บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta X Plus

กินกระชายขาวทุกวันได้ไหม ผลข้างเคียง ข้อควรระวังเรื่องตับและยา

คำตอบสั้น: ยังไม่มีข้อมูลการกินกระชายแบบเข้มข้นทุกวันเป็นเวลานานในคน เอกสารของสำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (ข้อมูล ณ ธ.ค. 2564) ให้ระมัดระวังการกินกระชายในรูปแบบเข้มข้นหรือปริมาณสูงติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัย ขนาดที่เหมาะสม และการใช้ระยะยาว งานในคนที่มีผลตีพิมพ์ใช้สารสกัดนาน 4–12 สัปดาห์ งานอาหารไม่ย่อยรายงานท้องเสีย ปวดศีรษะ และปวดท้อง ทั้งในกลุ่มกระชายและกลุ่มยาหลอก จากการค้นฐานข้อมูล PubMed ของเรา (26 ต.ค. 2569) ไม่พบรายงานตับอักเสบจากกระชาย แต่การไม่พบรายงานไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยง ผู้ที่เป็นโรคตับ ใช้ยาหลายชนิด หรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • งานวิจัยกระชายส่วนใหญ่ยังเป็นงานในหลอดทดลองและในสัตว์ งานในคนที่มีผลตีพิมพ์มีไม่มาก และเป็นงานระยะสั้น
  • ผลข้างเคียงที่มีรายงานในงานในคน ท้องเสีย ปวดศีรษะ ปวดท้อง ส่วนค่าตับ ALT สูงขึ้นเล็กน้อยพบ 2 ราย (กลุ่มกระชาย 1 ราย กลุ่มยาหลอก 1 ราย)
  • ไม่พบรายงานตับอักเสบจากกระชายใน PubMed ที่ค้น แต่การไม่พบรายงานไม่ได้แปลว่าปลอดภัยต่อตับ และข้ออ้างว่ากระชายปกป้องตับมาจากงานในหนู
  • ข้อมูลเรื่องยาตีกันมีแค่งานในหลอดทดลอง ยังใช้ยืนยันความปลอดภัยในคนที่กินยาจริงไม่ได้
  • คนกินยาวาร์ฟาริน MedlinePlus ระบุว่าสมุนไพรที่ใช้ชงเป็นชาอาจเปลี่ยนการออกฤทธิ์ของยา ให้ถามผู้รักษาก่อนเปลี่ยนอาหารมาก ๆ
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีซีด หลังเริ่มกินสมุนไพรหรือยาใหม่ ให้ติดต่อแพทย์

งานวิจัยกระชายในคนมีอะไรบ้าง

กระชาย (Boesenbergia rotunda) เป็นพืชวงศ์ขิงข่า เอกสารมหิดลสรุปงานไว้หลายระดับ ส่วนใหญ่เป็นงานในหลอดทดลอง เช่น การทดลองกับเชื้อโควิด-19 ในเซลล์ และงานในสัตว์ เช่น การป้องกันแผลในกระเพาะของหนูแรท ผลในหลอดทดลองและในสัตว์ยังบอกไม่ได้ว่าจะเกิดผลแบบเดียวกันในคน

งานในคนที่มีผลตีพิมพ์และเราตรวจบทคัดย่อแล้ว มี 2 งาน

  • ผู้ป่วยอาหารไม่ย่อยชนิดไม่ทราบสาเหตุ (คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตีพิมพ์ปี 2564) สุ่ม 160 คน อายุเฉลี่ย 56.9 ปี ได้สารสกัดกระชาย 350 มก. หรือยาหลอก วันละ 3 ครั้ง นาน 4 สัปดาห์ อยู่จนจบ 138 คน กลุ่มกระชายมีอาการดีขึ้นมากกว่ายาหลอก (ตอบสนอง 58% เทียบ 34.6%) บทคัดย่อไม่ได้ระบุแหล่งทุน
  • อาสาสมัคร 92 คน เรื่องความชุ่มชื้นของผิว (เกาหลีใต้ ตีพิมพ์ปี 2560) ได้เม็ดสารสกัดกระชายหรือยาหลอก นาน 12 สัปดาห์ เอกสารมหิดลระบุขนาดสารสกัดวันละ 300 มก. ผู้วิจัย 2 คนสังกัดบริษัทเอกชนตามบทคัดย่อ

เอกสารมหิดลยังระบุว่า งานวิจัยสารสกัดกระชายในผู้ป่วยโควิด-19 ที่ไม่มีอาการ ลงทะเบียนไว้ในปี 2564 เมื่อเราตรวจ (26 ต.ค. 2569) ทะเบียนงานวิจัยยังไม่มีผลรายงาน จึงยังไม่มีงานในคนที่ยืนยันผลเรื่องหวัดหรือโควิด อ่านเรื่องข่าวกระชายกับไวรัสได้ที่ กระชายแก้ไอได้ไหม

กินกระชายเยอะ เป็นอะไรไหม ผลข้างเคียงที่มีรายงาน

งานอาหารไม่ย่อย (สารสกัดวันละ 1,050 มก. นาน 4 สัปดาห์) เอกสารมหิดลสรุปว่าพบอาการไม่พึงประสงค์ในผู้ป่วยทั้งสองกลุ่ม ได้แก่ ท้องเสีย ปวดศีรษะ และปวดท้อง และพบค่าเอนไซม์ตับ ALT เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2 ราย กลุ่มละ 1 ราย ซึ่งไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

งานผิว (สารสกัดวันละ 300 มก. นาน 12 สัปดาห์) ทำในอาสาสมัครสุขภาพดี 92 คน แบ่งเป็นกลุ่มสารสกัดและกลุ่มยาหลอก บทคัดย่อระบุว่าไม่มีผู้เข้าร่วมรายใดเกิดอาการไม่พึงประสงค์ แต่ไม่ได้รายงานค่าเลือด ส่วนเอกสารมหิดลสรุปว่าค่าเลือดที่วัดในงานนี้ ได้แก่ เอนไซม์ตับ 3 ตัว (SGOT, SGPT และ GGT) ไขมัน น้ำตาล และครีเอตินิน ไม่ผิดปกติ ผลนี้มาจากการวัดในคนสุขภาพดีจำนวนน้อย ด้วยสารสกัดชนิดเดียว นาน 12 สัปดาห์ จึงยังบอกไม่ได้ว่ากระชายปลอดภัยต่อตับ โดยเฉพาะในคนที่เป็นโรคตับ กินยาหลายชนิด หรือกินนานกว่านี้

ข้อจำกัดที่ต้องรู้คือ ทั้งสองงานเป็นงานระยะสั้น ใช้สารสกัดที่ผลิตเฉพาะสำหรับงานวิจัย และศึกษาในกลุ่มคนเฉพาะ จึงตอบไม่ได้ว่าการกินผงหรือสารสกัดยี่ห้ออื่นทุกวันเป็นปีจะเป็นอย่างไร และตอบไม่ได้สำหรับผู้สูงอายุที่กินยาหลายชนิด

กระชายมีผลต่อตับไหม

ด้านความเสี่ยง: แผ่นหลักฐานของเราค้น PubMed เมื่อ 26 ต.ค. 2569 ไม่พบรายงานตับอักเสบจากกระชาย แต่การไม่พบรายงานในฐานข้อมูล ไม่ได้แปลว่ากระชายแบบเข้มข้นไม่มีความเสี่ยงต่อตับ เพราะข้อมูลระยะยาวในคนยังมีน้อย

ด้านข้ออ้างว่าปกป้องตับ: งานที่เราพบเป็นการทดลองในหนูที่ถูกทำให้ตับเสียหายด้วยสารเคมี ยังไม่ใช่ผลในคน จึงไม่ควรใช้กระชายด้วยความเชื่อว่าช่วยตับ

ทำไมคนเป็นโรคตับต้องปรึกษาแพทย์ก่อน หน้า MedlinePlus เรื่องตับบาดเจ็บจากยา ระบุให้บอกผู้รักษาเรื่องยาทุกตัวที่ใช้ รวมทั้งยาที่ซื้อเอง สมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และระบุว่าเรื่องนี้สำคัญมากถ้าเป็นโรคตับ อ่านเรื่องค่าตับกับอาหารเสริมเพิ่มได้ที่ ค่าตับสูง กินอาหารเสริมได้ไหม

กระชายกับยาที่ผ่านตับ ตีกันไหม

ข้อมูลที่เราพบมีงานเดียว เป็นการทดลองในหลอดทดลอง (ตีพิมพ์ปี 2560) ใช้ไมโครโซมและเซลล์ตับคน ทดสอบสารพิโนสโตรบิน (pinostrobin) ซึ่งเป็นสารตัวหนึ่งที่พบในกระชาย ผลคือพิโนสโตรบินไม่ยับยั้งเอนไซม์ย่อยยา (CYP) 7 ชนิดที่ทดสอบ และมีผลกระตุ้นเอนไซม์บางชนิดน้อยมาก ผู้วิจัยคาดว่าไม่น่าจะก่อปฏิกิริยาที่มีความสำคัญทางคลินิก

ข้อจำกัด: งานนี้ทดสอบสารเดี่ยวหนึ่งตัวในหลอดทดลอง ไม่ใช่ผงหรือสารสกัดกระชายทั้งเหง้า และไม่ใช่การศึกษาในคนที่กินยาจริง จึงยังสรุปไม่ได้ว่ากระชายกินคู่กับยาได้อย่างปลอดภัย ผู้ที่กินยาหลายชนิด ให้นำสมุนไพรและอาหารเสริมทุกตัวไปให้เภสัชกรตรวจ (คำแนะนำของบทความ)

กระชายกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด

เราไม่พบแหล่งที่เปิดได้ระบุปฏิกิริยาของกระชายกับยาวาร์ฟารินโดยตรง แต่หน้า MedlinePlus เรื่องการใช้ยาวาร์ฟาริน (ทบทวน 1 ม.ค. 2568) ระบุว่าอาหารบางชนิดเปลี่ยนการออกฤทธิ์ของยาได้ และในรายการนั้นมี "สมุนไพรที่ใช้ชงเป็นชา" หน้านี้ระบุว่าไม่จำเป็นต้องงดอาหารในรายการ แต่ให้พยายามกินหรือดื่มในปริมาณน้อย และอย่างน้อยอย่าเปลี่ยนปริมาณในแต่ละวันหรือแต่ละสัปดาห์ และให้ถามผู้รักษาก่อนเปลี่ยนอาหารมาก ๆ

ถ้ากินยาวาร์ฟาริน ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาละลายลิ่มเลือดชนิดอื่น แล้วอยากเริ่มน้ำกระชาย ชากระชาย หรือแคปซูลกระชาย ให้บอกแพทย์หรือเภสัชกรก่อน (คำแนะนำของบทความ) อ่านเรื่องอาหารเสริมกับยาละลายลิ่มเลือดได้ที่ ใช้ยาละลายลิ่มเลือด ต้องระวังอาหารเสริมอะไร และเรื่องขิงซึ่งเป็นพืชวงศ์เดียวกันได้ที่ ขิงกินกับยาได้ไหม

กินในอาหาร กับกินแคปซูลสารสกัด ต่างกันอย่างไร

  • ในอาหาร ใช้เหง้าสดปรุงร่วมกับวัตถุดิบอื่น ปริมาณต่อมื้อไม่แน่นอน
  • ผงกระชาย คือเหง้าแห้งบด ปริมาณต่อแคปซูลชัดเจนกว่า แต่ฉลากอาจไม่บอกปริมาณสารสำคัญ
  • สารสกัด ผ่านการสกัดด้วยตัวทำละลาย งานวิจัยในคนทั้งสองงานข้างต้นใช้รูปแบบนี้

เอกสารมหิดลแยกการกินแบบอาหารออกจากรูปแบบเข้มข้น และข้อควรระวังมุ่งไปที่รูปแบบเข้มข้น อ่านความต่างของผงกับสารสกัดเพิ่มได้ที่ กระชายคือพืชอะไร

กินกระชายขาวทุกวันได้ไหม

ยังไม่มีข้อมูลพอจะตอบว่าการกินกระชายแบบเข้มข้นทุกวันเป็นเวลานานปลอดภัยหรือไม่ งานในคนที่ยาวนานกว่างานอื่นที่เราพบคือ 12 สัปดาห์ และเอกสารมหิดลให้ระวังการกินปริมาณสูงติดต่อกันนาน

ถ้าตัดสินใจใช้กระชายแบบเข้มข้น สิ่งที่ทำได้คือ (คำแนะนำของบทความ)

  • กินตามขนาดบนฉลาก ไม่เพิ่มเอง
  • ไม่กินผลิตภัณฑ์กระชายหลายยี่ห้อพร้อมกัน
  • จดว่าเริ่มกินวันไหน และบอกแพทย์ทุกครั้งที่ไปตรวจ โดยเฉพาะถ้ามีนัดตรวจเลือดดูค่าตับ
  • ถ้ามีอาการผิดปกติ หยุดผลิตภัณฑ์สมุนไพรนั้นไว้ก่อนแล้วติดต่อแพทย์ แต่ห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง

แพ้กระชาย อาการเป็นอย่างไร

แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่มีรายงานเฉพาะเรื่องการแพ้กระชาย อาการแพ้จากอาหารหรือสมุนไพรโดยทั่วไป เช่น ผื่นนูนแดงคัน (ลมพิษ) หรือปากบวม อ่านได้ที่ ลมพิษเกิดจากอะไร ส่วนอาการแพ้รุนแรงแบบอะนาฟิแล็กซิส NHS ระบุว่าเกิดเร็วภายในไม่กี่นาที และเป็นภาวะอันตรายถึงชีวิต

กระชายอยู่วงศ์เดียวกับขิงและข่า เราไม่พบแหล่งที่ยืนยันว่าคนแพ้ขิงหรือข่าจะแพ้กระชายด้วย แต่ถ้าเคยแพ้พืชในวงศ์นี้ ให้ถามแพทย์ก่อนลองกระชายแบบเข้มข้น (คำแนะนำของบทความ)

สัญญาณที่ต้องหยุดและพบแพทย์

ติดต่อแพทย์ ถ้ามีอาการที่หน้า MedlinePlus เรื่องตับบาดเจ็บจากยา ระบุไว้ หลังเริ่มยาหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น

  • ตัวเหลืองหรือตาเหลือง
  • ปัสสาวะสีเข้ม
  • อุจจาระสีขาวหรือสีซีดคล้ายดินเหนียว
  • ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร
  • อ่อนเพลีย มีไข้ ผื่น หรือคันตามตัว

MedlinePlus ระบุว่าการรักษาเฉพาะของภาวะตับบาดเจ็บจากยาส่วนใหญ่ คือหยุดยาที่เป็นสาเหตุ ซึ่งต้องให้แพทย์เป็นผู้ประเมิน อย่าหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง แต่หยุดผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่เพิ่งเริ่มไว้ก่อนแล้วไปพบแพทย์ (คำแนะนำของบทความ)

นัดพบแพทย์โดยเร็ว ถ้ามีผื่นลมพิษที่ไม่ดีขึ้น หรือท้องเสียไม่หยุดหลังเริ่มกินผลิตภัณฑ์ (คำแนะนำของบทความ)

มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (อาการแพ้รุนแรงตามหน้า NHS)

  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวม
  • หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีด หรือคอแน่นกลืนลำบาก
  • เวียนศีรษะมาก สับสน หรือหมดสติ

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)

เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก. · แคปซูลเป็นเจลาติน

ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ ไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์ และไม่ระบุสารสำคัญในผงกระชาย เช่น พิโนสโตรบิน หรือแพนดูราทิน เอ

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม

คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ผลิตภัณฑ์นี้มีทั้งกระชายและขิง ซึ่งเป็นพืชวงศ์เดียวกัน ถ้ากินกระชายหรือขิงแบบเข้มข้นจากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่แล้ว ให้นำฉลากทั้งหมดไปให้เภสัชกรดู

เรื่องตับและการกินต่อเนื่อง: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ปกป้องตับ หรือป้องกันหรือรักษาโรคใด และยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง รวมทั้งยังไม่มีข้อมูลการกินสูตรนี้ต่อเนื่องระยะยาว

ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้

  • ผงกระชาย 75 มก. ต่อแคปซูล (150 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานในผู้ป่วยอาหารไม่ย่อย 160 คนของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ตีพิมพ์ปี 2564) ใช้สารสกัดวันละ 1,050 มก. นาน 4 สัปดาห์ มากกว่าผงในแคปซูลราว 7 เท่า (คำนวณ) รายงานท้องเสีย ปวดศีรษะ ปวดท้อง และค่า ALT สูงเล็กน้อยกลุ่มละ 1 ราย งานผิวในอาสาสมัคร 92 คนใช้สารสกัดวันละ 300 มก. นาน 12 สัปดาห์ ราว 2 เท่า (คำนวณ) แต่ทั้งสองงานใช้สารสกัด ฉลากเป็นผง จึงเทียบตรงไม่ได้ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่าข้อมูลความปลอดภัยระยะยาวของรูปแบบเข้มข้นยังไม่มี
  • สารสกัดขิง 50 มก. ต่อแคปซูล (100 มก. ต่อวัน คำนวณ) — MSKCC (ปรับปรุง 2 มิ.ย. 2565) ระบุว่าผู้ที่ใช้ยาวาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดไม่ควรใช้ขิงชนิดเสริม เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก แม้งานทบทวนจะระบุว่าหลักฐานยังไม่ชัด และระบุปฏิกิริยากับยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ยาเบาหวาน และยาทาโครลิมัส งานในผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ชาวไทย 80 คน (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตีพิมพ์ปี 2563) ใช้สารสกัดขิงวันละ 500 มก. ราว 5 เท่าของในแคปซูล (คำนวณ) นาน 6 สัปดาห์ เป็นงานขนาดเล็กที่ไม่มีกลุ่มยาหลอก และไม่ได้ศึกษาเรื่องตับหรือการกินระยะยาวเป็นหลัก

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ (สองข้อแรกเป็นคำเตือนบนฉลาก ข้อที่เหลือเป็นคำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบบนฉลาก)

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
  • โรคตับ หรือกินยาหลายชนิด: มีผงกระชาย ซึ่งข้อมูลความปลอดภัยระยะยาวแบบเข้มข้นยังจำกัด ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
  • ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
  • กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
  • สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน หรือนิ่วในถุงน้ำดี: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: หลีกเลี่ยง

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้น หรือเริ่มรับประทานสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนวัคซีน ยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาพ่นหอบหืด ยาที่แพทย์สั่ง หรืออะดรีนาลีน

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
  • หายใจเร็วมาก หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีดมาก หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
  • หอบเหนื่อยจนพูดเป็นคำหรือเป็นประโยคไม่ได้
  • คอแน่น หรือกลืนลำบาก
  • ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
  • สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
  • เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
  • เริ่มไอเป็นเลือด
  • ล้มฟุบ เป็นลม หรือหมดสติ
  • แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว หรือพูดไม่ชัด

รายการข้างต้นมาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุให้โทรเรียกรถฉุกเฉิน ได้แก่ หน้าแพ้รุนแรง (ทบทวน 21 มิ.ย. 2566) และหน้าไข้หวัดใหญ่ (ทบทวน 3 ก.พ. 2569) ส่วนข้อสุดท้ายเป็นสัญญาณอันตรายที่ใช้ทั่วทั้งเว็บไซต์นี้ หน้า NHS แพ้รุนแรงระบุว่าผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนให้ใช้ทันที แล้วโทรเรียกรถพยาบาล คำแนะนำของบทความ: อย่ารอดูอาการด้วยยาแก้แพ้ชนิดกิน

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta X Plus ของแบรนด์ Hopeful พื้นกล่องสีเขียวมิ้นต์

Beta X Plusเบต้าเอ็กซ์พลัส

เลข อย. 10-1-15662-5-0098

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →

คำถามที่พบบ่อย

กินกระชายขาวทุกวันได้ไหม

ยังไม่มีข้อมูลพอจะตอบว่าการกินกระชายแบบเข้มข้นทุกวันเป็นเวลานานปลอดภัยหรือไม่ งานในคนที่เราพบยาวไม่เกิน 12 สัปดาห์ และคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ระวังรูปแบบเข้มข้นหรือการกินปริมาณสูงติดต่อกันนาน ผู้ที่เป็นโรคตับหรือกินยาหลายชนิด ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

กระชายขาวมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

งานในผู้ป่วยอาหารไม่ย่อยที่ใช้สารสกัดวันละ 1,050 มก. นาน 4 สัปดาห์ รายงานท้องเสีย ปวดศีรษะ และปวดท้องในทั้งกลุ่มกระชายและกลุ่มยาหลอก และพบค่าเอนไซม์ตับ ALT สูงขึ้นเล็กน้อยกลุ่มละ 1 ราย ซึ่งไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

กระชายทำลายตับไหม

แผ่นหลักฐานของเราค้น PubMed เมื่อ 26 ต.ค. 2569 ไม่พบรายงานตับอักเสบจากกระชาย แต่ข้อมูลระยะยาวในคนยังน้อย การไม่พบรายงานจึงไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยง ส่วนข้ออ้างว่ากระชายปกป้องตับมาจากงานในหนู ผู้ที่เป็นโรคตับให้ปรึกษาแพทย์ก่อน

กินยาวาร์ฟารินอยู่ กินกระชายได้ไหม

เราไม่พบแหล่งที่ระบุปฏิกิริยาของกระชายกับวาร์ฟารินโดยตรง แต่ MedlinePlus ระบุว่าสมุนไพรที่ใช้ชงเป็นชาอยู่ในรายการอาหารที่อาจเปลี่ยนการออกฤทธิ์ของวาร์ฟาริน และให้ถามผู้รักษาก่อนเปลี่ยนอาหารมาก ๆ จึงควรบอกแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่ม และห้ามปรับขนาดยาเอง

กินกระชายแล้วตัวเหลืองต้องทำอย่างไร

MedlinePlus จัดตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม และอุจจาระสีซีด เป็นอาการที่อาจเกิดจากตับบาดเจ็บ และให้ติดต่อผู้รักษาเมื่อมีอาการหลังเริ่มยาใหม่ หยุดผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่เพิ่งเริ่มไว้ก่อนแล้วไปพบแพทย์ แต่ห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท