บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta X Plus

หอบหืดกำเริบเฉียบพลัน อาการหนักแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที

คำตอบสั้น: หอบหืดกำเริบคือภาวะที่อาการรุนแรงและหายใจลำบาก NHS ระบุว่าอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ให้นั่งตัวตรง ใช้ยาพ่นบรรเทาอาการตามแผนที่แพทย์ให้ และไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้าแย่ลงเมื่อไรก็ตาม ใช้ยาครบขนาดสูงสุดตามแผนแล้วไม่ดีขึ้น หรือไม่มียาพ่นอยู่กับตัว MedlinePlus ระบุสัญญาณอันตรายที่ต้องเรียกรถฉุกเฉินทันที ได้แก่ เดินหรือพูดลำบากเพราะหายใจยากมาก ต้องนั่งงอตัว ริมฝีปากหรือเล็บเป็นสีออกน้ำเงินหรือเทา และสับสนหรือตอบสนองน้อยลง หลังหายแล้ว NHS ให้พบแพทย์ภายใน 2 วันเพื่อทบทวนการรักษา

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • นั่งตัวตรง ตั้งสติ ใช้ยาพ่นบรรเทาอาการตามแผน ตามคำแนะนำของ NHS
  • โทร 1669 ทันที ถ้าแย่ลง ยาครบขนาดสูงสุดแล้วไม่ดีขึ้น หรือไม่มียาพ่น
  • สัญญาณอันตราย: พูดหรือเดินลำบาก นั่งงอตัว ริมฝีปากหรือเล็บสีออกน้ำเงินหรือเทา สับสน ง่วงซึม
  • ห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง ตามที่ NHS ระบุ
  • สิ่งกระตุ้นที่พบบ่อย ได้แก่ หวัดและไข้หวัดใหญ่ ควัน มลพิษทางอากาศ สารก่อภูมิแพ้ อากาศเย็น และการหยุดยาควบคุมเอง
  • หลังกำเริบต้องกลับไปพบแพทย์ เพื่อทบทวนและปรับยาควบคุม

หอบหืดกำเริบ อาการเป็นอย่างไร

อาการเดิมของหอบหืดแย่ลงมาก NHLBI (หน้า Asthma Attack ปรับปรุง 17 เม.ย. 2567) ระบุว่าหอบกำเริบเกิดเมื่อหลอดลมบวมหรือหดตัวจนตีบ หายใจลำบากขึ้น อาการอาจเกิดเร็วหรือค่อยเป็นค่อยไป บางคนเริ่มด้วยอาการไอ แน่นหน้าอกเหมือนมีอะไรกดทับ บางคนบอกว่ารู้สึกเหมือนหายใจผ่านหลอดดูด อาจหวีดหรือรู้สึกหวิว ๆ MedlinePlus (หน้า Asthma) ระบุว่าหอบกำเริบอาจนานเป็นนาทีจนถึงหลายวัน และอาจอันตรายถ้าลมผ่านหลอดลมถูกกั้นอย่างรุนแรง

สัญญาณเตือนล่วงหน้า MedlinePlus (หน้า Signs of an asthma attack ทบทวน 14 ม.ค. 2569) ระบุว่าก่อนหอบกำเริบ อาจมีสัญญาณเตือนล่วงหน้า และนอกจากอาการหลักของหอบหืด (ไอ หวีด หายใจลำบาก แน่นหน้าอก) ยังระบุสัญญาณเตือนอื่น ได้แก่ หงุดหงิดง่าย หรือรู้สึกกระวนกระวาย NHLBI (หน้า Asthma Symptoms) ระบุสัญญาณว่าหอบหืดอาจแย่ลง ได้แก่ มีอาการบ่อยหรือหนักกว่าเดิม ต้องใช้ยาบรรเทาอาการบ่อยขึ้น ตื่นกลางดึกเพราะไอหรือหอบ และทำกิจกรรมปกติไม่ได้

อาการหนักแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที

มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • หอบกำเริบ แล้วรู้สึกแย่ลงเมื่อไรก็ตาม (NHS)
  • ใช้ยาพ่นบรรเทาอาการครบขนาดสูงสุดตามแผนแล้วไม่ดีขึ้น (NHS)
  • หอบกำเริบ และไม่มียาพ่นอยู่กับตัว (NHS)
  • เดินหรือพูดลำบากเพราะหายใจยากมาก (MedlinePlus)
  • ต้องนั่งงอตัวโน้มไปข้างหน้า (MedlinePlus)
  • ริมฝีปากหรือเล็บเป็นสีออกน้ำเงินหรือเทา (MedlinePlus)
  • สับสน หรือตอบสนองน้อยกว่าปกติ (MedlinePlus)
  • ง่วงซึม (MedlinePlus หน้า Asthma)
  • หายใจเหนื่อยรุนแรงแม้อยู่เฉย ๆ หรือหายใจลำบากมาก (MedlinePlus หน้า Asthma)
  • เจ็บหน้าอกรุนแรง (MedlinePlus หน้า Asthma)
  • ชีพจรเร็ว (MedlinePlus หน้า Asthma)
  • กังวลหรือตื่นตระหนกมากเพราะหายใจไม่ทัน (MedlinePlus หน้า Asthma)
  • หายใจหยุดเป็นช่วง ๆ (MedlinePlus หน้า Asthma จัดเป็นอาการฉุกเฉินที่ต้องได้รับการช่วยเหลือทางการแพทย์โดยเร็ว)
  • ค่าการเป่าลมสูงสุดต่ำกว่าร้อยละ 50 ของค่าดีที่ตัวเองเคยทำได้ (MedlinePlus หน้า Asthma)

ข้อมูลจาก NHS (หน้า Asthma ทบทวน 7 เม.ย. 2568) และ MedlinePlus (หน้า Signs of an asthma attack ทบทวน 14 ม.ค. 2569 และหน้า Asthma ทบทวน 1 ม.ค. 2568) ซึ่งให้โทรเรียกรถฉุกเฉินหรือไปห้องฉุกเฉินทันที ในไทยใช้หมายเลข 1669 ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ NHLBI ระบุว่าให้โทรเรียกรถฉุกเฉินถ้ายาไม่บรรเทาอาการระหว่างหอบกำเริบ หรือยังหายใจลำบากมาก

ทำไมห้ามรอ NHS (หน้ายาสูดซาลบูทามอล) ระบุว่าหอบกำเริบแย่ลงได้เร็วมาก ส่วน TAC 2568 ระบุเกณฑ์ที่แพทย์ใช้ในห้องฉุกเฉินว่าหอบกำเริบรุนแรง ได้แก่ กระสับกระส่าย หายใจเร็วกว่า 30 ครั้งต่อนาที ต้องใช้กล้ามเนื้อช่วยหายใจ ชีพจรเร็วกว่า 120 ครั้งต่อนาที และระดับออกซิเจนในเลือดต่ำกว่าร้อยละ 90 และถ้าหลังรักษา 1 ชั่วโมงยังมีอาการซึม สับสน หายใจไม่อิ่ม หรือตัวเขียว ข้อใดข้อหนึ่ง แพทย์จะพิจารณารับไว้ในหอผู้ป่วยวิกฤต คำแนะนำของบทความ: ค่าเหล่านี้หลายข้อต้องวัดด้วยเครื่องมือในโรงพยาบาล เมื่อมีอาการตามรายการข้างต้น อย่ารอดูอาการเองที่บ้าน

ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง (MedlinePlus ให้ติดต่อแพทย์ทันที)

  • ต้องใช้ยามากกว่าที่แพทย์แนะนำ
  • เหนื่อยขณะพูด
  • ค่าการเป่าลมสูงสุดอยู่ที่ร้อยละ 50–80 ของค่าดีที่ตัวเองเคยทำได้

MedlinePlus หน้า Asthma จัด "อาการแย่ลงหรือไม่ดีขึ้นแม้ได้รับการรักษา" ไว้ในกลุ่มติดต่อแพทย์ทันที แต่ NHS ให้โทรเรียกรถฉุกเฉินเมื่อแย่ลงระหว่างหอบกำเริบ บทความนี้ยึดระดับที่เร็วกว่า จึงจัดไว้ในรายการ 1669

ระหว่างรอรถพยาบาล ต้องทำอะไร

ทำตามแผนที่แพทย์ให้ไว้ก่อนเสมอ NHS (หน้า Asthma) ระบุขั้นตอนดังนี้

  1. นั่งตัวตรง เพื่อช่วยการหายใจ และพยายามตั้งสติ
  2. ใช้ยาพ่นบรรเทาอาการ ถ้ามี NHS ระบุว่า สำหรับยาพ่นบรรเทาอาการชนิดขยายหลอดลมอย่างซาลบูทามอล ให้พ่น 1 ครั้งทุก 30–60 วินาทีจนรู้สึกดีขึ้น สูงสุด 10 ครั้ง เขย่ายาก่อนพ่นแต่ละครั้ง และใช้กระบอกต่อถ้ามี สำหรับยาสูดชนิด AIR หรือ MART ให้พ่น 1 ครั้งทุก 1–3 นาทีจนรู้สึกดีขึ้น สูงสุด 6 ครั้ง
  3. ถ้าแผนปฏิบัติตัวของแพทย์กำหนดขนาดสูงสุดไว้ต่างจากนี้ ให้ทำตามแผนของแพทย์
  4. โทร 1669 ถ้าแย่ลงเมื่อไรก็ตาม ใช้ยาครบขนาดสูงสุดแล้วไม่ดีขึ้น หรือไม่มียาพ่น
  5. NHS ระบุว่าถ้าผ่านไป 10 นาทีแล้วอาการไม่ดีขึ้นและรถพยาบาลยังไม่มา ให้ใช้ยาพ่นอีกครั้งในขนาดสูงสุดเท่าเดิม
  6. ห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง และเจ้าหน้าที่ที่รับสายจะให้คำแนะนำว่าต้องทำอะไร

ขนาดยาข้างต้นเป็นข้อความของ NHS สำหรับยาที่ใช้ในอังกฤษ ยาที่ผู้ป่วยไทยได้รับอาจต่างชนิดหรือต่างขนาด คำแนะนำของบทความ: ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรล่วงหน้าว่ายาของตัวเองใช้อย่างไรเมื่อหอบกำเริบ และจดไว้ในแผนปฏิบัติตัว

หอบกำเริบกับแพ้ยาพ่นรุนแรง ต่างกันอย่างไร

NHS (หน้ายาสูดซาลบูทามอลและเบโคลเมทาโซน) ระบุว่าแพ้ยาสูดรุนแรงพบได้น้อย และต่างจากหอบกำเริบ อาการแพ้รุนแรงที่ NHS ให้โทรเรียกรถฉุกเฉิน ได้แก่ ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นทันที หายใจเร็วมากหรือหายใจลำบาก คอแน่นหรือกลืนลำบาก ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด สับสนหรือง่วงซึมทันที และหมดสติ ทั้งสองภาวะให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 รายละเอียดยาพ่นแต่ละชนิดอ่านได้ที่ ยาพ่นหอบหืดมีกี่แบบ

แผนปฏิบัติตัวเมื่อหอบกำเริบ (asthma action plan) คืออะไร

คือแผนเป็นลายลักษณ์อักษรที่ทำร่วมกับแพทย์ MedlinePlus ระบุว่าแผนควรมีวิธีใช้ยาเมื่ออาการคงที่ รายการสิ่งกระตุ้นและวิธีหลีกเลี่ยง และวิธีสังเกตว่าหอบหืดแย่ลง ต้องทำอะไร และเมื่อไรต้องติดต่อแพทย์ NHLBI (หน้า Asthma Treatment and Action Plan) ระบุเพิ่มว่าแผนควรบอกวิธีรู้ว่ากำลังหอบกำเริบ ยาไหนใช้เมื่อไร เมื่อไรต้องโทรหาแพทย์หรือไปห้องฉุกเฉิน และใครคือผู้ติดต่อฉุกเฉิน

NHS ระบุว่าแผนนี้ต้องนำไปทุกครั้งที่นัดตรวจหอบหืด และควรตรวจติดตามอย่างน้อยปีละครั้งเพื่อทบทวนแผน MedlinePlus ระบุว่าเครื่องวัดค่าการเป่าลมสูงสุดช่วยให้เห็นว่าหอบกำเริบกำลังจะมา บางครั้งก่อนมีอาการ คำแนะนำของบทความ: ถ้ายังไม่มีแผนปฏิบัติตัว ให้ขอแพทย์ในนัดครั้งถัดไป และให้คนในบ้านรู้ว่าแผนเก็บไว้ที่ไหน

อะไรทำให้หอบหืดกำเริบเฉียบพลัน

สิ่งกระตุ้นที่แหล่งระบุ มีดังนี้

  • หวัด ไข้หวัดใหญ่ และการติดเชื้อทางเดินหายใจ: TAC 2568 ระบุว่าผู้ป่วยหืดที่ติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่ หรือไวรัส RSV เสี่ยงหืดกำเริบ ติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่าง ปอดอักเสบ หรือต้องนอนโรงพยาบาล TAC จึงแนะนำวัคซีน เช่น ไข้หวัดใหญ่ปีละ 1 ครั้ง นิวโมคอคคัส RSV ไอกรน และโควิด-19 และระบุว่าการฉีดวัคซีนลดอาการที่รุนแรงของโรคหอบหืดได้ กรมควบคุมโรค (ข่าว 25 ก.พ. 2568) จัดผู้ป่วยหอบหืดอยู่ในกลุ่มโรคเรื้อรังที่เป็นกลุ่มเสี่ยงของไข้หวัดใหญ่ เรื่องสิทธิวัคซีน ให้สอบถามโรงพยาบาลหรือสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 อาการไข้หวัดใหญ่ที่ต้องพบแพทย์อ่านได้ที่ ไข้หวัดใหญ่ อาการแบบไหนต้องไปหาหมอ
  • ฝุ่น PM2.5 และมลพิษ: NHS ระบุว่าระดับมลพิษทางอากาศสูงกระตุ้นอาการได้ กรมอนามัย (21 พ.ย. 2566) จัดผู้มีโรคหอบหืดเป็นกลุ่มเสี่ยงจาก PM2.5 ระบุว่าการป้องกันที่ดีคือเลี่ยงการสูดฝุ่น ให้เช็กค่าฝุ่นทุกเช้าทางแอป Air4Thai และระบุว่ากลุ่มเสี่ยงอย่างผู้ป่วยหอบหืดไม่แนะนำหน้ากาก N95 ให้ใช้หน้ากากอนามัยได้ สายด่วนกรมอนามัย 1478 อ่านเพิ่มที่ ฝุ่น PM2.5 กระทบสุขภาพอย่างไร
  • ควันบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า: MedlinePlus ระบุควันบุหรี่ในรายการสิ่งกระตุ้นที่พบบ่อย และระบุว่าคนในบ้านที่สูบนอกบ้านก็ยังนำควันติดเสื้อผ้าและผมเข้ามากระตุ้นอาการได้ TAC 2568 ให้ผู้ป่วยหยุดสูบทั้งบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า
  • สารก่อภูมิแพ้ อากาศเย็น และการออกแรง: NHS ระบุละอองเกสร ฝุ่น เชื้อรา สัตว์ อากาศเย็น และการออกกำลังกายเป็นตัวกระตุ้นได้
  • ยาบางตัว: NHS ระบุแอสไพริน ไอบูโพรเฟน และยาเบต้าบล็อกเกอร์ว่ากระตุ้นอาการได้ในบางคน

การหยุดยาควบคุมเอง NHS (หน้ายาสูดเบโคลเมทาโซน) ระบุว่าถ้าหยุดยาควบคุมกะทันหัน อาการหายใจอาจกลับมา ทั้งหวีด เหนื่อย แน่นหน้าอก และไอ ส่วน NHLBI จัด "ไม่ได้ใช้ยาสเตียรอยด์สูด" และ "ไม่ได้ทำตามแผนปฏิบัติตัวอย่างใกล้ชิด" ไว้ในกลุ่มที่ควรไปรับการดูแลทันทีเมื่อมีอาการ ห้ามหยุดยาควบคุมเอง แม้รู้สึกสบายดีหลายเดือน

ใครเสี่ยงหอบกำเริบรุนแรง ต้องระวังเป็นพิเศษ

NHLBI ระบุว่าควรไปรับการดูแลทันทีเมื่อมีอาการ ถ้าเป็นผู้ที่

  • เคยนอนโรงพยาบาลด้วยหอบหืดในปีที่ผ่านมา หรือเคยหอบกำเริบจนอันตรายถึงชีวิต
  • เพิ่งต้องใช้ยาสเตียรอยด์ชนิดกินเพื่อคุมหอบหืด
  • ไม่ได้ใช้ยาสเตียรอยด์สูด
  • ใช้ยาบรรเทาอาการชนิดออกฤทธิ์สั้นมากกว่า 1 หลอดต่อเดือน
  • มีปัญหาสุขภาพจิต หรือมีปัญหาการใช้สุราหรือสารเสพติด
  • ไม่ได้ทำตามแผนปฏิบัติตัวอย่างใกล้ชิด
  • แพ้อาหาร

TAC 2568 ระบุปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อหืดกำเริบในอนาคตคล้ายกัน เช่น เคยหอบกำเริบรุนแรงในปีที่ผ่านมา เคยใส่ท่อช่วยหายใจ สมรรถภาพปอดต่ำ และโรคร่วม เช่น จมูกอักเสบภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบเรื้อรัง กรดไหลย้อน ภาวะอ้วน ความเครียดและซึมเศร้า

หายจากหอบกำเริบแล้ว ต้องกลับไปพบแพทย์ไหม

ต้องไป แม้รู้สึกดีขึ้นแล้ว NHS ระบุว่าหลังหอบกำเริบและหายแล้ว ให้นัดพบแพทย์ด่วน ภายใน 2 วัน เพื่อคุยเรื่องการรักษาและรับคำแนะนำในการป้องกันการกำเริบครั้งต่อไป TAC 2568 ระบุว่าผู้ป่วยที่อาการดีขึ้นจนกลับบ้านได้จากห้องฉุกเฉิน ให้นัดติดตามที่คลินิกโรคหืดเพื่อพิจารณาเริ่มหรือปรับยาควบคุมโรค

คำแนะนำของบทความ: เมื่อไปพบแพทย์หลังกำเริบ ให้เล่าว่ากำเริบหลังเจออะไร ใช้ยาบรรเทาอาการไปกี่ครั้ง ช่วงก่อนหน้านั้นลืมใช้ยาควบคุมหรือไม่ และนำยาพ่นไปให้ดูวิธีพ่นด้วย อ่านวิธีพ่นยาได้ที่ ยาพ่นหอบหืดใช้ยังไงให้ยาเข้าปอด และอาการหอบหืดในผู้ใหญ่ที่ หอบหืดอาการเริ่มต้นในผู้ใหญ่

ความเชื่อที่พบบ่อย: หอบนิดหน่อย นอนพักเดี๋ยวก็หาย จริงไหม

อันตราย ถ้ามีสัญญาณข้างต้น NHLBI ระบุว่าบางครั้งคุมอาการได้ด้วยยาบรรเทาอาการอย่างเดียว แต่ถ้าหอบรุนแรง หรืออาการไม่หายไปเร็วหลังใช้ยาบรรเทาอาการ อาจต้องได้รับการดูแลทางการแพทย์ และควรใช้ยาบรรเทาอาการทันทีที่เริ่มมีอาการ NHS ระบุว่าการรักษาหอบหืดที่ถูกต้องลดความเสี่ยงของการกำเริบที่อันตรายถึงชีวิตได้ ส่วน MedlinePlus ระบุว่าหอบกำเริบรุนแรงต้องไปพบแพทย์ และอาจต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อให้ออกซิเจนและยาทางหลอดเลือดดำหรือเครื่องพ่นละออง

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)

เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก.

ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม

คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

เรื่องหอบหืดกำเริบ: ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่สิ่งที่ใช้แทนยาพ่นบรรเทาอาการ ยาสูดควบคุมอาการ อะดรีนาลีน หรือการไปโรงพยาบาล เมื่อหอบกำเริบ ให้ใช้ยาพ่นตามแผนของแพทย์และโทร 1669 ตามสัญญาณข้างต้น อย่าใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดแล้วรอดูอาการ ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้หอบกำเริบน้อยลงหรือรุนแรงน้อยลง และยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง

ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้

  • แอล-ซิสเทอีน 100 มก. (200 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — แอล-ซิสเทอีนไม่ใช่ NAC (เอ็น-อะเซทิลซิสเทอีน) ซึ่งเป็นยาละลายเสมหะ ไม่พบงานทดลองในคนที่ให้แอล-ซิสเทอีนเดี่ยว ๆ แล้ววัดผลเรื่องหอบหืด ไอ หรือหวัด งานของ NAC ในผู้สูงอายุที่อิตาลี 262 คน ใช้วันละ 1,200 มก. นาน 6 เดือน พบว่าอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ลดลง แต่ไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อ ผลนี้นำมาใช้กับแอล-ซิสเทอีนไม่ได้เพราะเป็นคนละสาร และเทียบปริมาณกันตรง ๆ ไม่ได้ MSKCC ระบุว่า NAC ร่วมกับยาไนโตรกลีเซอรีนอาจทำให้ปวดศีรษะรุนแรงหรือความดันลดลงมากขึ้น ซึ่งเป็นข้อมูลของ NAC ผู้ที่ใช้ยาขยายหลอดเลือดหัวใจจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. (40 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — หวัดและไข้หวัดใหญ่เป็นตัวกระตุ้นหอบกำเริบ แต่หลักฐานของเอลเดอร์เบอร์รี่เรื่องหวัดยังไม่แน่นอน งานในผู้โดยสารเครื่องบิน 312 คนใช้สารสกัดวันละ 600–900 มก. มากกว่าในแคปซูลราว 15–22.5 เท่า (คำนวณ) พบว่าจำนวนครั้งที่เป็นหวัดไม่ต่างกัน และได้ทุนจากบริษัทผู้ผลิต งานในห้องฉุกเฉินสหรัฐปี 2563 ไม่พบว่าลดระยะเวลาหรือความรุนแรงของไข้หวัดใหญ่ และงานทบทวนปี 2564 ระบุว่าอาจไม่ลดโอกาสเป็นหวัด ไม่พบงานเอลเดอร์เบอร์รี่กับหอบหืด วัคซีนตามคำแนะนำของ TAC และกรมควบคุมโรคจึงยังเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยหอบหืดควรปรึกษาแพทย์

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
  • ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
  • ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
  • กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
  • สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน โรคตับ หรือนิ่วในถุงน้ำดี: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: ควรเลี่ยง

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสูดหรือยาพ่นหอบหืดทั้งยาควบคุมและยาบรรเทาอาการ ยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาปฏิชีวนะ ยาความดัน และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช่สิ่งที่ใช้แทนยาพ่นหอบหืด ยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาที่แพทย์สั่ง อะดรีนาลีน หรือวัคซีนตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • หอบหืดกำเริบ แล้วรู้สึกแย่ลงเมื่อไรก็ตาม
  • หอบหืดกำเริบ แล้วใช้ยาพ่นบรรเทาอาการครบขนาดสูงสุดตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น
  • หอบหืดกำเริบ และไม่มียาพ่นบรรเทาอาการอยู่กับตัว
  • เดินหรือพูดลำบากเพราะหายใจยากมาก หรือต้องนั่งงอตัวโน้มไปข้างหน้าเพื่อหายใจ
  • หายใจเร็วมาก หายใจลำบากมาก หอบจนพูดไม่เป็นคำ หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
  • คอแน่น หรือกลืนลำบาก
  • ผิว ลิ้น ริมฝีปาก หรือเล็บ เปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
  • สับสนขึ้นมาทันที ง่วงซึม ตอบสนองน้อยกว่าปกติ หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
  • หมดสติและปลุกไม่ตื่น
  • เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
  • ไอเป็นเลือด

รายการข้างต้นมาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุฉุกเฉิน ได้แก่ หน้าหอบหืด (ทบทวน 7 เม.ย. 2568) แพ้รุนแรง (ทบทวน 21 มิ.ย. 2566) ไข้หวัดใหญ่ (ทบทวน 3 ก.พ. 2569) และปอดอักเสบ (ทบทวน 17 ก.ค. 2569) และหน้าสัญญาณหอบหืดกำเริบของ MedlinePlus (ทบทวน 14 ม.ค. 2569) ซึ่งให้โทรเรียกรถฉุกเฉินทันที ส่วนหน้าอาการไอของ NHS (ทบทวน 8 ธ.ค. 2566) จัดการไอเป็นเลือดไว้เป็นนัดพบแพทย์ด่วน บทความนี้ยึดระดับที่เร็วกว่า ระหว่างรอรถพยาบาล ให้ใช้ยาพ่นบรรเทาอาการตามแผนที่แพทย์ให้ไว้ ผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนตามที่แพทย์สั่ง ให้ใช้ตามแผนที่แพทย์ให้ไว้แล้วโทร 1669 และ NHS ระบุว่าห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta X Plus ของแบรนด์ Hopeful พื้นกล่องสีเขียวมิ้นต์

Beta X Plusเบต้าเอ็กซ์พลัส

เลข อย. 10-1-15662-5-0098

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →

คำถามที่พบบ่อย

หอบหืดอาการหนักเป็นอย่างไร

MedlinePlus ระบุสัญญาณอันตรายที่ต้องเรียกรถฉุกเฉินทันที ได้แก่ เดินหรือพูดลำบากเพราะหายใจยากมาก ต้องนั่งงอตัว ริมฝีปากหรือเล็บเป็นสีออกน้ำเงินหรือเทา และสับสนหรือตอบสนองน้อยกว่าปกติ มีข้อใดข้อหนึ่งให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

หอบหืดกำเริบ ต้องทำอย่างไร

NHS ให้นั่งตัวตรง ตั้งสติ และใช้ยาพ่นบรรเทาอาการตามแผนที่แพทย์ให้ ถ้าแย่ลงเมื่อไรก็ตาม ใช้ยาครบขนาดสูงสุดแล้วไม่ดีขึ้น หรือไม่มียาพ่น ให้โทร 1669 และห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง

หอบหืดเฉียบพลันเกิดจากอะไร

สิ่งกระตุ้นที่แหล่งระบุ ได้แก่ หวัดและไข้หวัดใหญ่ มลพิษทางอากาศรวมถึงฝุ่น PM2.5 ควันบุหรี่ สารก่อภูมิแพ้ อากาศเย็น การออกแรง ยาบางตัว และการหยุดยาควบคุมเอง

แผนปฏิบัติตัวเมื่อหอบกำเริบคืออะไร

คือแผนเป็นลายลักษณ์อักษรที่ทำร่วมกับแพทย์ บอกวิธีใช้ยาประจำ สิ่งกระตุ้นที่ต้องเลี่ยง วิธีสังเกตว่าอาการแย่ลง ยาที่ใช้เมื่อกำเริบ และเมื่อไรต้องไปห้องฉุกเฉิน NHS ให้นำแผนไปทุกครั้งที่นัดตรวจ

หายจากหอบกำเริบแล้ว ต้องไปหาหมอไหม

ต้องไป NHS ให้นัดพบแพทย์ด่วนภายใน 2 วันหลังหายจากหอบกำเริบ แม้รู้สึกดีขึ้นแล้ว เพื่อทบทวนการรักษา TAC 2568 ระบุให้นัดติดตามที่คลินิกโรคหืดเพื่อพิจารณาเริ่มหรือปรับยาควบคุม

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท