anamai.moph.go.th

ขั้นตอนทำห้องอากาศสะอาดตาม EPA (ปรับปรุง 18 ส.ค. 2569)

  1. เลือกห้อง ที่ใหญ่พอสำหรับทุกคนในบ้าน และอยู่ได้สบาย เช่น ห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัว ปิดประตูได้นาน
  2. กันฝุ่นเข้าห้อง ปิดหน้าต่างและประตูทั้งหมด แต่ต้องออกจากห้องได้ง่าย ถ้ามีพัดลมดูดอากาศ ใช้เป็นช่วงสั้น ๆ
  3. ทำให้ห้องเย็น ใช้พัดลมหรือเครื่องปรับอากาศ ถ้าเครื่องมีโหมดดึงอากาศภายนอก ให้ปิดหรือตั้งเป็นโหมดหมุนเวียนอากาศภายใน
  4. กรองอากาศในห้อง ใช้เครื่องฟอกอากาศที่ขนาดเหมาะกับห้อง เปิดต่อเนื่องที่ระดับแรงสุดเท่าที่ทำได้ และเลือกเครื่องที่ไม่ปล่อยโอโซน
  5. งดกิจกรรมที่สร้างฝุ่นในห้อง เช่น สูบบุหรี่ จุดเทียนหรือธูป ทอดหรือย่างอาหาร พ่นสเปรย์ และดูดฝุ่นด้วยเครื่องที่ไม่มีแผ่นกรอง HEPA
  6. เช็ดฝุ่นด้วยผ้าหมาด เพื่อไม่ให้ฝุ่นที่ตกค้างฟุ้งขึ้นมา
  7. อยู่ในห้องนี้ให้มากเท่าที่ทำได้ และเลี่ยงการออกกำลังกายในห้องนี้
  8. เมื่อคุณภาพอากาศดีขึ้นแม้ชั่วคราว ให้เปิดหน้าต่างระบายอากาศ

EPA ระบุว่าห้องแบบนี้อาจช่วยผู้ที่เสี่ยงต่อผลของควัน เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้เป็นโรคหัวใจหรือมีปัญหาการหายใจ และให้ผู้เป็นโรคหัวใจหรือโรคปอด รวมถึงหอบหืด ปรึกษาแพทย์ว่าต้องทำอย่างไร หน้านี้เขียนสำหรับช่วงควันไฟป่า อ่านเรื่องเครื่องฟอกอากาศได้ที่ เครื่องฟอกอากาศกับภูมิแพ้

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)

เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก. · แคปซูลเป็นเจลาติน (ฉลากไม่ระบุว่าทำจากสัตว์ชนิดใด)

ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม

สำหรับกลุ่มเสี่ยงในบทความนี้: คำเตือนบนฉลาก "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" หมายความว่าเด็กเล็กและคนตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นสองในกลุ่มเสี่ยงต่อฝุ่นตามกรมอนามัย อยู่ในกลุ่มที่ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทานผลิตภัณฑ์นี้ หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์ ผู้สูงอายุที่มีโรคหัวใจ ความดัน หรือใช้ยาหลายตัว ให้ดูข้อควรระวังด้านล่างและปรึกษาแพทย์ก่อน

คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

เรื่องฝุ่นในกลุ่มเสี่ยง: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดผลของฝุ่น PM2.5 ต่อหัวใจ ปอด การตั้งครรภ์ หรือผู้สูงอายุ และไม่ใช้แทนการเลี่ยงฝุ่น ห้องอากาศสะอาด หน้ากาก ยาที่แพทย์สั่ง หรือแผนรับมือหอบหืด ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง

ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้

  • แอล-ซิสเทอีน 100 มก. ต่อแคปซูล (200 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — เราไม่พบงานวิจัยแบบสุ่มที่ให้แอล-ซิสเทอีนเดี่ยว ๆ แล้ววัดผลเรื่องฝุ่น ปอด หรือหัวใจในกลุ่มเสี่ยง งานที่คนมักยกมาเป็นของ NAC ซึ่งเป็นยาละลายเสมหะ เช่น งานในผู้สูงอายุ 262 คนที่ใช้ NAC 1,200 มก. ต่อวัน นาน 6 เดือน ซึ่งวัดอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ไม่ใช่ผลของฝุ่น ซิสเทอีนในแคปซูลเป็นคนละสาร จึงนำผลของ NAC มาใช้แทนไม่ได้ ข้อมูลความปลอดภัยของ NAC ที่ MSKCC ระบุคือ NAC ร่วมกับยาไนโตรกลีเซอรีน (ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ) ทำให้ปวดศีรษะรุนแรงหรือความดันลดลงได้ ข้อนี้เป็นข้อมูลของ NAC ไม่ใช่ซิสเทอีน แต่ผู้ใช้ยาขยายหลอดเลือดหัวใจควรปรึกษาแพทย์ก่อนอยู่แล้ว เพราะผลิตภัณฑ์นี้มีอาร์จินีนด้วย

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
  • ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ (เช่น ยาอมใต้ลิ้น) ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
  • ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
  • กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
  • สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน โรคตับ หรือนิ่วในถุงน้ำดี: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: ควรเลี่ยง (คำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบบนฉลาก ไม่ใช่คำเตือนบนฉลาก)

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาโรคหัวใจ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ใช้แทนหน้ากาก การหลีกเลี่ยงฝุ่น การงดอาหารที่แพ้ ยาที่แพทย์สั่ง หรืออะดรีนาลีน

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
  • เจ็บหน้าอกแบบแน่น ๆ หรือเหมือนถูกบีบ
  • เจ็บหน้าอกที่ร้าวไปแขน คอ หรือกราม
  • หายใจลำบากมาก หอบ สำลัก หรือพูดไม่เป็นคำ
  • ไอเป็นเลือด
  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
  • คอแน่น หรือกลืนลำบาก
  • ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีซีด สีออกน้ำเงิน หรือเทา
  • สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
  • เป็นลม หรือหมดสติและไม่ตอบสนองตามปกติ
  • หอบหืดกำเริบ แล้วใช้ยาพ่นบรรเทาอาการตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง
  • หอบหืดกำเริบ และไม่มียาพ่นบรรเทาอาการอยู่กับตัว
  • หน้าเบี้ยว แขนอ่อนแรงข้างเดียว หรือพูดไม่ชัด แม้อาการจะหายไปเองแล้ว

รายการข้างต้นมาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุให้โทร 999 ได้แก่ หน้าไข้หวัดใหญ่ (ทบทวน 3 ก.พ. 2569) หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (ทบทวน 31 มี.ค. 2569) แพ้อาหาร (ทบทวน 20 ส.ค. 2569) หอบหืด (ทบทวน 7 เม.ย. 2568) และอาการโรคหลอดเลือดสมอง (ทบทวน 12 ก.ย. 2567) NHS ระบุว่าห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง และผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนให้ใช้ทันทีเมื่อแพ้รุนแรง แล้วโทรเรียกรถพยาบาลแม้จะดูดีขึ้น

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta X Plus ของแบรนด์ Hopeful พื้นกล่องสีเขียวมิ้นต์

Beta X Plusเบต้าเอ็กซ์พลัส

เลข อย. 10-1-15662-5-0098

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →

คำถามที่พบบ่อย

ฝุ่น PM2.5 อันตรายไหม

WHO ระบุว่าฝุ่นละเอียดในอากาศก่อโรคหัวใจหลอดเลือด โรคทางเดินหายใจ และมะเร็ง และคาดว่ามลพิษอากาศภายนอกทำให้มีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร 4.2 ล้านคนทั่วโลกในปี 2562

ใครเสี่ยงต่อฝุ่น PM2.5 มากกว่าคนอื่น

กรมอนามัยระบุว่ากลุ่มเสี่ยงคือผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีโรคหอบหืด ภูมิแพ้ เยื่อบุตาอักเสบ หัวใจและหลอดเลือด รวมถึงคนทำงานหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง

คนเป็นโรคหัวใจต้องระวังอาการอะไรช่วงฝุ่น

กรมอนามัยให้ไปพบแพทย์ทันทีถ้าไอบ่อย หายใจลำบาก เจ็บหรือแน่นหน้าอก หรือเมื่อยล้าผิดปกติ ถ้าเจ็บหน้าอกแบบถูกบีบหรือร้าวไปแขน คอ กราม หรือหายใจลำบากมาก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

คนตั้งครรภ์ควรระวังฝุ่นอย่างไร

คู่มือกรมอนามัยระบุว่าฝุ่นอาจเกี่ยวกับการคลอดก่อนกำหนดและทารกน้ำหนักน้อย กรมอนามัยไม่แนะนำ N95 สำหรับหญิงตั้งครรภ์ ให้ใช้หน้ากากอนามัย ลดกิจกรรมกลางแจ้งตามระดับสี AQI และปรึกษาแพทย์ที่ฝากครรภ์

ห้องปลอดฝุ่นในบ้านทำอย่างไร

EPA แนะนำให้เลือกห้องที่ทุกคนอยู่ได้ ปิดประตูหน้าต่าง ใช้เครื่องฟอกอากาศที่ขนาดเหมาะกับห้องและไม่ปล่อยโอโซน งดสูบบุหรี่ จุดธูป ทอดอาหาร และเช็ดฝุ่นด้วยผ้าหมาด กรมอนามัยมีเว็บไซต์ค้นหาห้องปลอดฝุ่นใกล้บ้าน

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท