เกี่ยวกับ Beta X Plus
ลมพิษเกิดจากอะไร ผื่นนูนแดงคันขึ้นแล้วหาย กี่วันหาย อันตรายเมื่อไร
คำตอบสั้น: ลมพิษคือผื่นนูนคันที่เกิดเมื่อผิวหนังหลั่งฮีสตามีนและสารเคมีอื่นออกมามาก สิ่งกระตุ้นมีได้หลายอย่าง เช่น อาหาร ยา แมลงกัดต่อย การติดเชื้อ ความร้อน ความเย็น แรงกดที่ผิว และหลายครั้งหาสาเหตุไม่พบ ผื่นแต่ละจุดมักยุบภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงหนึ่งวันแล้วขึ้นที่ใหม่ ลมพิษส่วนใหญ่ดีขึ้นในไม่กี่วัน แต่ถ้ามีปาก ลิ้น หรือคอบวม หายใจลำบาก หรือกลืนลำบาก อาจเป็นภาวะแพ้รุนแรง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ลมพิษเฉียบพลัน คือเป็นมาไม่เกิน 6 สัปดาห์ ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ระบุว่าสาเหตุส่วนใหญ่คืออาหาร ยา และการติดเชื้อ
- ผื่นแต่ละจุดอยู่ไม่นาน ศิริราชระบุว่ามักไม่เกิน 24 ชั่วโมง MedlinePlus ระบุว่าผื่นที่อยู่นานเกิน 48 ชั่วโมงพบได้ไม่บ่อย
- NHS ระบุว่าลมพิษมักดีขึ้นในไม่กี่วัน และเภสัชกรให้คำแนะนำเรื่องยาแก้แพ้ได้
- ไปพบแพทย์วันนี้ ถ้าไม่ดีขึ้นใน 2 วัน ผื่นลาม เป็นซ้ำบ่อย มีไข้และรู้สึกไม่สบาย หรือมีบวมใต้ผิวหนัง
- ปาก ลิ้น คอบวม หายใจหรือกลืนลำบาก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
ลมพิษคืออะไร ทำไมผื่นย้ายที่ได้
ลมพิษเกิดจากสารฮีสตามีนในผิวหนัง NHS (หน้าลมพิษ ทบทวน 26 เม.ย. 2567) อธิบายว่าลมพิษเกิดเมื่อมีบางอย่างทำให้ผิวหนังหลั่งฮีสตามีนและสารเคมีอื่นออกมาในระดับสูง สิ่งนั้นเรียกว่าตัวกระตุ้น
ลักษณะผื่นที่ NHS ระบุ ได้แก่
- เป็นตุ่มนูนหรือปื้นนูน มีหลายรูปทรงและหลายขนาด
- ขึ้นได้ทุกส่วนของร่างกาย อาจขึ้นจุดเดียวหรือกระจายทั่วตัว
- คัน แสบ หรือรู้สึกร้อน
- บนผิวขาวจะเห็นเป็นสีชมพูหรือแดง บนผิวคล้ำอาจมองเห็นสียากกว่า
ทำไมผื่นขึ้นแล้วหาย แล้วไปขึ้นที่ใหม่ MedlinePlus (ทบทวน 1 เม.ย. 2568) ระบุว่าผื่นนูน (wheal) มีขอบชัด อาจขยายและรวมกันเป็นปื้นใหญ่ และมักเปลี่ยนรูปร่าง หายไป แล้วขึ้นใหม่ภายในไม่กี่นาทีหรือไม่กี่ชั่วโมง เอกสารของภาควิชาตจวิทยา ศิริราช ระบุว่าผื่นแต่ละจุดมักอยู่ไม่เกิน 24 ชั่วโมงแล้วยุบไปโดยไม่มีร่องรอย แต่อาจมีผื่นใหม่ขึ้นที่อื่น ส่วน MedlinePlus ระบุว่าผื่นที่อยู่นานเกิน 48 ชั่วโมงพบได้ไม่บ่อย
ลมพิษจากการขีดเขียนผิว MedlinePlus ระบุว่ามีลมพิษชนิดหนึ่งที่เกิดจากแรงกดที่ผิว เมื่อกดหรือเกาจะเกิดผื่นนูนตามรอยนั้นทันที
ผื่นที่อยู่นานแล้วทิ้งรอยดำ อาจไม่ใช่ลมพิษธรรมดา ศิริราชระบุว่าผู้ป่วยโรคลูปัสหรือโรคเส้นเลือดอักเสบบางรายมีผื่นคล้ายลมพิษ แต่ผื่นแต่ละจุดมักอยู่นานเกิน 24 ชั่วโมง และเวลาหายมักมีรอยดำ กรณีนี้ควรให้แพทย์ตรวจ
ลมพิษเกิดจากอะไร
ตัวกระตุ้นที่ NHS ระบุ ได้แก่
- กินอาหารบางชนิด
- สัมผัสพืช สัตว์ สารเคมี หรือยางธรรมชาติ (ลาเท็กซ์) บางชนิด
- ความเย็น เช่น น้ำเย็นหรือลม
- ผิวร้อนและมีเหงื่อจากการออกกำลังกาย ความเครียด หรือกินอาหารเผ็ด
- ปฏิกิริยาต่อยา แมลงกัดหรือต่อย
- การเกาหรือกดผิว เช่น ใส่เสื้อผ้าที่ระคายหรือคับ
- การติดเชื้อ
- ปัญหาของระบบภูมิคุ้มกัน
- น้ำหรือแสงแดด แต่พบน้อย
MedlinePlus เพิ่มตัวอย่าง เช่น รังแคสัตว์ (โดยเฉพาะแมว) ละอองเกสร หอย ปลา ถั่ว ไข่ นม เหงื่อออกมาก การติดเชื้อบางชนิด และโรคภูมิต้านตนเอง เช่น ลูปัส และระบุว่าหลายครั้งไม่ทราบสาเหตุ
ลมพิษเฉียบพลันในผู้ใหญ่ เอกสารของภาควิชาตจวิทยา ศิริราช ระบุว่าลมพิษที่เป็นมาไม่เกิน 6 สัปดาห์ สาเหตุส่วนใหญ่มักเป็นอาหาร ยา และการติดเชื้อ ตัวอย่างอาหารที่ระบุ ได้แก่ อาหารทะเล สารกันบูด และสีผสมอาหารบางชนิด ส่วนการติดเชื้อมีได้ทั้งไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา และพยาธิ
ยาที่คนมักลืมนึกถึง MedlinePlus (หน้าแพ้ยา ทบทวน 20 ม.ค. 2569) ระบุว่าแอสไพรินอาจทำให้เกิดลมพิษได้ โดยไม่ผ่านกลไกภูมิแพ้ ผู้ที่เพิ่งเริ่มยาใหม่ ยาแก้ปวด หรือสมุนไพรก่อนผื่นขึ้น ควรนำยาทั้งหมดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู ห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง อ่านเพิ่มได้ที่ ยาบางชนิดทำให้คันหรือขึ้นผื่นได้ และ แพ้ยา อาการออกตอนไหน
ความเชื่อ: ลมพิษขึ้นแปลว่าแพ้อาหารทะเลแน่นอน ไม่จำเป็น สิ่งกระตุ้นมีหลายอย่าง และ MedlinePlus ระบุว่าการตรวจภูมิแพ้แบบเจาะจงไม่มีประโยชน์ในผู้ป่วยลมพิษส่วนใหญ่ อ่านเรื่องอาหารกับลมพิษได้ที่ ลมพิษห้ามกินอะไร
ลมพิษกี่วันหาย
ส่วนใหญ่ดีขึ้นในไม่กี่วัน NHS ระบุว่าผื่นลมพิษมักดีขึ้นภายในไม่กี่วัน MedlinePlus ระบุว่าถ้าเป็นไม่มาก อาจไม่ต้องรักษา และมักหายไปเอง
เอกสารของศิริราชระบุว่าในลมพิษเฉียบพลันที่หาสาเหตุพบและแก้ไขได้ เมื่อกินยาต้านฮีสตามีน ผื่นมักหายใน 1–2 สัปดาห์ แต่บางรายที่หาสาเหตุไม่ชัด ผื่นอาจขึ้นต่อเนื่องจนเป็นลมพิษเรื้อรัง ซึ่งหมายถึงเป็น ๆ หาย ๆ นานเกิน 6 สัปดาห์ อ่านต่อได้ที่ ลมพิษเรื้อรัง
ลมพิษขึ้นหน้า ปากบวม หายใจลำบาก อันตรายแค่ไหน
ลมพิษที่มีบวมใต้ผิวหนังต้องระวัง MedlinePlus ระบุว่าภาวะบวมใต้ผิวหนัง (angioedema) คือการบวมของเนื้อเยื่อชั้นลึกที่บางครั้งเกิดร่วมกับลมพิษ ถ้าเกิดรอบปากหรือคอ อาการอาจรุนแรงจนทางเดินหายใจอุดกั้น NHS (หน้าภาวะบวมใต้ผิวหนัง ทบทวน 25 ส.ค. 2569) ระบุว่ามักบวมที่ใบหน้า โดยเฉพาะริมฝีปาก ลิ้น และเปลือกตา และถ้าคอบวมจนหายใจลำบาก ถือเป็นเหตุฉุกเฉิน
ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง ตามที่หน้าลมพิษของ NHS จัดเป็นเหตุฉุกเฉิน
- ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
- หายใจเร็วมาก หรือหายใจลำบาก อาจมีเสียงหวีดมาก หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
- คอแน่น หรือกลืนลำบาก
- ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
- สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
- เป็นลมหมดสติและปลุกไม่ตื่น
NHS ระบุว่าอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของการแพ้รุนแรง (anaphylaxis) และอาจต้องรักษาในโรงพยาบาลทันที เอกสารของภาควิชาตจวิทยา ศิริราช (ไม่ระบุวันที่) ระบุว่าผู้ป่วยลมพิษที่แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก ปวดท้อง หน้า ตา หรือปากบวมมาก ควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว เพราะการบวมของเยื่อบุทางเดินหายใจอาจถึงชีวิตได้ ส่วน NHS (ทบทวน 26 เม.ย. 2567) จัดอาการบวมและหายใจลำบากเป็นเหตุฉุกเฉิน บทความนี้ยึดระดับที่เร็วกว่า คือไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ผู้ที่แพทย์สั่งปากกาฉีดอะดรีนาลีนไว้ ให้ใช้ตามแผนแล้วโทร 1669 ขั้นตอนระหว่างรอรถพยาบาลอยู่ท้ายบทความ อ่านสัญญาณเตือนเพิ่มได้ที่ สัญญาณเตือนแพ้รุนแรง
ลมพิษดูแลตัวเองอย่างไร ยาแก้แพ้ช่วยไหม ประคบเย็นได้ไหม
เภสัชกรช่วยได้ NHS ระบุว่าเภสัชกรให้คำแนะนำเรื่องยาแก้แพ้ (ยาต้านฮีสตามีน) สำหรับลมพิษได้ และให้บอกเภสัชกรถ้ามีโรคประจำตัว เพราะบางคนอาจกินยาแก้แพ้ไม่ได้ ยาบางชนิดอาจไม่เหมาะกับเด็กเล็ก ส่วนแพทย์อาจสั่งครีมเมนทอล ยาแก้แพ้ หรือยาสเตียรอยด์ชนิดเม็ด
ยาแก้แพ้ที่แพทย์ไทยเลือกใช้ งานฉันทามติของผู้เชี่ยวชาญ 105 คนจากสมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืด และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย (ตีพิมพ์ปี 2568) ระบุว่ายาต้านฮีสตามีนรุ่นที่ 2 เป็นยาที่เลือกใช้เริ่มต้น เพราะง่วงน้อยกว่า และผู้ตอบเกือบทั้งหมด (ร้อยละ 98.1) แนะนำยากลุ่มนี้สำหรับลมพิษทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง MedlinePlus ระบุว่าให้กินยาตามที่แพทย์สั่งหรือตามฉลากยา อ่านเรื่องยาแก้แพ้ง่วงและไม่ง่วงได้ที่ ยาแก้แพ้ง่วงกับไม่ง่วงต่างกันอย่างไร
สิ่งที่ MedlinePlus แนะนำเพื่อลดคันและบวม
- ไม่อาบน้ำร้อนหรือแช่น้ำร้อน
- ไม่ใส่เสื้อผ้าคับ ซึ่งอาจระคายผิวบริเวณนั้น
สิ่งที่เอกสารของภาควิชาตจวิทยา ศิริราช แนะนำ งดสิ่งกระตุ้นตามที่แพทย์แนะนำ ไม่แกะเกา เพราะอาจทำให้ผิวอักเสบจากการเกา ทำใจให้สบาย กินยาตามแพทย์สั่ง และอาจทาคาลาไมน์ (calamine lotion) เพื่อลดคัน แต่ยาทานี้ไม่ได้ทำให้ผื่นหาย
เรื่องการประคบเย็น หน้าลมพิษของ NHS และ MedlinePlus ที่เราเปิดอ่านไม่ได้กล่าวถึงการประคบเย็นไว้ และ NHS ระบุว่าความเย็น เช่น น้ำเย็นหรือลม เป็นตัวกระตุ้นลมพิษได้ คำแนะนำของบทความ: ถ้าลมพิษขึ้นหลังโดนความเย็น ไม่ควรประคบเย็น และให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อน อ่านเรื่องลมพิษจากความเย็นได้ที่ ผื่นแพ้อากาศ
ห้ามกินยาแก้แพ้แทนการไปโรงพยาบาล เมื่อมีอาการแพ้รุนแรง ผู้ที่ได้ยาแก้แพ้หรือยาสเตียรอยด์จากแพทย์ ห้ามหยุดหรือปรับยาเอง
ควรจดอะไรไปบอกแพทย์
NHS แนะนำให้พยายามหาว่าอะไรกระตุ้นลมพิษ เพื่อเลี่ยงสิ่งนั้นถ้าทำได้ MedlinePlus ระบุว่าถ้ามีประวัติชัดว่าแพ้สิ่งใด การวินิจฉัยจะชัดเจนขึ้น
คำแนะนำของบทความ: จดข้อมูลต่อไปนี้ก่อนไปพบแพทย์
- ผื่นเริ่มขึ้นเมื่อไร แต่ละจุดอยู่นานกี่ชั่วโมง หายแล้วทิ้งรอยไหม
- ถ่ายรูปผื่นตอนขึ้นมาก เพราะไปถึงโรงพยาบาลผื่นอาจยุบแล้ว
- อาหาร เครื่องดื่ม ยา สมุนไพร อาหารเสริมที่กินในช่วงก่อนผื่นขึ้น
- ช่วงนั้นมีไข้ เจ็บคอ ไม่สบาย ถูกแมลงกัด ออกกำลังกาย อาบน้ำร้อนหรือน้ำเย็น หรือใส่เสื้อผ้าคับไหม
- มีปาก ตา หรือหน้าบวมร่วมด้วยไหม
- ยาที่ใช้แล้ว ได้ผลแค่ไหน ง่วงไหม
เมื่อไรต้องพบแพทย์
ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด กรณีที่ NHS ให้ขอนัดแพทย์ด่วน
- ลมพิษไม่ดีขึ้นหลัง 2 วัน
- กังวลเรื่องลมพิษของลูก
- ผื่นลามออกไป
- ลมพิษเป็นซ้ำบ่อย (อาจแพ้บางอย่างอยู่)
- มีไข้และรู้สึกไม่สบายร่วมด้วย
- มีบวมใต้ผิวหนังร่วมด้วย หรือบางส่วนของร่างกาย เช่น มือ เท้า บวมขึ้นมาทันที (หน้าภาวะบวมใต้ผิวหนังของ NHS)
นัดพบแพทย์ MedlinePlus แนะนำให้ติดต่อแพทย์ถ้าลมพิษรุนแรง ไม่สบายตัวมาก และดูแลตัวเองแล้วไม่ดีขึ้น ส่วนเอกสารของศิริราชแนะนำว่าผู้ป่วยลมพิษควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ
อาการแพ้รุนแรง เช่น ปาก ลิ้น คอบวม หายใจลำบาก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ดูรายการเต็มท้ายบทความ
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)
เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก.
ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์
ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม
คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
เรื่องลมพิษ: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้ลมพิษยุบเร็วขึ้น ลดอาการคัน ป้องกันลมพิษกำเริบ หรือใช้แทนยาแก้แพ้และอะดรีนาลีนได้ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง และแผ่นหลักฐานที่เราใช้ไม่มีงานวิจัยในคนเรื่องลมพิษของส่วนประกอบใดในสูตร ผู้ที่ใช้ยาแก้แพ้หรือยาที่แพทย์สั่งห้ามหยุดหรือลดยาเอง
ผู้ที่ผื่นขึ้นหลังกินผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงผลิตภัณฑ์นี้ ให้หยุดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้น และนำฉลากไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู ศูนย์การแพทย์ผสมผสานแห่งชาติสหรัฐ (NCCIH) แนะนำว่าถ้ามีผลข้างเคียงจากอาหารเสริม ให้หยุดแล้วติดต่อผู้ให้บริการสุขภาพ สูตรนี้มียีสต์ ขิง กระชาย และแคปซูลเจลาติน ซึ่งเป็นสิ่งที่บางคนอาจแพ้ได้ (ข้อสังเกตจากส่วนประกอบ ไม่ใช่ข้อความฉลาก) ถ้ามีปาก ลิ้น คอบวม หรือหายใจลำบาก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้ เทียบปริมาณกับข้อมูลที่มีได้ดังนี้
- ซิงค์ 5.8 มก. ตามฉลาก (11.6 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — ไม่ใช่งานเรื่องลมพิษ งานทบทวนของ Cochrane (ตีพิมพ์ปี 2567) เรื่องหวัด ส่วนใหญ่ใช้ยาอมสังกะสีวันละ 45–276 มก. ซึ่งเป็นคนละรูปแบบและมากกว่าในแคปซูลราว 4–24 เท่า (คำนวณ) ข้อมูลของ Linus Pauling Institute ระบุว่าสังกะสีลดการดูดซึมยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนและควิโนโลน และค่าสูงสุดที่รับได้ต่อวันของผู้ใหญ่คือ 40 มก. รวมทุกแหล่ง ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือซิงค์อยู่แล้วให้นับรวม
- สารสกัดม่อน 20.650 มก. (41.3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — ฉลากไม่ระบุว่าใช้ส่วนใดของพืช งานในคนที่มีผลเป็นเรื่องสารสกัดใบหม่อนกับน้ำตาลในเลือด ใช้ขนาดตั้งแต่ราว 200 มก. ครั้งเดียวไปจนถึง 5 กรัมต่อวัน ผู้ที่ใช้ยาเบาหวานหรืออินซูลินจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อน และสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
- ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
- ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
- กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
- สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
- โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน โรคตับ หรือนิ่วในถุงน้ำดี: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย หรือเคยมีผื่นหลังกินอาหารเสริม: ควรเลี่ยง และบอกแพทย์
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาทาหรือยากินสเตียรอยด์ ยาพ่นจมูก ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ ยาความดัน ยาโรคหัวใจ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาแก้แพ้ ยาทา ยาพ่นหอบหืด ยาที่แพทย์สั่ง อะดรีนาลีน หรือวัคซีนตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
- หายใจเร็วมาก หรือหายใจลำบาก อาจมีเสียงหวีดมาก หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
- คอแน่น หรือกลืนลำบาก
- ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
- สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
- เป็นลมหมดสติและปลุกไม่ตื่น
- หอบหืดกำเริบ แล้วรู้สึกแย่ลงเมื่อใดก็ตาม
- หอบหืดกำเริบ ใช้ยาพ่นบรรเทาอาการถึงขนาดสูงสุดตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น
- หอบหืดกำเริบ และไม่มียาพ่นบรรเทาอาการอยู่กับตัว
- ผื่นลามไปทั่วตัว หรือผื่นวงกลมที่ตรงกลางสีเข้มขอบนอกสีจาง หลังเริ่มยาใหม่หรือหลังติดเชื้อ
- มีผื่นที่ผิวเจ็บ บวม พอง หรือลอก
- ปาก หน้า ริมฝีปาก ลิ้น คอ หรือตา บวมหรือเจ็บ
รายการข้างต้นมาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุฉุกเฉิน ได้แก่ หน้าแพ้รุนแรง (ทบทวน 21 มิ.ย. 2566) ลมพิษ (ทบทวน 26 เม.ย. 2567) ภาวะบวมใต้ผิวหนัง (ทบทวน 25 ส.ค. 2569) หอบหืด (ทบทวน 7 เม.ย. 2568) และกลุ่มอาการสตีเวนส์-จอห์นสัน (ทบทวน 4 มี.ค. 2569)
ระหว่างรอรถพยาบาล หน้าแพ้รุนแรงของ NHS ให้ใช้ปากกาฉีดอะดรีนาลีนถ้ามี แล้วโทรเรียกรถพยาบาล ให้นอนราบ ยกขาได้ ถ้าหายใจลำบากให้ยกไหล่ขึ้นหรือค่อย ๆ ลุกนั่ง (หญิงตั้งครรภ์ให้นอนตะแคงซ้าย) ห้ามลุกยืนหรือเดินเลยแม้จะรู้สึกดีขึ้น ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหลัง 5 นาทีให้ใช้ปากกาอันที่ 2 หน้าหอบหืด ภาวะบวมใต้ผิวหนัง และกลุ่มอาการสตีเวนส์-จอห์นสันของ NHS ระบุว่าห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง คำแนะนำของบทความ: ห้ามกินยาแก้แพ้แล้วรอดูอาการแทนการโทร 1669
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →คำถามที่พบบ่อย
ลมพิษเกิดจากอะไร
NHS ระบุว่าลมพิษเกิดเมื่อผิวหนังหลั่งฮีสตามีนออกมาในระดับสูง ตัวกระตุ้นมีได้หลายอย่าง เช่น อาหาร ยา แมลงกัดต่อย การติดเชื้อ ความร้อน ความเย็น การเกาหรือกดผิว และหลายครั้งหาสาเหตุไม่พบ
ลมพิษกี่วันหาย
NHS ระบุว่าลมพิษส่วนใหญ่ดีขึ้นในไม่กี่วัน ผื่นแต่ละจุดมักยุบภายในไม่เกิน 24 ชั่วโมง ถ้าไม่ดีขึ้นใน 2 วันหรือผื่นลาม ให้ไปพบแพทย์วันนี้ ถ้าเป็น ๆ หาย ๆ นานเกิน 6 สัปดาห์ เรียกว่าลมพิษเรื้อรัง
ลมพิษอันตรายไหม
ส่วนใหญ่ไม่อันตรายและหายเอง แต่ถ้ามีปาก ลิ้น หรือคอบวม หายใจลำบาก คอแน่น กลืนลำบาก หรือเวียนศีรษะจะเป็นลม อาจเป็นการแพ้รุนแรง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
ลมพิษขึ้นกินยาอะไรดี
ให้เภสัชกรหรือแพทย์แนะนำ NHS ระบุว่าเภสัชกรให้คำแนะนำเรื่องยาแก้แพ้ได้ และต้องบอกเภสัชกรถ้ามีโรคประจำตัว แพทย์ไทยส่วนใหญ่เลือกยาต้านฮีสตามีนรุ่นที่ 2 เป็นยาเริ่มต้น ให้กินตามที่แพทย์สั่งหรือตามฉลากยา
เป็นลมพิษควรจดอะไรไปบอกหมอ
จดเวลาที่ผื่นขึ้น ผื่นแต่ละจุดอยู่นานกี่ชั่วโมง ถ่ายรูปผื่น อาหาร ยา สมุนไพร และอาหารเสริมที่กินก่อนผื่นขึ้น อาการป่วยหรือแมลงกัดช่วงนั้น และมีปากหรือตาบวมร่วมด้วยหรือไม่
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- HivesNHS
- HivesMedlinePlus Medical Encyclopedia
- โรคลมพิษภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
- AngioedemaNHS
- Allergic rhinitis and urticaria burden and antihistamine treatment options in Thailand: A modified Delphi studyJ Allergy Clin Immunol Glob 2025 (PubMed)
- Using Dietary Supplements WiselyNCCIH
- Drug allergiesMedlinePlus Medical Encyclopedia
- Zinc for prevention and treatment of the common coldCochrane Database of Systematic Reviews 2024 (PubMed)
- ZincLinus Pauling Institute, Oregon State University
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
