บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS

กระดูกพรุนออกกำลังกายได้ไหม แบบไหนดี ท่าไหนเสี่ยงกระดูกสันหลังยุบ

คำตอบสั้น: คนเป็นกระดูกพรุนออกกำลังกายได้ และแนวทางผู้เชี่ยวชาญสหราชอาณาจักรปี 2565 (Strong, Steady and Straight) แนะนำให้ทำ 3 อย่าง คือ ฝึกกล้ามเนื้อแบบมีแรงต้านร่วมกับการลงน้ำหนักหรือแรงกระแทกพอดี ฝึกทรงตัวเพื่อลดการหกล้ม และฝึกกล้ามเนื้อหลังให้ยืดตรง ท่าที่ควรเลี่ยงคือท่าก้มหลังงอสุด ก้มซ้ำ ๆ หรือก้มพร้อมยกของหนัก เช่น ซิทอัพ ส่วนคนที่เคยกระดูกสันหลังยุบหรือกระดูกหักจากแรงน้อยหลายครั้ง ควรจำกัดแรงกระแทกไม่เกินระดับเดินเร็ว แนวทางมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทยปี 2564 ก็แนะนำให้ผู้ป่วยทุกคนออกกำลังกายแบบลงน้ำหนักและต้านแรงควบคู่การรักษา

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • แนวทาง Strong, Steady and Straight (วารสาร British Journal of Sports Medicine ปี 2565) แนะนำ ฝึกแรงต้านสัปดาห์ละ 2–3 วัน และออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกพอดี ราว 50 ครั้งต่อรอบ เกือบทุกวัน สำหรับคนที่ไม่เคยกระดูกสันหลังยุบ
  • ฝึกทรงตัวอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เช่น รำไทเก็ก เต้นรำ โยคะ พิลาทิส
  • เลี่ยงท่าก้มหลังงอสุด ก้มค้างนาน ก้มซ้ำ ๆ หรือก้มพร้อมแบกน้ำหนัก เช่น ซิทอัพ และท่าโยคะที่พับตัวมาก
  • คนที่เคยกระดูกสันหลังยุบ: แรงกระแทกไม่เกินระดับเดินเร็ว ตั้งเป้า 150 นาทีต่อสัปดาห์ (ราว 20 นาทีต่อวัน)
  • การออกกำลังกาย เป็นส่วนเสริม ไม่ใช่ตัวแทนยากระดูกพรุน ที่แพทย์สั่ง

คนเป็นกระดูกพรุนออกกำลังกายได้ไหม อันตรายไหม

ได้ และโดยรวมประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง คนจำนวนมากกลัวว่าขยับแล้วกระดูกจะหัก จึงนั่งนิ่ง ๆ ซึ่งกลับทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและหกล้มง่ายขึ้น

แนวทาง Strong, Steady and Straight ทบทวนงานวิจัยแล้วสรุปว่า มีหลักฐานน้อยมากว่าการออกกำลังกายก่ออันตรายร้ายแรง ในงานทดลองการออกกำลังกายเพื่อมวลกระดูก 62 งาน ผู้ที่อยู่กลุ่มออกกำลังกายมีกระดูกหักร้อยละ 5.8 เทียบกับกลุ่มควบคุมร้อยละ 9.6 และกระดูกหักส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการออกกำลังกายเอง

ผู้เขียนแนวทางเน้นว่า สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงที่สุดคือการไม่เคลื่อนไหว และแนะนำให้สื่อสารแบบ "ทำอย่างไร" มากกว่า "ห้ามทำ" เพื่อลดความกลัว

แนวทางเวชปฏิบัติของมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย ปี 2564 ก็แนะนำให้ผู้ป่วยกระดูกพรุนทุกระดับความเสี่ยงปรับพฤติกรรม ได้แก่ ออกกำลังกายแบบลงน้ำหนักและต้านแรงสม่ำเสมอ เลิกบุหรี่ จำกัดแอลกอฮอล์ไม่เกินวันละ 1 หน่วยในผู้หญิง และ 2 หน่วยในผู้ชาย พร้อมประเมินความเสี่ยงหกล้ม

ออกกำลังกายแบบไหนดีต่อกระดูก

แนวทางระบุว่าการฝึกแรงต้านร่วมกับการลงน้ำหนักหรือแรงกระแทกพอดี ส่งเสริมความแข็งแรงของกระดูกได้มากกว่าการทำอย่างใดอย่างหนึ่ง แนวทาง Strong, Steady and Straight ให้รายละเอียดไว้ดังนี้

1. ฝึกกล้ามเนื้อแบบมีแรงต้าน

  • ทำ สัปดาห์ละ 2–3 วัน
  • เป้าหมายคือน้ำหนักที่ยกได้ 8–12 ครั้งแล้วล้า ค่อย ๆ เพิ่มจนได้ 3 เซตต่อท่า
  • เริ่มจากน้ำหนักเบา ทำท่าให้ถูกก่อน แล้วจึงค่อยเพิ่มน้ำหนัก
  • ฝึกให้ครบกล้ามเนื้อหลัก ขา แขน อก ไหล่ และหลัง ใช้ยางยืด ดัมเบล หรือน้ำหนักตัว
  • กิจกรรมในชีวิตประจำวันที่แนวทางยกตัวอย่างว่าช่วยเรื่องกล้ามเนื้อ ได้แก่ ขึ้นบันได ลุกนั่งจากเก้าอี้ ทำงานบ้านที่ออกแรง ทำสวน และหิ้วของจากตลาด

2. ลงน้ำหนักและแรงกระแทกพอดี (สำหรับคนที่ไม่เคยกระดูกสันหลังยุบ)

  • แนวทางแนะนำ แรงกระแทกระดับปานกลางเกือบทุกวัน อย่างน้อย 50 ครั้งต่อรอบ เช่น กระทืบเท้า วิ่งเหยาะ กระโดดเบา ๆ
  • แบ่งเป็นช่วงสั้น ๆ ได้ เช่น 5 ชุด ชุดละ 10 ครั้ง สลับกับเดิน
  • ไม่แนะนำแรงกระแทกสูงมาก เช่น กระโดดลงจากที่สูง

แนวทางระบุว่า การออกกำลังกายในน้ำอาจช่วยคุณภาพชีวิตและอาการของคนที่เคยกระดูกสันหลังยุบ แต่อาจไม่ช่วยความแข็งแรงของกระดูก ใครชอบว่ายน้ำหรือปั่นจักรยาน ทำต่อได้ แต่ควรเพิ่มการฝึกแรงต้านด้วย

ถ้ามีข้อเข่าเสื่อมร่วมด้วย ให้ดูท่าที่เหมาะกับเข่าใน ข้อเข่าเสื่อมออกกำลังกายอย่างไร และให้นักกายภาพบำบัดช่วยปรับ

ฝึกทรงตัวสำคัญแค่ไหน ช่วยเรื่องหกล้มอย่างไร

สำคัญมาก เพราะกระดูกพรุนส่วนใหญ่หักเมื่อหกล้ม การฝึกทรงตัวและความแข็งแรงช่วยลดโอกาสล้มตั้งแต่ต้นทาง

  • แนวทาง Strong, Steady and Straight แนะนำ ฝึกทรงตัวและความแข็งแรงอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เช่น รำไทเก็ก เต้นรำ โยคะ พิลาทิส
  • คนที่เสี่ยงหกล้ม แนวทางแนะนำโปรแกรมที่ท้าทายและมีผู้ดูแล รวมสัปดาห์ละ 3 ชั่วโมง นานอย่างน้อย 4 เดือน เช่น วันละราว 25 นาที
  • ผู้สูงอายุที่เปราะบาง ควร เริ่มจากฝึกทรงตัวและกล้ามเนื้อก่อน แล้วค่อยเพิ่มเป็นเดินเร็ว เพราะมีหลักฐานบางส่วนว่าการให้คนที่เสี่ยงล้มอยู่แล้วเดินเร็วทันที เพิ่มโอกาสกระดูกหัก

วิธีจัดบ้านให้ปลอดภัยและรับมือเมื่อล้ม อ่านต่อได้ที่ ผู้สูงอายุหกล้ม ป้องกันที่บ้านและรับมืออย่างไร

ท่าไหนควรเลี่ยง ท่าไหนเสี่ยงกระดูกสันหลังยุบ

ท่าที่ควรเลี่ยงหรือปรับคือท่าที่ก้มหลังงอมาก ก้มค้างนาน ก้มซ้ำ ๆ หรือก้มพร้อมแบกน้ำหนัก แนวทาง Strong, Steady and Straight ทบทวนรายงานแล้วพบว่ามีรายงานกระดูกสันหลังหักที่สัมพันธ์กับท่าลักษณะนี้

  • ซิทอัพ และท่ายกตัวขึ้นจากท่านอนหงายแบบม้วนหลัง
  • ท่าโยคะที่พับตัวก้มมากสุด และท่าม้วนตัวลง (roll down) หรือท่าม้วนตัวขึ้น (curl up) ในพิลาทิส แนวทางแนะนำให้หาท่าทดแทน
  • ก้มหลังยกของหนัก เช่น ก้มยกกระสอบข้าว ถังน้ำ หรือกระถางต้นไม้ด้วยหลังงอ

ส่วนเรื่องการบิดตัว แนวทางระบุว่า การบิดตัวน่าจะปลอดภัยถ้าทำช้า ๆ นุ่มนวล และอยู่ในช่วงที่สบาย

หลักที่แนวทางแนะนำสำหรับชีวิตประจำวัน

  • "คิดตรง" รักษาหลังส่วนบนให้ตรง และคอให้อยู่แนวเดียวกับหลังเวลาก้มหรือยก
  • ใช้ ท่าพับสะโพก (hip hinge) คือย่อสะโพกไปด้านหลังแทนการงอหลังเวลาก้ม
  • เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องเบา ๆ ขณะเคลื่อนไหว และเคลื่อนไหวช้า ๆ อย่างควบคุม

แนวทางยังระบุว่า คนที่ทำท่าเหล่านี้คล่องและหลังยืดหยุ่นดีมานาน ทำต่อได้ถ้าทำได้อย่างสบาย ไม่จำเป็นต้องเลิกทุกอย่าง

เคยกระดูกสันหลังยุบหรือกระดูกหักหลายครั้ง ออกกำลังกายอย่างไร

ยังออกกำลังกายได้ แต่ต้องลดระดับแรงกระแทก และควรมีนักกายภาพบำบัดช่วยวางโปรแกรม แนวทาง Strong, Steady and Straight แนะนำสำหรับคนที่เคยกระดูกสันหลังหัก หรือกระดูกหักจากแรงน้อยหลายครั้ง ดังนี้

  • แรงกระแทกไม่เกินระดับเดินเร็ว เกือบทุกวัน ตั้งเป้า 150 นาทีต่อสัปดาห์ (ราว 20 นาทีต่อวัน) เป็นข้อระวังไว้ก่อน แม้ความเสี่ยงยังเป็นเพียงทฤษฎี
  • ฝึกกล้ามเนื้อหลังให้แข็งแรงทุกวัน ทำซ้ำ 3–5 ครั้ง ค้างไว้ 3–5 วินาที โดยเน้นความทนทานด้วยแรงเบา
  • ฝึกความแข็งแรงและทรงตัว ต่อเนื่อง
  • ฝึกหายใจและฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ช่วยอาการที่เกิดจากหลังค่อมมาก
  • โยคะหรือพิลาทิสกับผู้สอนที่เข้าใจผู้สูงอายุหรือคนเป็นกระดูกพรุน อาจช่วยเรื่องท่าทางและอาการปวด

สำหรับคนที่หลังค่อมมากขึ้น ลองอ่าน หลังค่อมในผู้สูงอายุเกิดจากอะไร และถ้ายังไม่แน่ใจว่าตัวเองเคยกระดูกสันหลังยุบหรือไม่ อ่าน กระดูกสันหลังยุบตัว อาการเป็นอย่างไร

ความเชื่อที่พบบ่อย: ออกกำลังกายแล้วไม่ต้องกินยากระดูกพรุนจริงไหม

ไม่จริง การออกกำลังกายเป็นส่วนเสริม ไม่ใช่ตัวแทนยา แนวทาง Strong, Steady and Straight เขียนไว้ชัดว่า ระดับหลักฐานและขนาดของประโยชน์จากการออกกำลังกายต่ำกว่ายากระดูกพรุนมาก จึงควรมองว่าเป็นการรักษาเสริม ไม่ใช่ทางเลือกแทนยาเมื่อแพทย์เห็นว่าจำเป็น

แนวทางของมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทยปี 2564 ให้ผู้ที่มีความเสี่ยงกระดูกหักสูงใช้ยากลุ่มบิสฟอสโฟเนตเป็นยาแรก และให้ทุกคนปรับพฤติกรรมควบคู่ไปด้วย

ความเชื่ออีกข้อคือ "กระดูกพรุนต้องอยู่เฉย ๆ ห้ามยกอะไรเลย" แนวทางแนะนำให้สอนวิธียกของที่ปลอดภัย แทนการห้ามยกหรือกำหนดน้ำหนักตายตัว เพราะการไม่ใช้กล้ามเนื้อจะทำให้อ่อนแรงลงเรื่อย ๆ

ยากระดูกพรุนมีหลายแบบ ทั้งยากินรายสัปดาห์และยาฉีด ดูรายละเอียดได้ที่ ยากระดูกพรุนมีอะไรบ้าง ผู้ที่กินยาอยู่ ห้ามหยุดหรือลดยาเอง

เริ่มต้นอย่างไร และเมื่อไรต้องไปพบแพทย์

เริ่มช้า ๆ ทำท่าให้ถูก แล้วค่อยเพิ่ม แนวทาง Strong, Steady and Straight แนะนำให้ปรึกษานักกายภาพบำบัดอย่างน้อยช่วงเริ่มโปรแกรมใหม่ ทั้งการฝึกแรงต้านและแรงกระแทก ในโรงพยาบาลรัฐหลายแห่งมีแผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟูหรือกายภาพบำบัด สอบถามได้จากแพทย์ที่ดูแล

ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NHS) แนะนำให้พบแพทย์ถ้า

  • ปวดหลังไม่ดีขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์
  • หลังเริ่มโค้งหรือค่อมลง
  • คิดว่าตัวเองเสี่ยงกระดูกพรุนและกังวล

ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ตามคำแนะนำของ NHS ในหน้ากระดูกพรุน กระดูกสะโพกหัก และปวดหลัง

  • ปวดรุนแรงหลังล้มหรือกระแทก
  • ล้มแล้วเดินหรือลงน้ำหนักที่ขาไม่ได้
  • ขาข้างหนึ่งบิดผิดมุมหรือดูสั้นกว่าอีกข้างหลังล้ม
  • ชาหรือไม่มีความรู้สึกที่สะโพกหรือขาหลังล้ม
  • ขาทั้งสองข้างปวด เสียวแปลบ อ่อนแรง หรือชา
  • ชารอบอวัยวะเพศหรือรอบทวารหนัก
  • ปัสสาวะลำบาก หรือกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้

NHS แนะนำว่าไม่ควรขับรถไปโรงพยาบาลเอง ให้คนอื่นพาไปหรือเรียกรถพยาบาล

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)

เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. ฉลากระบุให้รับประทานวันละ 2 แคปซูล

เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (คิดเป็นราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)

คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ · ฉลากระบุว่า ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับบทความนี้ เทียบปริมาณในแคปซูลกับขนาดที่ใช้ในงานวิจัย

  • ผงโคลอสตรุ้ม 25 มก. ต่อแคปซูล (50 มก. ต่อวัน คำนวณ) — งานทดลองแบบปกปิดสองทางในแคนาดา ผู้ใหญ่ 40 คน อายุเฉลี่ยราว 59 ปี ที่ฝึกยกน้ำหนักสัปดาห์ละ 3 วัน ได้โคลอสตรุ้มวันละ 60 กรัมเทียบกับเวย์โปรตีน นาน 8 สัปดาห์ พบว่า มวลกล้ามเนื้อและปริมาณแร่ธาตุกระดูกไม่ต่างจากกลุ่มเวย์โปรตีน ขนาดในงานนี้มากกว่าในแคปซูลราว 1,200 เท่า (คำนวณ) จึงนำผลมาใช้กับแคปซูลไม่ได้
  • วิตามินดี 3 ราว 50 IU ต่อแคปซูล (ราว 100 IU ต่อวัน คำนวณ) — งาน VITAL ในผู้ใหญ่สหรัฐ 25,871 คนที่ไม่ได้คัดเฉพาะคนขาดวิตามินดี ได้วิตามินดี 3 วันละ 2,000 IU ราว 5 ปี ไม่ลดกระดูกหักเมื่อเทียบกับยาหลอก และการวิเคราะห์รวม 81 งานทดลองไม่พบว่าวิตามินดีลดการหกล้ม ขนาดในงาน VITAL มากกว่าในแคปซูล 20 เท่า (คำนวณ)
  • แคลเซียมที่คำนวณได้ — ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณแคลเซียมธาตุรวม เฉพาะแคลเซียม แอล-ทรีโอเนต 350 มก. คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ไม่พบงานทดลองที่วัดผลแคลเซียมแอล-ทรีโอเนตต่อมวลกระดูกหรือกระดูกหัก

ไม่มีหลักฐานว่าแคปซูลนี้ใช้แทนการออกกำลังกาย การป้องกันการหกล้ม หรือยากระดูกพรุน ส่วนประกอบแต่ละตัวมีงานวิจัยในคนจำนวนจำกัด และยังไม่มีงานวิจัยของสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้มีท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้
  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ฟอกไต หรือแคลเซียมในเลือดสูง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม หรือยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยา ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลา
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs): มีขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้แพ้โปรตีนนมวัว หรือแพ้หอยและอาหารทะเล: มีโคลอสตรุ้มและแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยากระดูกพรุน ยาเกาต์ หรือยาแก้ปวดข้อ: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร BETA CAL PRO PLUS ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มิลลิกรัม

BETA CAL PRO PLUSเบต้าแคลโปรพลัส

เลข อย. 13-1-01566-5-0027

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →

คำถามที่พบบ่อย

กระดูกพรุนออกกำลังกายได้ไหม

ได้ แนวทางผู้เชี่ยวชาญสหราชอาณาจักรปี 2565 และแนวทางมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทยปี 2564 แนะนำให้ออกกำลังกายแบบลงน้ำหนักและต้านแรงควบคู่การรักษา และการไม่เคลื่อนไหวคือสิ่งที่ควรเลี่ยง

กระดูกพรุนห้ามเล่นท่าไหน

ควรเลี่ยงหรือปรับท่าที่ก้มหลังงอสุด ก้มค้าง ก้มซ้ำ ๆ หรือก้มพร้อมแบกน้ำหนัก เช่น ซิทอัพ ท่าโยคะที่พับตัวมาก และการก้มหลังยกของหนัก

กระดูกพรุนเดินออกกำลังกายพอไหม

การเดินดีต่อสุขภาพ แต่แนวทางแนะนำให้เพิ่มการฝึกแรงต้านสัปดาห์ละ 2–3 วัน และฝึกทรงตัวอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ส่วนคนที่เคยกระดูกสันหลังยุบ ให้จำกัดแรงกระแทกไม่เกินระดับเดินเร็ว

ว่ายน้ำช่วยกระดูกพรุนไหม

แนวทางปี 2565 ระบุว่าการออกกำลังกายในน้ำอาจช่วยคุณภาพชีวิตและอาการของคนที่เคยกระดูกสันหลังยุบ แต่อาจไม่ช่วยความแข็งแรงของกระดูก จึงควรเพิ่มการฝึกแรงต้านด้วย

ออกกำลังกายแทนยากระดูกพรุนได้ไหม

ไม่ได้ แนวทางระบุว่าการออกกำลังกายเป็นส่วนเสริม ไม่ใช่ทางเลือกแทนยาเมื่อแพทย์เห็นว่าจำเป็น ห้ามหยุดหรือลดยาเอง

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-11-06

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท