เกี่ยวกับ Beta Life
ล้างไตทางหน้าท้องกับฟอกเลือดต่างกันยังไง แบบไหนเหมาะกับใคร
คำตอบสั้น: ล้างไตทางหน้าท้องกับฟอกเลือดเป็นการบำบัดทดแทนไตทั้งคู่ แต่ใช้ “ตัวกรอง” ต่างกัน ฟอกเลือดใช้เครื่องไตเทียมนอกร่างกาย ทำที่ศูนย์ครั้งละประมาณ 4 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง ส่วนล้างไตทางหน้าท้องใช้เยื่อบุช่องท้องของตัวเอง เปลี่ยนน้ำยาเองที่บ้านวันละหลายรอบทุกวัน หรือใช้เครื่องอัตโนมัติตอนกลางคืน ไม่มีแบบไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน แพทย์จะพิจารณาจากอาการ โรคร่วม ความสามารถในการดูแลตัวเอง และสภาพบ้าน ร่วมกับผู้ป่วยและครอบครัว
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ทั้งสองแบบทำแทนไตได้บางส่วน และไม่ทำให้ไตหาย
- ล้างไตทางช่องท้องแบบใช้มือ (CAPD) เปลี่ยนน้ำยาวันละหลายครั้ง ครั้งละประมาณ 30–40 นาที ส่วนแบบเครื่อง (APD) เครื่องทำ 3–5 รอบตอนนอนหลับ
- สปสช. เน้นล้างไตทางช่องท้องเพราะผู้ป่วยทำเองที่บ้าน ลดภาระการเดินทางไปโรงพยาบาลบ่อย ๆ
- ปวดท้อง มีไข้ หรือน้ำยาที่ปล่อยออกขุ่นหรือสีผิดปกติ อาจเป็นเยื่อบุช่องท้องอักเสบ ต้องไปโรงพยาบาลทันที
- ล้างไตทางช่องท้องเสียโปรตีนไปกับน้ำยา จึงต้องกินโปรตีนเพิ่มตามที่ทีมรักษาแนะนำ
ล้างไตกับฟอกไตเหมือนกันไหม
ไม่เหมือนกัน แม้คนไทยมักเรียกปน ๆ กัน “ฟอกไต” ส่วนใหญ่หมายถึงฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ส่วน “ล้างไต” หมายถึงล้างไตทางช่องท้อง ทั้งคู่เป็นวิธีบำบัดทดแทนไตสำหรับไตวายระยะสุดท้าย ร่วมกับการปลูกถ่ายไต และการดูแลแบบประคับประคอง
ข้อนี้สำคัญเพราะ “ล้างไต” ไม่ใช่การกินสมุนไพรหรือเครื่องดื่มเพื่อขับของเสีย อ่านเรื่องความเชื่อผิดที่ ล้างพิษไต ช่วยไตจริงไหม
ล้างไตทางหน้าท้องทำอย่างไร วันละกี่ครั้ง
หลักการคือใช้เยื่อบุช่องท้องเป็นตัวกรอง NIDDK อธิบายว่าแพทย์จะผ่าตัดวางสายเล็ก ๆ ไว้ใต้สะดือ จากนั้นใส่น้ำยาล้างไตเข้าไปในช่องท้อง น้ำยาจะดึงของเสียและน้ำส่วนเกินจากเลือดออกมาภายในหลายชั่วโมง แล้วจึงปล่อยน้ำยาเก่าออกและใส่น้ำยาใหม่
แบบใช้มือ (CAPD)
- รามา แชนแนล คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ระบุว่าใส่น้ำยาครั้งละ 2 ลิตร วันละ 3–4 ครั้ง
- บทความของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยระบุวันละ 4–5 ครั้ง ทำที่บ้านได้
- NIDDK ระบุว่าแต่ละรอบใช้เวลาประมาณ 30–40 นาที และน้ำยาค้างในท้องราว 4–6 ชั่วโมงขึ้นไป
แบบใช้เครื่องอัตโนมัติ (APD)
เครื่องจะเปลี่ยนน้ำยาให้ 3–5 รอบตอนกลางคืนขณะนอนหลับ ตามข้อมูลของ NIDDK ตอนกลางวันจึงว่างมากขึ้น สปสช. ระบุว่ามีการใช้เครื่องล้างไตอัตโนมัติเพื่อเพิ่มความสะดวกให้ผู้ป่วย
จำนวนรอบที่ใช้จริงของแต่ละคน แพทย์จะกำหนดเอง ก่อนเริ่ม NIDDK แนะนำให้วางสายอย่างน้อย 3 สัปดาห์ล่วงหน้า และฝึกกับพยาบาล 1–2 สัปดาห์
ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมต่างกันอย่างไร
ฟอกเลือดทำที่ศูนย์ไตเทียมเป็นหลัก ใช้เส้นฟอกที่แขนต่อเข้ากับเครื่อง ครั้งละประมาณ 4 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง ตามข้อมูลของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ต้องเดินทางไปศูนย์ทุกรอบ แต่วันที่ไม่ได้ฟอกไม่ต้องทำอะไรกับเครื่อง
ขั้นตอน ความรู้สึกเจ็บ และการดูแลเส้นฟอก อ่านละเอียดที่ ฟอกไตเจ็บไหม ทำยังไง
ข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบ
ล้างไตทางช่องท้อง
- ข้อดี: ทำเองที่บ้าน ลดการเดินทางไปโรงพยาบาลบ่อย ๆ ตามที่ สปสช. ระบุ ไม่ต้องแทงเข็ม จัดเวลาได้เอง
- ข้อเสีย: ต้องทำทุกวันไม่มีวันหยุด ต้องสะอาดมากทุกครั้งเพื่อกันติดเชื้อ NIDDK และ NHS ระบุความเสี่ยงเยื่อบุช่องท้องอักเสบ ติดเชื้อที่แผลรอบสาย ไส้เลื่อน และน้ำหนักเพิ่มจากน้ำตาลในน้ำยา
- ต้องมีที่เก็บน้ำยาในบ้าน และพื้นที่สะอาดสำหรับเปลี่ยนน้ำยา
ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
- ข้อดี: พยาบาลและทีมแพทย์ทำให้ที่ศูนย์ วันที่ไม่ได้ฟอกไม่ต้องทำหัตถการเอง
- ข้อเสีย: ต้องเดินทางสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง ครั้งละหลายชั่วโมง เจ็บจากการแทงเข็ม อาจมีความดันตก ตะคริว อ่อนเพลียหลังฟอก ตามที่ NIDDK ระบุ และต้องคุมน้ำระหว่างรอบอย่างเข้ม
ใครเหมาะกับแบบไหน
สปสช. ระบุว่าวิธีที่เหมาะสมจะพิจารณาจากอาการ โรคร่วม ศักยภาพการดูแล และความเหมาะสมกับผู้ป่วย โดยทีมแพทย์ประเมินร่วมกับผู้ป่วยและครอบครัว คำถามที่ช่วยคิดก่อนคุยกับแพทย์
- ผู้ป่วยหรือคนในบ้านเปลี่ยนน้ำยาเองได้ทุกวันอย่างสะอาดหรือไม่ มือและสายตายังดีไหม
- บ้านอยู่ไกลศูนย์ไตเทียมแค่ไหน มีคนรับส่งสัปดาห์ละ 2–3 ครั้งหรือไม่
- บ้านมีที่เก็บน้ำยาและมุมที่สะอาดหรือไม่
- ยังทำงานอยู่ไหม อยากได้เวลากลางวันว่างหรือไม่
ผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้สูงอายุที่ต้องพึ่งคนดูแล ควรคุยเรื่องภาระของผู้ดูแลตั้งแต่ต้น อ่านเพิ่มที่ ดูแลผู้สูงอายุติดเตียง และ ภาวะหมดไฟของผู้ดูแล
ความเชื่อที่พบบ่อยคือ “ล้างไตทางหน้าท้องเป็นวิธีของคนไม่มีเงิน” ข้อนี้ไม่จริง ทั้งสองวิธีเป็นการบำบัดทดแทนไตมาตรฐาน และอินโฟกราฟิกของ สปสช. (7 พ.ย. 2568) ระบุว่าผู้มีสิทธิบัตรทองที่มีข้อบ่งชี้ได้รับการบำบัดทดแทนไตโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งครอบคลุมทั้ง 4 วิธี การเลือกจึงควรมาจากความเหมาะสม ไม่ใช่ความเชื่อ
อาการติดเชื้อในช่องท้องที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล
เยื่อบุช่องท้องอักเสบเป็นภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญที่สุดของการล้างไตทางช่องท้อง NIDDK ระบุอาการไว้ว่า
- ปวดท้อง
- มีไข้
- น้ำยาที่ปล่อยออกมาขุ่น หรือสีผิดปกติ
NHS ย้ำว่าเยื่อบุช่องท้องอักเสบต้องรักษาทันที เพราะอาจลุกลามเป็นติดเชื้อในกระแสเลือดได้ และให้รีบไปพบแพทย์ถ้าผิวรอบสายปวดหรือเปลี่ยนสี มีไข้ หรือหัวใจเต้นเร็ว
มีอาการข้อใดข้อหนึ่งข้างต้น ให้ติดต่อหน่วยล้างไตหรือไปโรงพยาบาลทันที NIDDK ระบุว่าการรักษาคือการให้ยาปฏิชีวนะ อย่ารอดูอาการข้ามวัน ถ้ามีอาการรุนแรง หายใจลำบาก หรือซึม ให้โทร 1669
อาหารของสองแบบต่างกันไหม
ทั้งสองแบบต้องการโปรตีนมากกว่าช่วงก่อนบำบัดทดแทนไต รพ.ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ และสมาคมโรคเบาหวานอเมริกัน (ADA) ระบุว่าผู้ที่ฟอกไตควรได้โปรตีนประมาณ 1.0–1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน
- ล้างไตทางช่องท้อง: NIDDK ระบุว่าต้องเพิ่มโปรตีน เพราะการล้างไตทางช่องท้องดึงโปรตีนออกไปกับน้ำยา และน้ำตาลในน้ำยาทำให้น้ำหนักเพิ่มได้
- ฟอกเลือด: NIDDK แนะนำให้จำกัดโซเดียม ฟอสฟอรัส และน้ำ เพิ่มโปรตีน และดูโพแทสเซียมให้พอเหมาะ
รายละเอียดอาหารของแต่ละคน นักกำหนดอาหารของหน่วยไตจะปรับตามผลเลือด อ่านเรื่องโปรตีนในผู้สูงอายุที่ ผู้สูงอายุต้องการโปรตีนเท่าไร และอาหารของผู้ฟอกไตที่ ฟอกไตกินอะไรได้บ้าง
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าไลฟ์ (Beta Life)
เบต้าไลฟ์ (Beta Life) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0025 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 500 มก. ฉลากให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล ต่อ 1 แคปซูลมีผงไข่ขาว 230 มก. สารสกัดเห็ดหลินจือ 50 มก. กรดอัลฟาไลโปอิก (99%) 40 มก. ดีแอล-แอลฟา-โทโคเฟอริล อะซีเตต (50%) 20 มก. วิตามินดี3 200 IU วิตามินบี6 1 มก. วิตามินบี12 1 ไมโครกรัม และกรดโฟลิก 100 ไมโครกรัม
- ผงไข่ขาว 230 มก. — ไข่ขาวในอาหารเป็นโปรตีนคุณภาพสูงที่ฟอสฟอรัสต่ำ นักกำหนดอาหารจึงมักแนะนำให้ผู้ป่วยไต แต่ผงไข่ขาวในแคปซูลมีปริมาณน้อยมาก ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณโปรตีน ถ้าประมาณจากข้อมูลไข่ขาวผงของ USDA จะได้โปรตีนราว 0.19 กรัมต่อแคปซูล ขณะที่ไข่ขาวจากไข่ใบใหญ่ 1 ฟองมีโปรตีนประมาณ 3.6 กรัม ต้องใช้ประมาณ 19 แคปซูลจึงเท่ากับไข่ขาว 1 ฟอง จึงไม่ใช่แหล่งโปรตีน และไม่ได้ใช้แทนโปรตีนจากอาหารที่แพทย์หรือนักกำหนดอาหารคำนวณให้ ผู้ที่ล้างไตทางช่องท้องหรือฟอกเลือดและต้องเพิ่มโปรตีน ควรได้จากอาหารหรือโปรตีนเสริมที่นักกำหนดอาหารคำนวณให้
ส่วนประกอบอื่นยังต้องพิจารณาเรื่องความปลอดภัย เช่น เห็ดหลินจือมีรายงานการบาดเจ็บของตับ และอาจเสริมฤทธิ์ยาต้านเกล็ดเลือด ยาละลายลิ่มเลือด ยาลดความดัน และยาเบาหวาน แนวทางของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยไม่แนะนำให้ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังทุกคนกินวิตามินเสริมเป็นประจำ แต่ให้เสริมเมื่อผลตรวจหรืออาการบ่งชี้ว่าขาด และให้ใช้สมุนไพรด้วยความระมัดระวัง ผู้ป่วยไต โดยเฉพาะผู้ที่ฟอกไตหรือล้างไตทางช่องท้อง จึงควรนำกล่องไปให้แพทย์โรคไตหรือเภสัชกรที่ดูแลดูก่อนทุกครั้ง ผู้แพ้ไข่ไม่ควรรับประทาน
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าไลฟ์ทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Life →คำถามที่พบบ่อย
ล้างไตกับฟอกไตต่างกันยังไง
ฟอกไตส่วนใหญ่หมายถึงฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมที่ศูนย์ สัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง ส่วนล้างไตหมายถึงล้างไตทางช่องท้อง ใช้เยื่อบุช่องท้องเป็นตัวกรอง เปลี่ยนน้ำยาเองที่บ้านทุกวัน
ล้างไตทางหน้าท้องวันละกี่ครั้ง
แบบใช้มือมักวันละ 3–5 ครั้งตามที่แพทย์กำหนด แต่ละรอบใช้เวลาประมาณ 30–40 นาที ส่วนแบบใช้เครื่องอัตโนมัติ เครื่องจะเปลี่ยนน้ำยา 3–5 รอบตอนกลางคืนขณะนอนหลับ
ล้างไตทางหน้าท้องติดเชื้อมีอาการอย่างไร
ปวดท้อง มีไข้ และน้ำยาที่ปล่อยออกขุ่นหรือสีผิดปกติ ต้องติดต่อหน่วยล้างไตหรือไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาจลุกลามเป็นติดเชื้อในกระแสเลือด
ล้างไตทางหน้าท้องดีไหม
ดีสำหรับคนที่ดูแลตัวเองหรือมีคนช่วยเปลี่ยนน้ำยาได้อย่างสะอาดทุกวัน ช่วยลดการเดินทางไปโรงพยาบาล แต่ต้องทำทุกวันและเสี่ยงติดเชื้อในช่องท้อง แพทย์จะช่วยประเมินว่าเหมาะหรือไม่
ล้างไตทางหน้าท้องต้องกินโปรตีนมากขึ้นไหม
ต้องเพิ่ม เพราะน้ำยาล้างไตดึงโปรตีนออกไปด้วย ผู้ที่ฟอกไตโดยทั่วไปควรได้โปรตีนประมาณ 1.0–1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน ปริมาณที่เหมาะให้นักกำหนดอาหารคำนวณ
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Peritoneal DialysisNIDDK (National Institutes of Health)
- การบำบัดทดแทนไตในปัจจุบันสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย
- ไตวายเรื้อรัง จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็น ?รามา แชนแนล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
- สิทธิบัตรทอง 30 บาท กับการดูแลผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย (อินโฟกราฟิก จัดทำ 7 พ.ย. 2568)สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
- Dialysis: ComplicationsNHS (สหราชอาณาจักร)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29
อ่านต่อ
โรคไตดื่มเหล้าได้ไหม สูบบุหรี่ได้ไหม ผลต่อไตที่ควรรู้
โรคไตดื่มเหล้าได้ไหม ถ้าดื่มจำกัดเท่าไร เบียร์กับเก๊าท์ ฟอสฟอรัส ขาบวม ดื่มแล้วกินยาเสี่ยงอะไร บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าทำร้ายไตอย่างไร และเลิกบุหรี่โทร 1600
โรคไตออกกำลังกายได้ไหม แบบไหนเหมาะ แบบไหนควรเลี่ยง
โรคไตออกกำลังกายได้ไหม เดินเร็ว ยืดเหยียด ยกน้ำหนักเบา เริ่มอย่างไร ครีเอตินินขึ้นหลังออกแรงจริงไหม คนฟอกไตระวังแขนเส้นฟอกอย่างไร และอาการที่ต้องหยุดทันที
ฟอกไตสิทธิบัตรทอง ประกันสังคม ฟรีไหม ค่าใช้จ่ายและขั้นตอนใช้สิทธิ์
ฟอกไตสิทธิบัตรทองฟรีไหม ประกันสังคมจ่ายให้เท่าไร ล้างไตทางหน้าท้องใช้สิทธิ์ได้ไหม ขั้นตอนใช้สิทธิ์ ค่าใช้จ่ายแฝงของครอบครัว และเบอร์สอบถาม 1330 และ 1506
ฟอกไตเจ็บไหม ทำยังไง ใช้เวลานานแค่ไหน และฟอกไตอยู่ได้กี่ปี
ฟอกไตเจ็บไหม เจ็บตรงไหน ขั้นตอนฟอกเลือดทำยังไง ครั้งละกี่ชั่วโมง ความดันตก ตะคริว ดูแลเส้นฟอกไตที่แขนอย่างไร ฟอกไตอยู่ได้กี่ปี และยังทำงานได้ไหม
