บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Liv Pro Plus

MASLD คืออะไร ชื่อใหม่ของไขมันพอกตับ ต่างจาก NAFLD และ MetALD อย่างไร

คำตอบสั้น: MASLD (Metabolic dysfunction-associated steatotic liver disease) คือชื่อใหม่ของโรคไขมันพอกตับที่เดิมเรียกว่า NAFLD แปลว่า โรคตับคั่งไขมันที่สัมพันธ์กับความผิดปกติของเมแทบอลิซึม วงการแพทย์นานาชาติเปลี่ยนชื่อในปี 2566 และแนวทางเวชปฏิบัติของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2569 ใช้ชื่อนี้แล้ว จะวินิจฉัยได้เมื่อตรวจพบไขมันคั่งตับ ร่วมกับปัจจัยเสี่ยงทางเมแทบอลิซึมอย่างน้อย 1 ใน 5 ข้อ เช่น น้ำหนักเกิน รอบเอวเกิน น้ำตาลสูง ความดันสูง หรือไขมันผิดปกติ ส่วนคนที่มีลักษณะเดียวกันแต่ดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้นถึงระดับหนึ่ง จะเรียกว่า MetALD แนวทางไทยระบุว่าคนที่เคยได้รับการวินิจฉัย NAFLD กับ MASLD ซ้อนทับกันถึงร้อยละ 98–99 จึงเป็นโรคเดียวกันในทางปฏิบัติ

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • MASLD = ไขมันพอกตับ + ปัจจัยเสี่ยงเมแทบอลิก อย่างน้อย 1 ข้อ ใช้แทนชื่อ NAFLD
  • MASH คือระยะที่ตับมีการอักเสบร่วมด้วย ใช้แทนชื่อ NASH
  • MetALD คือ MASLD ที่ดื่มแอลกอฮอล์ราว 20–50 กรัมต่อวันในผู้หญิง หรือ 30–60 กรัมต่อวันในผู้ชาย (แนวทางไทย 2569)
  • แนวทางไทยระบุความชุกในคนไทยร้อยละ 17.8–22.8 จากการสำรวจระดับประเทศปี 2563 และ 2565
  • ใครเคยถูกบอกว่าเป็น NAFLD ไม่จำเป็นต้องตรวจใหม่เพราะชื่อเปลี่ยน แต่ควรตรวจติดตามตามนัดเหมือนเดิม

MASLD ย่อมาจากอะไร แต่ละคำหมายถึงอะไร

MASLD ย่อมาจาก Metabolic dysfunction-Associated Steatotic Liver Disease แต่ละคำมีความหมายดังนี้

  • Metabolic dysfunction คือความผิดปกติของระบบเผาผลาญ เช่น อ้วน ดื้ออินซูลิน เบาหวาน ความดันสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ
  • Associated คือสัมพันธ์กัน
  • Steatotic คือมีไขมันคั่ง ใช้แทนคำว่า fatty
  • Liver disease คือโรคตับ

แนวทางเวชปฏิบัติของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2569 นิยาม MASLD ว่าเป็นภาวะที่มีไขมันสะสมในตับ มากกว่าร้อยละ 5 ของเซลล์ตับ ที่สัมพันธ์กับความผิดปกติทางเมแทบอลิซึม

ชื่อที่เปลี่ยนคู่กันมีอีก 2 ชื่อ

  • NASH → MASH (Metabolic dysfunction-associated steatohepatitis) คือภาวะตับอักเสบที่เกิดในบริบทของ MASLD แนวทางไทยระบุว่าสำคัญเพราะสัมพันธ์กับการดำเนินโรคไปสู่พังผืด ตับแข็ง และมะเร็งตับ
  • Steatotic liver disease (SLD) คือคำรวมของโรคตับที่มีไขมันคั่งทุกสาเหตุ MASLD เป็นกลุ่มย่อยหนึ่งในนั้น

ทำไมต้องเปลี่ยนชื่อจาก NAFLD เป็น MASLD

เหตุผลหลักมี 2 ข้อ คือชื่อเดิมวินิจฉัยด้วยการคัดออก และใช้คำที่ผู้ป่วยรู้สึกถูกตีตรา

ชื่อ NAFLD (Non-alcoholic fatty liver disease) วินิจฉัยโดย "ไม่ดื่มแอลกอฮอล์และไม่มีสาเหตุอื่น" แนวทางไทยอธิบายว่าแนวคิดนี้ไม่สะท้อนกลไกจริงของโรค ชื่อใหม่จึงเปลี่ยนเป็น การวินิจฉัยแบบคัดเข้า คือต้องมีหลักฐานว่ามีปัจจัยเสี่ยงเมแทบอลิกจริง

การเปลี่ยนชื่อมาจากการลงความเห็นแบบเดลฟาย (Delphi consensus) ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Hepatology ปี 2023

  • มีผู้เชี่ยวชาญและตัวแทนผู้ป่วยร่วม 236 คนจาก 56 ประเทศ นำโดยสมาคมโรคตับระดับภูมิภาคขนาดใหญ่ 3 แห่ง
  • ร้อยละ 74 เห็นว่าชื่อเดิมมีข้อบกพร่องมากพอจะเปลี่ยน
  • ร้อยละ 61 เห็นว่าคำว่า "nonalcoholic" ตีตราผู้ป่วย และร้อยละ 66 เห็นว่าคำว่า "fatty" ตีตราผู้ป่วย
  • คนที่มีไขมันคั่งตับแต่ไม่มีปัจจัยเมแทบอลิกและไม่ทราบสาเหตุ จะจัดเป็นกลุ่มแยกที่เรียกว่า cryptogenic steatotic liver disease

การลงความเห็นแบบเดลฟาย คือการให้ผู้เชี่ยวชาญตอบแบบสอบถามหลายรอบจนได้ข้อสรุปที่เสียงส่วนใหญ่ยอมรับ ในงานนี้กำหนดไว้ล่วงหน้าว่าต้องได้เสียงอย่างน้อยร้อยละ 67

เกณฑ์วินิจฉัย MASLD มีอะไรบ้าง

ต้องมีทั้ง 2 ส่วน คือ ตรวจพบไขมันคั่งตับจากภาพถ่ายทางรังสีหรือชิ้นเนื้อ และมีปัจจัยเสี่ยงอย่างน้อย 1 ใน 5 ข้อ ตามตารางเปรียบเทียบในแนวทางสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2569

  1. น้ำตาล: เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 หรือน้ำตาลขณะอดอาหารมากกว่า 100 มก./ดล. หรือ HbA1c มากกว่าร้อยละ 5.7 หรือได้ยารักษา
  2. น้ำหนักและรอบเอว: ดัชนีมวลกาย (BMI) ตั้งแต่ 23 กก./ม.² ขึ้นไปสำหรับคนเอเชีย หรือรอบเอวมากกว่า 90 ซม. ในผู้ชาย และ 80 ซม. ในผู้หญิง
  3. ความดันโลหิต: มากกว่า 130/85 มม.ปรอท หรือได้ยารักษา
  4. ไตรกลีเซอไรด์: มากกว่า 150 มก./ดล. หรือได้ยารักษา
  5. ไขมันดี (HDL) ต่ำ: น้อยกว่า 40 มก./ดล. ในผู้ชาย หรือ 50 มก./ดล. ในผู้หญิง หรือได้ยารักษา

HbA1c คือค่าน้ำตาลสะสมเฉลี่ยราว 2–3 เดือน ดัชนีมวลกาย คือน้ำหนัก (กิโลกรัม) หารด้วยส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง ตัวอย่างเช่น คนสูง 160 ซม. หนัก 59 กก. จะมี BMI ราว 23 (คำนวณ) ซึ่งถึงเกณฑ์ข้อ 2 แล้ว

ในชีวิตจริงของคนไทยวัย 40 ขึ้นไป หลายคนมีอย่างน้อย 1 ข้ออยู่แล้วจากผลตรวจสุขภาพประจำปี เช่น รอบเอวเกิน หรือกินยาความดันอยู่ แนวทางไทยระบุว่าผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 มีความชุกของ MASLD ราวร้อยละ 65 จากการศึกษาวิเคราะห์อภิมาน เรื่องเบาหวานกับตับอ่านต่อที่ ไขมันพอกตับ เบาหวาน เกี่ยวกันอย่างไร

MetALD คืออะไร ดื่มเหล้าเท่าไรถึงเข้ากลุ่มนี้

MetALD คือคนที่เข้าเกณฑ์ MASLD แต่ดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้นถึงระดับกลาง แนวทางไทย พ.ศ. 2569 แบ่งตามปริมาณแอลกอฮอล์ดังนี้

  • ดื่มน้อยกว่า 20 กรัมต่อวัน (ผู้หญิง) หรือน้อยกว่า 30 กรัมต่อวัน (ผู้ชาย) จัดเป็น MASLD
  • ดื่มราว 20–50 กรัมต่อวัน (ผู้หญิง) หรือ 30–60 กรัมต่อวัน (ผู้ชาย) จัดเป็น MetALD
  • ดื่มมากกว่า 50 กรัมต่อวัน (ผู้หญิง) หรือมากกว่า 60 กรัมต่อวัน (ผู้ชาย) จัดเป็น โรคตับจากแอลกอฮอล์ (ALD) ไม่ว่าจะมีปัจจัยเมแทบอลิกหรือไม่

การลงความเห็นแบบเดลฟายปี 2023 ใช้ตัวเลขต่อสัปดาห์ คือ 140–350 กรัม (ผู้หญิง) และ 210–420 กรัม (ผู้ชาย) ซึ่งสอดคล้องกัน

แปลงเป็นแก้วอย่างไร สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทยอธิบายว่าประเทศไทยกำหนด 1 ดื่มมาตรฐานเท่ากับแอลกอฮอล์ 10 กรัม เบียร์ไทยมีแอลกอฮอล์ราว 6–10% จึงได้ 1 ดื่มมาตรฐานจากเบียร์ไม่ถึง 1 กระป๋อง และวิสกี้ 40 ดีกรี 1 ดื่มมาตรฐานคือราว 43 ซีซี เรื่องเบียร์ ไวน์ และเหล้าขาวอ่านเพิ่มที่ กินเบียร์ตับแข็งไหม

เคยตรวจเจอ NAFLD แล้ว ต้องตรวจใหม่หรือเปลี่ยนการรักษาไหม

ไม่ต้องตรวจใหม่เพียงเพราะชื่อเปลี่ยน แนวทางไทยระบุว่าผู้ป่วย NAFLD และ MASLD ซ้อนทับกันสูงถึงร้อยละ 98–99 จึงถือเป็นกลุ่มประชากรเดียวกันในทางคลินิก

สิ่งที่อาจเปลี่ยนคือคำในใบรับรองแพทย์หรือเวชระเบียน ส่วนการดูแลยังเป็นหลักเดิมตามแนวทางไทย พ.ศ. 2569

  • ลดน้ำหนักอย่างน้อยร้อยละ 5–10 ของน้ำหนักตั้งต้น ในคนน้ำหนักเกิน และการลดตั้งแต่ร้อยละ 10 ขึ้นไปเป็นเป้าสำคัญ อ่านรายละเอียดที่ ไขมันพอกตับ ต้องลดน้ำหนักกี่เปอร์เซ็นต์
  • งดสูบบุหรี่และงดแอลกอฮอล์ แนวทางไทยจัดเป็นคำแนะนำระดับ "แนะนำอย่างยิ่ง"
  • ออกกำลังกายระดับปานกลางสะสมอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือระดับหนักอย่างน้อย 75 นาทีต่อสัปดาห์
  • ไปตรวจตามนัด แพทย์จะประเมินพังผืดในตับและความเสี่ยงโรคหัวใจตามเกณฑ์ของแนวทาง

ความเชื่อที่พบบ่อยเกี่ยวกับชื่อ MASLD

"เปลี่ยนชื่อแปลว่าเป็นโรคใหม่ที่ร้ายแรงขึ้น" ไม่จริง เป็นโรคเดิม แต่ใช้เกณฑ์ที่ตรงกับกลไกของโรคมากขึ้น

"ชื่อใหม่ตัดคำว่า non-alcoholic ออก แปลว่าคนไขมันพอกตับดื่มเหล้าได้แล้ว" ไม่จริง แนวทางไทยแนะนำอย่างยิ่งให้ผู้ป่วยและกลุ่มเสี่ยงงดดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มมากขึ้นทำให้ถูกจัดเป็น MetALD หรือโรคตับจากแอลกอฮอล์ ไม่ได้ทำให้ปลอดภัยขึ้น

"ผอมแล้วไม่เป็น MASLD" ไม่จริง เกณฑ์มีถึง 5 ข้อ คนที่ BMI ปกติแต่น้ำตาลหรือไขมันผิดปกติก็เข้าเกณฑ์ได้ แนวทางไทยระบุว่าคน lean MASLD ที่ BMI น้อยกว่า 23 ลดน้ำหนักเพียงร้อยละ 3–5 ก็ช่วยลดไขมันและการอักเสบในตับได้ อ่านต่อที่ ไขมันพอกตับ คนผอมเป็นได้ไหม

"ไม่มีอาการ แปลว่าไม่อันตราย" ไม่จริง แนวทางไทยยกการศึกษาในสหรัฐที่พบว่าร้อยละ 96 ของผู้ป่วย MASLD ไม่เคยทราบการวินิจฉัยมาก่อน และระบุว่าโรคมักไม่มีอาการจนกว่าจะเข้าสู่ระยะตับแข็ง

ทำไมคนเป็น MASLD ต้องดูแลหัวใจด้วย

เพราะโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตสำคัญของผู้ป่วยกลุ่มนี้ แนวทางไทย พ.ศ. 2569 ยกข้อมูลการวิเคราะห์อภิมานว่าผู้ป่วย MASLD ราวร้อยละ 38.7 มีโรคหัวใจและหลอดเลือดร่วมโดยไม่มีอาการ และมีอัตราเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงกว่าประชากรทั่วไปราว 1.4 เท่า

แนวทางจึงให้ประเมินความดัน น้ำตาล และไขมันในเลือดอย่างเป็นระบบ ร่วมกับคะแนนความเสี่ยงโรคหัวใจ แนวทางไทยระบุว่ายาลดไขมันกลุ่มสแตตินมีความปลอดภัยสูงในผู้ป่วย MASLD แม้ในรายที่ค่าเอนไซม์ตับสูงเล็กน้อย คนที่แพทย์สั่งยาอยู่จึงไม่ควรหยุดยาเอง อ่านคำอธิบายที่ ไขมันพอกตับกินยาลดไขมันได้ไหม

ใครควรไปตรวจคัดกรอง MASLD

แนวทางไทย พ.ศ. 2569 (ข้อเสนอแนะ 1.1) แนะนำให้คัดกรองในกลุ่มเสี่ยงสูง ได้แก่

  • ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2
  • ผู้ป่วยโรคอ้วนหรืออ้วนลงพุง
  • ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงทางเมแทบอลิกตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไป
  • ผู้ที่มีค่าเอนไซม์ตับสูงผิดปกติโดยอธิบายจากสาเหตุอื่นไม่ได้

ถ้าอยู่ในกลุ่มนี้ ให้ถามแพทย์ที่ดูแลโรคประจำตัวอยู่ เช่น คลินิกเบาหวานในโรงพยาบาลรัฐใกล้บ้าน ว่าควรตรวจตับเพิ่มหรือไม่ ไม่ควรรอให้มีอาการ

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus)

เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ชื่อบนฉลาก เบต้า ลีฟ โปร พลัส) เลข อย. 13-1-15859-5-1473 บรรจุ 10 เม็ด เม็ดละ 1,200 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 เม็ด ผลิตโดย บริษัท เซน ไบโอเทค จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด

เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ และยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง

ส่วนประกอบที่มีงานวิจัยเกี่ยวกับตับคั่งไขมัน ต่อ 1 เม็ดตามฉลาก

  • โคลีน ไบทาร์เทรต (98%) 121.975 มก. (ตัวโคลีนราว 49 มก. เป็นค่าคำนวณ) — โคลีนเป็นสารอาหารจำเป็น งานทดลองแบบควบคุมอาหารในอาสาสมัครสุขภาพดี 57 คน (ตีพิมพ์ปี 2007) ให้กินอาหารที่มีโคลีนน้อยกว่า 50 มก./วัน (ต่อน้ำหนักตัว 70 กก.) นานสูงสุด 42 วัน พบว่าผู้ชายร้อยละ 77 และหญิงวัยหมดประจำเดือนร้อยละ 80 เกิดไขมันพอกตับหรือกล้ามเนื้อเสียหาย ปริมาณในเม็ดราว 49 มก. (คำนวณ) ประมาณ 1 ใน 10 ของค่าแนะนำต่อวัน (ผู้ชาย 550 มก. ผู้หญิง 425 มก. ตาม Linus Pauling Institute) งานนี้เป็นการศึกษาภาวะขาดโคลีน ไม่ได้ทดสอบการเสริมโคลีนในคนที่เป็นโรคจากความอ้วนหรือเบาหวาน
  • แอล-กลูตาไธโอน 90 มก.
  • แอล-กลูตาไธโอน 40.845 มก. (ฉลากพิมพ์กลูตาไธโอนแยกเป็น 2 บรรทัดนี้) — มีงานวิจัยนำร่องแบบเปิดเผยกลุ่มเดียว (open-label single-arm) ในญี่ปุ่น ตีพิมพ์ปี 2017 ที่ให้ผู้ป่วยไขมันพอกตับ 34 คนปรับอาหารและออกกำลังกาย 3 เดือน แล้วกินกลูตาไธโอน 300 มก./วัน ต่ออีก 4 เดือน ไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ และผู้วิจัยระบุว่าต้องมีการทดลองขนาดใหญ่ยืนยัน ขนาดที่ศึกษา 300 มก./วัน สูงกว่าปริมาณในเม็ดตามฉลากทั้ง 2 บรรทัด

ส่วนประกอบอื่นส่วนใหญ่มีปริมาณต่ำกว่าขนาดในงานวิจัยหลายสิบเท่า ดูรายการครบที่ ส่วนประกอบครบทั้ง 28 รายการ ไม่มีหลักฐานว่าเม็ดนี้ทำให้ไขมันในตับหรือค่าตับเปลี่ยนแปลง และการดูแลหลักยังเป็นการลดน้ำหนัก งดเหล้า งดบุหรี่ และออกกำลังกายตามที่เขียนไว้ข้างต้น

แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทยแนะนำว่าผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร ควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาก่อนทุกครั้ง

ส่วนประกอบมีสารสกัดขมิ้นชัน ฉลากระบุห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน และมีผงถั่วนัตโตะ ผงเก๋ากี้ และโคเอนไซม์ คิวเท็น ซึ่งเกี่ยวข้องกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด ผู้ที่ใช้ยาวาร์ฟารินหรือยาต้านเกล็ดเลือด ผู้ป่วยตับแข็ง และผู้แพ้นมหรือถั่วเหลือง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน หากมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม คลื่นไส้ เบื่ออาหาร ให้หยุดและพบแพทย์ทันที

คำเตือนบนฉลาก: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · มีนมและถั่วเหลือง · ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าลีฟโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Liv Pro Plus ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า พื้นกล่องสีแดงเข้ม

Beta Liv Pro Plusเบต้าลีฟโปรพลัส

เลข อย. 13-1-15859-5-1473

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 4 กล่อง 1,790 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Liv Pro Plus →

คำถามที่พบบ่อย

MASLD คืออะไร

MASLD คือชื่อใหม่ของโรคไขมันพอกตับที่เดิมเรียกว่า NAFLD ย่อมาจาก Metabolic dysfunction-associated steatotic liver disease หมายถึงไขมันคั่งตับที่สัมพันธ์กับความผิดปกติของระบบเผาผลาญ

MASLD กับ NAFLD ต่างกันอย่างไร

NAFLD วินิจฉัยด้วยการคัดออกว่าไม่ดื่มเหล้าและไม่มีสาเหตุอื่น ส่วน MASLD ต้องมีปัจจัยเสี่ยงเมแทบอลิกอย่างน้อย 1 ใน 5 ข้อ แนวทางสมาคมโรคตับไทยระบุว่าผู้ป่วยสองกลุ่มซ้อนทับกันร้อยละ 98–99

MetALD คืออะไร

MetALD คือคนที่เข้าเกณฑ์ MASLD และดื่มแอลกอฮอล์ราว 20–50 กรัมต่อวันในผู้หญิง หรือ 30–60 กรัมต่อวันในผู้ชาย ถ้าดื่มมากกว่านั้นจะจัดเป็นโรคตับจากแอลกอฮอล์

เกณฑ์ MASLD มีอะไรบ้าง

ต้องตรวจพบไขมันคั่งตับ ร่วมกับข้อใดข้อหนึ่งใน 5 ข้อ ได้แก่ น้ำตาลสูงหรือเบาหวาน BMI ตั้งแต่ 23 หรือรอบเอวเกิน 90/80 ซม. ความดันเกิน 130/85 ไตรกลีเซอไรด์เกิน 150 และ HDL ต่ำ หรือได้ยารักษาภาวะเหล่านี้

เคยเป็น NAFLD ต้องตรวจใหม่ไหม

ไม่ต้องตรวจใหม่เพราะชื่อเปลี่ยน ให้ตรวจติดตามตามนัดเดิม การดูแลหลักยังเป็นการลดน้ำหนักร้อยละ 5–10 งดเหล้า งดบุหรี่ และออกกำลังกาย

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-11-07

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท