บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS

ปวดหลังส่วนล่างในผู้หญิง ปวดหลังช่วงเอว เกิดจากอะไร วิธีดูแล

คำตอบสั้น: ปวดหลังส่วนล่างในผู้หญิงส่วนใหญ่เกิดจากกล้ามเนื้อและเอ็นยึดหลังบาดเจ็บหรือตึง เช่น หลังยกของหนัก ขยับตัวผิดจังหวะ หรือนั่งท่าเดิมนาน และมักดีขึ้นเองในไม่กี่สัปดาห์ แต่ผู้หญิงมีสาเหตุเพิ่มที่ควรรู้ เช่น ปวดประจำเดือนที่ร้าวไปหลัง เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เนื้องอกมดลูก ถุงน้ำรังไข่ กรวยไตอักเสบ (มักมีไข้และปัสสาวะแสบ) และในวัยทอง กระดูกสันหลังยุบจากกระดูกพรุน MedlinePlus ระบุว่าไม่แนะนำให้นอนพักนาน ถ้าไม่มีสัญญาณอันตราย ให้ขยับตัวให้มากเท่าที่ทำได้

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • สาเหตุที่พบบ่อยกว่าสาเหตุอื่น: กล้ามเนื้อและเอ็นยึดหลังบาดเจ็บทันที (MedlinePlus)
  • สาเหตุเฉพาะผู้หญิง: ปวดประจำเดือนร้าวไปหลัง เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ถุงน้ำรังไข่ เนื้องอกมดลูก และปัญหาจากการตั้งครรภ์ (NHS, MedlinePlus)
  • ปวดหลังหรือปวดสีข้าง มีไข้ ปัสสาวะแสบ อาจเป็นกรวยไตอักเสบ ซึ่ง NHS ระบุว่าพบในผู้หญิงมากกว่า
  • วัยทอง: NIAMS ระบุว่าผู้หญิงหลายคนเริ่มเป็นกระดูกพรุนราว 1–2 ปีก่อนหมดประจำเดือน และกระดูกสันหลังหักทำให้ปวดหลังรุนแรงได้
  • ดูแลที่บ้าน: ขยับตัวต่อ ประคบเย็นหรือร้อน ไม่นอนนาน ๆ (NHS, MedlinePlus)

ปวดหลังส่วนล่างผู้หญิงเกิดจากอะไร

สาเหตุทั่วไปที่เป็นได้ทั้งหญิงและชาย

NHS (ทบทวน 5 มี.ค. 2569) ระบุว่าปวดหลังส่วนล่างพบบ่อยมาก มักดีขึ้นในไม่กี่สัปดาห์ สาเหตุไม่ชัดเสมอไป และมักหายเอง สาเหตุที่พบบ่อยคือกล้ามเนื้อยืดหรือตึงเกิน บางครั้งเกิดจากหมอนรองกระดูกเคลื่อน เส้นประสาทถูกกดทับ หรือโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบติดยึด และน้อยมากที่จะเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรง เช่น กระดูกหัก มะเร็ง หรือการติดเชื้อ

MedlinePlus (ทบทวน 27 มิ.ย. 2569) ระบุว่าหลังส่วนล่างรับน้ำหนักตัวส่วนใหญ่ จึงเป็นตำแหน่งที่ปวดบ่อยกว่าส่วนอื่นของหลัง อาการมักเริ่มหลังยกของหนัก ขยับตัวทันที นั่งท่าเดิมนาน หรือบาดเจ็บ ปวดหลังเฉียบพลันส่วนใหญ่เกิดจากกล้ามเนื้อหรือเอ็นที่พยุงหลังบาดเจ็บทันที เช่น กล้ามเนื้อหดเกร็ง ตึง หรือฉีกขาด

สาเหตุที่เกี่ยวกับประจำเดือน มดลูก และรังไข่

  • ปวดประจำเดือน: NHS (ทบทวน 18 มี.ค. 2569) ระบุว่าอาจปวดเกร็งที่ท้องแล้วร้าวไปหลังและต้นขา มักเริ่มก่อนหรือช่วงต้นของประจำเดือน และมักอยู่ได้ถึง 3 วัน เกิดจากมดลูกบีบตัว และมักเป็นเรื่องปกติของรอบเดือน
  • โรคที่ทำให้ปวดประจำเดือนมาก: NHS ระบุว่าบางครั้งเกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เนื้องอกมดลูก หรือการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน ห่วงคุมกำเนิดก็ทำให้ปวดประจำเดือนได้ โดยเฉพาะ 3–6 เดือนแรก
  • MedlinePlus ระบุว่าโรคของอวัยวะสืบพันธุ์สตรี เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ถุงน้ำรังไข่ มะเร็งรังไข่ และเนื้องอกมดลูก รวมถึงปัญหาจากการตั้งครรภ์ เป็นสาเหตุหนึ่งของปวดหลังส่วนล่างได้

NHS ให้พบแพทย์ถ้าประจำเดือนปวดมากขึ้น มามากขึ้น หรือมาไม่สม่ำเสมอ ปวดจนทำกิจวัตรไม่ได้ เจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ ปัสสาวะ หรือถ่ายอุจจาระ มีเลือดออกระหว่างรอบ ท้องบวม เบื่ออาหาร หรือน้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ

ปวดหลังร่วมกับปัสสาวะแสบหรือไข้ อาจเป็นไต

NHS (ทบทวน 13 ก.พ. 2568) ระบุว่ากรวยไตอักเสบเป็นการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะชนิดหนึ่งที่ปวดมาก และพบในผู้หญิงมากกว่า อาการอาจมีดังนี้

  • ไข้สูง
  • คลื่นไส้หรืออาเจียน
  • ปวดหลังส่วนล่างหรือปวดสีข้าง
  • ท้องเสีย
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อคล้ายไข้หวัดใหญ่
  • ปวด แสบ หรือแสบร้อนเวลาปัสสาวะ
  • ปวดปัสสาวะบ่อยและรีบกว่าปกติ
  • ปัสสาวะสีเข้มหรือขุ่น

NHS ระบุว่าถ้าไม่รักษา อาจรุนแรงจนเกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด และระหว่างนี้ไม่ควรใช้ไอบูโพรเฟนเว้นแต่แพทย์แนะนำ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงปัญหาไต MedlinePlus ก็ระบุว่ากรวยไตอักเสบและนิ่วในไตเป็นสาเหตุของปวดหลังส่วนล่างได้ อ่านสาเหตุจากอวัยวะภายในอื่น ๆ ที่ ปวดหลังเกิดจากโรคอะไรได้บ้าง

วัยทองกับกระดูกบาง ปวดหลังได้ไหม

NIAMS (สถาบันโรคข้อ กล้ามเนื้อ และผิวหนังสหรัฐ) ระบุว่ากระดูกพรุนเป็น "โรคเงียบ" มักไม่มีอาการจนกว่ากระดูกจะหัก และสำหรับผู้หญิงหลายคนโรคเริ่มก่อตัวราว 1–2 ปีก่อนหมดประจำเดือน ระดับเอสโตรเจนต่ำหลังหมดประจำเดือนเป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่ง

NIAMS ระบุว่าอาการของกระดูกสันหลังหักได้แก่ ปวดหลังรุนแรง ตัวเตี้ยลง หรือหลังค่อม และกระดูกหักจากโรคนี้เกิดได้แม้หกล้มเบา ๆ จากท่ายืน ผู้หญิงวัยทองที่ปวดหลังขึ้นมาทันทีหลังก้มหรือยกของ หรือส่วนสูงลดลง จึงควรให้แพทย์ประเมิน อ่าน กระดูกสันหลังยุบ และ วัยทองกับกระดูกพรุน

ปวดหลังไม่ใช่วิธีตรวจกระดูกพรุน เพราะส่วนใหญ่ไม่มีอาการ การตรวจทำได้ด้วยการวัดมวลกระดูกตามข้อบ่งชี้ อ่าน ใครควรตรวจมวลกระดูก

ปวดหลังช่วงเอว ผู้หญิง วิธีแก้ที่บ้าน

NHS ระบุว่าปวดหลังมักดีขึ้นเองในไม่กี่สัปดาห์ และมีสิ่งที่ช่วยให้หายเร็วขึ้น

  • ขยับตัวต่อ ทำกิจวัตรประจำวันต่อไปเท่าที่ทำได้
  • ไม่นอนบนเตียงนาน ๆ
  • ประคบเย็นด้วยถุงน้ำแข็งห่อผ้า เพื่อลดปวดและบวม
  • ประคบร้อนด้วยถุงร้อนห่อผ้า เพื่อลดข้อฝืดหรือกล้ามเนื้อหดเกร็ง
  • ท่าบริหารและยืดเหยียด สำหรับปวดหลัง แต่ถ้าปวดมากขึ้นให้หยุดและพบแพทย์
  • เดิน ว่ายน้ำ โยคะ และพิลาทิส อาจช่วยลดปวดหลังได้

MedlinePlus แนะนำต่างจาก NHS เล็กน้อยเรื่องความร้อนเย็น คือใช้น้ำแข็งใน 48–72 ชั่วโมงแรก แล้วจึงใช้ความร้อน และให้ลดกิจกรรมเฉพาะ 2–3 วันแรก แล้วค่อย ๆ กลับไปทำกิจวัตร ไม่ยกของหนักหรือบิดหลังใน 6 สัปดาห์แรก และเริ่มออกกำลังกายเบา ๆ อีกครั้งหลัง 2–3 สัปดาห์ เช่น เดิน ปั่นจักรยานอยู่กับที่ ว่ายน้ำ

ท่านอนและท่ายกของ

  • ท่านอน: MedlinePlus แนะนำให้นอนตะแคงงอตัว มีหมอนคั่นระหว่างขา ถ้านอนหงาย ให้วางหมอนหรือผ้าม้วนใต้เข่า อ่านเพิ่มที่ ปวดหลังนอนท่าไหนดี
  • ยกของ: MedlinePlus แนะนำให้ขอคนช่วยถ้าของหนัก กางเท้าให้กว้าง ยืนชิดของ งอเข่าไม่ใช่ก้มเอว เกร็งหน้าท้อง ถือของชิดตัว ใช้แรงขา และไม่บิดตัวขณะก้ม ยก หรือถือ
  • รองเท้าและการยืน: MedlinePlus แนะนำไม่ใส่รองเท้าส้นสูง ไม่ยืนนาน ถ้าต้องยืนทำงาน ให้สลับวางเท้าบนม้านั่งเตี้ย

ยาแก้ปวด

สองแหล่งให้ข้อมูลต่างกัน NHS (5 มี.ค. 2569) ระบุว่ายาแก้อักเสบอย่างไอบูโพรเฟนอาจไม่เหมาะกับทุกคน และไม่แนะนำพาราเซตามอลเดี่ยว ๆ สำหรับปวดหลัง แต่ใช้ร่วมกับยาแก้ปวดอื่นได้ ส่วน MedlinePlus (27 มิ.ย. 2569) ระบุว่าใช้ไอบูโพรเฟนหรือพาราเซตามอลที่ซื้อเองได้ โดยไม่เกินขนาดบนฉลาก ทั้งสองแหล่งให้ถามเภสัชกรหรือแพทย์ถ้าไม่แน่ใจ

NHS หน้ากรวยไตอักเสบระบุว่าผู้ที่สงสัยกรวยไตอักเสบไม่ควรใช้ไอบูโพรเฟนเว้นแต่แพทย์แนะนำ และผู้ที่แพทย์สั่งยาอยู่ ห้ามหยุดหรือเปลี่ยนยาเอง อ่าน ยาแก้ปวดข้อ

ความเชื่อที่พบบ่อยเรื่องปวดหลังในผู้หญิง

  • "ปวดหลังต้องนอนพักนิ่ง ๆ หลายวัน" MedlinePlus ระบุว่าเป็นความเชื่อผิดที่พบบ่อย ไม่แนะนำให้นอนพัก ถ้าไม่มีสัญญาณอันตราย ให้ขยับตัวให้มากเท่าที่ทำได้ NHS ก็ระบุว่าไม่ควรนอนบนเตียงนาน
  • "ปวดหลังช่วงเอวแปลว่าไตไม่ดี" ไม่เสมอไป MedlinePlus ระบุว่าส่วนใหญ่เกิดจากกล้ามเนื้อและเอ็น แต่ถ้ามีไข้ ปัสสาวะแสบ หรือปัสสาวะขุ่น NHS ระบุว่าอาจเป็นกรวยไตอักเสบ ต้องตรวจปัสสาวะ
  • "ปวดประจำเดือนร้าวหลังทุกเดือนเป็นเรื่องปกติ ทนได้" NHS ระบุว่ามักเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าปวดมากขึ้น ประจำเดือนมามากหรือไม่สม่ำเสมอ หรือปวดจนทำกิจวัตรไม่ได้ ควรพบแพทย์ เพราะอาจมีโรคอย่างเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือเนื้องอกมดลูก
  • "กินแคลเซียมแล้วหายปวดหลัง" แหล่งที่เราอ่านไม่ได้ระบุว่าแคลเซียมลดปวดหลัง และ NIAMS ระบุว่ากระดูกพรุนมักไม่มีอาการจนกว่ากระดูกหัก

ปวดหลังส่วนล่างผู้หญิง เมื่อไรต้องพบแพทย์

นัดพบแพทย์ ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง (NHS หน้าปวดหลัง · MedlinePlus)

  • ดูแลเองหลายสัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น หรือปวดนานเกิน 4 สัปดาห์
  • ปวดจนทำกิจวัตรไม่ได้ หรือกังวลจนรับมือไม่ไหว
  • น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ
  • มีก้อนหรือบวมที่หลัง หรือหลังเปลี่ยนรูป
  • พักแล้วไม่ดีขึ้น หรือปวดมากขึ้นตอนกลางคืน
  • ปวดมากขึ้นเวลาจาม ไอ หรือเบ่งถ่าย
  • ปวดหลังส่วนบนระหว่างสะบัก มากกว่าหลังส่วนล่าง
  • ใช้ยาสเตียรอยด์
  • เคยปวดหลังมาก่อน แต่ครั้งนี้ต่างไปและรุนแรงกว่า

ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง (NHS ให้ขอนัดแพทย์เร่งด่วนหรือติดต่อ 111 · MedlinePlus ให้ติดต่อแพทย์ทันที)

  • รู้สึกร้อนสลับหนาวสั่น หรือไม่สบายทั้งตัว
  • ปวดรุนแรงขึ้นมาทันที หรือปวดมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • ปวดหลังหลังถูกกระแทกแรงหรือหกล้ม
  • ปัสสาวะแสบ หรือปัสสาวะมีเลือด
  • เคยเป็นมะเร็ง
  • ปวดร้าวลงขาต่ำกว่าเข่า
  • ปวดมากขึ้นเวลานอนราบ หรือปวดจนตื่นกลางดึก
  • หลังหรือแนวกระดูกสันหลังแดงหรือบวม
  • ปวดรุนแรงจนหาท่าสบายไม่ได้
  • มีไข้โดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ก้น ต้นขา ขา หรือเชิงกรานอ่อนแรงหรือชา
  • เดินลำบากหรือทรงตัวไม่ได้
  • ปวดประจำเดือนหรือปวดอุ้งเชิงกรานรุนแรงหรือมากกว่าปกติ และกินยาแก้ปวดแล้วไม่ดีขึ้น (NHS หน้าปวดประจำเดือน)

ถ้าสงสัยกรวยไตอักเสบ (เช่น ปวดหลังหรือสีข้าง มีไข้ ปัสสาวะแสบ) NHS หน้ากรวยไตอักเสบให้ขอนัดแพทย์เร่งด่วนหรือติดต่อ 111 ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด

  • ไข้สูงมาก หรือรู้สึกร้อนสลับหนาวสั่น
  • ตัวเย็นต่ำกว่า 36 องศาเซลเซียส
  • ปวดท้องน้อย หรือปวดหลังตรงใต้ซี่โครง
  • ปัสสาวะมีเลือด
  • คลื่นไส้หรืออาเจียน
  • ไม่ได้ปัสสาวะเลยทั้งวัน
  • กำลังตั้งครรภ์

ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง (NHS หน้าปวดหลังและหน้ากรวยไตอักเสบให้โทร 999 หรือไปห้องฉุกเฉิน)

  • ขาทั้งสองข้างปวด ซ่า อ่อนแรง หรือชา
  • ชารอบอวัยวะเพศหรือรอบทวารหนัก
  • ปัสสาวะลำบาก หรือกลั้นปัสสาวะไม่ได้
  • กลั้นอุจจาระไม่ได้
  • ความรู้สึกที่ช่องคลอดระหว่างมีเพศสัมพันธ์เปลี่ยนไป หรือไม่ถึงจุดสุดยอด
  • เจ็บหน้าอก
  • ปวดหลังที่เริ่มหลังอุบัติเหตุรุนแรง เช่น รถชน
  • สับสน ซึม หรือพูดลำบาก

NHS ระบุว่าอย่าขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง ให้คนอื่นพาไปหรือเรียกรถพยาบาล และนำยาที่ใช้อยู่ไปด้วย

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)

เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุให้รับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (คิดเป็นราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)

คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ · ฉลากระบุว่า ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

เรื่องปวดหลังส่วนล่างในผู้หญิง: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดปวดหลัง ลดปวดประจำเดือน ป้องกันกระดูกสันหลังยุบ หรือเพิ่มมวลกระดูกในวัยทอง ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง และงานวิจัยของส่วนประกอบที่เรารวบรวมไว้ไม่ได้ศึกษาในผู้ที่ปวดหลัง ผู้หญิงวัยทองที่กังวลเรื่องกระดูกควรให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงและตรวจมวลกระดูกตามข้อบ่งชี้

ส่วนประกอบที่คนมักถาม เทียบปริมาณในแคปซูลกับขนาดที่ใช้ในงานวิจัย

  • แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต 350 มก. ต่อแคปซูล — คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณแคลเซียมธาตุรวม ปริมาณนี้เป็นราวร้อยละ 9 ของ 1,000 มก. ที่กรมอนามัยแนะนำต่อวันสำหรับผู้ใหญ่อายุ 51 ปีขึ้นไป (คำนวณ) งานใหญ่ WHI ในหญิงวัยหมดประจำเดือนใช้แคลเซียม 1,000 มก. ร่วมวิตามินดี 400 IU ต่อวัน มากกว่าในแคปซูลราว 11 เท่า (คำนวณ) ติดตามเฉลี่ย 7 ปี ไม่ลดกระดูกสะโพกหักอย่างมีนัยสำคัญ และพบนิ่วในไตเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 17 ส่วนแคลเซียมแอล-ทรีโอเนตเอง งานในคนที่พบเป็นงานวัดการดูดซึมในอาสาสมัครชาวจีนสุขภาพดี 14 คน (เม็ด 300 มก. ครั้งเดียว ดูดซึมได้ราวร้อยละ 26.5) ไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบกับแคลเซียมชนิดอื่น และยังไม่พบงานทดลองที่วัดผลต่อมวลกระดูกหรือกระดูกหัก แนวทางมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย 2564 ให้ผู้เสี่ยงสูงใช้ยากลุ่มบิสฟอสโฟเนตเป็นยาแรก แคลเซียมและวิตามินดีเป็นพื้นฐาน ไม่ใช่สิ่งที่ใช้แทนยา
  • สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. ต่อแคปซูล (32 มก. ต่อวันตามฉลาก คำนวณ) — งานทดลองในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมชาวไทย 367 คน ใช้สารสกัดขมิ้นชัน 1,500 มก. ต่อวัน เทียบกับยาไอบูโพรเฟน 1,200 มก. ต่อวัน 4 สัปดาห์ พบผลไม่ด้อยกว่ากัน ไม่มีกลุ่มยาหลอก ขนาดที่ใช้มากกว่าในแคปซูลราว 47 เท่า (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณเคอร์คูมินอยด์ และงานนี้ศึกษาข้อเข่า ไม่ใช่ปวดหลัง
  • สารสกัดขิง 10 มก. ต่อแคปซูล (20 มก. ต่อวันตามฉลาก คำนวณ) — การวิเคราะห์รวม 5 งานทดลองในผู้ป่วยข้อเสื่อม 593 คน พบว่าขิงลดปวดได้เล็กน้อย แต่ผู้ได้ขิงเลิกใช้เพราะอาการไม่พึงประสงค์มากกว่ายาหลอกราว 2 เท่า บทคัดย่อไม่ระบุขนาด จึงเทียบกับในแคปซูลไม่ได้ และไม่ได้ศึกษาในผู้ที่ปวดหลัง

ข้อควรระวังเรื่องขมิ้นชันและขิงกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด: MSKCC ระบุว่าขมิ้นชันอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น และมีรายงานเลือดออกในผู้สูงอายุที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดร่วมกับขิง ผู้ที่ใช้ยากลุ่มนี้ ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาแก้อักเสบกลุ่มเอ็นเสด ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน ห้ามหยุดยาเอง

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้แพ้โปรตีนนมวัว: มีโคลอสตรุ้ม (น้ำนมเหลือง) ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้มีประวัติแพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้มีท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้ ขมิ้นชันมีงานในคนพบว่าทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว
  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง หรือโรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม (ควิโนโลน เตตราไซคลีน) ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต หรือยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ระยะห่างที่เหมาะสมขึ้นกับชนิดยา ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลา
  • ผู้ใช้ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ หรือยาไดจอกซิน: แจ้งแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ผลิตภัณฑ์มีขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาแก้ปวดเป็นประจำ (แอสไพริน ไอบูโพรเฟน พาราเซตามอล): MSKCC ระบุว่าขมิ้นชันอาจลดฤทธิ์ยา (ข้อมูลจากหลอดทดลอง) ให้ถามเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดยาแก้ปวดเอง
  • ผู้มีโรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้: ให้หยุดและพบแพทย์ เพราะมีรายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน
  • ผู้ที่ได้วิตามินดีหรือแคลเซียมจากแพทย์อยู่แล้ว: นับรวมทุกแหล่ง และห้ามเปลี่ยนยาเอง
  • เด็กและสตรีมีครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน
  • ผู้ใช้ยาแก้ปวดข้อ ยากระดูกพรุน หรือยาเกาต์: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง

ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาเกาต์ ยากระดูกพรุน และยาต้านการแข็งตัวของเลือด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจของแพทย์ การกายภาพบำบัด หรือการตรวจมวลกระดูก

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก
  • หกล้มแล้วลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้
  • ขาผิดรูปหรือสั้นลงหลังล้ม
  • ได้ยินเสียงดังกร๊อบตอนบาดเจ็บ
  • ส่วนที่บาดเจ็บผิดรูปหรือบิดเป็นมุมแปลก
  • ขาทั้งสองข้างชา อ่อนแรง หรือปวด
  • ชารอบอวัยวะเพศหรือรอบทวารหนัก
  • ปัสสาวะไม่ออก หรือกลั้นปัสสาวะไม่ได้
  • กลั้นอุจจาระไม่ได้
  • ปวดท้องหรือปวดหลังรุนแรงขึ้นมาทันที
  • เจ็บแน่นหน้าอก
  • หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก
  • หมดสติ

ถ้ามีไข้และข้อบวมแดงร้อน อาจเป็นข้ออักเสบติดเชื้อ ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร BETA CAL PRO PLUS ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มิลลิกรัม

BETA CAL PRO PLUSเบต้าแคลโปรพลัส

เลข อย. 13-1-01566-5-0027

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →

คำถามที่พบบ่อย

ปวดหลังส่วนล่างผู้หญิงเกิดจากอะไร

ส่วนใหญ่เกิดจากกล้ามเนื้อและเอ็นยึดหลังบาดเจ็บหรือตึง แต่ MedlinePlus และ NHS ระบุสาเหตุเฉพาะผู้หญิง เช่น ปวดประจำเดือนร้าวไปหลัง เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ถุงน้ำรังไข่ เนื้องอกมดลูก การตั้งครรภ์ และกรวยไตอักเสบ

ปวดหลังช่วงเอวผู้หญิงวิธีแก้

NHS แนะนำให้ขยับตัวต่อ ไม่นอนนาน ประคบเย็นลดปวดบวม ประคบร้อนลดกล้ามเนื้อเกร็ง และทำท่ายืดเหยียด MedlinePlus แนะนำไม่ยกของหนักหรือบิดหลังใน 6 สัปดาห์แรก ถ้าปวดมากขึ้นให้พบแพทย์

ปวดหลังร่วมกับปัสสาวะแสบเป็นอะไร

NHS ระบุว่าอาจเป็นกรวยไตอักเสบ ซึ่งพบในผู้หญิงมากกว่า อาจมีไข้ คลื่นไส้ ปัสสาวะขุ่นหรือสีเข้ม ควรพบแพทย์ ถ้ามีไข้สูงหรืออาเจียน ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้

ปวดหลังวัยทองเกี่ยวกับกระดูกพรุนไหม

อาจเกี่ยว NIAMS ระบุว่ากระดูกสันหลังหักจากกระดูกพรุนทำให้ปวดหลังรุนแรง ตัวเตี้ยลง หรือหลังค่อม แต่กระดูกพรุนส่วนใหญ่ไม่มีอาการจนกว่ากระดูกหัก จึงต้องตรวจมวลกระดูกตามข้อบ่งชี้

ปวดหลังส่วนล่างก้มไม่ได้ต้องทำอย่างไร

MedlinePlus ระบุว่าปวดหลังเฉียบพลันอาจทำให้หลังฝืด ขยับได้น้อย และยืนตรงลำบาก ส่วนใหญ่ดีขึ้นใน 4–6 สัปดาห์ ถ้าปวดรุนแรงจนหาท่าสบายไม่ได้ หรือก้น ต้นขา หรือขาอ่อนแรงหรือชา ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้ ถ้าขาทั้งสองข้างชาหรืออ่อนแรง ชารอบอวัยวะเพศหรือทวารหนัก หรือกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท