บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta X Plus

ฝุ่น PM2.5 อาการเป็นอย่างไร ทำร้ายจมูก ปอด หัวใจ อย่างไร ใครเสี่ยง

คำตอบสั้น: PM2.5 คือฝุ่นละอองที่มีขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐ (EPA) ระบุว่าเส้นผมคนเฉลี่ยใหญ่กว่าฝุ่นขนาดนี้ราว 30 เท่า และฝุ่นขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอนบางส่วนเข้าลึกถึงปอดและบางส่วนอาจเข้ากระแสเลือดได้ อาการระยะสั้นที่แหล่งระบุ เช่น ระคายตา จมูก คอ ไอ หายใจลำบาก ระยะยาวองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าฝุ่นละเอียดในอากาศก่อโรคหัวใจหลอดเลือด โรคทางเดินหายใจ และมะเร็ง กลุ่มเสี่ยงตามกรมอนามัย คือ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว เช่น หอบหืด ภูมิแพ้ โรคหัวใจ ให้เช็กค่าฝุ่นทุกเช้า และปฏิบัติตัวตามระดับสีของดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ที่กรมควบคุมมลพิษกำหนด

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • PM2.5 เล็กราว 1 ใน 25 ถึง 1 ใน 30 ของเส้นผม (กรมอนามัย และ EPA ใช้ตัวเลขต่างกันเล็กน้อย)
  • อาการระยะสั้น ระคายตา จมูก คอ ไอ หายใจมีเสียงหวีด หายใจลำบาก
  • ระยะยาว เกี่ยวกับโรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง ปอดอุดกั้นเรื้อรัง และมะเร็งปอด (WHO)
  • กลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้เป็นหอบหืด ภูมิแพ้ โรคหัวใจ และคนทำงานกลางแจ้ง
  • ค่ามาตรฐานใหม่ PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2566
  • ดูสี AQI ทุกเช้า ฟ้า เขียว เหลือง ส้ม แดง แล้วปรับกิจกรรมตามคำแนะนำของกรมควบคุมมลพิษ

PM2.5 คืออะไร เล็กแค่ไหน

EPA (หน้า Particulate Matter Basics ปรับปรุง 18 ก.ย. 2569) อธิบายว่า PM คือส่วนผสมของอนุภาคของแข็งและหยดของเหลวเล็ก ๆ ในอากาศ ส่วน PM2.5 คืออนุภาคละเอียดที่สูดเข้าไปได้ ขนาดโดยทั่วไปไม่เกิน 2.5 ไมโครเมตร (ไมครอน) EPA เทียบว่าเส้นผมคนเฉลี่ยกว้างราว 70 ไมโครเมตร ใหญ่กว่าอนุภาคละเอียดที่ใหญ่ราว 30 เท่า

คู่มือของกรมอนามัย (ธ.ค. 2563) ใช้ตัวเลขว่า PM2.5 เล็กประมาณ 1 ใน 25 ส่วนของเส้นผม ขนจมูกกรองไม่ได้ ลอยในอากาศได้นานและไกลถึง 1,000 กิโลเมตร และอาจมีสารพิษเกาะมาด้วย สองแหล่งใช้ตัวเลขเทียบเส้นผมต่างกันเล็กน้อย แต่ตรงกันว่าฝุ่นนี้เล็กมากจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น

ทำไมเข้าลึกได้ EPA ระบุว่าอนุภาคที่เล็กกว่า 10 ไมโครเมตรบางส่วนเข้าไปลึกในปอดได้ และบางส่วนอาจเข้าสู่กระแสเลือด และในกลุ่มนี้ อนุภาคที่เล็กกว่า 2.5 ไมโครเมตร (PM2.5) เป็นกลุ่มที่ EPA ระบุว่าเสี่ยงต่อสุขภาพมากกว่าขนาดอื่น แหล่งที่เราเปิดอ่านใช้คำว่า "ลึกในปอด" โดยไม่ได้ลงรายละเอียดถึงถุงลมปอด จึงไม่เขียนเกินกว่านั้น

PM2.5 เกิดจากอะไร

คู่มือกรมอนามัย (ธ.ค. 2563) แบ่งสาเหตุเป็นสองกลุ่ม

ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ (สภาพอากาศ)

  • อากาศเย็นและแห้ง ความกดอากาศสูง
  • อากาศนิ่ง ฝุ่นไม่กระจายและแขวนลอยได้นาน โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว

ปัจจัยที่ควบคุมได้ (กิจกรรมของคน)

  • การเผาในที่โล่ง เช่น เผาเศษวัสดุการเกษตร เผาขยะ
  • การจราจร และเครื่องยนต์ที่เผาไหม้ไม่สมบูรณ์
  • การเผาไหม้เชื้อเพลิงในอุตสาหกรรม และการก่อสร้าง
  • กิจกรรมในบ้าน เช่น จุดเตาถ่าน ปิ้งย่างอาหาร จุดธูป

คู่มือระบุว่าภาคเหนือมีปัญหาจากไฟป่าและการเผาในที่โล่ง ร่วมกับภูมิประเทศที่เป็นแอ่งกระทะ ส่วนกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่มีแหล่งหลักจากรถยนต์บนท้องถนนและการก่อสร้าง

ฝุ่น PM2.5 อาการระยะสั้นเป็นอย่างไร

อาการที่แหล่งของ EPA ระบุ

  • ระคายเคืองตา จมูก คอ และปอด (เอกสาร EPA เรื่องควันไฟป่า มิ.ย. 2569)
  • แสบตา น้ำมูกไหล (หน้า EPA เรื่องไฟป่ากับคุณภาพอากาศในบ้าน ปรับปรุง 2 ก.ย. 2569)
  • ไอ หายใจมีเสียงหวีด หรือหายใจลำบาก (เอกสาร EPA เรื่องควันไฟป่า)
  • ทางเดินหายใจระคายเคือง ไอ หรือหายใจลำบาก (หน้า EPA เรื่องผลของฝุ่นละอองต่อสุขภาพ ปรับปรุง 5 พ.ค. 2569)

สองหน้าแรกเป็นเรื่องควันไฟป่า ซึ่ง EPA ระบุว่าภัยต่อสุขภาพหลักมาจากอนุภาคละเอียดในควัน

อาการที่หน่วยงานไทยให้เฝ้าสังเกต ข้อควรปฏิบัติในประกาศกรมควบคุมมลพิษ เรื่อง ดัชนีคุณภาพอากาศของประเทศไทย พ.ศ. 2566 (ราชกิจจานุเบกษา 3 ก.ค. 2566) ระดับสีเขียว ให้กลุ่มเสี่ยงสังเกตอาการ เช่น ไอบ่อย หายใจลำบาก หายใจถี่ หายใจไม่ออก หายใจมีเสียงวี้ด แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก ใจสั่น คลื่นไส้ เมื่อยล้าผิดปกติ หรือวิงเวียนศีรษะ และในระดับสีส้มให้ประชาชนทั่วไปสังเกตอาการ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา

เรื่องผื่นผิวหนัง กรมอนามัย (ข่าว 22 มี.ค. 2567) ระบุว่าเฝ้าระวังผลกระทบจากหมอกควันใน 4 กลุ่มโรค คือ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคทางเดินหายใจ โรคผิวหนังอักเสบ และโรคเยื่อบุตาขาวอักเสบ ข้อนี้เป็นการเฝ้าระวังโรค แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้อธิบายว่าฝุ่นทำให้เกิดผื่นอย่างไร จึงไม่อธิบายเกินกว่านี้ อ่านเรื่องเจ็บคอ ปวดหัว และแสบจมูกช่วงฝุ่นหนักได้ที่ ฝุ่น PM2.5 ทำให้เจ็บคอ ปวดหัวได้ไหม

PM2.5 ทำร้ายปอด หัวใจ และหลอดเลือดในระยะยาวอย่างไร

ข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO fact sheet 24 ต.ค. 2567)

  • มลพิษอากาศภายนอกอาคารคาดว่าทำให้มีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร 4.2 ล้านคนทั่วโลกในปี 2562 และ WHO ระบุว่าการเสียชีวิตนี้มาจากการสัมผัสฝุ่นละเอียด ซึ่งก่อโรคหัวใจหลอดเลือด โรคทางเดินหายใจ และมะเร็ง
  • ในจำนวนนี้ ราวร้อยละ 68 มาจากโรคหัวใจขาดเลือดและโรคหลอดเลือดสมอง ร้อยละ 14 จากโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ร้อยละ 14 จากการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างเฉียบพลัน และร้อยละ 4 จากมะเร็งปอด
  • ราวร้อยละ 89 ของผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรอยู่ในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง และภาระหนักอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิกตะวันตกของ WHO

ตัวเลขของ WHO เป็นค่าประมาณจากแบบจำลองระดับโลก ไม่ใช่การนับผู้ป่วยรายบุคคล

ปัญหาสุขภาพที่ EPA ระบุว่างานวิจัยจำนวนมากพบความเชื่อมโยงกับการสัมผัสฝุ่นละออง

  • การเสียชีวิตก่อนวัยอันควรในผู้เป็นโรคหัวใจหรือโรคปอด
  • หัวใจขาดเลือดเฉียบพลันที่ไม่ถึงแก่ชีวิต
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • หอบหืดกำเริบ
  • สมรรถภาพปอดลดลง
  • อาการทางเดินหายใจมากขึ้น เช่น ระคายเคือง ไอ หายใจลำบาก

EPA ใช้คำว่า "เชื่อมโยง" (linked) และไม่ได้ระบุในหน้านี้ว่าแต่ละข้อพิสูจน์เหตุและผลแล้วหรือยัง เรื่องมะเร็ง คู่มือกรมอนามัย (ธ.ค. 2563) ระบุว่าสำนักงานวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ (IARC) กำหนดให้ฝุ่นละอองเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1

ใครเสี่ยงต่อฝุ่น PM2.5 มากกว่าคนทั่วไป

กรมอนามัย (ข่าว 21 พ.ย. 2566) ระบุกลุ่มเสี่ยงว่า ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว เช่น หอบหืด ภูมิแพ้ เยื่อบุตาอักเสบ หัวใจและหลอดเลือด รวมถึงคนทำงานกลางแจ้ง เช่น ตำรวจจราจร แม่ค้าริมถนน พนักงานกวาดถนน คนขับรถรับจ้าง พนักงานส่งอาหาร และผู้ที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง

EPA ระบุว่าผู้เป็นโรคหัวใจหรือโรคปอด เด็ก ผู้สูงอายุ และกลุ่มที่มีฐานะทางเศรษฐกิจสังคมต่ำ มีโอกาสได้รับผลกระทบมากกว่าคนทั่วไป เพราะร่างกายไวกว่า หรือสัมผัสฝุ่นมากกว่า รายละเอียดของแต่ละกลุ่มอ่านได้ที่ ฝุ่น PM2.5 อันตรายแค่ไหนกับกลุ่มเสี่ยง

อ่านค่า AQI อย่างไร และปฏิบัติตัวตามระดับสีอย่างไร

ค่ามาตรฐานใหม่ รายงานประจำปี 2566 ของกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ระบุว่าประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (23 มิ.ย. 2565) กำหนดให้ PM2.5 เฉลี่ยใน 24 ชั่วโมงต้องไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2566 คพ. จึงออกประกาศดัชนีคุณภาพอากาศของประเทศไทย พ.ศ. 2566 (ลงราชกิจจานุเบกษา 3 ก.ค. 2566) ยังใช้ 5 สีเหมือนเดิม และ AQI 100 เทียบเท่าค่ามาตรฐาน

ระดับ AQI และค่า PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง (มคก./ลบ.ม.) ตามประกาศ คพ. 2566 พร้อมข้อควรปฏิบัติตามตารางที่ 1 ของประกาศฉบับเดียวกัน (ราชกิจจานุเบกษา 3 ก.ค. 2566)

  • AQI 0–25 สีฟ้า คุณภาพอากาศดีมาก (PM2.5 0–15.0): ประชาชนทุกคนดำเนินชีวิตได้ตามปกติ
  • AQI 26–50 สีเขียว คุณภาพอากาศดี (PM2.5 15.1–25.0): ประชาชนทั่วไปทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ กลุ่มเสี่ยงให้สังเกตอาการผิดปกติ
  • AQI 51–100 สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง (PM2.5 25.1–37.5): ประชาชนทั่วไปลดระยะเวลาทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก กลุ่มเสี่ยงใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร ลดกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ถ้ามีอาการผิดปกติให้รีบปรึกษาแพทย์
  • AQI 101–200 สีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (PM2.5 37.6–75.0): ประชาชนทั่วไปใช้หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร จำกัดเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก สังเกตอาการ กลุ่มเสี่ยงใช้หน้ากากทุกครั้ง เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ทำตามคำแนะนำของแพทย์ ถ้ามีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์
  • AQI 201 ขึ้นไป สีแดง มีผลกระทบต่อสุขภาพ (PM2.5 75.1 ขึ้นไป): ประชาชนทุกคนงดกิจกรรมกลางแจ้ง ถ้าจำเป็นให้ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองทุกครั้ง ถ้ามีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ ผู้มีโรคประจำตัวให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยจากมลพิษ เตรียมยาและอุปกรณ์ให้พร้อม และทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ประกาศฉบับนี้นิยาม "ประชาชนกลุ่มเสี่ยง" เช่น ผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป เด็กเล็กอายุไม่เกิน 5 ปี หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด และโรคระบบทางเดินหายใจ

ข้อสังเกต ระดับสีเหลือง (PM2.5 25.1–37.5) ยังไม่เกินค่ามาตรฐาน แต่ คพ. ให้กลุ่มเสี่ยงเริ่มใช้หน้ากากแล้ว ส่วนตัวเลขสีในเอกสารรุ่นเก่าก่อน 1 มิ.ย. 2566 (เช่น สีส้มเริ่มที่ 51) ใช้ไม่ได้แล้ว คพ. ระบุว่าการปรับครั้งนี้ใช้แนวทางและเป้าหมายระหว่างทางขององค์การอนามัยโลกเป็นช่วงแบ่งระดับ

ดูค่าฝุ่น PM2.5 วันนี้ได้ที่ไหน

กรมอนามัย (21 พ.ย. 2566) แนะนำให้เช็กค่าฝุ่นเป็นกิจวัตรทุกเช้า ผ่าน

  • เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน Air4Thai ของกรมควบคุมมลพิษ
  • เว็บไซต์ airbkk.com (กรุงเทพมหานคร)
  • แอปพลิเคชัน Life Dee
  • สายด่วนกรมอนามัย 1478 สำหรับสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

อาการแบบไหนต้องพบแพทย์ กรมอนามัย (22 มี.ค. 2567) ระบุว่าถ้ามีอาการไอบ่อย หายใจลำบาก หายใจถี่ เจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก หรือเมื่อยล้าผิดปกติ ให้รีบแจ้งคนใกล้ชิด และไปพบแพทย์ทันที ถ้าอาการรุนแรงตามรายการท้ายบทความ เช่น เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที หรือหายใจลำบากมากจนพูดไม่เป็นคำ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ผู้เป็นหอบหืดให้ใช้ยาตามแผนของแพทย์ และรู้จัก สัญญาณหอบหืดกำเริบ ห้ามหยุดหรือลดยาพ่นเอง

การลดการสูดฝุ่น กรมอนามัยระบุว่าวิธีป้องกันหลักคือหลีกเลี่ยงการสูดฝุ่นเข้าสู่ร่างกาย ถ้าเลี่ยงไม่ได้ให้ใช้หน้ากากที่เหมาะสม อ่านวิธีเลือกได้ที่ หน้ากากแบบไหนกัน PM2.5 ได้ และเรื่องเครื่องฟอกอากาศได้ที่ เครื่องฟอกอากาศกับภูมิแพ้

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)

เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก. · แคปซูลเป็นเจลาติน (ฉลากไม่ระบุว่าทำจากสัตว์ชนิดใด)

ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม

คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

เรื่องฝุ่น PM2.5: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ป้องกันหรือลดผลของฝุ่น PM2.5 ต่อจมูก ปอด หรือหัวใจ ไม่ได้ขับหรือล้างฝุ่นออกจากร่างกาย และไม่ใช้แทนการเลี่ยงฝุ่น หน้ากาก เครื่องฟอกอากาศ หรือยาที่แพทย์สั่ง ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง

ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้

  • แอล-ซิสเทอีน 100 มก. ต่อแคปซูล (200 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — เราไม่พบงานวิจัยแบบสุ่มที่ให้แอล-ซิสเทอีนเดี่ยว ๆ แล้ววัดผลเรื่องฝุ่น ปอด หรือทางเดินหายใจ งานที่คนมักยกมาเป็นของ NAC (เอ็น-อะเซทิลซิสเทอีน) ซึ่งเป็นยาละลายเสมหะ เช่น งานในผู้สูงอายุที่ใช้ NAC 1,200 มก. ต่อวัน ซิสเทอีนในแคปซูลเป็นคนละสาร จึงนำผลของ NAC มาใช้แทนไม่ได้
  • ผงบร็อคโคลี 50 มก. ต่อแคปซูล (100 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — ฉลากไม่ระบุว่าเป็นผงจากต้นหรือยอดอ่อน และไม่ระบุปริมาณซัลโฟราเฟน งานในผู้ใหญ่หอบหืด 40 คน (ตีพิมพ์ปี 2559) ให้กินยอดบร็อคโคลีสด 100 กรัมต่อวัน นาน 3 วัน พบว่าไม่ลดการอักเสบของหลอดลม และอาการกับสมรรถภาพปอดไม่ดีขึ้น ปริมาณในงานมากกว่าในแคปซูลราว 1,000 เท่าโดยน้ำหนัก (คำนวณ — ของสดกับผงแห้งเทียบตรงกันไม่ได้)

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
  • ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ (เช่น ยาอมใต้ลิ้น) ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
  • ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
  • กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
  • สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน โรคตับ หรือนิ่วในถุงน้ำดี: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: ควรเลี่ยง (คำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบบนฉลาก ไม่ใช่คำเตือนบนฉลาก)

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาโรคหัวใจ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ใช้แทนหน้ากาก การหลีกเลี่ยงฝุ่น การงดอาหารที่แพ้ ยาที่แพทย์สั่ง หรืออะดรีนาลีน

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
  • เจ็บหน้าอกแบบแน่น ๆ หรือเหมือนถูกบีบ
  • เจ็บหน้าอกที่ร้าวไปแขน คอ หรือกราม
  • หายใจลำบากมาก หอบ สำลัก หรือพูดไม่เป็นคำ
  • ไอเป็นเลือด
  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
  • คอแน่น หรือกลืนลำบาก
  • ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีซีด สีออกน้ำเงิน หรือเทา
  • สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
  • เป็นลม หรือหมดสติและไม่ตอบสนองตามปกติ
  • หอบหืดกำเริบ แล้วใช้ยาพ่นบรรเทาอาการตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง
  • หอบหืดกำเริบ และไม่มียาพ่นบรรเทาอาการอยู่กับตัว
  • หน้าเบี้ยว แขนอ่อนแรงข้างเดียว หรือพูดไม่ชัด แม้อาการจะหายไปเองแล้ว

รายการข้างต้นมาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุให้โทร 999 ได้แก่ หน้าไข้หวัดใหญ่ (ทบทวน 3 ก.พ. 2569) หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (ทบทวน 31 มี.ค. 2569) แพ้อาหาร (ทบทวน 20 ส.ค. 2569) หอบหืด (ทบทวน 7 เม.ย. 2568) และอาการโรคหลอดเลือดสมอง (ทบทวน 12 ก.ย. 2567) NHS ระบุว่าห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง และผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนให้ใช้ทันทีเมื่อแพ้รุนแรง แล้วโทรเรียกรถพยาบาลแม้จะดูดีขึ้น

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta X Plus ของแบรนด์ Hopeful พื้นกล่องสีเขียวมิ้นต์

Beta X Plusเบต้าเอ็กซ์พลัส

เลข อย. 10-1-15662-5-0098

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →

คำถามที่พบบ่อย

PM2.5 คืออะไร เล็กแค่ไหน

PM2.5 คือฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน EPA ระบุว่าเส้นผมคนเฉลี่ยใหญ่กว่าราว 30 เท่า ส่วนคู่มือกรมอนามัยระบุว่าเล็กประมาณ 1 ใน 25 ของเส้นผม และขนจมูกกรองไม่ได้

ฝุ่น PM2.5 อาการเป็นอย่างไร

แหล่งของ EPA ระบุอาการ เช่น ระคายเคืองตา จมูก คอ แสบตา น้ำมูกไหล ไอ หายใจมีเสียงหวีด หรือหายใจลำบาก กรมอนามัยให้รีบไปพบแพทย์ทันทีถ้าไอบ่อย หายใจลำบาก หายใจถี่ เจ็บหรือแน่นหน้าอก หรือเมื่อยล้าผิดปกติ

PM2.5 ส่งผลต่อหัวใจอย่างไร

WHO ระบุว่าในปี 2562 การเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากมลพิษอากาศภายนอกราวร้อยละ 68 มาจากโรคหัวใจขาดเลือดและโรคหลอดเลือดสมอง EPA ระบุว่างานวิจัยเชื่อมโยงฝุ่นกับหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและหัวใจเต้นผิดจังหวะ

ค่า AQI สีไหนต้องระวัง

ตามเกณฑ์กรมควบคุมมลพิษ 2566 สีเหลือง (AQI 51–100) ให้กลุ่มเสี่ยงใช้หน้ากากเมื่อออกนอกอาคาร สีส้ม (101–200) ให้ทุกคนใช้หน้ากากและจำกัดกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก สีแดง (201 ขึ้นไป) ให้งดกิจกรรมกลางแจ้ง

ค่ามาตรฐาน PM2.5 ของไทยเท่าไร

ตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2566 ค่าเฉลี่ย PM2.5 ใน 24 ชั่วโมงต้องไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่รายงานประจำปี 2566 ของกรมควบคุมมลพิษอ้างถึง

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท