บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Oil

แพลนท์สเตอรอล กินวันละกี่กรัม ได้จากอาหารอะไร ต่างจากไฟโตสเตอรอลไหม

คำตอบสั้น: แพลนท์สเตอรอลและแพลนท์สตานอลเป็นสารจากพืชที่โครงสร้างคล้ายคอเลสเตอรอล เรียกรวมกันว่าไฟโตสเตอรอล งานวิจัยที่ลด LDL ได้ใช้ วันละ 1.5–3 กรัม กินพร้อมมื้ออาหาร ซึ่งลด LDL ได้ราวร้อยละ 7–12 แนวทางไทย พ.ศ. 2567 แนะนำแพลนท์สตานอลวันละ 2 กรัม เป็นส่วนเสริมของการปรับอาหาร อาหารปกติให้ได้เพียงราว 300 มก. ต่อวันในอาหารแบบตะวันตก และยังไม่มีการทดลองที่พิสูจน์ว่าลดหัวใจวายหรือสโตรกโดยตรง

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • แพลนท์สตานอลคือรูปอิ่มตัวของแพลนท์สเตอรอล ทั้งสองกลุ่มเรียกรวมว่าไฟโตสเตอรอล
  • EFSA (หน่วยงานความปลอดภัยอาหารยุโรป) สรุปว่าวันละ 1.5–3 กรัมได้ผลใกล้กัน ที่ 3 กรัมลด LDL ราวร้อยละ 11.3 และต้องกิน 2–3 สัปดาห์จึงได้ผลเต็มที่
  • อาหารแบบตะวันตกให้แพลนท์สเตอรอลราว 300 มก. ต่อวัน คนกินมังสวิรัติอาจถึง 600 มก.
  • กินร่วมกับยาสแตตินแล้ว LDL ลดได้เพิ่มอีกเล็กน้อย แต่เป็นการเสริมยา ไม่ใช่แทนยา
  • ห้ามใช้ในโรคพันธุกรรมซิโตสเตอรอลในเลือดสูง (sitosterolemia) และอาจลดการดูดซึมเบต้าแคโรทีน

แพลนท์สเตอรอล ไฟโตสเตอรอล และสตานอล คือสารเดียวกันไหม

เป็นสารกลุ่มเดียวกัน แต่ไม่ใช่ตัวเดียวกันเสียทีเดียว บทความทบทวนของ Barkas และคณะ (Nutrients 2023) อธิบายไว้ว่า

  • แพลนท์สเตอรอล (plant sterols) มีโครงสร้างคล้ายคอเลสเตอรอล ต่างกันที่สายด้านข้าง
  • แพลนท์สตานอล (plant stanols) คือแพลนท์สเตอรอลที่ถูกทำให้อิ่มตัว
  • ไฟโตสเตอรอล (phytosterols) เป็นคำเรียกรวมของสารกลุ่มนี้

ตัวที่เรากินมากที่สุดคือ ซิโตสเตอรอล (ราวร้อยละ 60 ของที่ได้รับ) และ แคมเปสเตอรอล (ราวร้อยละ 20) พื้นฐานเพิ่มเติมอ่านได้ที่ ไฟโตสเตอรอลคืออะไร

งานวิจัยใช้วันละกี่กรัมจึงเห็นผลต่อ LDL

ระดับ “กรัม” ไม่ใช่ “มิลลิกรัม”

  • EFSA สรุปว่าวันละ 1.5–3 กรัมในอาหารที่อนุมัติได้ผลใกล้เคียงกัน ที่วันละ 3 กรัม LDL ลดลงราวร้อยละ 11.3 และต้องกินต่อเนื่อง 2–3 สัปดาห์จึงได้ผลเต็มที่
  • งานรวม 124 การศึกษา (Ras และคณะ 2014) พบว่าวันละ 0.6–3.3 กรัม ลด LDL ร้อยละ 6–12 ตามขนาด เช่น ต่ำกว่า 1 กรัม ลดราวร้อยละ 5.7 ช่วง 2–2.5 กรัม ราวร้อยละ 8.4 และ 3–4 กรัม ราวร้อยละ 12.4 งานนี้ไม่มีข้อมูลในขนาดระดับมิลลิกรัม
  • งานรวมผลระดับสูง (Clin Nutr 2026) พบว่าเริ่มลด LDL ได้อย่างน้อย 0.2 มิลลิโมล/ลิตร ที่ขนาดวันละ 0.5–1 กรัม แต่ไม่มีผลต่อ HDL น้ำตาล หรือน้ำหนัก
  • แนวทางราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ พ.ศ. 2567 แนะนำอาหารเสริมที่มีแพลนท์สตานอลวันละ 2 กรัม

Barkas และคณะระบุว่าแนวทางปัจจุบันแนะนำราววันละ 2 กรัม เพื่อลด LDL ราวร้อยละ 10 ร่วมกับการปรับอาหาร ไม่ใช่แทนการปรับอาหาร

คนเราได้แพลนท์สเตอรอลจากอาหารวันละเท่าไร

Barkas และคณะระบุว่า อาหารแบบตะวันตกให้แพลนท์สเตอรอลเฉลี่ยราว 300 มก. ต่อวัน และอาจสูงถึง 600 มก. ในคนกินมังสวิรัติ

แหล่งหลักคือ น้ำมันพืช ถั่ว เนยเทียมชนิดทา ขนมปัง ธัญพืช และผัก ซึ่งรวมกันให้ราวร้อยละ 50–80 ของที่ได้รับ ผลไม้ให้อีกราวร้อยละ 12

เราไม่พบตัวเลขการได้รับของคนไทยจากแหล่งทางการที่ตรวจแล้ว จึงไม่ใส่ตัวเลขเอง แต่ภาพรวมชัดเจนว่า อาหารปกติให้แพลนท์สเตอรอลระดับหลายร้อยมิลลิกรัม ต่ำกว่าขนาด 2 กรัมที่แนวทางแนะนำหลายเท่า การเพิ่มถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี และผักในจานอาหารไทยยังมีประโยชน์ด้านใยอาหารด้วย ดู ไขมันในเลือดสูงกินอะไรดี

ทำไมต้องกินพร้อมมื้ออาหาร

แพลนท์สเตอรอลลดคอเลสเตอรอลโดย แย่งที่คอเลสเตอรอลในลำไส้ ทำให้ร่างกายดูดซึมคอเลสเตอรอลจากอาหารและน้ำดีได้น้อยลง

Barkas และคณะระบุว่า การกินพร้อมมื้ออาหารแทนการกินตอนท้องว่าง และปริมาณไขมันในมื้อนั้น เป็นปัจจัยสำคัญต่อผลลด LDL แนวทางยุโรปที่อ้างในบทความเดียวกันจึงแนะนำให้กินกับมื้อหลัก

ปริมาณในแคปซูลอาหารเสริมเทียบกับปริมาณที่ศึกษาเป็นอย่างไร

Barkas และคณะระบุว่าสารนี้ได้ผลทั้งในรูปอาหารเติมและในรูปแคปซูลหรือเม็ด ถ้าได้รับขนาดที่ศึกษา ปัญหาของอาหารเสริมหลายสูตรคือตัวเลขบนฉลาก

  1. ดูหน่วย 2 กรัม เท่ากับ 2,000 มิลลิกรัม
  2. ดูว่าระบุเป็นสเตอรอลจริงหรือวัตถุดิบ ถ้ามีเปอร์เซ็นต์กำกับ สารจริงจะน้อยกว่าตัวเลขนั้น ดู เปอร์เซ็นต์บนฉลากอาหารเสริมหมายถึงอะไร
  3. คูณจำนวนแคปซูลต่อวัน แล้วเทียบกับ 1.5–3 กรัม

ถ้าผลรวมอยู่ในระดับมิลลิกรัม ก็ไม่ควรคาดหวังผลเท่ากับงานวิจัยที่ใช้ระดับกรัม

แพลนท์สเตอรอลกินคู่ยาสแตตินได้ไหม

ได้ และมีงานวิจัยรองรับเรื่องผลต่อ LDL แต่ต้องเข้าใจขอบเขต

  • งานรวม 15 การทดลอง (500 คน) ของ Han และคณะ ในผู้ที่กินสแตตินอยู่ การเสริมแพลนท์สเตอรอลหรือสตานอลวันละ 1.8–6 กรัม (มัธยฐาน 2.5 กรัม) ลด LDL ได้เพิ่มอีก 0.30 มิลลิโมล/ลิตร เมื่อเทียบกับสแตตินอย่างเดียว แต่ไม่ได้วัดผลต่อโรคหัวใจ
  • Barkas และคณะระบุว่าผลลด LDL ราวร้อยละ 10 ยังคงอยู่เมื่อใช้ร่วมกับสแตติน อีเซทิไมบ์ และไฟเบรต แต่ ไม่แนะนำให้ใช้ร่วมกับยากลุ่มจับกรดน้ำดี
  • ยาสแตตินเองลด LDL ได้ร้อยละ 21–55 ตามชนิดและขนาด

แพลนท์สเตอรอลจึงเป็นตัวเสริม ไม่ใช่ตัวแทนยา อ่านเพิ่มที่ ยาลดไขมันกินคู่อาหารเสริมได้ไหม

ข้อควรระวังของแพลนท์สเตอรอลมีอะไรบ้าง

  • ภาวะซิโตสเตอรอลในเลือดสูง (sitosterolemia) เป็นโรคพันธุกรรมที่พบน้อย ห้ามใช้แพลนท์สเตอรอลเสริม ผู้ป่วยมักมีปุ่มไขมันที่ผิวหนังหรือเอ็น และหลอดเลือดแข็งก่อนวัย
  • การดูดซึมแคโรทีนอยด์ลดลง มีหลายงานพบว่าไฟโตสเตอรอลรบกวนการดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมัน โดยเฉพาะ เบต้าแคโรทีน แอลฟาแคโรทีน และไลโคปีน การกินผักผลไม้สีส้มเหลืองแดงให้สม่ำเสมอจึงยังสำคัญ
  • ข้อกังวลจากงานพันธุศาสตร์ Barkas และคณะระบุว่าระดับแพลนท์สเตอรอลในเลือดที่สูงสัมพันธ์กับโรคหลอดเลือดหัวใจในงานพันธุศาสตร์ เป็นประเด็นความปลอดภัยที่ยังต้องศึกษา
  • ยังไม่มีการทดลองที่ดูผลต่อโรคหัวใจโดยตรง ตัวเลขทั้งหมดเป็นผลต่อ LDL

ผลิตภัณฑ์เติมแพลนท์สเตอรอลในต่างประเทศคืออะไร

ในยุโรป EFSA ประเมินแพลนท์สเตอรอลในอาหารที่ได้รับอนุมัติ เช่น เนยเทียมชนิดทา นม มายองเนส และน้ำสลัด ส่วน Barkas และคณะระบุว่าได้ผลในอาหารกลุ่มไขมัน เช่น มาการีนและสเปรด อาหารกลุ่มนม เช่น โยเกิร์ตและนม รวมถึงแคปซูลและเม็ด

ความเชื่อที่พบบ่อย: “กินมาการีนเติมสเตอรอลเยอะ ๆ ยิ่งดี” ไม่จริง ปริมาณที่ศึกษาและแนะนำอยู่ที่วันละ 1.5–3 กรัม ไม่ได้มากกว่านั้น และแนวทางไทยให้งดไขมันทรานส์ซึ่งพบในมาการีนและเนยขาวบางชนิด ดู เนยกับมาการีนต่างกันยังไง

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าออยล์ (Beta Oil)

เบต้าออยล์ (Beta Oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. วันละ 1 แคปซูล ดื่มน้ำตามมาก ๆ (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ) ฉลากระบุส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูล ได้แก่ น้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 30 มก. สารสกัดจากข้าว 10 มก. ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต (50%) 5 มก. แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. แอล-ออร์นิทีน HCl 5 มก. และไฟโตสเตอรอล 2 มก.

  • ไฟโตสเตอรอล 2 มก. (ฉลากเขียนว่าเติมแพลนต์สตานอล/สเตอรอล 0.002 กรัมต่อแคปซูล) — แพลนท์สเตอรอลและสตานอลเป็นสารที่มีงานวิจัยในคนจำนวนมากว่าช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลจากลำไส้ เมื่อได้รับวันละ 1.5–3 กรัมพร้อมอาหาร ในแคปซูลมี 2 มิลลิกรัม น้อยกว่าปริมาณที่ศึกษา 750 ถึง 1,500 เท่า และน้อยกว่าที่อาหารแบบตะวันตกให้ต่อวัน (ราว 300 มก.)
  • น้ำมันรำข้าว 109 มก. และน้ำมันคาโนลา 200 มก. — น้ำมันพืชเป็นแหล่งแพลนท์สเตอรอลตามธรรมชาติ ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณสเตอรอลจากน้ำมันเหล่านี้ งานวิจัยน้ำมันรำข้าวที่พบผลต่อ LDL ใช้น้ำมันวันละ 30 มิลลิลิตรปรุงอาหาร

ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และไม่มีหลักฐานว่าแคปซูลนี้ทำให้ LDL เปลี่ยน

ข้อควรระวัง: ผลิตภัณฑ์มีวิตามินอี ซึ่งในขนาดสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน หรือยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากขนาดหลายร้อยมิลลิกรัมขึ้นไป และมีแอล-อาร์จินีน ซึ่งงาน VINTAGE MI ในผู้ป่วยหลังกล้ามเนื้อหัวใจตาย (วันละ 9 กรัม) พบผู้เสียชีวิต 6 รายในกลุ่มอาร์จินีน เทียบกับ 0 รายในกลุ่มยาหลอก ฉลากระบุว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน และผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าออยล์ทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Oil ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

Beta Oilเบต้าออยล์

เลข อย. 13-1-01566-5-0001

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (ก.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Oil →

คำถามที่พบบ่อย

แพลนท์สเตอรอลควรกินวันละเท่าไร

งานวิจัยที่ลด LDL ได้ใช้วันละ 1.5–3 กรัมพร้อมมื้ออาหาร และแนวทางของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ พ.ศ. 2567 แนะนำแพลนท์สตานอลวันละ 2 กรัม เป็นส่วนเสริมของการปรับอาหาร

แพลนท์สเตอรอลกับไฟโตสเตอรอลต่างกันไหม

ไฟโตสเตอรอลเป็นคำเรียกรวม ครอบคลุมทั้งแพลนท์สเตอรอลและแพลนท์สตานอล ซึ่งสตานอลคือรูปอิ่มตัวของสเตอรอล ทั้งสองกลุ่มลด LDL ได้ในขนาดที่ศึกษา

แพลนท์สเตอรอลได้จากอาหารอะไร

น้ำมันพืช ถั่ว ขนมปัง ธัญพืช และผัก เป็นแหล่งหลัก อาหารแบบตะวันตกให้ราว 300 มก. ต่อวัน ซึ่งต่ำกว่าขนาด 2 กรัมที่แนวทางแนะนำหลายเท่า

แพลนท์สเตอรอลกินกับยาลดไขมันได้ไหม

กินร่วมกับสแตตินได้ และลด LDL ได้เพิ่มอีกเล็กน้อย แต่ยังไม่มีข้อมูลว่าลดโรคหัวใจเพิ่ม ไม่แนะนำให้ใช้ร่วมกับยากลุ่มจับกรดน้ำดี และห้ามลดยาเอง

ใครไม่ควรกินแพลนท์สเตอรอล

ผู้ที่เป็นโรคพันธุกรรมซิโตสเตอรอลในเลือดสูง (sitosterolemia) ห้ามใช้ และสารนี้อาจลดการดูดซึมเบต้าแคโรทีน ผู้ที่กินยาประจำควรปรึกษาแพทย์ก่อน

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29

อ่านต่อ

มือชาข้างเดียว ชาครึ่งซีก เป็นสัญญาณหลอดเลือดสมองไหม

มือชาข้างเดียวเกิดจากอะไร ชาครึ่งซีกทันทีต่างจากเส้นประสาทถูกกดทับอย่างไร ชาแต่ไม่อ่อนแรงก็เป็นสโตรกได้ รู้ว่าเมื่อไรต้องโทร 1669 และควรไปหาหมอแบบไหน

สโตรกเป็นซ้ำได้ไหม หลังหลอดเลือดสมองตีบต้องปฏิบัติตัวอย่างไร

สโตรกเป็นซ้ำได้ และเสี่ยงสูงสุดช่วงสัปดาห์ถึงเดือนแรก รู้เป้าความดัน LDL เหตุผลที่ห้ามหยุดยาต้านเกล็ดเลือด การฟื้นฟู นวด ขับรถ และอาการที่ต้องโทร 1669

หลอดเลือดสมองตีบห้ามกินอะไร ผู้ป่วยหลังสโตรกควรกินอะไร

หลอดเลือดสมองตีบห้ามกินอะไร ผู้ป่วยหลังสโตรกลดเค็ม มัน หวาน เหล้า กินผลไม้ กาแฟได้แค่ไหน กลืนลำบากและกินยาวาร์ฟารินต้องจัดอาหารอย่างไร

หลอดเลือดสมองแตกกับตีบต่างกันอย่างไร อันไหนอันตรายกว่า

หลอดเลือดสมองแตก ตีบ และอุดตัน ต่างกันที่สาเหตุและการรักษา แต่ดูอาการแยกเองไม่ได้ ทุกแบบต้องโทร 1669 ทันที อ่านเรื่องอัมพฤกษ์ อัมพาต และหลอดเลือดโป่งพอง

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 629 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท