บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Vit

แมกนีเซียมห้ามกินกับยาอะไร ยาปฏิชีวนะ ยากระดูก ยาไทรอยด์ ต้องเว้นกี่ชั่วโมง

คำตอบสั้น: แมกนีเซียมไม่ได้ "ห้ามกิน" กับยาทุกตัว แต่มียาหลายกลุ่มที่แมกนีเซียมไปลดการดูดซึมหรือลดประสิทธิภาพของยา สถาบัน Linus Pauling (LPI, ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนและเตตราไซคลีน ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ดิจ็อกซิน (ยาหัวใจ) ไนโตรฟูแรนโทอิน และยาบางตัวที่ต้องระวัง ส่วนจำนวนชั่วโมงที่ต้องเว้น ข้อมูลยาของ MedlinePlus เขียนไว้ต่างกันตามยาแต่ละตัว เช่น ไซโปรฟลอกซาซินให้กินยาลดกรดหรือวิตามินรวมที่มีแมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ก่อนยาอย่างน้อย 6 ชั่วโมงหรือหลังยา 2 ชั่วโมง วิธีที่ปลอดภัยคือให้เภสัชกรจัดตารางเวลาให้ตามยาที่คุณใช้จริง

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ยาปฏิชีวนะ: LPI ระบุว่าแมกนีเซียมลดประสิทธิภาพยากลุ่มควิโนโลน (เช่น ไซโปรฟลอกซาซิน) และเตตราไซคลีน (เช่น ด็อกซีไซคลิน) ข้อมูลยาแต่ละตัวกำหนดเวลาเว้นไม่เท่ากัน
  • ยากระดูกพรุน (อเลนโดรเนต): LPI ให้กินห่างแมกนีเซียม 2 ชั่วโมง ข้อมูลยาของ MedlinePlus ให้งดอาหาร เครื่องดื่ม และยาอื่นรวมทั้งวิตามิน อย่างน้อย 30 นาทีหลังกินยา
  • ยาไทรอยด์ (เลโวไทร็อกซีน): MedlinePlus ระบุยาลดกรดเป็นผลิตภัณฑ์ที่อาจตีกัน แต่ไม่ได้ระบุชั่วโมงสำหรับแมกนีเซียมโดยตรง ให้เภสัชกรกำหนด
  • ยาที่ทำให้แมกนีเซียมต่ำ: ยาลดกรดกลุ่ม PPI ที่ใช้นาน 3 เดือนขึ้นไป และยาขับปัสสาวะบางตัวที่ใช้นาน (LPI) เรื่องนี้ต้องตรวจเลือด ไม่ใช่ซื้อมากินเอง
  • นับแมกนีเซียมจากทุกแหล่ง: ยาลดกรด ยาระบาย และวิตามินรวมบางตัวก็มีแมกนีเซียม
  • ห้ามหยุดหรือเลื่อนยาเอง เพื่อให้กินวิตามินได้ ถ้าเวลาชนกัน ให้ถามเภสัชกร

แมกนีเซียมตีกับยาอะไรบ้าง ภาพรวมจากแหล่งที่ตรวจ

LPI (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุยาที่เกี่ยวข้องไว้ดังนี้ (LPI ไม่ได้อธิบายกลไกการจับกันในลำไส้อย่างละเอียด เราจึงไม่เขียนกลไกเพิ่มเอง)

  • ยาที่แมกนีเซียมรบกวนการดูดซึม: ดิจ็อกซิน (ยาหัวใจ) ไนโตรฟูแรนโทอิน (ยาปฏิชีวนะ) และยาต้านมาลาเรียบางตัว LPI เขียนว่า "อาจ" ทำให้ยาได้ผลน้อยลง
  • ยาที่ต้องกินห่างกัน: ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต เช่น อเลนโดรเนต LPI ระบุให้กินห่างจากแมกนีเซียม 2 ชั่วโมง
  • ยาที่แมกนีเซียมลดประสิทธิภาพ: ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนและเตตราไซคลีน คลอร์โปรมาซีน (ยาทางจิตเวช) เพนิซิลลามีน และยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดกิน
  • ก่อนผ่าตัด: LPI แนะนำให้แจ้งทีมแพทย์ถ้ากินแมกนีเซียมเสริม ยาระบาย หรือยาลดกรด เพราะแมกนีเซียมแบบฉีดเพิ่มฤทธิ์ยาคลายกล้ามเนื้อที่ใช้ระหว่างดมยาสลบ

LPI ไม่ได้เขียนตัวเลขชั่วโมงให้ยาทุกตัว ตัวเลขที่ใช้ได้จริงจึงต้องดูจากข้อมูลยาแต่ละตัว ซึ่งเราสรุปจาก MedlinePlus ไว้ในหัวข้อถัดไป

ยาปฏิชีวนะไซโปรฟลอกซาซิน ด็อกซีไซคลิน กินกับแมกนีเซียมต้องเว้นกี่ชั่วโมง

ข้อมูลยาสองตัวนี้กำหนดเวลาไม่เท่ากัน ด้านล่างเป็นการแปลข้อความจากหน้าข้อมูลยาของ MedlinePlus (หอสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯ)

  • ไซโปรฟลอกซาซิน (กลุ่มควิโนโลน) — MedlinePlus (ปรับปรุง 15 ส.ค. 2569): ถ้ากินยาลดกรดหรือวิตามินรวมที่มีแคลเซียม แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ อะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ สังกะสี หรือธาตุเหล็ก "ให้กินผลิตภัณฑ์เหล่านั้นก่อนไซโปรฟลอกซาซินอย่างน้อย 6 ชั่วโมง หรือหลังไซโปรฟลอกซาซิน 2 ชั่วโมง"
  • ด็อกซีไซคลิน (กลุ่มเตตราไซคลีน) — MedlinePlus (ปรับปรุง 15 พ.ค. 2569): ถ้ากินยาลดกรด แคลเซียมเสริม หรือยาระบายที่มีแมกนีเซียม ให้กิน "ก่อนหรือหลังด็อกซีไซคลิน 1–2 ชั่วโมง"

ข้อสังเกตของบทความ: ข้อความของไซโปรฟลอกซาซินเขียนถึง "แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์" ในยาลดกรดหรือวิตามินรวม ไม่ได้เขียนถึงแมกนีเซียมออกไซด์หรือบิสไกลซิเนตโดยตรง แต่ LPI ระบุว่าแมกนีเซียมลดประสิทธิภาพยากลุ่มนี้โดยไม่แยกรูปแบบ ถ้ากินผลิตภัณฑ์ที่มีแมกนีเซียมรูปใดก็ตาม จึงควรบอกเภสัชกรตอนรับยาปฏิชีวนะ

ยาปฏิชีวนะเป็นยาที่ต้องกินให้ครบตามแพทย์สั่ง ถ้าเวลาชนกัน ทางที่ง่ายสำหรับหลายคนคือขอเภสัชกรว่าช่วงที่กินยาปฏิชีวนะ ควรจัดเวลาผลิตภัณฑ์เสริมอย่างไร อย่าเลื่อนหรือข้ามยาปฏิชีวนะเพื่อให้กินวิตามินได้ อ่านเรื่องการเว้นระยะกับวิตามินอื่นได้ที่ ยาปฏิชีวนะกับวิตามินและอาหารเสริม ต้องเว้นระยะไหม

ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต (อเลนโดรเนต) กินกับแมกนีเซียมได้ไหม

กินได้ในวันเดียวกัน แต่ต้องคนละเวลา แหล่งที่ตรวจเขียนไว้สองแบบ

  • LPI: บิสฟอสโฟเนต (เช่น อเลนโดรเนต อีทิโดรเนต) กับแมกนีเซียม "ควรรับประทานห่างกัน 2 ชั่วโมง" เพื่อไม่ให้แมกนีเซียมขัดขวางการดูดซึมยา
  • MedlinePlus Alendronate (ปรับปรุง 15 พ.ค. 2569): หลังกินอเลนโดรเนต "ห้ามกิน ดื่ม หรือกินยาอื่น (รวมทั้งวิตามินหรือยาลดกรด) อย่างน้อย 30 นาที" และระบุผลิตภัณฑ์ที่อาจตีกัน เช่น แคลเซียมเสริม ยาลดกรด และมิลค์ออฟแมกนีเซีย

ตัวเลข 30 นาทีคือข้อกำหนดขั้นต่ำของยา ส่วน 2 ชั่วโมงเป็นคำแนะนำของ LPI เฉพาะคู่กับแมกนีเซียม ถ้าไม่แน่ใจว่าจะใช้แบบไหน ให้ถามเภสัชกร วิธีกินอเลนโดรเนตมีข้อกำหนดหลายข้อ ให้ทำตามเอกสารกำกับยาและที่แพทย์สั่ง ห้ามหยุดยากระดูกพรุนเอง

ยาไทรอยด์ (เลโวไทร็อกซีน) กินแมกนีเซียมได้ไหม ต้องห่างกี่ชั่วโมง

แหล่งที่เราตรวจไม่ได้กำหนดชั่วโมงสำหรับแมกนีเซียมโดยตรง สิ่งที่ MedlinePlus Levothyroxine (ปรับปรุง 15 ก.พ. 2562 ข้อมูลค่อนข้างเก่า) เขียนไว้คือ

  • ถ้ากินแคลเซียมคาร์บอเนตหรือธาตุเหล็ก (เฟอรัสซัลเฟต) "ให้กินก่อนหรือหลังเลโวไทร็อกซีนอย่างน้อย 4 ชั่วโมง"
  • ยาลดกรด และยาลดกรดกลุ่ม PPI (โอเมพราโซล ฯลฯ) อยู่ในรายการผลิตภัณฑ์ที่อาจตีกับเลโวไทร็อกซีน

เราจึงไม่เขียนตัวเลขชั่วโมงสำหรับแมกนีเซียมเอง ให้บอกเภสัชกรว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีแมกนีเซียมอยู่ แล้วให้เภสัชกรกำหนดเวลา และห้ามเลื่อนหรือหยุดยาไทรอยด์เอง อ่านเรื่องยาไทรอยด์กับวิตามินอื่นเพิ่มได้ที่ ยาไทรอยด์กินกับวิตามินได้ไหม

ยาอื่นที่ควรบอกเภสัชกร: กาบาเพนติน ดิจ็อกซิน และยาต้านการแข็งตัวของเลือด

  • กาบาเพนติน (ยาแก้ปวดปลายประสาท): MedlinePlus Gabapentin (ปรับปรุง 15 พ.ค. 2563) ระบุว่า ถ้ากินยาลดกรด เช่น Maalox หรือ Mylanta ให้กิน "ก่อนกาบาเพนตินอย่างน้อย 2 ชั่วโมง" ข้อความนี้เขียนถึงยาลดกรด ไม่ได้เขียนถึงแมกนีเซียมเสริมโดยตรง
  • ดิจ็อกซิน (ยาหัวใจ): LPI ระบุว่าแมกนีเซียมรบกวนการดูดซึม LPI ไม่ได้ระบุชั่วโมง ให้เภสัชกรกำหนด
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดกิน: LPI ระบุว่าแมกนีเซียมลดประสิทธิภาพยากลุ่มนี้ได้ ผู้ใช้ยากลุ่มนี้ต้องบอกแพทย์ทุกครั้งที่จะเริ่มหรือหยุดวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริม

ยาลดกรดและยาขับปัสสาวะ ทำให้แมกนีเซียมเปลี่ยนอย่างไร

เรื่องนี้กลับด้านกับหัวข้อข้างบน คือ ยาไปทำให้แมกนีเซียมในร่างกายลดลง LPI ระบุว่า

  • ยาลดกรดกลุ่ม PPI (เช่น โอเมพราโซล) ที่ใช้นาน 3 เดือนขึ้นไป อาจเพิ่มความเสี่ยงแมกนีเซียมในเลือดต่ำ
  • ยาขับปัสสาวะฟูโรเซไมด์ขนาดสูง และไทอะไซด์บางตัว (เช่น ไฮโดรคลอโรไทอะไซด์) ที่ใช้นาน อาจทำให้ไตดูดแมกนีเซียมกลับได้น้อยลงจนแมกนีเซียมต่ำ

MedlinePlus Omeprazole (ปรับปรุง 15 พ.ย. 2566) ให้รีบบอกแพทย์ถ้ามีอาการ เช่น หัวใจเต้นผิดปกติ เร็ว หรือแรง กล้ามเนื้อกระตุกหรือเกร็ง สั่น อ่อนเพลียมาก เวียนศีรษะ หรือชัก

ทางที่ถูกคือถามแพทย์ว่าควรตรวจระดับแมกนีเซียมในเลือดหรือไม่ ไม่ใช่หยุดยาลดกรดหรือยาขับปัสสาวะเอง และไม่ใช่เดาว่าขาดแล้วซื้อมากิน เพราะยาลดกรดบางชนิดเองก็มีแมกนีเซียมอยู่แล้ว อ่านเรื่องนี้ต่อได้ที่ แมกนีเซียมในเลือดต่ำ และ ยาลดกรดกับยาอื่น ต้องเว้นระยะอย่างไร

แมกนีเซียมกินคู่แคลเซียม สังกะสี ธาตุเหล็ก ได้ไหม

LPI เขียนเรื่องแร่ธาตุที่มีผลต่อแมกนีเซียมไว้ดังนี้

  • สังกะสี: สังกะสีเสริมขนาดสูงอาจรบกวนการดูดซึมแมกนีเซียม งานที่ LPI อ้างใช้สังกะสีวันละ 142 มก. ซึ่งสูงกว่าเพดาน 40 มก./วันมาก
  • แคลเซียม: การได้แคลเซียมสูง "ไม่พบว่ามีผลต่อสมดุลแมกนีเซียม" ในงานวิจัยส่วนใหญ่
  • ธาตุเหล็ก: ในแหล่งที่เราตรวจไม่พบข้อมูลเรื่องแมกนีเซียมกับธาตุเหล็กโดยตรง

สิ่งที่สำคัญกว่าคู่แร่ธาตุ คือ ยาที่คุณกินอยู่ ตัวอย่างเช่น ยาไทรอยด์ต้องห่างจากแคลเซียมคาร์บอเนตและธาตุเหล็ก 4 ชั่วโมงตาม MedlinePlus และยาปฏิชีวนะไซโปรฟลอกซาซินก็ต้องห่างจากแคลเซียม สังกะสี และธาตุเหล็กเช่นกัน อ่านเพิ่มที่ แคลเซียมกินกับยาอะไรไม่ได้

ตัวอย่างการจัดเวลายาและวิตามินในหนึ่งวัน ทำอย่างไร

บทความนี้ไม่ให้ตารางเวลาสำเร็จรูป เพราะเวลาที่ถูกขึ้นกับยาแต่ละตัว ขนาด และจำนวนครั้งที่แพทย์สั่ง สิ่งที่ทำได้คือเตรียมข้อมูลไปให้เภสัชกรจัดให้ (คำแนะนำของบทความ)

  1. จดยาทุกตัวพร้อมเวลาที่กินจริง รวมยาที่ซื้อเอง ยาลดกรด ยาระบาย วิตามิน และสมุนไพร MedlinePlus แนะนำให้มีรายการยาเป็นลายลักษณ์อักษรติดตัว
  2. วงยาที่ต้องกินตอนท้องว่างหรือมีเงื่อนไขพิเศษ เช่น ยาไทรอยด์ และยากระดูกพรุนที่ต้องงดอาหารและวิตามินหลังกินยาอย่างน้อย 30 นาที
  3. วงยาที่ต้องกินช่วงสั้น ๆ เช่น ยาปฏิชีวนะ ช่วงนี้อาจต้องจัดเวลาผลิตภัณฑ์เสริมใหม่
  4. ถามเภสัชกรให้วางเวลาผลิตภัณฑ์ที่มีแมกนีเซียม ในช่วงที่ไม่ชนกับยาเหล่านั้น
  5. ถ้าลืมหรือเวลาชน ห้ามเลื่อนยาเอง ให้โทรถามร้านยาหรือโรงพยาบาลที่จ่ายยา

ข้อเข้าใจผิดที่พบบ่อย

  • "วิตามินไม่ใช่ยา กินพร้อมยาได้หมด" — ไม่จริงสำหรับแมกนีเซียม ข้อมูลยาที่ยกมาข้างต้นกำหนดเวลาเว้นไว้ชัด
  • "เว้น 2 ชั่วโมงใช้ได้กับทุกยา" — ไม่จริง ไซโปรฟลอกซาซินให้ผลิตภัณฑ์ที่มีแมกนีเซียมไฮดรอกไซด์มาก่อนยาอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ส่วนยาไทรอยด์แหล่งที่ตรวจไม่ได้ให้ตัวเลขสำหรับแมกนีเซียม
  • "ห้ามกินแมกนีเซียมเลยถ้ากินยาเหล่านี้" — แหล่งที่ตรวจพูดถึงการจัดเวลา ไม่ได้ห้ามเด็ดขาด แต่การตัดสินว่าคุณจำเป็นต้องกินแมกนีเซียมหรือไม่ ควรคุยกับแพทย์หรือเภสัชกร

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าวิต (Beta Vit)

เบต้าวิต (Beta Vit) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0062 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 30 แคปซูล แคปซูลละ 900 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แมกนีเซียมออกไซด์ 440 มก. · แมกนีเซียม บิสไกลซิเนต คีเลต (20%) 100 มก. · วิตามินบี 1 (100%) 100 มก. · กรดอัลฟาไลโปอิก (95%) 50 มก. · วิตามินเค 2 (เมนาควิโนน-7) จากบาซิลลัส ซับทิลิส นัตโตะ (0.2%) 37.5 มก. · โคเอนไซม์ คิวเท็น (99.5%) 30 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 6 มก. · วิตามินบี 6 (100%) 2 มก. · วิตามินบี 12 (100%) 0.6 มก. · แคปซูลเป็นเจลาติน

ค่าคำนวณจากฉลาก: วิตามินเค 2 เป็นผงเจือจาง คิดเป็น MK-7 ราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) · วิตามินดี 3 เป็นผงเจือจาง คิดเป็นราว 600 IU หรือ 15 ไมโครกรัม (คำนวณ) · วิตามินบี 12 0.6 มก. เท่ากับ 600 ไมโครกรัม · แมกนีเซียมจากสองรูปรวมกันราว 280–285 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ได้ระบุตัวเลขนี้ และยังรอผู้ผลิตยืนยันด้วยเอกสารผลวิเคราะห์ (COA) ตัวเลขนี้คิดเป็นราว 80% ของปริมาณสูงสุดที่รับได้ต่อวันสำหรับแมกนีเซียมจากผลิตภัณฑ์เสริม 350 มก. (คำนวณ)

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ

เรื่องยาตีกัน: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ปลอดภัยเมื่อกินพร้อมยาที่กล่าวถึงในบทความ และยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้กับยาใดโดยตรง แคปซูลมีแมกนีเซียมสองรูป คือ ออกไซด์และบิสไกลซิเนต ข้อมูลการเว้นระยะในบทความจึงใช้กับผลิตภัณฑ์นี้ด้วย (คำแนะนำของบทความ) ส่วนประกอบอีกสองตัวที่เกี่ยวกับยาโดยตรงคือ

  • วิตามินเค 2 (MK-7) ราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) — งานวิจัยในอาสาสมัครที่ได้ยาต้านวิตามินเค (2556) พบว่า MK-7 เพียงวันละ 10–20 ไมโครกรัมทำให้ค่า INR เปลี่ยนอย่างมีความหมายในบางคน ปริมาณในแคปซูลสูงกว่าขนาดในงานนั้นหลายเท่า (คำนวณ)
  • โคเอนไซม์ คิวเท็น 30 มก. — LPI ระบุว่ามีรายงานไม่กี่รายว่าโคเอนไซม์คิวเท็นลดฤทธิ์วาร์ฟาริน และ MedlinePlus Warfarin ระบุโคเอนไซม์คิวเท็นในรายการผลิตภัณฑ์ที่อาจตีกัน

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ (ข้อแรกและข้อเด็ก/ตั้งครรภ์มีคำเตือนบนฉลาก ส่วนที่เหลือเป็นคำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบบนฉลาก)

  • ผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด: ฉลากระบุว่า "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" คำแนะนำของบทความคือ ห้ามเริ่มเอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลยาตัดสินก่อน เพราะ MK-7 ในแคปซูลราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) สูงกว่าขนาด 10–20 ไมโครกรัมที่เปลี่ยนค่า INR ในงานวิจัย และยังมีโคเอนไซม์คิวเท็น ถ้าแพทย์อนุญาต ต้องตรวจ INR ตามนัด · Linus Pauling Institute หน้าแมกนีเซียม (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุด้วยว่าแมกนีเซียมลดประสิทธิภาพของยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดกินได้
  • ยาปฏิชีวนะควิโนโลนหรือเตตราไซคลีน ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ยาไทรอยด์ กาบาเพนติน ดิจ็อกซิน: ให้เภสัชกรจัดเวลากินให้ห่างจากแคปซูล
  • ผู้ป่วยโรคไต ไตเสื่อม หรือฟอกไต: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน LPI ระบุว่าผู้ที่ไตทำงานบกพร่องเสี่ยงแมกนีเซียมสะสมจนเป็นพิษ
  • ใช้ยาระบายหรือยาลดกรดที่มีแมกนีเซียม หรือแมกนีเซียมเสริมตัวอื่นอยู่: แคปซูลเดียวมีแมกนีเซียมราว 280–285 มก. (คำนวณ) รวมกับแหล่งอื่นอาจเกิน 350 มก. ต่อวัน เสี่ยงท้องเสีย
  • ใช้ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: LPI ระบุว่าในทางทฤษฎีกรดอัลฟาไลโปอิกอาจเสริมฤทธิ์ลดน้ำตาล ให้รู้จักอาการน้ำตาลต่ำและตรวจน้ำตาลตามที่แพทย์สั่ง ห้ามลดหรือหยุดยาเบาหวานเอง
  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์ · เก็บให้พ้นมือเด็ก
  • ผู้ใช้ยาประจำตัวให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน (คำแนะนำของบทความ ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก) และแจ้งทีมแพทย์ก่อนผ่าตัดหรือทำฟันว่ากินผลิตภัณฑ์นี้อยู่

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าวิตทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด เลื่อน หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาปฏิชีวนะ ยากระดูกพรุน ยาไทรอยด์ ยาเบาหวาน อินซูลิน ยาความดัน ยาขับปัสสาวะ ยาลดไขมันกลุ่มสแตติน ยาละลายลิ่มเลือดหรือวาร์ฟาริน ยาลดกรด และยานอนหลับ แม้จะรู้สึกดีขึ้น หรือเริ่มรับประทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม ถ้าสงสัยเรื่องยาหรือเวลากินยา ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่ การปรับยาเป็นหน้าที่ของแพทย์

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • หน้าเบี้ยวหรือปากตกข้างหนึ่ง ยิ้มไม่ได้
  • แขนอ่อนแรงหรือชาข้างเดียว ยกแขนสองข้างค้างไว้ไม่ได้
  • พูดไม่ชัด พูดลำบาก หรือสับสน
  • เจ็บหรือแน่นหน้าอกขึ้นมาทันทีและไม่หายไป อาจรู้สึกเหมือนถูกบีบ ถูกกด หรือแสบร้อน
  • เจ็บหน้าอกที่ร้าวไปแขน คอ กราม ท้อง หรือหลัง

รายการนี้มาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุให้โทร 999 ได้แก่ อาการโรคหลอดเลือดสมอง (ทบทวน 12 ก.ย. 2567) และเจ็บหน้าอก (8 ส.ค. 2566) NHS ระบุว่าอาการโรคหลอดเลือดสมอง แม้หายไปเองแล้วก็ต้องไปทันที

ถ้ามีความคิดอยากทำร้ายตัวเองหรือไม่อยากมีชีวิตอยู่ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Vit ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 30 แคปซูล

Beta Vitเบต้าวิต

เลข อย. 13-1-01566-5-0062

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 2,990 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Vit →

คำถามที่พบบ่อย

แมกนีเซียมห้ามกินกับยาอะไร

LPI ระบุยาที่แมกนีเซียมรบกวนการดูดซึมหรือลดประสิทธิภาพ ได้แก่ ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนและเตตราไซคลีน ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ดิจ็อกซิน ไนโตรฟูแรนโทอิน ยาต้านมาลาเรียบางตัว เพนิซิลลามีน และยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดกิน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการจัดเวลา ให้เภสัชกรกำหนดเวลาตามยาที่ใช้จริง

แมกนีเซียมกับยาปฏิชีวนะต้องห่างกี่ชั่วโมง

ขึ้นกับยา MedlinePlus ระบุว่าไซโปรฟลอกซาซินให้กินยาลดกรดหรือวิตามินรวมที่มีแมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ก่อนยาอย่างน้อย 6 ชั่วโมงหรือหลังยา 2 ชั่วโมง ส่วนด็อกซีไซคลินให้กินยาลดกรด แคลเซียม หรือยาระบายที่มีแมกนีเซียมก่อนหรือหลังยา 1–2 ชั่วโมง ห้ามข้ามหรือเลื่อนยาปฏิชีวนะเอง

กินยาไทรอยด์ กินแมกนีเซียมได้ไหม

MedlinePlus ระบุว่ายาลดกรดอาจตีกับเลโวไทร็อกซีน และให้แคลเซียมคาร์บอเนตหรือธาตุเหล็กห่างยา 4 ชั่วโมง แต่ไม่ได้ระบุชั่วโมงสำหรับแมกนีเซียมโดยตรง ให้บอกเภสัชกรว่ากินแมกนีเซียมอยู่และให้เภสัชกรกำหนดเวลา ห้ามเลื่อนหรือหยุดยาไทรอยด์เอง

ยากระดูกพรุนอเลนโดรเนตกินกับแมกนีเซียมต้องห่างเท่าไร

LPI ระบุให้กินบิสฟอสโฟเนตกับแมกนีเซียมห่างกัน 2 ชั่วโมง ส่วนข้อมูลยาของ MedlinePlus ระบุว่าหลังกินอเลนโดรเนต ห้ามกิน ดื่ม หรือกินยาอื่นรวมทั้งวิตามินหรือยาลดกรดอย่างน้อย 30 นาที ทำตามเอกสารกำกับยาและถามเภสัชกร

แมกนีเซียมกินคู่แคลเซียมหรือสังกะสีได้ไหม

LPI ระบุว่าแคลเซียมสูงไม่พบว่ามีผลต่อสมดุลแมกนีเซียมในงานส่วนใหญ่ ส่วนสังกะสีขนาดสูงมาก (งานที่อ้างใช้วันละ 142 มก.) อาจรบกวนการดูดซึมแมกนีเซียม สิ่งที่ต้องระวังกว่าคือยาประจำ เช่น ยาไทรอยด์และยาปฏิชีวนะบางตัวที่ต้องห่างจากแร่ธาตุเหล่านี้

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-29

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท