เกี่ยวกับ Beta Vit
แมกนีเซียมมีกี่แบบ ออกไซด์ ซิเตรต ไกลซิเนต คาร์บอเนต เลือกอย่างไร
คำตอบสั้น: แมกนีเซียมในผลิตภัณฑ์เสริมไม่ได้อยู่เป็นแร่ธาตุเดี่ยว แต่จับกับสารอื่นเป็น "เกลือ" หรือ "คีเลต" สถาบัน Linus Pauling (LPI, ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุรูปที่มีขาย เช่น ออกไซด์ ไฮดรอกไซด์ กลูโคเนต คลอไรด์ ซิเตรต และคีเลตกับกรดอะมิโน แต่ละรูปมี แมกนีเซียมธาตุต่อน้ำหนักไม่เท่ากัน และงานวัดการดูดซึมขนาดเล็กพบว่า ออกไซด์ดูดซึมเป็นสัดส่วนน้อยกว่าซิเตรตและคลอไรด์ แต่งานเหล่านี้เล็ก วัดผลระยะสั้น และไม่ได้บอกว่ารูปไหนดีต่อสุขภาพมากกว่า การเลือกจึงควรดูปริมาณแมกนีเซียมธาตุ ผลต่อท้อง โรคไต และยาที่ใช้อยู่ ร่วมกับเภสัชกร
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- รูปแบบที่ LPI ระบุ: ออกไซด์ ไฮดรอกไซด์ กลูโคเนต คลอไรด์ ซิเตรต และคีเลตกับกรดอะมิโน (LPI ยกตัวอย่างแอสพาร์เทต ส่วนไกลซิเนตก็เป็นแมกนีเซียมที่จับกับกรดอะมิโนไกลซีน)
- แมกนีเซียมธาตุต่างกัน: ออกไซด์มีแมกนีเซียมราว 60% ของน้ำหนัก ส่วนบิสไกลซิเนตบริสุทธิ์มีราว 14% (คำนวณจากน้ำหนักโมเลกุล PubChem)
- การดูดซึม: งานขนาดเล็กพบออกไซด์ดูดซึมได้ราว 4% ต่ำกว่าคลอไรด์ แลกเทต และแอสพาร์เทต (2544) และต่ำกว่าซิเตรต (2533, 2562)
- ใช้เป็นยาลดกรด: LPI ระบุไฮดรอกไซด์ ออกไซด์ และไตรซิลิเกต
- ทุกรูปแบบ: ต้องระวังเหมือนกันเรื่องโรคไต ยาที่ต้องกินห่าง และเพดาน 350 มก./วันจากผลิตภัณฑ์เสริม
- ไม่มีรูปไหนที่ "ดีกว่า" สำหรับทุกคน แหล่งที่ตรวจไม่ได้จัดอันดับ
แมกนีเซียมเสริมมีกี่แบบ
LPI ระบุรูปแบบที่พบในผลิตภัณฑ์เสริมไว้ดังนี้ (การแบ่งกลุ่มอนินทรีย์/อินทรีย์ด้านล่างเป็นการจัดของบทความ)
- เกลืออนินทรีย์: แมกนีเซียมออกไซด์ ไฮดรอกไซด์ คลอไรด์
- เกลืออินทรีย์: แมกนีเซียมซิเตรต กลูโคเนต
- คีเลตกับกรดอะมิโน: LPI ยกตัวอย่างแมกนีเซียมแอสพาร์เทต ส่วนกลุ่มไกลซิเนตหรือบิสไกลซิเนตคือแมกนีเซียมที่จับกับกรดอะมิโนไกลซีน (LPI ไม่ได้ระบุชื่อนี้)
แมกนีเซียมคาร์บอเนตที่ถามกันบ่อย ในแหล่งที่เราตรวจไม่มีข้อมูลการดูดซึมหรือข้อแนะนำเฉพาะ เราจึงไม่สรุปเรื่องนี้ ถ้าจะใช้ ให้ดูปริมาณแมกนีเซียมธาตุบนฉลากและถามเภสัชกร
แต่ละรูปแบบมีแมกนีเซียมธาตุต่างกันอย่างไร
ตัวเลขบนฉลากบางยี่ห้อคือน้ำหนักสารประกอบทั้งก้อน ไม่ใช่น้ำหนักแมกนีเซียม ตัวอย่างจากการคำนวณด้วยน้ำหนักโมเลกุลจากฐานข้อมูล PubChem
- แมกนีเซียมออกไซด์: แมกนีเซียม 24.305 หาร 40.305 ได้ราว 60.3% โดยน้ำหนัก (คำนวณ) สารประกอบ 440 มก. จึงมีแมกนีเซียมราว 265 มก. ถ้าวัตถุดิบบริสุทธิ์
- แมกนีเซียมบิสไกลซิเนตบริสุทธิ์: ราว 14.1% (คำนวณ) สารประกอบ 100 มก. จึงมีแมกนีเซียมราว 14 มก.
ตัวเลขของรูปแบบอื่น เช่น ซิเตรต คลอไรด์ หรือคาร์บอเนต เราไม่ได้ตรวจในรอบนี้ จึงไม่ใส่ตัวเลข
ข้อสังเกต: รูปที่มีสัดส่วนแมกนีเซียมสูงไม่ได้แปลว่าร่างกายได้มากกว่าเสมอ เพราะการดูดซึมต่างกัน และรูปที่มีสัดส่วนต่ำก็ไม่ได้แปลว่าดีกว่า ต้องดูทั้งสองเรื่องพร้อมกัน
งานวิจัยเปรียบเทียบการดูดซึมพบอะไร และมีข้อจำกัดอะไร
งานที่เราตรวจเป็นงานเล็ก วัดผลจากเลือดหรือปัสสาวะในอาสาสมัครสุขภาพดี ไม่ได้วัดผลต่อโรคหรืออาการ
- งานปี 2533 (วารสารของวิทยาลัยโภชนาการอเมริกัน): แมกนีเซียมออกไซด์ "แทบไม่ละลายในน้ำ" และละลายได้เพียง 43% ในสภาพกรดเท่ากรดในกระเพาะสูงสุด ส่วนซิเตรตละลายได้ดีกว่าทุกสภาวะ เมื่อวัดแมกนีเซียมในปัสสาวะหลังกิน ออกไซด์ต่ำกว่าซิเตรตชัดเจน
- งานปี 2544 (Magnesium Research): อาสาสมัครปกติ วัดแมกนีเซียมในปัสสาวะ พบออกไซด์ดูดซึมได้ราว 4% ต่ำกว่าคลอไรด์ แลกเทต และแอสพาร์เทต บทคัดย่อไม่ระบุจำนวนคน
- งานปี 2562 (Magnesium Research): ชายสุขภาพดี 14 คน ที่ได้แมกนีเซียมนำวันละ 400 มก. 5 วันก่อน แล้วกินแมกนีเซียมทดสอบ 400 มก. ครั้งเดียว ซิเตรตเพิ่มแมกนีเซียมในเลือดและปัสสาวะได้ ออกไซด์ไม่เพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ ผู้วิจัยสังกัดบริษัทวิจัยโภชนาการเอกชน
ข้อจำกัดที่ต้องรู้
- ทุกงานเล็ก ระยะสั้น และทำในคนสุขภาพดี ผลอาจต่างในผู้สูงอายุหรือผู้ที่ใช้ยาลดกรด
- วัดแค่ "ดูดซึมเท่าไร" ไม่ได้วัดว่าโรคหรืออาการเปลี่ยนหรือไม่
- ในแหล่งที่เราตรวจไม่พบงานที่เทียบรูปไกลซิเนตหรือบิสไกลซิเนตกับรูปอื่นโดยตรง
เรื่องเปรียบเทียบออกไซด์กับคีเลตแบบละเอียด อ่านต่อได้ที่ แมกนีเซียมออกไซด์กับคีเลตต่างกันอย่างไร
รูปแบบไหนใช้เป็นยาระบายหรือยาลดกรด
LPI ระบุว่า แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ ออกไซด์ หรือไตรซิลิเกต ใช้เป็นยาลดกรดในกระเพาะและบรรเทาอาการกรดไหลย้อน และระบุว่าแมกนีเซียมถูกใช้เป็นยาระบายในทางการแพทย์ ข้อมูลยาของ MedlinePlus Alendronate ยกตัวอย่าง "มิลค์ออฟแมกนีเซีย" ในกลุ่มยาลดกรด
ความหมายในทางปฏิบัติ (คำแนะนำของบทความ): ถ้าใช้ยาลดกรดหรือยาระบายที่มีแมกนีเซียมอยู่ แล้วซื้อแมกนีเซียมเสริมเพิ่ม อาจได้แมกนีเซียมซ้ำซ้อนโดยไม่รู้ตัว ให้เภสัชกรดูรวม อ่านเรื่องท้องเสียได้ที่ กินแมกนีเซียมยังไงไม่ให้ท้องเสีย
เลือกแมกนีเซียมควรดูอะไรบ้าง
ก่อนดูรูปแบบ ให้ถามตัวเองก่อนว่าจำเป็นต้องเสริมไหม LPI ระบุว่าภาวะขาดแมกนีเซียมรุนแรงพบไม่บ่อยในคนสุขภาพดีที่กินอาหารหลากหลาย แต่กลุ่มเสี่ยงได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ดื่มสุราเรื้อรัง ผู้มีโรคลำไส้หรือท้องเสียเรื้อรัง และผู้ที่ใช้ยาบางชนิด การจะรู้ว่าขาดจริงต้องให้แพทย์ประเมิน
เมื่อจะเลือก ให้ดูเรื่องต่อไปนี้ (คำแนะนำของบทความจากข้อมูลที่ตรวจ)
- ปริมาณแมกนีเซียมธาตุต่อวัน ไม่ใช่น้ำหนักสารประกอบ รวมทุกแหล่งไม่ควรเกิน 350 มก. ต่อวัน
- ผลต่อท้อง ถ้าท้องเสียง่าย ให้ถามเภสัชกร เพราะยังไม่มีงานเทียบรูปแบบโดยตรง
- โรคไต ทุกรูปแบบเสี่ยงสะสมเหมือนกัน ต้องให้แพทย์ตัดสิน
- ยาที่ใช้อยู่ ทุกรูปแบบต้องกินห่างจากยาบางกลุ่ม ดู แมกนีเซียมห้ามกินกับยาอะไร
- โรคประจำตัว แนวทางเบาหวานไทย 2566 ระบุว่า "ไม่จำเป็นต้องให้วิตามินหรือแร่ธาตุเสริมในผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่ได้ขาดสารอาหารเหล่านั้น" และแนวทางความดันไทย 2567 "ไม่แนะนำ" แมกนีเซียมเสริมในรูปผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อหวังผลลดความดัน
อ่านคำว่า "คีเลต" และเปอร์เซ็นต์บนฉลากอย่างไร
- คีเลต (chelate) หมายถึงแร่ธาตุที่จับกับโมเลกุลอินทรีย์ เช่น กรดอะมิโน อ่านพื้นฐานได้ที่ คีเลตกรดอะมิโนคืออะไร
- เปอร์เซ็นต์ในวงเล็บ เช่น "(20%)" อาจมีหลายความหมาย ผู้ขายวัตถุดิบบางรายแบ่งเกรดบิสไกลซิเนตตาม "% แมกนีเซียม" เช่น 10% 11.7% 18% 20% 22% แต่คีเลตบริสุทธิ์ตามสูตรเคมีมีแมกนีเซียมได้ราว 14% (คำนวณ) เกรดที่สูงกว่านี้จึงอาจมีแมกนีเซียมรูปอื่นผสม ความหมายที่แน่นอนต้องถามผู้ผลิต
- ถ้าฉลากไม่บอกแมกนีเซียมธาตุ ให้ถามผู้ขายหรือเภสัชกร อย่าเอาน้ำหนักสารประกอบมาเทียบกันตรง ๆ
ได้ยินว่าแมกนีเซียมคีเลตดูดซึมดีกว่าทุกแบบ จริงไหม
ยังสรุปแบบนั้นไม่ได้จากแหล่งที่ตรวจ สิ่งที่มีคือ
- งานปี 2544 พบว่าแอสพาร์เทต (คีเลตกับกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง) ดูดซึมได้มากกว่าออกไซด์ แต่คลอไรด์และแลกเทตซึ่งไม่ใช่คีเลตก็ดูดซึมได้มากกว่าออกไซด์เช่นกัน
- ในแหล่งที่เราตรวจไม่พบงานที่เทียบไกลซิเนตหรือบิสไกลซิเนตกับรูปอื่นโดยตรง
- "ดูดซึมได้มากกว่า" ในงานเหล่านี้หมายถึงแมกนีเซียมในเลือดหรือปัสสาวะหลังกินระยะสั้น ไม่ได้บอกว่าตะคริว การนอน หรือโรคใดจะต่างกัน
ตะคริวเป็นตัวอย่างที่ชัด การทบทวนของ Cochrane (2563) รวมแมกนีเซียมหลายรูปแบบ พบว่าแมกนีเซียมเสริม "ไม่น่าจะ" ช่วยป้องกันตะคริวในผู้สูงอายุอย่างมีความหมายทางคลินิก การเปลี่ยนรูปแบบจึงไม่ได้แก้คำถามว่าจำเป็นต้องเสริมหรือไม่ ตะคริวที่เป็นบ่อยควรให้แพทย์หาสาเหตุ เช่น ยาบางชนิด
แมกนีเซียมออกไซด์ดีไหม ยี่ห้อไหนดี
บทความนี้ไม่จัดอันดับยี่ห้อ และแหล่งที่ตรวจไม่ได้บอกว่ารูปใดดีกว่าในแง่ผลต่อสุขภาพ สิ่งที่บอกได้คือ ออกไซด์มีแมกนีเซียมต่อน้ำหนักสูง แต่ดูดซึมเป็นสัดส่วนน้อยในงานขนาดเล็ก และเป็นรูปที่ใช้เป็นยาลดกรด ส่วนวิธีเทียบผลิตภัณฑ์สองตัว อ่านได้ที่ เทียบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสองตัวอย่างไร
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าวิต (Beta Vit)
เบต้าวิต (Beta Vit) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0062 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 30 แคปซูล แคปซูลละ 900 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แมกนีเซียมออกไซด์ 440 มก. · แมกนีเซียม บิสไกลซิเนต คีเลต (20%) 100 มก. · วิตามินบี 1 (100%) 100 มก. · กรดอัลฟาไลโปอิก (95%) 50 มก. · วิตามินเค 2 (เมนาควิโนน-7) จากบาซิลลัส ซับทิลิส นัตโตะ (0.2%) 37.5 มก. · โคเอนไซม์ คิวเท็น (99.5%) 30 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 6 มก. · วิตามินบี 6 (100%) 2 มก. · วิตามินบี 12 (100%) 0.6 มก. · แคปซูลเป็นเจลาติน
ค่าคำนวณจากฉลาก: วิตามินเค 2 เป็นผงเจือจาง คิดเป็น MK-7 ราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) · วิตามินดี 3 เป็นผงเจือจาง คิดเป็นราว 600 IU หรือ 15 ไมโครกรัม (คำนวณ) · วิตามินบี 12 0.6 มก. เท่ากับ 600 ไมโครกรัม · แมกนีเซียมจากสองรูปรวมกันราว 280–285 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ได้ระบุตัวเลขนี้ และยังรอผู้ผลิตยืนยันด้วยเอกสารผลวิเคราะห์ (COA) ตัวเลขนี้คิดเป็นราว 80% ของปริมาณสูงสุดที่รับได้ต่อวันสำหรับแมกนีเซียมจากผลิตภัณฑ์เสริม 350 มก. (คำนวณ)
ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ
เรื่องรูปแบบแมกนีเซียม: ไม่มีหลักฐานว่าการผสมสองรูปในผลิตภัณฑ์นี้ทำให้ร่างกายได้แมกนีเซียมมากกว่ารูปเดียว และยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง ตัวเลขแมกนีเซียมในบทความคือปริมาณในแคปซูล ไม่ใช่ปริมาณที่ร่างกายดูดซึม ส่วนที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้มีดังนี้
- แมกนีเซียมออกไซด์ 440 มก. ต่อแคปซูลตามฉลาก — คิดเป็นแมกนีเซียมราว 265 มก. ถ้าวัตถุดิบบริสุทธิ์ (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุ % ความบริสุทธิ์ ราว 93% ของแมกนีเซียมทั้งหมดในแคปซูลมาจากรูปนี้ (คำนวณ) งานขนาดเล็กพบรูปออกไซด์ดูดซึมได้ราว 4%
- แมกนีเซียม บิสไกลซิเนต คีเลต (20%) 100 มก. ต่อแคปซูลตามฉลาก — ถ้า "(20%)" หมายถึงปริมาณแมกนีเซียม จะได้ราว 20 มก. (คำนวณ) ถ้าเป็นคีเลตบริสุทธิ์จะได้ราว 14 มก. (คำนวณ) ความหมายของตัวเลขนี้ยังรอผู้ผลิตยืนยัน
- เทียบขนาดในงานวิจัย — งานวัดการดูดซึมปี 2562 ให้แมกนีเซียม 400 มก. ครั้งเดียว ราว 1.4 เท่าของปริมาณในแคปซูล (คำนวณ) และเทียบเฉพาะรูปซิเตรตกับออกไซด์
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ (ข้อแรกและข้อเด็ก/ตั้งครรภ์มีคำเตือนบนฉลาก ส่วนที่เหลือเป็นคำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบบนฉลาก)
- ผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด: ฉลากระบุว่า "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" คำแนะนำของบทความคือ ห้ามเริ่มเอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลยาตัดสินก่อน เพราะงานวิจัยในอาสาสมัครที่ได้ยาต้านวิตามินเค (2556) พบว่า MK-7 เพียงวันละ 10–20 ไมโครกรัมทำให้ค่า INR เปลี่ยนอย่างมีความหมายในบางคน ขณะที่แคปซูลมีราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) และ LPI ระบุว่ามีรายงานไม่กี่รายว่าโคเอนไซม์คิวเท็นลดฤทธิ์วาร์ฟาริน ถ้าแพทย์อนุญาต ต้องตรวจ INR ตามนัด · Linus Pauling Institute หน้าแมกนีเซียม (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุด้วยว่าแมกนีเซียมลดประสิทธิภาพของยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดกินได้
- ผู้ป่วยโรคไต ไตเสื่อม หรือฟอกไต: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน LPI ระบุว่าผู้ที่ไตทำงานบกพร่องเสี่ยงแมกนีเซียมสะสมจนเป็นพิษ
- ใช้ยาระบายหรือยาลดกรดที่มีแมกนีเซียม หรือแมกนีเซียมเสริมตัวอื่นอยู่: รวมกันอาจเกิน 350 มก. ต่อวัน เสี่ยงท้องเสีย แมกนีเซียมออกไซด์เองก็ทำให้บางคนถ่ายเหลวได้ ถ้าท้องเสียมากหรือมีอาการขาดน้ำ ให้หยุดผลิตภัณฑ์และปรึกษาแพทย์
- ยาที่ต้องกินห่างจากแมกนีเซียม: ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนและเตตราไซคลีน ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ยาไทรอยด์ และกาบาเพนติน ให้เภสัชกรจัดเวลาให้
- ใช้ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: LPI ระบุว่าในทางทฤษฎีกรดอัลฟาไลโปอิกอาจเสริมฤทธิ์ลดน้ำตาล ให้รู้จักอาการน้ำตาลต่ำและตรวจน้ำตาลตามที่แพทย์สั่ง ห้ามลดหรือหยุดยาเบาหวานเอง
- เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์ · เก็บให้พ้นมือเด็ก
- ผู้ใช้ยาประจำตัวให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน (คำแนะนำของบทความ ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก) และแจ้งทีมแพทย์ก่อนผ่าตัดหรือทำฟันว่ากินผลิตภัณฑ์นี้อยู่
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าวิตทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด เลื่อน หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาปฏิชีวนะ ยากระดูกพรุน ยาไทรอยด์ ยาเบาหวาน อินซูลิน ยาความดัน ยาขับปัสสาวะ ยาลดไขมันกลุ่มสแตติน ยาละลายลิ่มเลือดหรือวาร์ฟาริน ยาลดกรด และยานอนหลับ แม้จะรู้สึกดีขึ้น หรือเริ่มรับประทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม ถ้าสงสัยเรื่องยาหรือเวลากินยา ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่ การปรับยาเป็นหน้าที่ของแพทย์
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- หน้าเบี้ยวหรือปากตกข้างหนึ่ง ยิ้มไม่ได้
- แขนอ่อนแรงหรือชาข้างเดียว ยกแขนสองข้างค้างไว้ไม่ได้
- พูดไม่ชัด พูดลำบาก หรือสับสน
- เจ็บหรือแน่นหน้าอกขึ้นมาทันทีและไม่หายไป อาจรู้สึกเหมือนถูกบีบ ถูกกด หรือแสบร้อน
- เจ็บหน้าอกที่ร้าวไปแขน คอ กราม ท้อง หรือหลัง
รายการนี้มาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุให้โทร 999 ได้แก่ อาการโรคหลอดเลือดสมอง (ทบทวน 12 ก.ย. 2567) และเจ็บหน้าอก (8 ส.ค. 2566) NHS ระบุว่าอาการโรคหลอดเลือดสมอง แม้หายไปเองแล้วก็ต้องไปทันที
ถ้ามีความคิดอยากทำร้ายตัวเองหรือไม่อยากมีชีวิตอยู่ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323
ราคาบนกล่อง 2,990 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Vit →คำถามที่พบบ่อย
แมกนีเซียมมีกี่แบบ
LPI ระบุรูปที่พบในผลิตภัณฑ์เสริม ได้แก่ แมกนีเซียมออกไซด์ ไฮดรอกไซด์ กลูโคเนต คลอไรด์ ซิเตรต และคีเลตกับกรดอะมิโน เช่น แอสพาร์เทต ส่วนไกลซิเนตหรือบิสไกลซิเนตคือแมกนีเซียมที่จับกับกรดอะมิโนไกลซีน แต่ละรูปมีแมกนีเซียมธาตุต่อน้ำหนักไม่เท่ากัน
แมกนีเซียมเลือกฟอร์มไหนดี
แหล่งที่ตรวจไม่ได้จัดอันดับว่ารูปใดดีต่อสุขภาพมากกว่า งานขนาดเล็กพบว่าออกไซด์ดูดซึมเป็นสัดส่วนน้อยกว่าซิเตรตและคลอไรด์ แต่วัดแค่ระยะสั้นในคนสุขภาพดี การเลือกควรดูปริมาณแมกนีเซียมธาตุ ผลต่อท้อง โรคไต และยาที่ใช้อยู่ ร่วมกับเภสัชกร
แมกนีเซียมออกไซด์ดีไหม
ออกไซด์มีแมกนีเซียมราว 60% ของน้ำหนัก (คำนวณ) แต่งานขนาดเล็กพบดูดซึมได้ราว 4% และ LPI ระบุว่าเป็นรูปที่ใช้เป็นยาลดกรด จึงไม่ควรตัดสินจากตัวเลขบนฉลากอย่างเดียว ผู้ป่วยไตต้องปรึกษาแพทย์ก่อนใช้แมกนีเซียมทุกรูปแบบ
แมกนีเซียมคาร์บอเนตกินได้ไหม
ในแหล่งที่เราตรวจไม่มีข้อมูลการดูดซึมหรือข้อแนะนำเฉพาะของแมกนีเซียมคาร์บอเนต ข้อควรระวังทั่วไปของแมกนีเซียมทุกรูปแบบยังใช้ได้ คือ เพดาน 350 มก. ต่อวันจากผลิตภัณฑ์เสริม โรคไต และยาที่ต้องกินห่าง ให้ถามเภสัชกรก่อนใช้
เปอร์เซ็นต์ในวงเล็บบนฉลากแมกนีเซียมคีเลตหมายถึงอะไร
อาจมีหลายความหมาย ผู้ขายวัตถุดิบบางรายแบ่งเกรดบิสไกลซิเนตตามเปอร์เซ็นต์แมกนีเซียม เช่น 18% 20% 22% แต่คีเลตบริสุทธิ์ตามสูตรเคมีมีแมกนีเซียมราว 14% (คำนวณ) เกรดที่สูงกว่าจึงอาจมีแมกนีเซียมรูปอื่นผสม ความหมายที่แน่นอนต้องถามผู้ผลิต
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- MagnesiumLinus Pauling Institute, Oregon State University
- Bioavailability of US commercial magnesium preparationsMagnesium Research (PubMed)
- Magnesium bioavailability from magnesium citrate and magnesium oxideJournal of the American College of Nutrition (PubMed)
- Assessment of bioavailability of Mg from Mg citrate and Mg oxide by measuring urinary excretion in Mg-saturated subjectsMagnesium Research (PubMed)
- Magnesium oxide (CID 14792)PubChem, National Library of Medicine
- Magnesium glycinate (CID 84645)PubChem, National Library of Medicine
- Chelamax Magnesium Bisglycinate (ข้อมูลเกรดวัตถุดิบ)Innophos
- Magnesium for skeletal muscle crampsCochrane Database of Systematic Reviews (PubMed)
- แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2566สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับกรมการแพทย์และองค์กรวิชาชีพ
- แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2567สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-29
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
