บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Lab Farm

โสมผลข้างเคียงมีอะไร ใครห้ามกิน กินคู่ยาอะไรต้องระวัง

คำตอบสั้น: ผลข้างเคียงของโสมเอเชีย (โสมเกาหลี) ที่หน่วยงานสหรัฐระบุ ได้แก่ นอนไม่หลับ ปากแห้ง หัวใจเต้นเร็ว คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย และกระวนกระวาย ส่วนที่พบน้อยแต่รุนแรงคือผื่นรุนแรง ตับเสียหาย และแพ้รุนแรง กลุ่มที่ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน ได้แก่ ผู้ใช้ยาเบาหวาน ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือต้านเกล็ดเลือด ยาต้านซึมเศร้ากลุ่ม MAOI ผู้เป็นโรคภูมิต้านตนเอง หญิงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร เด็ก และผู้ที่จะผ่าตัด ซึ่งควรหยุดโสมอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • นอนไม่หลับเป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยของโสม ตามข้อมูลของ NCCIH
  • อาจลดน้ำตาลในเลือด ผู้ใช้อินซูลินหรือยากลุ่มซัลโฟนิลยูเรียเสี่ยงน้ำตาลต่ำ
  • อาจรบกวนการแข็งตัวของเลือด งานกับวาร์ฟารินให้ผลขัดกัน แต่ต้องแจ้งแพทย์เสมอ
  • อาจทำให้โรคภูมิต้านตนเองแย่ลง
  • หญิงตั้งครรภ์: บางงานชี้ว่าอาจไม่ปลอดภัย
  • MSKCC แนะนำให้หยุดโสมอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
  • โรคไตและไทรอยด์: ไม่พบข้อมูลเฉพาะในแหล่งที่เราตรวจ จึงต้องถามแพทย์ผู้ดูแลก่อน

ผลข้างเคียงของโสมที่มีรายงาน

ข้อมูลหลักมาจาก 2 แหล่ง คือ ศูนย์สุขภาพแบบผสมผสานแห่งชาติสหรัฐ (NCCIH) และฐานข้อมูลสมุนไพรของศูนย์มะเร็งเมมโมเรียลสโลนเคทเทอริง (MSKCC)

ผลข้างเคียงที่พบได้

  • นอนไม่หลับ NCCIH ระบุว่าเป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยของโสมเอเชีย
  • ปากแห้ง หัวใจเต้นเร็ว และกระวนกระวาย
  • คลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสีย

ปวดศีรษะเป็นอาการที่คนมักพูดถึง แต่ไม่ได้อยู่ในรายการผลข้างเคียงหลักของ NCCIH และ MSKCC ที่เราตรวจ ถ้าปวดศีรษะหลังเริ่มกินผลิตภัณฑ์ใดก็ตาม ให้จดไว้และแจ้งแพทย์

ผลข้างเคียงที่พบน้อยแต่รุนแรง

NCCIH ระบุว่า ผื่นรุนแรง ตับเสียหาย และแพ้รุนแรง เป็นผลข้างเคียงที่พบน้อย ส่วน MSKCC รวบรวมรายงานผู้ป่วยรายบุคคล เช่น

  • อาการแมเนีย (อารมณ์ครึกครื้นผิดปกติ หงุดหงิด นอนไม่หลับ พูดเร็ว) ในชายอายุ 26 ปีที่กินโสม 250 มก. วันละ 3 ครั้งเป็นเวลานาน อาการหายหลังหยุด
  • เลือดออกรุนแรงหลังผ่าตัดหัวใจ ในหญิงอายุ 72 ปีที่กินโสมปริมาณสูงก่อนผ่าตัด
  • ตับเสียหาย ในชายที่ใช้ยามะเร็งเม็ดเลือดขาว imatinib แล้วดื่มเครื่องดื่มชูกำลังที่มีโสมทุกวันนาน 3 เดือน

ในรายงานตับเสียหายรายนั้น ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องด้านขวาบน ซึ่งเป็นตำแหน่งของตับ ผู้ที่ใช้ยาประจำหลายตัวและกินสมุนไพรร่วมด้วย ถ้ามีอาการปวดท้องด้านขวาบน ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือปัสสาวะสีเข้มผิดปกติ ควรหยุดสมุนไพรและพบแพทย์

รายงานผู้ป่วยรายบุคคลบอกไม่ได้ว่าเกิดบ่อยแค่ไหน แต่บอกได้ว่า "สมุนไพรธรรมชาติ" ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยง

โสมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด

NCCIH ระบุว่าโสมเอเชียอาจรบกวนการแข็งตัวของเลือด ส่วน MSKCC ระบุว่าผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน ควรปรึกษาแพทย์ เพราะโสมอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก

งานวิจัยกับวาร์ฟารินให้ผลขัดกัน

  • งานในชายสุขภาพดี 12 คน (Jiang 2004) พบโสมไม่เปลี่ยนค่า INR และระดับยาวาร์ฟาริน
  • งานในผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบ 25 คนที่เริ่มวาร์ฟารินใหม่ (Lee SH 2008) พบค่า INR ไม่ต่างระหว่างกลุ่มที่กินโสมกับกลุ่มควบคุม
  • แต่มีรายงานผู้ป่วยที่สงสัยว่าเกิดปฏิกิริยาระหว่างวาร์ฟารินกับโสม และ MSKCC ยังจัดไว้ในรายการที่ต้องระวัง

งานเหล่านี้เล็กมาก จึงยืนยันไม่ได้ว่าปลอดภัย ผู้ใช้วาร์ฟาริน ยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดใหม่ หรือยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล ต้องแจ้งแพทย์ก่อนกินโสม MSKCC ยังระบุว่าโสมอาจเพิ่มการดูดซึมแอสไพริน รายละเอียดเรื่องอาหารเสริมกลุ่มเสี่ยงเลือดออกอ่านได้ที่ อาหารเสริมกับยาละลายลิ่มเลือด

โสมกับยาเบาหวาน

MSKCC ระบุว่าในคน โสมอาจเสริมฤทธิ์ลดน้ำตาลของอินซูลินและยากลุ่มซัลโฟนิลยูเรีย และหน้าสำหรับผู้ป่วยเตือนว่าโสมอาจลดน้ำตาลในผู้ใช้อินซูลินจนถึงระดับที่เป็นอันตราย ส่วน NCCIH ระบุว่าผู้เป็นเบาหวานควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

ยากลุ่มซัลโฟนิลยูเรียที่ใช้บ่อยในไทย เช่น ไกลพิไซด์ ไกลเบนคลาไมด์ ไกลเมพิไรด์ ถ้าไม่แน่ใจว่ายาของตัวเองอยู่กลุ่มไหน ให้ถามเภสัชกร

ผู้ที่แพทย์อนุญาตให้ลอง ควรเจาะน้ำตาลปลายนิ้วถี่ขึ้นช่วงแรก และรู้วิธีแก้น้ำตาลต่ำ อ่านต่อที่ น้ำตาลต่ำ อาการและวิธีแก้ และหลักฐานเรื่องโสมกับเบาหวานโดยตรงอยู่ที่ เบาหวานกินโสมได้ไหม

โสมกับยาซึมเศร้าและยาอื่น

  • ยาต้านซึมเศร้ากลุ่ม MAOI: MSKCC ระบุว่าการใช้ร่วมกันอาจทำให้เกิดอาการคล้ายแมเนีย ยากลุ่มนี้ใช้ไม่บ่อยในไทย แต่ผู้ที่ใช้ยาจิตเวชชนิดใดก็ตามควรแจ้งแพทย์ก่อนกินโสม
  • imatinib และ raltegravir (ยาต้านไวรัสเอชไอวี): MSKCC ระบุว่าอาจเพิ่มความเสี่ยงตับเสียหาย
  • ยาที่ถูกเปลี่ยนแปลงผ่านเอนไซม์ CYP3A4: MSKCC ระบุว่ามีข้อมูล แต่ผลในคนอาจไม่สำคัญทางคลินิก

ในแหล่งที่เราตรวจ ไม่พบข้อมูลยาตีกันโดยตรงระหว่างโสมกับยาต้านซึมเศร้ากลุ่มที่ใช้บ่อยกว่า เช่น กลุ่ม SSRI แต่การไม่พบข้อมูลไม่ได้แปลว่าปลอดภัย ให้เภสัชกรตรวจรายการยาทั้งหมดก่อน

โรคภูมิต้านตนเองและผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ

NCCIH ระบุว่า โสมเอเชียอาจทำให้โรคภูมิต้านตนเองแย่ลง เช่น เอสแอลอี ข้ออักเสบรูมาตอยด์ หรือโรคอื่นที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน

ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะหรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน ต้องปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลก่อนกินสมุนไพรทุกชนิด เพราะสมุนไพรหลายชนิดทำให้ระดับยากดภูมิแกว่งได้ทั้งต่ำเกินและสูงเกิน

หญิงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร และเด็ก กินโสมได้ไหม

NCCIH ระบุว่า

  • บางงานชี้ว่าโสมเอเชียอาจไม่ปลอดภัยเมื่อกินระหว่างตั้งครรภ์ และพบสารชนิดหนึ่งในโสมทำให้เกิดความพิการแต่กำเนิดในสัตว์ทดลอง
  • ยังรู้น้อยมากว่าปลอดภัยระหว่างให้นมบุตรหรือไม่
  • ผู้เชี่ยวชาญบางกลุ่มไม่แนะนำให้ใช้ในทารก เด็ก หญิงตั้งครรภ์ และหญิงให้นมบุตร

ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนกินผลิตภัณฑ์ที่มีโสม อ่านหลักการเรื่องอาหารเสริมในหญิงตั้งครรภ์และเด็กได้ที่ อาหารเสริมกับคนท้องและเด็ก

ก่อนผ่าตัดต้องหยุดโสมไหม

ต้องหยุด MSKCC ระบุว่า ควรหยุดโสมอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด เหตุผลคือความเสี่ยงเลือดออก และมีรายงานเลือดออกรุนแรงหลังผ่าตัดหัวใจในผู้ที่กินโสมปริมาณสูงก่อนผ่าตัด

รวมถึงการทำฟันที่ต้องถอนหรือผ่าตัดเล็ก การส่องกล้องที่อาจตัดชิ้นเนื้อ และหัตถการอื่นที่มีแผล ให้แจ้งแพทย์และทันตแพทย์ว่ากินอะไรอยู่บ้าง ผลิตภัณฑ์หลายตัวมีส่วนผสมอื่นที่ต้องหยุดนานกว่านี้ เช่น ขิงเสริมที่ MSKCC ให้หยุด 2 สัปดาห์ อ่านรายละเอียดได้ที่ ก่อนผ่าตัดต้องหยุดอาหารเสริมไหม

เป็นโรคไต หรือไทรอยด์ กินโสมได้ไหม

ในแหล่งที่เราตรวจ (NCCIH และ MSKCC) ไม่พบข้อมูลเฉพาะเรื่องโสมกับโรคไตหรือโรคไทรอยด์ จึงตอบไม่ได้ว่าปลอดภัยหรือไม่

สิ่งที่ควรทำ

  • ผู้ป่วยไตเรื้อรัง ปรึกษาแพทย์โรคไตก่อนกินสมุนไพรหรืออาหารเสริมทุกชนิด เพราะไตเป็นทางขับสารหลายชนิดออกจากร่างกาย อ่านต่อที่ โรคไตกินอาหารเสริมอะไรได้บ้าง
  • ผู้ใช้ยาไทรอยด์ แจ้งแพทย์และเภสัชกรเรื่องอาหารเสริมที่กินอยู่ อ่านเรื่องเวลากินยาไทรอยด์กับอาหารเสริมได้ที่ ยาไทรอยด์กับอาหารเสริม

วิธีลดความเสี่ยงถ้าจะกินโสม

  1. นำรายการยาทั้งหมดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดูก่อน รวมยาสมุนไพรและอาหารเสริมอื่น
  2. ตรวจว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีโสมซ้ำกันหลายตัวหรือไม่ เช่น เครื่องดื่มชูกำลัง ชาโสม และแคปซูล
  3. เริ่มของใหม่ทีละอย่าง จดอาการผิดปกติ
  4. NCCIH ระบุว่าการกินระยะสั้นไม่เกิน 6 เดือนในขนาดที่แนะนำดูปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่ยังมีคำถามเรื่องระยะยาว
  5. ห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งเพื่อเปลี่ยนมากินโสมแทน

อาการแบบไหนต้องรีบไปพบแพทย์

ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • หายใจลำบาก หน้าบวม ปากบวม หรือผื่นขึ้นทั่วตัวอย่างรวดเร็ว
  • เลือดออกผิดปกติ เช่น อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ เลือดออกไม่หยุด หรือจ้ำเลือดขึ้นเองจำนวนมาก
  • ซึม สับสน หรือปลุกไม่ค่อยตื่น ในผู้ที่ใช้ยาเบาหวาน
  • เจ็บแน่นหน้าอก ใจสั่นรุนแรง หน้ามืด หรือเป็นลม
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือปวดท้องด้านขวาบนรุนแรง
  • พฤติกรรมเปลี่ยนชัดเจน เช่น ไม่นอนหลายคืน พูดเร็วผิดปกติ หงุดหงิดรุนแรง

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: แล็บฟาร์ม (Lab Farm)

แล็บฟาร์ม (Lab Farm) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ตรา แล็บ ฟาร์ม) เลข อย. 73-1-02663-5-0191 ผลิตโดย บริษัท ออกานิกส์ อินโนเวชั่นส์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มก. ฉลากแนะนำรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% (Immuneo Plus™) 200 มก. (เบต้ากลูแคนราว 160 มก. คำนวณ) · แกมมา โอไรซานอล 50 มก. · สารสกัดซีบัคธอร์น 50 มก. · เควอซิทิน 50 มก. · สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. · ผงมากิเบอร์รี่ 30 มก. · ผงมะตูม 30 มก. · สารสกัดขิง 20 มก. · สารสกัดพริกไทยดำ 20 มก. · สารสกัดใบแปะก๊วย 20 มก. · นิโคตินาไมด์ (วิตามินบี 3) 15 มก. · ไบโอติน 1% 7.9 มก. (ไบโอตินราว 79 ไมโครกรัม คำนวณ) · แคลเซียม ดี-แพนโททิเนต 2 มก. · วิตามินบี 1 1.5 มก. · วิตามินบี 2 1.5 มก. · วิตามินบี 6 1 มก. · วิตามินบี 12 0.1% 1 มก. (บี 12 ราว 1 ไมโครกรัม คำนวณ) · วิตามินดี 3 (1,000,000 IU/g) 0.2 มก. (ราว 200 IU หรือ 5 ไมโครกรัม คำนวณ) · กรดโฟลิก 0.1 มก. (100 ไมโครกรัม)

ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้ และข้อควรระวังตามหลักฐาน

  • สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. — ปริมาณน้อยกว่าขนาดในงานวิจัยโสมทั่วไป (วันละ 800–2,000 มก. ของสารสกัด) ราว 16–40 เท่า แต่ข้อควรระวังเรื่องนอนไม่หลับ น้ำตาลต่ำร่วมกับอินซูลินหรือซัลโฟนิลยูเรีย การแข็งตัวของเลือด โรคภูมิต้านตนเอง ยากลุ่ม MAOI และการหยุดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนผ่าตัดตาม MSKCC ยังต้องนำมาพิจารณา เพราะยังไม่มีข้อมูลว่าขนาดต่ำแค่ไหนจึงไม่มีความเสี่ยง
  • สารสกัดขิง 20 มก. และสารสกัดใบแปะก๊วย 20 มก. — มีข้อควรระวังเรื่องเลือดออกเหมือนกัน MSKCC ให้หยุดขิงเสริม 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
  • สารสกัดพริกไทยดำ 20 มก. — งานในคนพบว่าไพเพอรีน 20 มก. เพิ่มระดับยาบางชนิดในเลือด ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณไพเพอรีน

ต้องบอกตรง ๆ ว่า ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบความปลอดภัยของสูตรผลิตภัณฑ์นี้เองร่วมกับยาใด ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ปลอดภัยกับยาทุกตัว ผู้ใช้ยาประจำต้องให้แพทย์หรือเภสัชกรตรวจก่อน

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือจะผ่าตัด: ใบแปะก๊วย ขิง โสม และเควอซิทิน มีรายงานเรื่องเลือดออกหรือค่าการแข็งตัวของเลือดเปลี่ยน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาที่ต้องคุมระดับยาในเลือด เช่น ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ยาต้านไวรัสเอชไอวี: ไพเพอรีนอาจเพิ่มระดับยา ขิงอาจเพิ่มระดับยา tacrolimus ตามข้อมูลของ MSKCC
  • ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ หรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน: ต้องให้แพทย์ผู้รักษาอนุญาตก่อนกินอาหารเสริมทุกชนิด รวมถึงผลิตภัณฑ์นี้
  • ผู้ใช้อินซูลินหรือยาเบาหวาน: โสมและขิงอาจทำให้น้ำตาลลดลงมากขึ้น
  • ผู้ที่นอนไม่หลับ ใจสั่น เป็นโรคภูมิต้านตนเอง หรือใช้ยากลุ่ม MAOI: โสมมีข้อควรระวังในกลุ่มนี้
  • ก่อนเจาะเลือด: แจ้งแพทย์หรือห้องแล็บว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีไบโอติน
  • คำเตือนบนฉลาก: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความแล็บฟาร์มทั้งหมด

ส่วนประกอบบางชนิด เช่น โสม ใบแปะก๊วย ขิง และพริกไทยดำ อาจเสริมฤทธิ์หรือเปลี่ยนระดับยาบางชนิด ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง และผู้ที่จะผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการรักษาหรือวัคซีน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Lab Farm รุ่นปัจจุบันของแบรนด์ Hopeful ระบุ Immuneo Plus™ และขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มิลลิกรัม

Lab Farmแล็บฟาร์ม

เลข อย. 73-1-02663-5-0191

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 890 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 2,490 · 8 กล่อง 4,590 · 15 กล่อง 7,890 · 25 กล่อง 12,990 บาท (ต.ค. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Lab Farm →

คำถามที่พบบ่อย

โสมมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

NCCIH ระบุว่านอนไม่หลับเป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยของโสมเอเชีย MSKCC ระบุเพิ่มเติมว่ามีปากแห้ง หัวใจเต้นเร็ว คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย และกระวนกระวาย ส่วนที่พบน้อยแต่รุนแรงคือผื่นรุนแรง ตับเสียหาย และแพ้รุนแรง

กินโสมกับยาละลายลิ่มเลือดได้ไหม

งานวิจัยกับวาร์ฟารินให้ผลขัดกัน งานเล็ก 2 งานไม่พบค่า INR เปลี่ยน แต่ NCCIH ระบุว่าโสมอาจรบกวนการแข็งตัวของเลือด และ MSKCC ให้ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดปรึกษาแพทย์ จึงต้องแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ ห้ามสรุปเองว่าปลอดภัย

คนท้องกินโสมเกาหลีได้ไหม

NCCIH ระบุว่าบางงานชี้ว่าโสมเอเชียอาจไม่ปลอดภัยเมื่อกินระหว่างตั้งครรภ์ และพบสารชนิดหนึ่งในโสมทำให้เกิดความพิการแต่กำเนิดในสัตว์ ส่วนการให้นมบุตรยังมีข้อมูลน้อย ผู้ที่ตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

ก่อนผ่าตัดต้องหยุดโสมนานแค่ไหน

MSKCC แนะนำให้หยุดโสมอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด เพราะความเสี่ยงเลือดออก ถ้าผลิตภัณฑ์มีขิงเสริมด้วย MSKCC ให้หยุดขิง 2 สัปดาห์ ควรแจ้งแพทย์และทันตแพทย์เรื่องอาหารเสริมทุกตัวก่อนหัตถการ

เป็นโรคไตกินโสมได้ไหม

ในแหล่งที่เราตรวจ (NCCIH และ MSKCC) ไม่พบข้อมูลเฉพาะเรื่องโสมกับโรคไต จึงตอบไม่ได้ว่าปลอดภัยหรือไม่ ผู้ป่วยไตเรื้อรังควรปรึกษาแพทย์โรคไตก่อนกินสมุนไพรหรืออาหารเสริมทุกชนิด

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-14

อ่านต่อ

มะตูมสรรพคุณ น้ำมะตูมแก้อะไร ข้อควรระวังที่ควรรู้

มะตูมสรรพคุณในตำรายาไทยใช้ส่วนไหน งานวิจัยสมัยใหม่อยู่ระดับไหน มะตูมดิบกับสุกต่างกันอย่างไร น้ำมะตูมกับน้ำตาล คนเป็นเบาหวานดื่มได้ไหม และข้อควรระวัง

ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล

ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร ผงเกลือแร่ ORS ต่างจากเครื่องดื่มเกลือแร่อย่างไร ยาหยุดถ่ายใช้ได้เมื่อไร โยเกิร์ตช่วยไหม อาการไหนต้องไปโรงพยาบาล

หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายเร็ว ไข่ อาหารทะเล กินได้ไหม

หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายดี โปรตีน วิตามินซี สังกะสีจำเป็นแค่ไหน ไข่ ไก่ อาหารทะเลทำให้แผลเป็นนูนจริงไหม เบาหวานกับแผลหายช้า และสัญญาณแผลติดเชื้อ

อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่ กี่วันถึงหาย กลับไปออกกำลังได้เมื่อไร

อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่หรือโควิดนานแค่ไหน ทำไมไม่ควรรีบออกกำลัง อาการใจสั่น เหนื่อยหอบที่ต้องระวัง วิธีเพิ่มกิจกรรมทีละขั้น และเมื่อไรต้องตรวจเพิ่ม

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 980 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท