บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Lab Farm

คลื่นไส้พะอืดพะอมเกิดจากอะไร แบบไหนต้องไปหาหมอ

คำตอบสั้น: อาการคลื่นไส้พะอืดพะอมส่วนใหญ่มาจากเรื่องที่ไม่ร้ายแรง เช่น กระเพาะหรือลำไส้ติดเชื้อ อาหารเป็นพิษ กรดไหลย้อน ผลข้างเคียงของยา ความเครียด หรือเมารถเมาเรือ แต่คลื่นไส้ก็เป็นสัญญาณแรกของโรคที่ต้องรักษาเร่งด่วนได้ เช่น ไส้ติ่งอักเสบ ลำไส้อุดตัน หรือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง เช่น เจ็บแน่นหน้าอก อาเจียนเป็นเลือดหรือสีคล้ำคล้ายกากกาแฟ ปวดท้องรุนแรง ปวดหัวรุนแรง หรือคอแข็ง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • สารานุกรมการแพทย์ MedlinePlus ของหอสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติสหรัฐ ระบุสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ กระเพาะลำไส้ติดเชื้อ อาหารเป็นพิษ แพ้อาหาร กรดไหลย้อน ไมเกรน เมารถเมาเรือ ปวดรุนแรง เช่น นิ่วในไต และกระเพาะบีบตัวช้า
  • ยาก็ทำให้คลื่นไส้ได้ เช่น ยาเบาหวานเมทฟอร์มิน ยากลุ่มกลูไทด์สำหรับเบาหวานหรือลดน้ำหนัก ยาเคมีบำบัด และการฉายแสง
  • คลื่นไส้ร่วมกับบ้านหมุน อาจมาจากหูชั้นใน ส่วนคลื่นไส้ร่วมกับหน้ามืดจะเป็นลม อาจเกิดจากความดันตกหรือขาดน้ำ
  • ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่คลื่นไส้ตอนเช้า ต้องคิดถึงการตั้งครรภ์ด้วย
  • อาเจียนนานเกิน 24 ชั่วโมง ดื่มน้ำไม่อยู่นาน 12 ชั่วโมง หรือไม่ปัสสาวะนาน 8 ชั่วโมง ควรไปพบแพทย์ทันที
  • ห้ามหยุดยาประจำตัวเองเพราะสงสัยว่ายาทำให้คลื่นไส้ ให้โทรถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

คลื่นไส้คืออะไร ต่างจากอาเจียนอย่างไร

MedlinePlus อธิบายว่า คลื่นไส้คือความรู้สึกอยากอาเจียน ส่วนอาเจียนคือการที่ของในกระเพาะถูกดันย้อนขึ้นมาทางหลอดอาหารและออกทางปาก

คนไทยมักเรียกรวม ๆ ว่าพะอืดพะอม อึดอัดท้อง หรือมวนท้อง บางคนคลื่นไส้อย่างเดียวโดยไม่อาเจียน บางคนอาเจียนตามมา

ความต่างนี้สำคัญ เพราะ การอาเจียนซ้ำ ๆ ทำให้เสียน้ำและเกลือแร่ ซึ่งอันตรายกว่าการคลื่นไส้อย่างเดียว โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวาน และผู้ป่วยโรคไต

คลื่นไส้เกิดจากอะไรได้บ้าง

MedlinePlus แบ่งสาเหตุเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มที่พบบ่อย และกลุ่มที่อาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงกว่า

สาเหตุที่พบบ่อย

  • กระเพาะหรือลำไส้ติดเชื้อ ที่คนเรียกกันว่าหวัดลงกระเพาะ มักมีท้องเสียร่วม
  • อาหารเป็นพิษ มักเกิดหลังกินอาหารค้างคืน อาหารที่ไม่สุก หรือคนที่กินร้านเดียวกันมีอาการคล้ายกัน
  • แพ้อาหาร
  • กรดไหลย้อน คือน้ำย่อยและอาหารไหลย้อนขึ้นมาในหลอดอาหาร
  • ไมเกรน บางคนคลื่นไส้ร่วมกับปวดหัวข้างเดียว แพ้แสงหรือเสียง
  • เมารถ เมาเรือ
  • ปวดรุนแรง เช่น ปวดจากนิ่วในไต
  • กระเพาะบีบตัวช้า ทำให้อาหารค้างในกระเพาะนาน
  • ยาและการรักษา เช่น ยาเคมีบำบัด การฉายแสง และยาอื่นอีกหลายชนิด

หน้าแนะนำการดูแลตัวเองของ MedlinePlus เพิ่มอีกสาเหตุหนึ่งที่คนมักมองข้าม คือ อารมณ์ เช่น ความกังวลหรือความเครียดรุนแรง ซึ่งทำให้คลื่นไส้ได้จริง

สาเหตุที่อาจร้ายแรงกว่า

MedlinePlus ระบุว่าคลื่นไส้อาเจียนอาจเป็นสัญญาณเตือนระยะแรกของ

  • ไส้ติ่งอักเสบ
  • ลำไส้อุดตัน
  • มะเร็งหรือเนื้องอก
  • การกินยา สารเคมี หรือสารพิษ โดยเฉพาะในเด็ก
  • แผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็ก

จึงควรสังเกตอาการอื่นที่มาด้วยเสมอ เช่น ปวดท้องมากหรือปวดย้ายที่ ท้องอืดแน่นและไม่ผายลม หรือน้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ ถ้ามีอาการเหล่านี้ควรพบแพทย์ ส่วนอาการที่ต้องไปโรงพยาบาลทันทีอยู่ในหัวข้อด้านล่าง

คลื่นไส้จากยา ยาอะไรที่พบบ่อย

ผู้อ่านหลายท่านกินยาประจำหลายตัว ยาจึงเป็นสาเหตุที่ต้องคิดถึงเสมอ โดยเฉพาะเมื่ออาการเริ่มหลังได้ยาใหม่หรือเพิ่มขนาดยา

ยาเบาหวานเมทฟอร์มิน

ข้อมูลยาของ MedlinePlus ระบุว่า ท้องเสีย คลื่นไส้ และไม่สบายท้อง เป็นผลข้างเคียงที่พบได้ของเมทฟอร์มิน และระบุว่ายานี้มักให้กินพร้อมอาหาร ถ้าสงสัยเรื่องเวลากินยา อ่านเพิ่มที่ ยาก่อนอาหารกับหลังอาหารต่างกันอย่างไร

แต่ MedlinePlus ก็เตือนว่า เมทฟอร์มินอาจทำให้เกิดภาวะกรดแลคติกคั่ง ซึ่งพบไม่บ่อยแต่อันตรายถึงชีวิต ถ้ามี อาการข้อใดข้อหนึ่ง เช่น อ่อนเพลียมากผิดปกติ หายใจเร็วลึกหรือหอบ เวียนหัว ใจเต้นเร็วหรือช้าผิดปกติ ปวดกล้ามเนื้อ หรือมือเท้าเย็น โดยเฉพาะเมื่อมาพร้อมคลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดท้อง ต้องติดต่อแพทย์ทันทีหรือไปโรงพยาบาล และให้แพทย์เป็นผู้ตัดสินเรื่องยา

MedlinePlus ยังระบุว่า ถ้าอาเจียนหรือท้องเสียรุนแรง หรือดื่มน้ำได้น้อยกว่าปกติมาก ต้องแจ้งแพทย์ เพราะแพทย์อาจต้องปรับยาชั่วคราวจนกว่าจะหาย วิธีดูแลช่วงป่วยของคนเป็นเบาหวานอ่านได้ที่ ท้องเสียกินยาเบาหวานได้ไหม

คนที่กินเมทฟอร์มินนานยังควรรู้เรื่องวิตามินบี 12 ด้วย อ่านต่อที่ เมทฟอร์มินกินนานทำให้ขาดวิตามินบี 12

ยากลุ่มกลูไทด์ ยาเคมีบำบัด และยาอื่น

MedlinePlus ยกตัวอย่าง ยากลุ่มกลูไทด์ ซึ่งใช้รักษาเบาหวานหรือโรคอ้วน และ ยาเคมีบำบัด กับการฉายแสง ว่าทำให้คลื่นไส้ได้ นอกจากนี้ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ก็อยู่ในรายการสาเหตุของหน้าแนะนำการดูแลตัวเอง

วิธีที่ถูกคือจดว่าเริ่มคลื่นไส้เมื่อไร หลังยาตัวไหน แล้วนำยาทั้งหมดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู MedlinePlus แนะนำว่าถ้าอาเจียนหลังกินยาตัวใด ให้บอกแพทย์หรือพยาบาล เพราะยาที่อาเจียนออกไปอาจไม่ได้ผลตามที่ควร

คลื่นไส้ร่วมกับเวียนหัว เกิดจากอะไร

MedlinePlus แยกอาการเวียนหัวเป็นสองแบบ ซึ่งช่วยให้คิดถึงสาเหตุได้ตรงขึ้น

  • หน้ามืดจะเป็นลม เกิดเมื่อสมองได้เลือดไม่พอ เช่น ความดันตกทันที ร่างกายขาดน้ำจากอาเจียน ท้องเสีย หรือไข้ ลุกขึ้นเร็วเกินไป ซึ่งพบบ่อยในผู้สูงอายุ น้ำตาลในเลือดต่ำ หรือกินยาที่ลดความดัน
  • บ้านหมุน คือรู้สึกว่าตัวเองหรือสิ่งรอบตัวหมุน มักมาจากหูชั้นใน เช่น บ้านหมุนเมื่อขยับศีรษะ หูชั้นในอักเสบจากไวรัสหลังเป็นหวัด และโรคเมเนียร์ซึ่งมักมีหูอื้อหรือเสียงในหูร่วม

แต่เวียนหัวร่วมคลื่นไส้ก็เกิดจากโรคหลอดเลือดสมอง หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือเลือดออกในร่างกายได้ MedlinePlus ระบุว่าโรคร้ายแรงกลุ่มนี้มักมีอาการอื่นร่วม เช่น เจ็บหน้าอก ใจสั่น พูดไม่ได้ หรือการมองเห็นเปลี่ยน

ถ้าเวียนหัวเมื่อลุกยืน MedlinePlus แนะนำให้ลุกจากท่านอนช้า ๆ นั่งพักสักครู่ก่อนยืน และมีที่จับยึดเวลาลุก ส่วนคนที่บ้านหมุน ให้นั่งหรือนอนนิ่ง ๆ เลี่ยงการขยับตัวเร็ว และงดขับรถหรือปีนที่สูงจนกว่าอาการหายไปแล้ว 1 สัปดาห์

คลื่นไส้ตอนเช้า เป็นอะไรได้บ้าง

ผู้หญิงที่ยังมีประจำเดือน ต้องคิดถึงการตั้งครรภ์

MedlinePlus ระบุว่า อาการแพ้ท้องมักเริ่ม 4–6 สัปดาห์หลังปฏิสนธิ และอาจเป็นไปจนถึงเดือนที่ 4 ของการตั้งครรภ์ แม้จะเรียกว่าแพ้ท้องตอนเช้า แต่เกิดได้ทุกเวลา บางคนเป็นทั้งวัน

ผู้หญิงที่ประจำเดือนขาดและคลื่นไส้ จึงควรตรวจการตั้งครรภ์ก่อนกินยาหรืออาหารเสริมใด ๆ และ ห้ามกินยาแก้แพ้ท้องเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ ตามที่ MedlinePlus เตือนไว้

แพ้ท้องที่อาเจียนรุนแรงไม่หยุด ดูแลตัวเองแล้วไม่ดีขึ้น หรือน้ำหนักลดเกิน 1 กิโลกรัมใน 1 สัปดาห์ ต้องพบแพทย์ ส่วน อาเจียนเป็นเลือดหรือสีคล้ำคล้ายกากกาแฟ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

สาเหตุอื่นของคลื่นไส้ตอนเช้า

  • กรดไหลย้อน มักแย่ลงหลังกินมื้อดึกแล้วนอนทันที
  • ความเครียดหรือความกังวล เช่น ก่อนไปทำงานหรือก่อนวันนัดสำคัญ
  • ยาที่กินตอนเช้าตอนท้องว่าง ซึ่งควรถามเภสัชกรว่ากินพร้อมอาหารได้หรือไม่

ถ้าคลื่นไส้ตอนเช้าเป็นประจำ หรือน้ำหนักลด ควรนัดพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ ไม่ควรกินยาลดกรดหรือยาแก้คลื่นไส้ไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ว่าเป็นอะไร

คลื่นไส้แบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที

ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • อาเจียนเป็นเลือด หรือมีสีคล้ำคล้ายกากกาแฟ
  • สงสัยว่ากินสารพิษ ยาเกินขนาด หรือสารเคมี
  • เจ็บแน่นหน้าอก เหงื่อแตก หรือหายใจไม่อิ่ม
  • แขนขาอ่อนแรงซีกเดียว ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด หรือตามัวทันที
  • ปวดหัวรุนแรง หรือคอแข็ง
  • ปวดท้องรุนแรง
  • สับสน ซึมลง หรือเพิ่งมีศีรษะกระแทก
  • อาการขาดน้ำรุนแรง เช่น ไม่มีปัสสาวะ ใจเต้นเร็ว หายใจเร็ว
  • เป็นลม หมดสติ หรือชัก

เรื่องหัวใจต้องระวังเป็นพิเศษ MedlinePlus ระบุว่าคลื่นไส้อาเจียนเป็นอาการหนึ่งของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวาน และผู้หญิง อาจเจ็บหน้าอกน้อยมากหรือไม่เจ็บเลย แต่มีอาการเหนื่อย หายใจสั้น หรืออ่อนแรงแทน อาการเตือนของหัวใจอ่านเพิ่มที่ หัวใจล้มเหลว อาการเตือนระยะแรก

แบบไหนควรไปพบแพทย์โดยเร็ว

MedlinePlus ระบุว่าควรติดต่อแพทย์ทันทีหรือไปรับการรักษา ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

  • อาเจียนต่อเนื่องนานเกิน 24 ชั่วโมง
  • ดื่มน้ำแล้วอาเจียนออกหมด ไม่มีอะไรอยู่ท้องนาน 12 ชั่วโมงขึ้นไป
  • ไม่ปัสสาวะนาน 8 ชั่วโมงขึ้นไป
  • อาเจียน 3 ครั้งขึ้นไปใน 1 วัน
  • คลื่นไส้นานเกิน 48 ชั่วโมง มีไข้ หรืออ่อนแรง

ตาเหลืองหรือตัวเหลืองร่วมกับคลื่นไส้ ก็ต้องไปพบแพทย์ MedlinePlus อธิบายว่าอาการตัวเหลืองตาเหลืองเกิดจากสารบิลิรูบินคั่ง และอาจเป็นสัญญาณของโรคตับ เช่น ตับอักเสบ ท่อน้ำดีอุดตัน การติดเชื้อ หรือผลจากยา

สัญญาณขาดน้ำที่ต้องสังเกต ตาม MedlinePlus ได้แก่ ปากแห้ง กระหายน้ำมาก ตาลึกโหล ผิวหนังเมื่อดึงแล้วไม่คืนตัวเหมือนปกติ และปัสสาวะน้อยหรือสีเหลืองเข้ม

ที่โรงพยาบาลแพทย์จะถามอะไร

เตรียมคำตอบไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้แพทย์หาสาเหตุได้เร็วขึ้น MedlinePlus ระบุคำถามที่แพทย์มักถาม เช่น

  • เริ่มอาเจียนเมื่อไร นานแค่ไหน บ่อยแค่ไหน
  • เกิดหลังกินอาหาร หรือตอนท้องว่าง
  • มีปวดท้อง ไข้ ท้องเสีย หรือปวดหัวร่วมไหม
  • อาเจียนเป็นเลือด หรือคล้ายกากกาแฟไหม
  • ปัสสาวะครั้งสุดท้ายเมื่อไร
  • น้ำหนักลดไหม เพิ่งเดินทางไปที่ไหนมา
  • กินยาอะไรอยู่บ้าง คนที่กินอาหารร้านเดียวกันมีอาการไหม
  • ตั้งครรภ์หรืออาจตั้งครรภ์ไหม

แพทย์อาจตรวจเลือดดูเกลือแร่ การทำงานของไตและตับ ตรวจปัสสาวะ อัลตราซาวนด์ หรือส่องกล้องกระเพาะ ถ้าขาดน้ำมากอาจต้องให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด

บรรเทาคลื่นไส้เบื้องต้นที่บ้านทำอย่างไร

เมื่อไม่มีสัญญาณอันตรายข้างต้น MedlinePlus แนะนำวิธีดูแลตัวเองดังนี้

  • นั่งพักนิ่ง ๆ การขยับตัวมากอาจทำให้คลื่นไส้มากขึ้น
  • จิบน้ำใสทีละน้อยแต่บ่อย น้ำเย็นมักดีที่สุด ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ
  • กินมื้อเล็ก 6–8 มื้อแทน 3 มื้อใหญ่ เลือกอาหารรสจืด เช่น ขนมปังกรอบ ข้าว ก๋วยเตี๋ยวน้ำใส
  • นั่งตัวตรงหลังกิน อย่าเพิ่งนอนราบ
  • เลี่ยงอาหารมัน ทอด เผ็ดจัด กลิ่นแรง รวมถึงกาแฟ แอลกอฮอล์ และน้ำอัดลมที่ยังมีฟอง
  • ออกไปรับอากาศบริสุทธิ์ หรือหาอะไรทำให้ลืมอาการ

รายละเอียดว่าควรกินอะไร และกินอะไรก็อาเจียนต้องทำอย่างไร อ่านต่อที่ คลื่นไส้กินอะไรดี

ขิงช่วยคลื่นไส้ได้ไหม

หลายบ้านมีน้ำขิงติดไว้เวลาพะอืดพะอม ศูนย์สุขภาพแบบผสมผสานแห่งชาติสหรัฐ (NCCIH) สรุปว่า ขิงอาจช่วยอาการคลื่นไส้อาเจียนในหญิงตั้งครรภ์ แต่ งานส่วนใหญ่เรื่องเมารถไม่พบว่าขิงช่วย และยังไม่แน่ใจว่าขิงช่วยเพิ่มจากการรักษามาตรฐานในคลื่นไส้จากเคมีบำบัดหรือหลังผ่าตัดหรือไม่

ขิงไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ ถ้าคลื่นไส้มาจากไส้ติ่งอักเสบ หัวใจ หรือผลข้างเคียงยา การจิบน้ำขิงอาจทำให้เสียเวลาไปโรงพยาบาล รายละเอียดงานวิจัยอ่านที่ ขิงแก้คลื่นไส้ได้จริงไหม

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: แล็บฟาร์ม (Lab Farm)

แล็บฟาร์ม (Lab Farm) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ตรา แล็บ ฟาร์ม) เลข อย. 73-1-02663-5-0191 ผลิตโดย บริษัท ออกานิกส์ อินโนเวชั่นส์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มก. ฉลากแนะนำรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% (Immuneo Plus™) 200 มก. (เบต้ากลูแคนราว 160 มก. คำนวณ) · แกมมา โอไรซานอล 50 มก. · สารสกัดซีบัคธอร์น 50 มก. · เควอซิทิน 50 มก. · สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. · ผงมากิเบอร์รี่ 30 มก. · ผงมะตูม 30 มก. · สารสกัดขิง 20 มก. · สารสกัดพริกไทยดำ 20 มก. · สารสกัดใบแปะก๊วย 20 มก. · นิโคตินาไมด์ (วิตามินบี 3) 15 มก. · ไบโอติน 1% 7.9 มก. (ไบโอตินราว 79 ไมโครกรัม คำนวณ) · แคลเซียม ดี-แพนโททิเนต 2 มก. · วิตามินบี 1 1.5 มก. · วิตามินบี 2 1.5 มก. · วิตามินบี 6 1 มก. · วิตามินบี 12 0.1% 1 มก. (บี 12 ราว 1 ไมโครกรัม คำนวณ) · วิตามินดี 3 (1,000,000 IU/g) 0.2 มก. (ราว 200 IU หรือ 5 ไมโครกรัม คำนวณ) · กรดโฟลิก 0.1 มก. (100 ไมโครกรัม)

ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้ และหลักฐานที่มี

  • สารสกัดขิง 20 มก. — NCCIH ระบุว่าขิงอาจช่วยอาการคลื่นไส้อาเจียนในหญิงตั้งครรภ์ แต่ยังไม่แน่ใจว่าช่วยเพิ่มจากการรักษามาตรฐานในคลื่นไส้จากเคมีบำบัดหรือหลังผ่าตัด และงานส่วนใหญ่เรื่องเมารถไม่พบว่าช่วย งานทดลองในผู้ป่วยมะเร็ง 576 คนที่พบผลบวกใช้ขิงวันละ 0.5–1.0 กรัม ร่วมกับยาแก้อาเจียนมาตรฐาน ซึ่งมากกว่าสารสกัดในแคปซูลราว 25–50 เท่าเมื่อเทียบตามน้ำหนัก (คำนวณ) (ผงขิงกับสารสกัดเทียบตรงกันไม่ได้ทั้งหมด) และฉลากไม่ได้ระบุปริมาณสารจินเจอรอล

ต้องบอกตรง ๆ ว่า ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน และไม่ใช่สิ่งที่จะใช้แทนยาแก้อาเจียนหรือการไปพบแพทย์เมื่อมีสัญญาณอันตราย ส่วนหญิงตั้งครรภ์ ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด: ใบแปะก๊วย ขิง โสม และเควอซิทิน มีรายงานเรื่องเลือดออกหรือค่าการแข็งตัวของเลือดเปลี่ยน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาที่ต้องคุมระดับยาในเลือด เช่น ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ยาต้านไวรัสเอชไอวี: ไพเพอรีนในพริกไทยดำทำให้ระดับยาบางชนิดสูงขึ้นในงานวิจัยในคน และขิงเพิ่มระดับยาทาโครลิมัสตามข้อมูลของ MSKCC
  • ผู้ใช้อินซูลินหรือยาเบาหวาน: โสมและขิงอาจทำให้น้ำตาลลดลงมากขึ้น
  • ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ หรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน: ต้องให้แพทย์ผู้รักษาอนุญาตก่อนกินอาหารเสริมทุกชนิด รวมถึงผลิตภัณฑ์นี้
  • ผู้มีนิ่วในถุงน้ำดี: MSKCC แนะนำให้เลี่ยงขิงชนิดเสริม
  • ก่อนเจาะเลือด: แจ้งแพทย์หรือห้องแล็บว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีไบโอติน
  • คำเตือนบนฉลาก: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความแล็บฟาร์มทั้งหมด

ส่วนประกอบบางชนิด เช่น โสม ใบแปะก๊วย ขิง และพริกไทยดำ อาจเสริมฤทธิ์หรือเปลี่ยนระดับยาบางชนิด ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง และผู้ที่จะผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการรักษาหรือวัคซีน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Lab Farm รุ่นปัจจุบันของแบรนด์ Hopeful ระบุ Immuneo Plus™ และขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มิลลิกรัม

Lab Farmแล็บฟาร์ม

เลข อย. 73-1-02663-5-0191

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 890 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 2,490 · 8 กล่อง 4,590 · 15 กล่อง 7,890 · 25 กล่อง 12,990 บาท (ต.ค. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Lab Farm →

คำถามที่พบบ่อย

คลื่นไส้เกิดจากอะไร

สาเหตุที่พบบ่อยตาม MedlinePlus ได้แก่ กระเพาะลำไส้ติดเชื้อ อาหารเป็นพิษ แพ้อาหาร กรดไหลย้อน ไมเกรน เมารถเมาเรือ ปวดรุนแรง กระเพาะบีบตัวช้า ยาและการรักษาบางอย่าง และความเครียด แต่คลื่นไส้ก็อาจเป็นสัญญาณแรกของไส้ติ่งอักเสบ ลำไส้อุดตัน หรือแผลในกระเพาะได้ ถ้ามีอาการอื่นร่วมควรพบแพทย์

คลื่นไส้พะอืดพะอมตอนเช้าเป็นอะไร

ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ต้องคิดถึงการตั้งครรภ์ก่อน เพราะอาการแพ้ท้องมักเริ่ม 4–6 สัปดาห์หลังปฏิสนธิ สาเหตุอื่นที่พบได้คือกรดไหลย้อน ความเครียด และยาที่กินตอนท้องว่าง ถ้าเป็นประจำหรือน้ำหนักลด ควรพบแพทย์ ถ้าอาเจียนเป็นเลือดให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

เวียนหัว คลื่นไส้ เกิดจากอะไร

MedlinePlus แยกเป็นหน้ามืดจะเป็นลม ซึ่งเกิดจากความดันตก ขาดน้ำ ลุกเร็ว น้ำตาลต่ำ หรือยาลดความดัน กับบ้านหมุน ซึ่งมักมาจากหูชั้นใน แต่ถ้ามีเจ็บหน้าอก ใจสั่น แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หรือตามัวข้อใดข้อหนึ่งร่วมด้วย ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

กินเมทฟอร์มินแล้วคลื่นไส้ ต้องหยุดยาไหม

ห้ามหยุดยาเอง คลื่นไส้และท้องเสียเป็นผลข้างเคียงที่พบได้ของเมทฟอร์มิน ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเรื่องวิธีกินพร้อมอาหาร แต่ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง เช่น อ่อนเพลียมากผิดปกติ หายใจเร็วลึก หรือใจเต้นผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นภาวะกรดแลคติกคั่งที่พบไม่บ่อยแต่อันตราย ต้องติดต่อแพทย์ทันทีหรือไปโรงพยาบาล

คลื่นไส้แบบไหนต้องไปโรงพยาบาล

มีข้อใดข้อหนึ่งให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ได้แก่ อาเจียนเป็นเลือดหรือสีกากกาแฟ สงสัยกินสารพิษ เจ็บแน่นหน้าอก แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัด ปวดหัวรุนแรง คอแข็ง ปวดท้องรุนแรง สับสน อาการขาดน้ำรุนแรง หรือเป็นลม ส่วนอาเจียนนานเกิน 24 ชั่วโมง ดื่มน้ำไม่อยู่ 12 ชั่วโมง หรือไม่ปัสสาวะ 8 ชั่วโมง ควรพบแพทย์ทันที

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-14

อ่านต่อ

มะตูมสรรพคุณ น้ำมะตูมแก้อะไร ข้อควรระวังที่ควรรู้

มะตูมสรรพคุณในตำรายาไทยใช้ส่วนไหน งานวิจัยสมัยใหม่อยู่ระดับไหน มะตูมดิบกับสุกต่างกันอย่างไร น้ำมะตูมกับน้ำตาล คนเป็นเบาหวานดื่มได้ไหม และข้อควรระวัง

ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล

ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร ผงเกลือแร่ ORS ต่างจากเครื่องดื่มเกลือแร่อย่างไร ยาหยุดถ่ายใช้ได้เมื่อไร โยเกิร์ตช่วยไหม อาการไหนต้องไปโรงพยาบาล

หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายเร็ว ไข่ อาหารทะเล กินได้ไหม

หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายดี โปรตีน วิตามินซี สังกะสีจำเป็นแค่ไหน ไข่ ไก่ อาหารทะเลทำให้แผลเป็นนูนจริงไหม เบาหวานกับแผลหายช้า และสัญญาณแผลติดเชื้อ

อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่ กี่วันถึงหาย กลับไปออกกำลังได้เมื่อไร

อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่หรือโควิดนานแค่ไหน ทำไมไม่ควรรีบออกกำลัง อาการใจสั่น เหนื่อยหอบที่ต้องระวัง วิธีเพิ่มกิจกรรมทีละขั้น และเมื่อไรต้องตรวจเพิ่ม

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 980 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท