เกี่ยวกับ Beta Liv Pro Plus
ไขมันพอกตับ เบาหวาน เกี่ยวกันอย่างไร เป็นแล้วเสี่ยงอีกอย่างไหม
คำตอบสั้น: ไขมันพอกตับกับเบาหวานชนิดที่ 2 เชื่อมกันด้วยภาวะดื้ออินซูลิน และมักเกิดคู่กัน แนวทางของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2569 อ้างการวิเคราะห์รวมว่า ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 มีไขมันพอกตับราวร้อยละ 65 และเบาหวานเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุดที่ทำให้โรคลุกลามเป็นตับอักเสบและพังผืด ในทางกลับกัน คนที่มีไขมันพอกตับมีโอกาสเป็นเบาหวานในอนาคตราว 2 เท่า แม้งานเหล่านี้ยังพิสูจน์เหตุและผลไม่ได้ คนเป็นเบาหวานจึงควรได้รับการคัดกรองตับ
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- แนวทางไทยแนะนำอย่างยิ่งให้คัดกรองไขมันพอกตับในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2
- ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 มีไขมันพอกตับราวร้อยละ 65 ตับอักเสบจากไขมันราวร้อยละ 32 และพังผืดในตับราวร้อยละ 19.5 (ข้อมูลรวมทั่วโลก)
- การวิเคราะห์รวม 19 งาน เกือบ 3 แสนคน พบว่าคนไขมันพอกตับเป็นเบาหวานภายหลังมากกว่าราว 2.2 เท่า
- การตรวจลำดับแรกคือ FIB-4 ซึ่งคำนวณจากอายุ ค่า AST ค่า ALT และเกล็ดเลือด ค่าตับปกติไม่ได้แปลว่าไม่มีไขมันพอกตับ
- ยาเบาหวานบางกลุ่มมีข้อมูลว่าลดไขมันในตับ แต่การเลือกและเปลี่ยนยาเป็นหน้าที่ของแพทย์
ภาวะดื้ออินซูลินเชื่อมไขมันพอกตับกับเบาหวานอย่างไร
อินซูลินเป็นฮอร์โมนที่พาน้ำตาลเข้าเซลล์ ภาวะดื้ออินซูลิน คือเซลล์ตอบสนองต่ออินซูลินน้อยลง น้ำตาลในเลือดจึงค้างสูง
บทความของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทยอธิบายว่า ไขมันพอกตับในคนที่ไม่ดื่มเหล้าเกิดจากความผิดปกติของการเผาผลาญจากภาวะดื้ออินซูลิน พบบ่อยในโรคอ้วน เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง ส่วนน้ำตาลและแป้งส่วนเกินถูกตับนำไปสร้างเป็นไขมัน
แนวทางเวชปฏิบัติของสมาคมโรคตับฯ พ.ศ. 2569 ระบุเพิ่มว่า ไขมันสะสมในช่องท้องร่วมกับภาวะดื้ออินซูลินมีบทบาทสำคัญในการเร่งให้ไขมันพอกตับกลายเป็นตับอักเสบจากไขมัน (MASH) และ เบาหวานชนิดที่ 2 เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุด ของการลุกลามนี้ ชื่อเรียกใหม่ของไขมันพอกตับกลุ่มนี้คือ MASLD (โรคตับคั่งไขมันที่สัมพันธ์กับความผิดปกติของเมแทบอลิซึม)
คนเป็นเบาหวาน มีโอกาสเป็นไขมันพอกตับและพังผืดตับมากกว่าไหม
มากกว่าชัดเจน ข้อมูลที่แนวทางไทยอ้างจากการวิเคราะห์รวม (meta-analysis)
- ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 มีไขมันพอกตับ ราวร้อยละ 65
- มีตับอักเสบจากไขมัน ราวร้อยละ 32
- มีพังผืดในตับจากไขมันพอกตับ ราวร้อยละ 19.5
เทียบกับความชุกในคนไทยทั่วไปที่แนวทางเดียวกันระบุไว้ราวร้อยละ 17.8–22.8 แนวทางไทยยังพบว่ายิ่งมีปัจจัยเสี่ยงทางเมแทบอลิก (อ้วน น้ำตาลสูง ความดันสูง ไขมันผิดปกติ) มากข้อ ยิ่งพบพังผืดหรือตับแข็งมากขึ้น คือร้อยละ 13, 26.6 และ 42.5 ในผู้ที่มี 1, 2 และ 3 ข้อขึ้นไป ตามลำดับ
ถ้ามีเบาหวานร่วมกับความดันและไขมันสูงด้วย การดูแลสามโรคไปพร้อมกันอ่านที่ ความดัน ไขมัน เบาหวาน เป็นพร้อมกัน ดูแลอย่างไร
ไขมันพอกตับทำให้เป็นเบาหวานได้ไหม
สัมพันธ์กันชัด แต่ยังพิสูจน์ว่าเป็นตัวก่อโรคโดยตรงไม่ได้ การวิเคราะห์รวมในวารสาร Diabetes Care ปี 2018 (Mantovani และคณะ) รวบรวมงานวิจัยเชิงสังเกต 19 งาน ผู้เข้าร่วม 296,439 คน ติดตามราว 5 ปี (ค่ามัธยฐาน) พบว่า
- คนที่มีไขมันพอกตับ (ตรวจด้วยภาพถ่าย เช่น อัลตราซาวนด์) เป็นเบาหวานภายหลังมากกว่าคนที่ไม่มีราว 2.2 เท่า
- ยิ่งไขมันในตับรุนแรง หรือมีคะแนนพังผืดสูง ความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้น
ผู้วิจัยสรุปเองว่ารูปแบบการศึกษาเชิงสังเกตยัง พิสูจน์เหตุและผลไม่ได้ สิ่งที่ใช้ได้ในชีวิตจริงคือ ถ้ารู้ว่ามีไขมันพอกตับ ควรตรวจน้ำตาลในเลือดและ HbA1c (ค่าน้ำตาลสะสม) ตามนัด โดยเฉพาะคนที่อยู่ในภาวะก่อนเบาหวาน อ่านต่อที่ ภาวะก่อนเบาหวานคืออะไร และ อ่านค่า FBS และ HbA1c
คนเป็นเบาหวานควรตรวจตับอะไรบ้าง
แนวทางไทย พ.ศ. 2569 แนะนำอย่างยิ่ง ให้คัดกรองไขมันพอกตับในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 และให้ใช้ FIB-4 เป็นการตรวจลำดับแรก FIB-4 คำนวณจาก อายุ ค่า AST ค่า ALT และจำนวนเกล็ดเลือด ซึ่งมาจากผลเลือดพื้นฐาน ไม่ต้องตรวจพิเศษ
- FIB-4 ต่ำกว่า 1.3 ความเสี่ยงพังผืดระยะลุกลามต่ำ ตรวจซ้ำทุก 1–2 ปี
- 1.3–2.67 ตรวจเพิ่มด้วยวิธีลำดับที่สอง เช่น การวัดความแข็งของตับ (FibroScan)
- มากกว่า 2.67 หรือความแข็งของตับมากกว่า 8 kPa ส่งพบอายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
แนวทางไทยอ้างการศึกษาผู้ป่วยเบาหวาน 44,481 คน ติดตาม 10 ปี พบภาวะแทรกซ้อนทางตับสะสมร้อยละ 15 ในกลุ่ม FIB-4 สูงกว่า 2.67 ร้อยละ 3 ในกลุ่ม 1.30–2.67 และร้อยละ 1 ในกลุ่มต่ำกว่า 1.30
ข้อสำคัญ: แนวทางไทยระบุว่า ไม่ควรรอให้ค่าตับผิดปกติก่อนจึงคัดกรอง เพราะผู้ป่วยจำนวนมากมีค่า ALT AST ปกติ ส่วนอัลตราซาวนด์ใช้ดูไขมันในตับได้ แต่ความไวลดลงเมื่อไขมันน้อยหรือ BMI สูง เรื่องการวัดพังผืดอ่านต่อที่ ไฟโบรสแกนคืออะไร
ยาเบาหวานบางกลุ่มมีผลต่อไขมันในตับอย่างไร
แนวทางไทย พ.ศ. 2569 ตั้งเป้า HbA1c ต่ำกว่าร้อยละ 7 หรือปรับตามผู้ป่วยแต่ละราย และสรุปข้อมูลยาเบาหวานต่อตับไว้ดังนี้ (ทั้งหมดเป็นยาที่แพทย์พิจารณาสั่งตามข้อบ่งชี้)
- ยากลุ่ม GLP-1 receptor agonists เช่น liraglutide, semaglutide, dulaglutide และ tirzepatide มีหลักฐานว่าลดไขมันในตับ ลดการอักเสบ อาจลดพังผืด และลดน้ำหนักได้มาก
- ยากลุ่ม SGLT2 inhibitors เช่น empagliflozin, dapagliflozin มีข้อมูลว่าลดไขมันในตับ ลดน้ำหนักเล็กน้อย
- pioglitazone มีหลักฐานดีในการลดไขมัน การอักเสบ และพังผืดในตับ แต่อาจทำให้น้ำหนักเพิ่มและบวมน้ำ
- metformin ไม่ได้ลดไขมันหรือพังผืดในตับโดยตรง แต่ยังเป็นยาตั้งต้นที่แนะนำ เพราะลดภาวะดื้ออินซูลิน
ห้ามเปลี่ยน หยุด หรือขอยาเองเพราะอ่านเรื่องนี้ แพทย์เลือกยาจากหลายปัจจัย เช่น โรคหัวใจ โรคไต น้ำหนัก ความเสี่ยงน้ำตาลต่ำ และสิทธิการรักษา ถ้าสงสัยว่ายาที่ใช้อยู่เหมาะกับตับไหม ให้ถามในวันนัด
คุมน้ำตาลกับดูแลตับไปพร้อมกันในชีวิตจริง
ข่าวดีคือ สิ่งที่ทำเพื่อตับกับสิ่งที่ทำเพื่อน้ำตาลเป็นชุดเดียวกัน
- ลดน้ำหนักอย่างน้อยร้อยละ 5–10 ของน้ำหนักตั้งต้น ตามแนวทางไทย เช่น หนัก 80 กก. เป้าแรกคือลด 4–8 กก. แบบค่อยเป็นค่อยไป
- ลดน้ำหวาน น้ำผลไม้ ขนม และแป้งขัดสี เพิ่มผัก ธัญพืชไม่ขัดสี โปรตีนให้พอ
- ออกกำลังกายแบบแอโรบิก ระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น เดินเร็ว และ ฝึกแรงต้าน เพราะแนวทางไทยระบุว่ากล้ามเนื้อช่วยนำน้ำตาลเข้าเซลล์และลดภาวะดื้ออินซูลิน
- ลุกเดินระหว่างวัน แนวทางไทยระบุว่าการนั่งนานเป็นปัจจัยเสี่ยงแยกจากการไม่ออกกำลังกาย
- งดเหล้าและบุหรี่
- กินยาตามแพทย์สั่งต่อเนื่อง และตรวจ HbA1c กับ FIB-4 ตามนัด
อาการแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที
ไขมันพอกตับส่วนใหญ่ไม่มีอาการ แต่ถ้าโรคลุกลามเป็นตับแข็ง NIDDK ระบุอาการระยะหลัง เช่น ตัวเหลืองตาเหลือง สับสน เลือดออกจากเส้นเลือดโป่งพองในหลอดอาหาร ท้องบวม ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- อาเจียนเป็นเลือด
- ซึม สับสน พูดไม่รู้เรื่อง
- ตัวเหลือง ตาเหลือง
- ท้องบวมโตขึ้นเร็ว หรือขาบวมมาก
ความรู้พื้นฐานของโรคอ่านที่ ไขมันพอกตับคืออะไร
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus)
เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-15859-5-1473 บรรจุ 10 เม็ด เม็ดละ 1,200 มก. วันละ 1 เม็ด ผลิตโดย บริษัท เซน ไบโอเทค จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด ส่วนประกอบที่มักถูกถามคู่กับเรื่องเบาหวานและไขมันพอกตับ ได้แก่
- กรดอัลฟาไลโปอิก 13.790 มก. — การวิเคราะห์รวม 7 งานวิจัยแบบสุ่มในผู้ป่วยไขมันพอกตับ 414 คน (Li 2026) ไม่พบว่ากรดอัลฟาไลโปอิกช่วยปรับค่าเอนไซม์ตับ ไขมันในเลือด น้ำตาล หรือน้ำหนักตัว งานในหัวข้อนี้ใช้วันละ 600–1,200 มก. ส่วนในเม็ดมี 13.790 มก. น้อยกว่างานที่ใช้ 1,200 มก. ราว 87 เท่า (ค่าคำนวณ) Linus Pauling Institute ระบุว่าในทางทฤษฎีกรดอัลฟาไลโปอิกอาจเพิ่มความเสี่ยงน้ำตาลต่ำในผู้ใช้อินซูลินหรือยาเบาหวาน แม้ขนาดในเม็ดจะต่ำมาก ผู้ใช้ยาเบาหวานควรแจ้งแพทย์
- โคลีน ไบทาร์เทรต (98%) 121.975 มก. — คิดเป็นตัวโคลีนราว 49 มก. (ค่าคำนวณจากฉลาก) ประมาณ 1 ใน 10 ของค่าแนะนำต่อวัน โคลีนเป็นสารอาหารจำเป็น งานทดลองในคนพบว่าการงดโคลีนในอาหารทำให้เกิดไขมันพอกตับได้ แต่ไม่มีหลักฐานว่าการเสริมปริมาณนี้ทำให้ไขมันพอกตับที่มากับเบาหวานดีขึ้น
ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และ ไม่มีหลักฐานว่าเม็ดนี้ทำให้น้ำตาลในเลือด HbA1c ไขมันในตับ หรือค่าตับเปลี่ยน ยาเบาหวานที่แพทย์สั่งยังต้องกินตามเดิม
ข้อควรระวังจากฉลาก: ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน (มีสารสกัดจากขมิ้นชัน 50 มก.) เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน มีนมและถั่วเหลือง ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ส่วนประกอบมีผงถั่วนัตโตะ 100 มก. (ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณวิตามินเค 2) ผงเก๋ากี้ โคเอนไซม์ คิวเท็น และวิตามินอี ซึ่งเกี่ยวข้องกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด ผู้ที่ใช้ยาวาร์ฟารินหรือยาต้านเกล็ดเลือดต้องบอกแพทย์ก่อน หากมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม คลื่นไส้ หรือเบื่ออาหาร ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้และพบแพทย์ทันที (ยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อจนกว่าแพทย์จะบอก)
แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568 ข้อ 8.5 ระบุว่าผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร คำแนะนำนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์นี้ด้วย ผู้ป่วยตับแข็งจึงไม่ควรรับประทาน เว้นแต่แพทย์ที่ดูแลอนุญาต ส่วนผู้ที่มีไวรัสตับอักเสบหรือค่าตับสูง ให้นำกล่องไปปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าลีฟโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 4 กล่อง 1,790 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Liv Pro Plus →คำถามที่พบบ่อย
ไขมันพอกตับกับเบาหวานเกี่ยวกันอย่างไร
ทั้งสองโรคเชื่อมกันด้วยภาวะดื้ออินซูลิน แนวทางสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทยระบุว่าผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 มีไขมันพอกตับราวร้อยละ 65 และเบาหวานเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุดของการลุกลาม
ไขมันพอกตับทำให้เป็นเบาหวานได้ไหม
การวิเคราะห์รวม 19 งานพบว่าคนไขมันพอกตับเป็นเบาหวานภายหลังมากกว่าราว 2.2 เท่า แต่เป็นงานเชิงสังเกตที่ยังพิสูจน์เหตุและผลไม่ได้ ควรตรวจน้ำตาลตามนัด
คนเป็นเบาหวานควรตรวจตับอะไร
แนวทางไทยแนะนำให้คัดกรองด้วย FIB-4 ซึ่งคำนวณจากอายุ AST ALT และเกล็ดเลือด ถ้าค่า 1.3 ขึ้นไปจะตรวจเพิ่ม เช่น FibroScan และไม่ควรรอให้ค่าตับผิดปกติก่อน
ยาเบาหวานตัวไหนช่วยไขมันพอกตับ
แนวทางไทยระบุว่ายากลุ่ม GLP-1 receptor agonists, SGLT2 inhibitors และ pioglitazone มีข้อมูลว่าลดไขมันในตับ แต่การเลือกหรือเปลี่ยนยาต้องให้แพทย์ตัดสิน ห้ามปรับเอง
เป็นเบาหวานและไขมันพอกตับ ควรเริ่มดูแลตัวเองอย่างไร
ลดน้ำหนักอย่างน้อยร้อยละ 5–10 ลดน้ำหวานและแป้งขัดสี ออกกำลังกายแอโรบิก 150 นาทีต่อสัปดาห์ร่วมกับฝึกแรงต้าน งดเหล้าบุหรี่ และกินยาตามแพทย์สั่ง
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับการดูแลโรคตับคั่งไขมันที่สัมพันธ์กับความผิดปกติของเมแทบอลิซึมในประเทศไทย พ.ศ. 2569สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย
- Nonalcoholic Fatty Liver Disease and Risk of Incident Type 2 Diabetes: A Meta-analysis (Mantovani et al., Diabetes Care 2018)PubMed, U.S. National Library of Medicine
- โภชนาการกับไขมันพอกตับ (Nutrition and fatty liver disease)สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย
- Symptoms & Causes of CirrhosisNational Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK)
- Lipoic AcidLinus Pauling Institute, Oregon State University
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29
อ่านต่อ
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ไตเสื่อมแต่ความดันตก เกิดจากอะไร
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ทำไมไตเสื่อมบางคนความดันตก ยาความดันหลายตัว ท้องเสีย การฟอกไต ทำให้หน้ามืดได้อย่างไร ความดันต่ำกระทบไตไหม และอาการไหนต้องรีบพบแพทย์
โรคไตกินวิตามินอี วิตามินเอ ได้ไหม วิตามินละลายในไขมันที่ต้องระวัง
โรคไตกินวิตามินอีได้ไหม ทำไมวิตามินเอสะสมง่ายในคนไตเสื่อม วิตามินอีกับยาต้านเกล็ดเลือด วิตามินสำหรับคนฟอกไตต่างจากวิตามินรวมอย่างไร และควรบอกแพทย์อย่างไร
กินวิตามินทุกวันเสี่ยงโรคไตไหม วิตามินซีทำลายไตจริงหรือ
วิตามินซีทำลายไตไหม คนไตปกติกินวันละเท่าไรยังปลอดภัย วิตามินตัวไหนไตต้องขับ กินหลายยี่ห้อพร้อมกันเสี่ยงอะไร ใครควรตรวจค่าไตก่อน และอาการไหนต้องพบแพทย์
ไตระยะ 2 ระยะ 3 กินวิตามินซีได้ไหม คนฟอกไตต้องระวังอะไร
ไตเสื่อมกินวิตามินซีได้ไหม แต่ละระยะต้องระวังต่างกันอย่างไร กี่มิลลิกรัมถือว่าสูง คนฟอกไตขาดวิตามินซีได้ไหม และทำไมการฉีดวิตามินซีขนาดสูงอันตรายต่อไต
