บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta X Plus

หอบหืดในผู้สูงอายุ อาการคล้ายโรคหัวใจและถุงลมโป่งพอง แยกกันอย่างไร

คำตอบสั้น: หอบหืดเกิดได้ทุกวัย รวมถึงผู้สูงอายุ แต่มักถูกมองข้าม เพราะอาการไอ หายใจมีเสียงหวีด หอบเหนื่อย และแน่นหน้าอก คล้ายกับโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (ถุงลมโป่งพองและหลอดลมอักเสบเรื้อรัง) และภาวะหัวใจล้มเหลว อาการอย่างเดียวแยกสามโรคนี้ไม่ได้ ต้องให้แพทย์ซักประวัติและตรวจ เช่น ตรวจสมรรถภาพปอด ผู้สูงอายุยังมีปัญหาใช้ยาพ่นไม่ถูกวิธีได้บ่อย และยาโรคอื่นบางตัวทำให้หอบหืดแย่ลงได้ จึงควรให้แพทย์หรือเภสัชกรตรวจวิธีพ่นยาและรายการยาทุกครั้งที่ไปตรวจ

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • หอบหืดเกิดได้ทุกอายุ NHS ระบุว่ามักเริ่มในเด็ก แต่เกิดได้ทุกวัย
  • วินิจฉัยยากขึ้นในผู้สูงอายุ บทความทบทวนจากเกาหลี (ตีพิมพ์ปี 2566) ระบุว่าปอดที่เสื่อมตามวัยทำให้ผลตรวจสมรรถภาพปอดคล้ายโรคปอดอุดกั้นได้ และพบทั้งการวินิจฉัยเกินและวินิจฉัยตกหล่น
  • อาการซ้อนกับโรคอื่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังพบในผู้สูงอายุที่สูบบุหรี่ ส่วนหัวใจล้มเหลวทำให้เหนื่อยเวลานอนราบ ขาบวม น้ำหนักขึ้นเร็ว
  • ยาพ่นใช้ผิดได้บ่อย และ NHS เตือนว่ายาแอสไพริน ไอบูโพรเฟน และยากลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ กระตุ้นอาการหอบหืดได้ในบางคน
  • วัคซีน แนวทางโรคหืดของไทย (ปี 2568) แนะนำวัคซีนหลายชนิดสำหรับผู้ป่วยหืด ให้ปรึกษาแพทย์เรื่องชนิดและสิทธิ

หอบหืดในผู้สูงอายุ อาการเป็นอย่างไร

อาการหลักเหมือนวัยอื่น NHS (หน้าหอบหืด ทบทวน 7 เม.ย. 2568) ระบุอาการหลัก ได้แก่

  • หายใจมีเสียงหวีด
  • ไอ
  • หายใจเหนื่อยหรือหอบ
  • รู้สึกแน่นหน้าอก

NHS ระบุว่าอาการมักเป็น ๆ หาย ๆ และอาจแย่ลงตอนกลางคืนและช่วงเช้ามืด สิ่งกระตุ้นมีหลายอย่าง เช่น การออกกำลังกาย มลพิษทางอากาศสูง อากาศเย็น หรือการสัมผัสสิ่งที่แพ้ เช่น ละอองเกสร ฝุ่น เชื้อรา หรือสัตว์

หอบหืดเริ่มตอนแก่ได้ NHS ระบุว่าหอบหืดมักเริ่มในเด็ก แต่เกิดได้ทุกอายุ บทความทบทวนในวารสาร Allergy, Asthma & Immunology Research (ตีพิมพ์ปี 2566) ระบุว่าหอบหืดในผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไปพบได้ไม่น้อย มีทั้งคนที่เป็นมาตั้งแต่เด็กแล้วต่อเนื่องถึงวัยสูงอายุ และคนที่เพิ่งเริ่มเป็นตอนอายุมาก อ่านอาการหอบหืดในผู้ใหญ่ทั่วไปได้ที่ หอบหืดในผู้ใหญ่ อาการเป็นอย่างไร

ทำไมหอบหืดในผู้สูงอายุมักถูกวินิจฉัยช้า

เพราะอาการไม่เฉพาะ และผลตรวจแปลยากขึ้นตามวัย NHS ระบุว่าหอบหืดอาจใช้เวลาวินิจฉัย เพราะอาการมักเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา และปัญหาการหายใจมีได้จากหลายสาเหตุ บทความทบทวนจากเกาหลีปี 2566 อธิบายเพิ่มในส่วนของผู้สูงอายุ ดังนี้

  • ปอดเปลี่ยนตามวัย ผนังทรวงอกแข็งขึ้น กล้ามเนื้อหายใจอ่อนแรงลง ความยืดหยุ่นของปอดลดลง ผู้สูงอายุที่ปอดปกติจึงอาจมีผลตรวจสมรรถภาพปอดที่ดูคล้ายโรคปอดอุดกั้น แพทย์จึงต้องระวังในการแปลผล
  • ตรวจยากขึ้น ความเปราะบางของร่างกายและความจำหรือความคิดที่ถดถอยอาจทำให้เป่าตรวจสมรรถภาพปอดได้ยาก แต่บทความระบุว่าผู้สูงอายุมากกว่าร้อยละ 80 เป่าได้ผลที่ใช้ได้หลังได้รับการฝึก
  • มีทั้งวินิจฉัยเกินและวินิจฉัยตกหล่น ผู้เขียนสรุปว่าทั้งสองปัญหาลดลงได้ถ้าตรวจด้วยวิธีที่วัดค่าได้จริงอย่างเหมาะสม
  • แพทย์เองยังมีข้อมูลน้อย บทความระบุว่าผู้สูงอายุมักถูกคัดออกจากงานวิจัยยา และแพทย์ยังขาดความรู้เรื่องหอบหืดในผู้สูงอายุ จึงมักได้รับการดูแลที่ไม่เหมาะสม

ข้อมูลข้างต้นเป็นบทความทบทวน ไม่ใช่งานทดลอง และเขียนจากบริบทของเกาหลี

การตรวจที่ NHS ระบุ แพทย์หรือพยาบาลจะถามอาการและฟังเสียงปอด อาจตรวจการหายใจแบบง่าย บางครั้งตรวจเลือด และอาจให้เครื่องวัดแรงเป่าสูงสุด (peak flow meter) ไปใช้ที่บ้านสักไม่กี่สัปดาห์ ถ้ามีแนวโน้มว่าเป็นหอบหืด อาจให้ลองใช้ยาหอบหืดเพื่อดูว่าอาการดีขึ้นไหม

หอบหืด ถุงลมโป่งพอง หรือหัวใจล้มเหลว แยกกันอย่างไร

สามโรคนี้ทำให้ไอ หอบ และเหนื่อยได้ทั้งหมด และผู้สูงอายุคนเดียวอาจมีมากกว่าหนึ่งโรค จุดสังเกตด้านล่างเป็นข้อมูลให้เล่าแพทย์ได้ครบ ไม่ใช่วิธีวินิจฉัยเอง

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (ถุงลมโป่งพองและหลอดลมอักเสบเรื้อรัง)

NHS (หน้าโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ทบทวน 11 เม.ย. 2566) ระบุว่าโรคนี้พบบ่อยในผู้ใหญ่วัยกลางคนหรือสูงอายุที่สูบบุหรี่ และหลายคนไม่รู้ตัวว่าเป็น อาการหลัก ได้แก่

  • หายใจเหนื่อย โดยเฉพาะเวลาออกแรง
  • ไอมีเสมหะต่อเนื่อง ซึ่งบางคนคิดว่าเป็นแค่ "ไอของคนสูบบุหรี่"
  • ติดเชื้อทรวงอกบ่อย
  • หายใจมีเสียงหวีดต่อเนื่อง

NHS ระบุว่าถ้าไม่รักษา อาการมักค่อย ๆ แย่ลง และแนะนำให้พบแพทย์ถ้ามีอาการต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่อายุเกิน 35 ปีและสูบหรือเคยสูบบุหรี่ แพทย์จะตรวจการหายใจเพื่อวินิจฉัยและแยกจากหอบหืด

บทความทบทวนจากเกาหลีระบุว่าในผู้สูงอายุ หอบหืดกับโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังอาจซ้อนทับกันได้ ลักษณะที่เอนไปทางหอบหืด เช่น มีประวัติภูมิแพ้หรือหอบหืดของตัวเองหรือในครอบครัว และเริ่มมีอาการตั้งแต่เด็ก ส่วนอาการที่เพิ่งเริ่มตอนเป็นผู้ใหญ่ทำให้นึกถึงโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังมากขึ้น แต่ประวัติสูบบุหรี่อย่างเดียวแยกสองโรคไม่ได้ เพราะผู้ป่วยหอบหืดสูงอายุจำนวนไม่น้อยก็สูบบุหรี่อยู่

ภาวะหัวใจล้มเหลว

NHS (หน้าหัวใจล้มเหลว ทบทวน 26 มิ.ย. 2569) ระบุอาการที่อาจสับสนกับโรคปอดได้ ได้แก่

  • หายใจเหนื่อยเวลาทำกิจวัตรประจำวัน หรือเวลานอนราบ
  • เหนื่อยมากกว่าที่ควรเมื่อออกแรง
  • อ่อนแรง หน้ามืด หรือเหนื่อยมาก โดยเฉพาะหลังขยับตัวหรือออกแรง
  • เท้า ข้อเท้า ขา หรือท้องบวม
  • น้ำหนักขึ้นเร็วผิดปกติ
  • ไอตอนกลางคืน
  • ไอมีเสมหะสีชมพูเป็นฟอง

NHS ระบุว่าการตรวจหัวใจล้มเหลวอาจมีทั้งตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ อัลตราซาวนด์หัวใจ เอกซเรย์ทรวงอก และตรวจปอด เช่น วัดแรงเป่าและตรวจสมรรถภาพปอด แปลว่าแพทย์ต้องดูทั้งหัวใจและปอดไปพร้อมกัน อ่านอาการเตือนของหัวใจล้มเหลวได้ที่ หัวใจล้มเหลว อาการเตือนระยะแรก

คำแนะนำของบทความ: ถ้าผู้สูงอายุที่บ้านมีอาการหอบ ให้จดว่าเหนื่อยตอนไหน นอนราบได้ไหม ขาบวมไหม น้ำหนักเปลี่ยนไหม ไอมีเสมหะแบบไหน สูบบุหรี่หรือเคยสูบกี่ปี แล้วนำไปบอกแพทย์ และนำยาทุกตัวที่กินอยู่ไปด้วย

ผู้สูงอายุใช้ยาพ่นหอบหืดยากตรงไหน

ยาหลักของหอบหืดคือยาสูด NHS ระบุว่ายาที่สูดผ่านอุปกรณ์พ่นเป็นการรักษาหลัก และได้ผลดีกับคนส่วนใหญ่ ถ้าใช้ถูกวิธี อุปกรณ์มีหลายแบบ เช่น ยาพ่นแบบผงแห้ง ยาพ่นแบบสเปรย์ และแบบละอองฝอย แพทย์ พยาบาล หรือเภสัชกรจะสอนวิธีใช้ให้ NHS ยังระบุว่าควรตรวจติดตามอย่างน้อยปีละครั้ง และการตรวจนั้นรวมถึงการดูว่าใช้ยาพ่นถูกวิธีหรือไม่

ข้อมูลเรื่องปัญหาเฉพาะในผู้สูงอายุ ที่เราเปิดอ่านได้ส่วนใหญ่มาจากผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ไม่ใช่หอบหืดโดยตรง

  • บทความในวารสารเวชศาสตร์ผู้สูงอายุของเยอรมนี (ตีพิมพ์ปี 2568) ซึ่งเสนอแนวทางตามฉันทามติของคณะทำงานด้านโรคปอดในผู้สูงอายุของสมาคมแพทย์โรคปอดเยอรมนี ระบุว่าผู้สูงอายุที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังมากถึงร้อยละ 60–80 ใช้ยาพ่นไม่ถูกวิธี และแม้จะใช้ถูกวิธี ถ้าสูดหายใจเข้าได้ไม่แรงพอตามที่อุปกรณ์ต้องการ ก็ได้ยาไม่เพียงพอ ผู้เขียนแนะนำให้วัดแรงสูดและประเมินความคิดความจำกับการประสานมือ ผู้เขียนคนหนึ่งเปิดเผยว่าเคยได้รับค่าเดินทางและค่าที่ปรึกษาจากบริษัทยา
  • บทความทบทวนจากเกาหลีปี 2566 ระบุว่าการลดอาการกำเริบในผู้ป่วยหอบหืดสูงอายุต้องอาศัยหลายด้านร่วมกัน รวมถึงเพิ่มทักษะการใช้ยาพ่น ใช้ยาสม่ำเสมอ และให้ผู้ดูแลช่วย

สิ่งที่ลูกหลานช่วยได้ (คำแนะนำของบทความ) พาผู้สูงอายุนำยาพ่นไปให้เภสัชกรหรือพยาบาลดูวิธีพ่นทุกครั้งที่ไปตรวจ ถามว่าอุปกรณ์แบบที่ใช้อยู่เหมาะกับแรงสูดและมือของผู้ป่วยไหม และถามเรื่องกระบอกต่อช่วยพ่น (spacer) ซึ่ง NHS กล่าวถึงในวิธีใช้ยาพ่นบรรเทาอาการ อ่านวิธีพ่นยาทีละขั้นได้ที่ วิธีใช้ยาพ่นหอบหืดให้ถูก ห้ามหยุดยาพ่นป้องกันเอง แม้อาการจะดีขึ้น

ยาโรคอื่นที่ทำให้หอบหืดแย่ลงได้

ผู้สูงอายุมักกินยาหลายโรค NHS ระบุในข้อห้ามสำหรับผู้เป็นหอบหืดว่า อย่ากินยาสำหรับโรคอื่นโดยไม่ถามเภสัชกรหรือแพทย์ก่อน เพราะยาบางตัว เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน และยากลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ (beta blockers) กระตุ้นอาการหอบหืดได้ในบางคน

  • แอสไพรินและยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน หลายคนกินแอสไพรินขนาดต่ำตามที่แพทย์โรคหัวใจสั่ง หรือซื้อยาแก้ปวดข้อมากินเอง
  • ยากลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ ใช้ในโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคอื่นบางโรค

ห้ามหยุดยาเหล่านี้เอง โดยเฉพาะแอสไพรินหรือยาหัวใจที่แพทย์สั่ง ให้บอกแพทย์ทุกคนที่ดูแลว่าเป็นหอบหืด และให้เภสัชกรตรวจรายการยาทั้งหมด รวมถึงยาซื้อเอง สมุนไพร และอาหารเสริม อ่านเรื่องยาแก้ปวดกับโรคไตได้ที่ ยาแก้ปวดไตพังไหม

ผู้สูงอายุเป็นหอบหืดต้องฉีดวัคซีนอะไร

วัคซีนเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลหอบหืด NHS แนะนำให้ผู้ที่เป็นหอบหืดรับวัคซีน เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ เพราะไวรัสอย่างไข้หวัดใหญ่ทำให้อาการหอบหืดแย่ลงได้

  • แนวทางเวชปฏิบัติโรคหืดในประเทศไทยสำหรับผู้ใหญ่ ปี 2568 (Thai Asthma Guideline in Adults 2025 ของสมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย) แนะนำให้ผู้ป่วยหืดได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ นิวโมคอคคัส (วัคซีนปอดอักเสบ) อาร์เอสวี ไอกรน และโควิด-19 และผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไปแนะนำวัคซีนงูสวัด
  • กรมควบคุมโรค (ข่าว 25 ก.พ. 2568) จัดผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้ป่วยโรคเรื้อรังรวมถึงหอบหืด ปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคหัวใจ ไว้ในกลุ่มเสี่ยงของไข้หวัดใหญ่ และระบุว่าวัคซีนช่วยลดความรุนแรงของโรคและการเสียชีวิต
  • สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย (คำแนะนำฉบับประชาชน พ.ศ. 2566) แนะนำวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละ 1 เข็ม และมีคำแนะนำวัคซีนนิวโมคอคคัสสำหรับผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป

ชนิดวัคซีน จังหวะการฉีด และสิทธิฉีดฟรี ให้สอบถามโรงพยาบาลที่ใช้สิทธิ สายด่วน สปสช. 1330 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 อ่านเพิ่มได้ที่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่สำหรับคนเป็นโรคเรื้อรัง และ วัคซีนปอดอักเสบสำหรับผู้สูงอายุ

ความเชื่อ: แก่แล้วเหนื่อยง่าย หอบบ้างเป็นเรื่องธรรมดา

ไม่ควรสรุปเอง NHS แนะนำให้พบแพทย์ถ้ามีอาการของหอบหืด และหน้าโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังของ NHS ระบุว่าอย่าละเลยอาการ เพราะถ้าเป็นโรคนี้ ควรเริ่มรักษาให้เร็ว ก่อนปอดเสียหายมาก ส่วนหน้าหัวใจล้มเหลวระบุว่าการเหนื่อยมากกว่าที่ควรเมื่อออกแรงเป็นอาการหนึ่งที่ต้องตรวจ

NHS ระบุว่าคนส่วนใหญ่ที่ใช้ยาพ่นถูกวิธี หอบหืดจะกระทบชีวิตประจำวันเพียงเล็กน้อย การตรวจหาสาเหตุจึงคุ้มกว่าการทนเหนื่อย

เมื่อไรต้องพบแพทย์

นัดพบแพทย์ NHS แนะนำเมื่อ

  • มีอาการที่อาจเป็นหอบหืด หรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่เป็นต่อเนื่อง
  • เป็นหอบหืดแล้วยาไม่ช่วย ต้องใช้ยาพ่นบรรเทาอาการบ่อยขึ้น หรืออยากได้คำแนะนำเรื่องการใช้ยาพ่น
  • อาการหอบหืดไม่ดีขึ้น รบกวนกิจวัตร หรือทำให้ตื่นกลางคืน

ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด กรณีที่ NHS ให้ขอนัดด่วน

  • เพิ่งหายจากหอบหืดกำเริบ NHS ให้พบแพทย์ภายใน 2 วันแม้จะรู้สึกดีขึ้นแล้ว
  • เหนื่อยเวลานอนราบหรือเวลาทำกิจวัตรประจำวัน
  • ไอมีเสมหะสีชมพูเป็นฟอง
  • น้ำหนักขึ้นเร็วผิดปกติ

ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง เช่น หอบหืดกำเริบแล้วแย่ลง หรือพ่นยาบรรเทาอาการถึงขนาดสูงสุดตามแผนแล้วไม่ดีขึ้น หรือไม่มียาพ่นอยู่กับตัว หรือหายใจลำบากมากจนพูดไม่เป็นคำ (หน้าหัวใจล้มเหลวของ NHS จัดเป็นเหตุฉุกเฉิน) ดูรายการเต็มท้ายบทความ ระหว่างรอ NHS ให้นั่งตัวตรงและพยายามตั้งสติ

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)

เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก.

ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม

คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

เรื่องหอบหืดในผู้สูงอายุ: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้หอบหืด ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือหัวใจล้มเหลวดีขึ้น ลดการกำเริบ หรือใช้แทนยาสูดหอบหืด ยาพ่นบรรเทาอาการ หรือวัคซีนได้ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง ผู้ที่ใช้ยาพ่นหอบหืดหรือยาโรคหัวใจห้ามหยุดหรือลดยาเอง

ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับผู้อ่านกลุ่มนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้

  • แอล-อาร์จินีน 92.20 มก. (184.4 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — ส่วนนี้เป็นเรื่องความปลอดภัย ไม่ใช่ประโยชน์ งานทดลอง VINTAGE MI (ตีพิมพ์ปี 2549) ให้อาร์จินีนวันละ 9 กรัม นาน 6 เดือน ในผู้ป่วย 153 คนหลังกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันครั้งแรก พบผู้เสียชีวิต 6 คนในกลุ่มอาร์จินีน และไม่มีในกลุ่มยาหลอก จนต้องหยุดรับผู้เข้าร่วม ขนาดในงานมากกว่าในแคปซูลราว 49 เท่า (คำนวณ) งานรวม 22 งานทดลองพบว่าอาร์จินีนลดความดันได้ และขนาดที่เห็นผลต่อความดันตัวบนคือวันละ 4 กรัมขึ้นไป (ราว 22 เท่าของแคปซูล คำนวณ) ศูนย์มะเร็งเมโมเรียลสโลนเคทเทอริง (MSKCC) ระบุว่าอาร์จินีนอาจเสริมฤทธิ์ยาลดความดัน ผู้ที่ใช้ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ (ไนเตรต) ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผงบร็อคโคลี 50 มก. (100 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานทดลองในผู้ใหญ่ที่เป็นหอบหืดและแพ้สารก่อภูมิแพ้ในบ้าน 40 คน (ตีพิมพ์ปี 2559) ให้กินยอดบร็อคโคลีสดวันละ 100 กรัม นาน 3 วัน แม้สารซัลโฟราเฟนในเลือดเพิ่มขึ้น แต่ไม่พบว่าอาการ การอักเสบของหลอดลม หรือสมรรถภาพปอดดีขึ้น งานใช้ยอดสด ส่วนฉลากเป็นผงแห้งและไม่ระบุซัลโฟราเฟน จึงเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้
  • สารสกัดขิง 50 มก. (100 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — MSKCC ระบุให้ระวังขิงเสริมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ผู้สูงอายุที่ใช้ยาเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
  • ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
  • ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
  • กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
  • สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน โรคตับ หรือนิ่วในถุงน้ำดี: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: ควรเลี่ยง
  • กลืนลำบาก: แคปซูลเป็นเจลาติน ผู้ที่กลืนแคปซูลลำบากหรือสำลักบ่อย ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาทาหรือยากินสเตียรอยด์ ยาพ่นจมูก ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ ยาความดัน ยาโรคหัวใจ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาแก้แพ้ ยาทา ยาพ่นหอบหืด ยาที่แพทย์สั่ง อะดรีนาลีน หรือวัคซีนตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
  • หายใจเร็วมาก หรือหายใจลำบาก อาจมีเสียงหวีดมาก หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
  • คอแน่น หรือกลืนลำบาก
  • ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
  • สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
  • เป็นลมหมดสติและปลุกไม่ตื่น
  • หอบหืดกำเริบ แล้วรู้สึกแย่ลงเมื่อใดก็ตาม
  • หอบหืดกำเริบ ใช้ยาพ่นบรรเทาอาการถึงขนาดสูงสุดตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น
  • หอบหืดกำเริบ และไม่มียาพ่นบรรเทาอาการอยู่กับตัว
  • ผื่นลามไปทั่วตัว หรือผื่นวงกลมที่ตรงกลางสีเข้มขอบนอกสีจาง หลังเริ่มยาใหม่หรือหลังติดเชื้อ
  • มีผื่นที่ผิวเจ็บ บวม พอง หรือลอก
  • ปาก หน้า ริมฝีปาก ลิ้น คอ หรือตา บวมหรือเจ็บ

รายการข้างต้นมาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุฉุกเฉิน ได้แก่ หน้าแพ้รุนแรง (ทบทวน 21 มิ.ย. 2566) ลมพิษ (ทบทวน 26 เม.ย. 2567) ภาวะบวมใต้ผิวหนัง (ทบทวน 25 ส.ค. 2569) หอบหืด (ทบทวน 7 เม.ย. 2568) และกลุ่มอาการสตีเวนส์-จอห์นสัน (ทบทวน 4 มี.ค. 2569)

ระหว่างรอรถพยาบาล หน้าแพ้รุนแรงของ NHS ให้ใช้ปากกาฉีดอะดรีนาลีนถ้ามี แล้วโทรเรียกรถพยาบาล ให้นอนราบ ยกขาได้ ถ้าหายใจลำบากให้ยกไหล่ขึ้นหรือค่อย ๆ ลุกนั่ง (หญิงตั้งครรภ์ให้นอนตะแคงซ้าย) ห้ามลุกยืนหรือเดินเลยแม้จะรู้สึกดีขึ้น ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหลัง 5 นาทีให้ใช้ปากกาอันที่ 2 หน้าหอบหืด ภาวะบวมใต้ผิวหนัง และกลุ่มอาการสตีเวนส์-จอห์นสันของ NHS ระบุว่าห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง คำแนะนำของบทความ: ห้ามกินยาแก้แพ้แล้วรอดูอาการแทนการโทร 1669

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta X Plus ของแบรนด์ Hopeful พื้นกล่องสีเขียวมิ้นต์

Beta X Plusเบต้าเอ็กซ์พลัส

เลข อย. 10-1-15662-5-0098

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →

คำถามที่พบบ่อย

ผู้สูงอายุเป็นหอบหืดได้ไหม

ได้ NHS ระบุว่าหอบหืดมักเริ่มในเด็กแต่เกิดได้ทุกวัย บทความทบทวนปี 2566 ระบุว่าหอบหืดในผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไปพบได้ไม่น้อย มีทั้งคนที่เป็นมาตั้งแต่เด็กและคนที่เพิ่งเริ่มเป็นตอนอายุมาก

หอบหืดกับถุงลมโป่งพองต่างกันอย่างไร

อาการคล้ายกันมาก NHS ระบุว่าโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังพบบ่อยในผู้สูงอายุที่สูบบุหรี่ ไอมีเสมหะต่อเนื่องและเหนื่อยเวลาออกแรง ส่วนหอบหืดอาการมักเป็น ๆ หาย ๆ แต่ในผู้สูงอายุสองโรคอาจซ้อนกันได้ ต้องให้แพทย์ตรวจสมรรถภาพปอดเพื่อแยก

หอบเหนื่อยเวลานอนราบเป็นหอบหืดหรือโรคหัวใจ

แยกเองไม่ได้ NHS ระบุว่าเหนื่อยเวลานอนราบ ขาบวม น้ำหนักขึ้นเร็ว และไอมีเสมหะสีชมพูเป็นฟอง เป็นอาการของหัวใจล้มเหลวที่ควรไปพบแพทย์โดยด่วน ถ้าหายใจลำบากมากจนพูดไม่เป็นคำ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

คนเป็นหอบหืดกินยาแก้ปวดได้ไหม

ต้องถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อน NHS ระบุว่าแอสไพริน ไอบูโพรเฟน และยากลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์กระตุ้นหอบหืดได้ในบางคน แต่ห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง เช่น แอสไพรินขนาดต่ำของโรคหัวใจ

ผู้สูงอายุเป็นหอบหืดควรฉีดวัคซีนอะไร

แนวทางโรคหืดของไทยปี 2568 แนะนำวัคซีนไข้หวัดใหญ่ นิวโมคอคคัส อาร์เอสวี ไอกรน โควิด-19 และงูสวัดในผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป ชนิดวัคซีนและสิทธิฉีดฟรีให้สอบถามโรงพยาบาล สปสช. 1330 หรือกรมควบคุมโรค 1422

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท