บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS

เกาต์ห้ามกินผลไม้อะไร ผลไม้หวาน น้ำผลไม้ เชอร์รี่ ควรเลือกอย่างไร

คำตอบสั้น: ไม่มีแนวทางที่เราตรวจห้ามผลไม้ชนิดใดเป็นการเฉพาะ เอกสารผู้ป่วยของโรงพยาบาลศิริราชจัดผักและผลไม้ไว้ในกลุ่มพิวรีนน้อยที่ผู้ป่วยเกาต์กินได้ตามปกติ สิ่งที่แนวทางเวชปฏิบัติไทย พ.ศ. 2569 แนะนำให้จำกัดคือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและน้ำผลไม้ เพราะน้ำตาลฟรุกโตสเพิ่มกรดยูริกได้ ส่วนเชอร์รี่ แนวทาง ACR 2020 ไม่ให้คำแนะนำเพราะหลักฐานยังคุณภาพต่ำ

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ผลไม้พิวรีนต่ำ เอกสารศิริราชจัดผลไม้ไว้ในกลุ่มที่ผู้ป่วยเกาต์กินได้ตามปกติ
  • ฟรุกโตสคือประเด็นหลัก ACR 2020 ระบุว่าการกินฟรุกโตส 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เพิ่มกรดยูริก 1–2 มก./ดล. ภายใน 2 ชั่วโมง
  • แนวทางไทย 2569 แนะนำแบบมีเงื่อนไขให้จำกัดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและน้ำผลไม้ ส่วน ACR 2020 แนะนำให้จำกัดน้ำเชื่อมข้าวโพดฟรุกโตสสูง
  • ทุเรียน ลำไย มะม่วง ไม่มีแนวทางที่เราตรวจกล่าวถึงเป็นการเฉพาะ แต่เป็นผลไม้รสหวาน คนที่เป็นเบาหวานหรือคุมน้ำหนักต้องคุมปริมาณ
  • เชอร์รี่ มีงานวิจัยแต่ผลไม่ตรงกัน ACR 2020 ไม่ให้คำแนะนำ และแนวทางไทย 2569 ไม่ได้กล่าวถึง

เกาต์ห้ามกินผลไม้อะไร ผลไม้มีพิวรีนสูงไหม

ผลไม้ไม่ได้อยู่ในกลุ่มพิวรีนสูง เอกสาร "โรคเก๊าท์" ของฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช (พิมพ์ พ.ศ. 2555) จัด "ผักและผลไม้" ไว้ในกลุ่มอาหารที่มีปริมาณพิวรีนน้อย ซึ่งผู้ป่วยเกาต์ทานได้ตามปกติ บทความของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี (Rama Channel เผยแพร่ 15 พ.ค. 2568) ก็ยกผลไม้เป็นตัวอย่างของอาหารพิวรีนต่ำที่ควรเน้น

ผักบางชนิดต่างหากที่เอกสารศิริราชจัดไว้ในกลุ่มพิวรีนมาก เช่น ชะอม กระถิน เห็ด อ่านภาพรวมอาหารได้ที่ เก๊าท์ควรกินอะไร

ถ้าผลไม้พิวรีนต่ำ ทำไมยังต้องระวัง คำตอบอยู่ที่น้ำตาลฟรุกโตส ซึ่งเป็นน้ำตาลชนิดหนึ่งที่พบในผลไม้ และในน้ำเชื่อมข้าวโพดฟรุกโตสสูงที่ใช้ทำเครื่องดื่มหวาน

ฟรุกโตสเพิ่มกรดยูริกได้อย่างไร

ฟรุกโตสทำให้กรดยูริกขึ้นได้แม้ไม่มีพิวรีน ACR 2020 สรุปหลักฐานไว้ว่า

  • การกินฟรุกโตส 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เพิ่มกรดยูริกในเลือด 1–2 มก./ดล. ภายใน 2 ชั่วโมงหลังกิน
  • ในงานติดตามพยาบาลสหรัฐฯ (Nurses' Health Study) การกินน้ำเชื่อมข้าวโพดฟรุกโตสสูงมากขึ้นสัมพันธ์กับความเสี่ยงเกิดเกาต์ที่สูงขึ้น
  • แต่ ACR ระบุว่ายังไม่มีข้อมูลที่ศึกษาในผู้ที่เป็นเกาต์อยู่แล้วโดยตรง

ACR จึงแนะนำแบบมีเงื่อนไข (หลักฐานต่ำมาก) ให้ผู้ป่วยเกาต์จำกัดน้ำเชื่อมข้าวโพดฟรุกโตสสูง MedlinePlus ก็ระบุการกินฟรุกโตสเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้กรดยูริกในเลือดสูงกว่าปกติ

ตัวเลข 1 กรัมต่อกิโลกรัมเป็นปริมาณที่ใช้ทดสอบ เช่น คนหนัก 60 กิโลกรัมคือฟรุกโตส 60 กรัมในครั้งเดียว (คำนวณ) ไม่ใช่ปริมาณที่แนะนำว่ากินได้

น้ำผลไม้ น้ำหวาน น้ำอัดลม เสี่ยงกว่าผลไม้สดไหม

แนวทางไทยแยกน้ำผลไม้และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลออกมาเป็นสิ่งที่ต้องจำกัดโดยเฉพาะ แนวทางเวชปฏิบัติไทย พ.ศ. 2569 ของสมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย แนะนำแบบมีเงื่อนไขให้ "จำกัดการบริโภคเนื้อแดง อาหารทะเล เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล และน้ำผลไม้" โดยอ้างงานรวมเชิงสังเกตที่พบว่า

  • เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล สัมพันธ์กับความเสี่ยงเกาต์ที่สูงขึ้น (OR 2.08 คุณภาพหลักฐานปานกลาง)
  • น้ำผลไม้ สัมพันธ์กับความเสี่ยงเกาต์ที่สูงขึ้น (OR 1.77 คุณภาพหลักฐานต่ำมาก)

ตัวเลขเหล่านี้มาจากงานเชิงสังเกต จึงบอกได้แค่ความสัมพันธ์ ไม่ได้พิสูจน์ว่าเครื่องดื่มเป็นสาเหตุ และไม่ได้มีงานเทียบผลไม้สดในแนวทางฉบับนี้

บทความของรามาธิบดียกตัวอย่างน้ำหวานที่มีฟรุกโตสสูง เช่น น้ำอัดลม และน้ำผลไม้เข้มข้น ไว้ในรายการที่ผู้ป่วยเกาต์ควรเลี่ยง ส่วน NHS ของอังกฤษ (ทบทวน 24 ส.ค. 2566) แนะนำว่าอย่ากินเครื่องดื่มหวานและขนมหวานมาก

ในชีวิตจริงของคนไทย เครื่องดื่มที่ควรนับรวมได้แก่ ชาเย็น กาแฟเย็นใส่น้ำเชื่อม น้ำผลไม้กล่อง น้ำปั่นใส่น้ำเชื่อม และน้ำอัดลม

ทุเรียน ลำไย มะม่วง คนเป็นเกาต์กินได้แค่ไหน

แนวทางเกาต์ที่เราตรวจไม่ได้กล่าวถึงผลไม้สามชนิดนี้เป็นการเฉพาะ ทั้งแนวทางไทย 2569 ACR 2020 เอกสารศิริราช และบทความรามาธิบดี ไม่มีรายการ "ผลไม้ต้องห้าม" สำหรับเกาต์

สิ่งที่ใช้ตัดสินได้จึงเป็นหลักทั่วไปจากแนวทาง

  • ผลไม้สดเป็นอาหารพิวรีนน้อยตามเอกสารศิริราช
  • น้ำผลไม้เป็นสิ่งที่แนวทางไทย 2569 ให้จำกัดโดยตรง ส่วนผลไม้กวน ผลไม้แช่อิ่ม หรือผลไม้ที่ราดน้ำเชื่อม มีน้ำตาลเพิ่มเข้ามา ซึ่ง NHS แนะนำว่าอย่ากินเครื่องดื่มหวานและขนมหวานมาก
  • แนวทางไทยแนะนำให้ลดน้ำหนักในผู้ที่น้ำหนักเกิน ผลไม้รสหวานจัดที่กินครั้งละมาก ๆ เพิ่มพลังงานได้

ข้าวเหนียวมะม่วงเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะมีทั้งผลไม้ ข้าวเหนียว และน้ำกะทิหวาน คนที่เป็นเบาหวานร่วมด้วยอ่านวิธีคิดปริมาณได้ที่ เบาหวานกินทุเรียนได้ไหม มะม่วงสุก ข้าวเหนียวมะม่วง

เชอร์รี่ช่วยเกาต์จริงไหม งานวิจัยว่าอย่างไร

หลักฐานยังไม่พอให้แนวทางแนะนำ ACR 2020 ทบทวนข้อมูลเรื่องเชอร์รี่และสารสกัดเชอร์รี่ แล้วสรุปว่าหลักฐานส่วนใหญ่มาจากงานเชิงสังเกต คุณภาพต่ำหรือต่ำมาก "จึงไม่ให้คำแนะนำ" ส่วนแนวทางไทย 2569 ไม่ได้กล่าวถึงเชอร์รี่

งานในผู้ป่วยเกาต์ที่มีข้อมูล ได้แก่

  • งานติดตามผู้ป่วยเกาต์ 633 คนทางออนไลน์ 1 ปี พบว่าช่วง 2 วันที่กินเชอร์รี่ สัมพันธ์กับโอกาสกำเริบต่ำกว่าช่วงที่ไม่กินราวร้อยละ 35 แต่เป็นงานสังเกต บอกไม่ได้ว่าเชอร์รี่เป็นสาเหตุ
  • งานทดลองในผู้ป่วยเกาต์ 50 คนในนิวซีแลนด์ ให้น้ำเชอร์รี่ทาร์ตเข้มข้น 7.5–30 มล. วันละ 2 ครั้ง นาน 28 วัน ไม่ลดกรดยูริก ไม่เพิ่มการขับยูริกทางปัสสาวะ และจำนวนครั้งกำเริบไม่ต่างจากกลุ่มเปรียบเทียบ

อย่าใช้เชอร์รี่แทนยา งานติดตามข้างต้นพบว่าช่วงที่กินเชอร์รี่ร่วมกับใช้ยาอัลโลพูรินอล มีโอกาสกำเริบต่ำกว่าช่วงที่ไม่ได้รับทั้งสองอย่างราวร้อยละ 75 ซึ่งก็เป็นงานสังเกตเช่นกัน ผลนี้ไม่ได้บอกว่าเชอร์รี่ใช้แทนยาได้ รายละเอียดเชอร์รี่ทาร์ตอ่านได้ที่ เชอร์รี่ทาร์ตคืออะไร

คนเป็นเกาต์และเบาหวาน เลือกผลไม้อย่างไร

ต้องคิดทั้งเรื่องฟรุกโตสและน้ำตาลรวม เบาหวานมีหลักการกินผลไม้เป็นส่วน ๆ ต่อมื้อ ซึ่งอธิบายไว้ใน เบาหวานห้ามกินผลไม้อะไร เมื่อเป็นเกาต์ร่วมด้วย ข้อแนะนำของแนวทางเกาต์ที่ตรงกันกับเบาหวานคือจำกัดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและน้ำผลไม้

งานทดลองเชอร์รี่ในนิวซีแลนด์รายงานอาการไม่พึงประสงค์ที่อาจเกี่ยวข้อง 1 ราย คือน้ำตาลในเลือดสูง (บทคัดย่อไม่ได้ระบุสาเหตุ แต่น้ำเชอร์รี่เข้มข้นเป็นน้ำผลไม้ซึ่งมีน้ำตาล) คนเป็นเบาหวานที่คิดจะดื่มน้ำเชอร์รี่หรือน้ำผลไม้อื่นเพื่อหวังผลเรื่องเกาต์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

ความเชื่อที่พบบ่อยเรื่องผลไม้กับเกาต์

"ผลไม้เปรี้ยวมีวิตามินซี ช่วยลดยูริก" ACR 2020 แนะนำว่าไม่ควรเพิ่มวิตามินซีเสริมในผู้ป่วยเกาต์ เพราะงานทดลองเล็ก 2 งานพบการเปลี่ยนแปลงของกรดยูริกที่ไม่มีความหมายทางคลินิก ส่วนการกินผลไม้เปรี้ยวเป็นอาหารปกติไม่มีแนวทางห้าม อ่านต่อที่ วิตามินซีช่วยลดกรดยูริกไหม

"เป็นเกาต์ต้องงดผลไม้หวานทุกชนิด" ไม่มีแนวทางที่เราตรวจกำหนดเช่นนั้น สิ่งที่แนวทางไทยระบุคือจำกัดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและน้ำผลไม้

"กินผลไม้เยอะแทนเนื้อสัตว์ ไม่ต้องกินยา" ไม่ใช่ ACR 2020 ระบุว่าการปรับอาหารน่าจะเปลี่ยนกรดยูริกได้เพียงเล็กน้อย ถ้าแพทย์สั่งยาลดกรดยูริก ห้ามหยุดยาเอง

เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาลวันนี้

ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้าข้อปวดและบวมขึ้นมาทันที และมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ซึ่ง NHS ระบุว่าอาจเป็นการติดเชื้อในข้อที่ต้องได้รับการดูแลด่วน

  • ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • มีไข้สูง หรือรู้สึกร้อนสลับหนาวสั่น
  • คลื่นไส้ หรือกินอะไรไม่ได้

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)

เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (เทียบเป็นวิตามินดีราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัมต่อแคปซูล และราว 100 IU ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ)

ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณแคลเซียมธาตุรวม เฉพาะแคลเซียมแอล-ทรีโอเนต 350 มก. คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ)

คำเตือนบนฉลาก: "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · "ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน" · "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · ฉลากมีข้อความให้รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค"

เรื่องผลไม้และเกาต์: ผงเชอร์รี่ทาร์ตในแคปซูลไม่ใช่ผลไม้สดและไม่ใช่การกินผลไม้แทน ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดกรดยูริก ป้องกันเกาต์กำเริบ หรือทำให้กินของหวานได้มากขึ้น ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง และไม่ใช้แทนการจำกัดเครื่องดื่มหวานหรือยาลดกรดยูริก

ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้คือผงเชอร์รี่ทาร์ต เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูล

  • ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. (200 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานติดตามผู้ป่วยเกาต์ 633 คนพบว่าการกินเชอร์รี่สัมพันธ์กับโอกาสกำเริบที่ต่ำลง แต่เป็นงานสังเกต และศึกษาการกินเชอร์รี่หรือสารสกัดเชอร์รี่ ไม่ใช่ผงในแคปซูลนี้
  • งานทดลองในผู้ป่วยเกาต์ 50 คนที่ให้น้ำเชอร์รี่ทาร์ตเข้มข้น 7.5–30 มล. วันละ 2 ครั้ง นาน 28 วัน ไม่ลดกรดยูริก เป็นรูปแบบน้ำ จึงเทียบน้ำหนักกับผงในแคปซูลไม่ได้
  • งานนำร่องที่ใช้สารสกัดเชอร์รี่ 3,600 มก. ต่อวัน มากกว่าในแคปซูลราว 18 เท่า (คำนวณ) ไม่มียาหลอก และงานทบทวนที่รวมงานวิจัยในคนของเชอร์รี่ทั้งชนิดหวานและเปรี้ยว ระบุว่างานส่วนใหญ่ใช้ปริมาณเทียบเท่าเชอร์รี่ 45–270 ผลต่อวัน ACR 2020 ไม่ให้คำแนะนำเรื่องเชอร์รี่ ฉลากไม่ระบุว่าผงเชอร์รี่เป็นผงผล ผงน้ำคั้น หรือสารสกัด

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้ ผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดีให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • โรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้ เบื่ออาหาร: หยุดและพบแพทย์ เพราะมีรายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน
  • ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด เลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีขมิ้นชันและขิง
  • โรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง โรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีแคลเซียมและวิตามินดี
  • ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนหรือเตตราไซคลีน ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลากิน
  • ใช้วิตามินดีหรือแคลเซียมที่แพทย์สั่งอยู่แล้ว: แจ้งแพทย์เพื่อนับรวมทุกแหล่ง ห้ามเปลี่ยนขนาดเอง
  • แพ้นมวัว: มีโคลอสตรุ้ม · แพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาลดกรดยูริก ยาโคลชิซีน ยาแก้ปวดข้อ ยากระดูกพรุน: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง

ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจเลือดหรือการรักษาของแพทย์

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาลดกรดยูริก ยาโคลชิซีน ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยากระดูกพรุน ยาสเตียรอยด์ และยาต้านการแข็งตัวของเลือด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจเลือด การตรวจของแพทย์ หรือการตรวจมวลกระดูก

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก
  • หกล้มแล้วลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้
  • ขาผิดรูปหรือสั้นลงหลังล้ม
  • เจ็บแน่นหน้าอก
  • หายใจไม่ออก
กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร BETA CAL PRO PLUS ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มิลลิกรัม

BETA CAL PRO PLUSเบต้าแคลโปรพลัส

เลข อย. 13-1-01566-5-0027

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →

คำถามที่พบบ่อย

เกาต์ห้ามกินผลไม้อะไร

แนวทางเกาต์ที่ตรวจไม่ได้ห้ามผลไม้ชนิดใดเป็นการเฉพาะ เอกสารศิริราชจัดผลไม้ไว้ในกลุ่มพิวรีนน้อยที่กินได้ตามปกติ แต่แนวทางไทย 2569 ให้จำกัดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและน้ำผลไม้ เพราะฟรุกโตสเพิ่มกรดยูริกได้

น้ำผลไม้กับผลไม้สด ต่างกันอย่างไรสำหรับคนเป็นเกาต์

แนวทางไทย 2569 ระบุน้ำผลไม้เป็นสิ่งที่ต้องจำกัดโดยเฉพาะ จากงานเชิงสังเกตที่พบว่าน้ำผลไม้สัมพันธ์กับความเสี่ยงเกาต์ที่สูงขึ้น ส่วนผลไม้สดอยู่ในกลุ่มพิวรีนน้อยตามเอกสารศิริราช

เป็นเกาต์กินทุเรียน มะม่วง ลำไยได้ไหม

แนวทางเกาต์ที่ตรวจไม่ได้กล่าวถึงผลไม้เหล่านี้เป็นการเฉพาะ ผลไม้เหล่านี้รสหวาน คนที่เป็นเบาหวานหรือต้องลดน้ำหนักจึงต้องคุมปริมาณ และเลี่ยงแบบที่เติมน้ำตาลหรือกะทิหวาน

กินเชอร์รี่ช่วยเกาต์ได้ไหม

งานสังเกตพบความสัมพันธ์กับการกำเริบที่น้อยลง แต่งานทดลองน้ำเชอร์รี่เข้มข้น 28 วันไม่ลดกรดยูริก ACR 2020 จึงไม่ให้คำแนะนำ และแนวทางไทย 2569 ไม่ได้กล่าวถึง ห้ามใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง

เป็นเกาต์ดื่มน้ำอัดลมได้ไหม

แนวทางไทย 2569 แนะนำให้จำกัดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล และ ACR 2020 แนะนำให้จำกัดน้ำเชื่อมข้าวโพดฟรุกโตสสูง ซึ่งใช้ในเครื่องดื่มหวานหลายชนิด

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท