บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Herb

เบาหวานกินโสมได้ไหม โสมอเมริกันกับน้ำตาลในเลือด และยาที่ต้องระวัง

คำตอบสั้น: คนเป็นเบาหวานที่อยากกินโสม ต้องคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรก่อน เพราะโสมอเมริกันมีงานวิจัยในคนว่าทำให้น้ำตาลหลังอาหารต่ำลงได้ในระยะสั้น เมื่อกินร่วมกับยาเบาหวานหรืออินซูลินจึงอาจเสี่ยงน้ำตาลต่ำ งานที่พบผลใช้โสม วันละ 3 กรัม จากกลุ่มวิจัยหลักกลุ่มเดียว และผลยังเล็ก โสมไม่ใช่ยาเบาหวาน ส่วนคนที่กินยาวาร์ฟารินต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะโสมอเมริกันทำให้ฤทธิ์ยาลดลง

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • งานทดลองในคนส่วนใหญ่ที่พูดถึงโสมกับน้ำตาลเป็น โสมอเมริกัน และมาจากกลุ่มวิจัยในแคนาดากลุ่มเดียว
  • งาน 8 สัปดาห์ในผู้ป่วย 24 คน ใช้โสม 3 กรัม/วัน พบ HbA1c (น้ำตาลสะสม) ต่ำกว่ายาหลอก 0.29%
  • กินคู่ยาเบาหวานหรืออินซูลิน อาจเสี่ยงน้ำตาลต่ำ ส่วนคนไม่เป็นเบาหวาน ผู้วิจัยเตือนให้กินโสมพร้อมอาหาร เพื่อป้องกันน้ำตาลต่ำ
  • โสมอเมริกันทำให้ค่า INR ของวาร์ฟารินลดลง อาจทำให้ยากันเลือดแข็งตัวได้ผลน้อยลง
  • แนวทางเวชปฏิบัติเบาหวานของไทย พ.ศ. 2566 ยังไม่แนะนำสมุนไพรเพื่อช่วยคุมน้ำตาล

โสมอเมริกันกับโสมเกาหลีต่างกันไหมเรื่องน้ำตาล

โสมที่ขายในไทยมีหลายชนิด ที่เจอบ่อยคือ โสมอเมริกัน (Panax quinquefolius) และ โสมเกาหลีหรือโสมเอเชีย (Panax ginseng) ทั้งสองเป็นพืชสกุลเดียวกัน แต่คนละชนิด

งานวิจัยในคนเรื่องน้ำตาลที่บทความนี้ยกมาเป็นโสมอเมริกันทั้งหมด จึงไม่ควรนำผลไปใช้กับโสมเกาหลี โสมแดง หรือเครื่องดื่มโสมทั่วไปตรง ๆ

อีกเรื่องที่คนมักไม่รู้คือ บทความทบทวนของกลุ่มผู้วิจัยโสมอเมริกันเองเตือนว่า ปริมาณจินเซนโนไซด์ (สารสำคัญในโสม) ในผลิตภัณฑ์แต่ละยี่ห้อต่างกันมาก ผลที่ได้จากงานวิจัยหนึ่งจึงไม่รับประกันว่าผลิตภัณฑ์อื่นจะให้ผลแบบเดียวกัน

อ่านความต่างของโสมแต่ละชนิดแบบละเอียดได้ที่ โสมอเมริกันกับโสมเกาหลี ต่างกันอย่างไร

งานวิจัยในคนเรื่องโสมอเมริกันกับน้ำตาลหลังอาหารว่าอย่างไร

งานทดลองครั้งเดียว ปี 2000

งานตีพิมพ์ใน Archives of Internal Medicine ทดลองในคนไม่เป็นเบาหวาน 10 คน และผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 อีก 9 คน (อายุเฉลี่ย 62 ปี) ให้กินโสมอเมริกัน 3 กรัม แล้วดื่มน้ำตาล

พบว่าน้ำตาลหลังดื่มน้ำตาลต่ำลงราว 18–22% แต่เป็นการทดสอบครั้งเดียวในแต่ละรอบ ไม่ใช่การกินต่อเนื่องหลายเดือน และผู้วิจัยเตือนว่าคนไม่เป็นเบาหวานควรกินโสมพร้อมอาหาร เพื่อป้องกันน้ำตาลต่ำโดยไม่ตั้งใจ

งานทดลอง 8 สัปดาห์ ปี 2019

งานใน European Journal of Nutrition เป็นแบบไขว้ ปกปิดสองทาง ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 24 คน อายุเฉลี่ย 64 ปี HbA1c เริ่มต้นราว 7.1% ทุกคน ยังกินยาเบาหวานเดิม แล้วเสริมสารสกัดโสมอเมริกันมื้อละ 1 กรัม รวมวันละ 3 กรัม

ผลคือ HbA1c ต่ำกว่าช่วงที่กินยาหลอก 0.29% น้ำตาลขณะอดอาหารต่ำกว่า 0.71 มิลลิโมล/ลิตร และไม่พบปัญหาความปลอดภัยต่อตับไตในช่วงสั้น ๆ นี้

ผู้วิจัยเขียนเองว่า ต้องมีงานที่ใหญ่และนานกว่านี้มายืนยัน เพราะมีผู้เข้าร่วมแค่ 24 คน และมาจากกลุ่มวิจัยเดียว

อ่านตัวเลขนี้อย่างไรดี

ผล 0.29% เป็นผลเฉลี่ยในงานเล็ก เทียบให้เห็นภาพ แนวทางเวชปฏิบัติไทยตั้งเป้า HbA1c ของผู้ใหญ่ทั่วไปไว้ที่ต่ำกว่า 7.0% สิ่งที่ทำให้ค่าเข้าเป้าได้จริงคือยาที่แพทย์ปรับให้เหมาะ ร่วมกับอาหารและการออกกำลังกาย สมุนไพรยังไม่มีหลักฐานพอที่จะเป็นส่วนหลักของแผนดูแลเบาหวาน

ขนาดโสมที่ใช้ในงานวิจัยคือเท่าไร

  • งานปี 2000: โสมอเมริกัน 3 กรัม (3,000 มก.) ต่อครั้ง
  • งานปี 2019: สารสกัดโสมอเมริกัน 1 กรัมต่อมื้อ รวม 3 กรัม/วัน 8 สัปดาห์
  • งานความปลอดภัย 12 สัปดาห์ในผู้ป่วยเบาหวาน 74 คน (ปี 2014) ใช้สารสกัดที่มีจินเซนโนไซด์ 10% วันละ 3 กรัม ไม่พบการเปลี่ยนแปลงของค่าไต ค่าตับ หรือค่าการแข็งตัวของเลือด

ก่อนเทียบกับงานวิจัย ให้ดูฉลากว่าระบุปริมาณโสมต่อวันกี่มิลลิกรัม ถ้าฉลากบอกแค่ "มีโสม" โดยไม่บอกปริมาณหรือจินเซนโนไซด์ ก็เทียบกับงานวิจัยตรง ๆ ไม่ได้ ทั้งในทางที่จะได้ผลและในทางความเสี่ยง

โสมกับยาเบาหวาน เสี่ยงน้ำตาลต่ำจริงไหม

มีความเป็นไปได้ จึงต้องแจ้งแพทย์ เหตุผลคือโสมอเมริกันในงานวิจัยทำให้น้ำตาลหลังอาหารต่ำลง ถ้าคนนั้นใช้ยาที่ลดน้ำตาลได้แรงอยู่แล้ว เช่น

  • อินซูลิน
  • ยากลุ่มซัลโฟนิลยูเรีย เช่น ไกลเบนคลาไมด์ (glibenclamide) ไกลพิไซด์ (glipizide) ไกลคลาไซด์ (gliclazide) ไกลเมพิไรด์ (glimepiride)

ยาสองกลุ่มนี้ทำให้น้ำตาลต่ำได้อยู่แล้ว ถ้าเพิ่มสิ่งที่อาจเสริมฤทธิ์เข้าไปโดยแพทย์ไม่รู้ โอกาสน้ำตาลต่ำจะยิ่งสูง

แนวทางไทยถือว่าน้ำตาลต่ำกว่า 70 มก./ดล. คือน้ำตาลต่ำ อาการที่พบบ่อยคือ หิวมาก มือสั่น ใจสั่น เหงื่อออก หวิว สับสน ถ้ายังรู้สึกตัวดีและกลืนได้ ให้กินคาร์โบไฮเดรตที่ดูดซึมเร็ว 15 กรัม แล้วเจาะน้ำตาลซ้ำใน 15 นาที อ่านวิธีละเอียดได้ที่ น้ำตาลต่ำ อาการ ต่ำกว่า 70 ต้องทำอย่างไร

ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง คือ ซึม สับสนมาก ชัก หมดสติ หรือกลืนไม่ได้ ห้ามป้อนอะไรเข้าปาก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดคือ ลดยาหรือข้ามยาเบาหวานเองเพราะคิดว่าโสมช่วยแล้ว ถ้าน้ำตาลต่ำบ่อยขึ้นหลังเริ่มกินโสม ให้หยุดโสม (ยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อ) แล้วแจ้งแพทย์

โสมกับวาร์ฟารินและยาอื่น ต้องระวังอะไร

งานทดลองแบบสุ่มมียาหลอก ตีพิมพ์ใน Annals of Internal Medicine ปี 2004 ทำในอาสาสมัครสุขภาพดี 20 คนที่ได้วาร์ฟาริน พบว่า โสมอเมริกันทำให้ค่า INR และระดับยาวาร์ฟารินในเลือดลดลง หลังกินโสม 2 สัปดาห์ ค่า INR สูงสุดต่างจากกลุ่มยาหลอก 0.19

ความหมายคือ ยากันเลือดแข็งตัวอาจได้ผลน้อยลง ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือด ไม่ใช่เลือดออกอย่างที่หลายคนเข้าใจ คนที่กินวาร์ฟารินเพราะลิ้นหัวใจเทียม หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือเคยมีลิ่มเลือด จึงต้องบอกแพทย์ก่อนกินโสมทุกรูปแบบ

งานนี้ทำในคนหนุ่มสาวสุขภาพดี ไม่ใช่ผู้ป่วยที่กินวาร์ฟารินอยู่จริง แต่ก็พอเป็นเหตุผลให้แพทย์ต้องรู้ ส่วนยาต้านเกล็ดเลือดอื่น เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล ให้แจ้งแพทย์เรื่องสมุนไพรทุกชนิดเช่นกัน อ่านเพิ่มที่ อาหารเสริมที่ต้องระวังเมื่อกินยาละลายลิ่มเลือด

คนที่มีความดันสูงร่วมด้วยและกำลังเลือกสมุนไพร อ่านภาพรวมได้ที่ ความดันสูง ห้ามกินวิตามินหรือสมุนไพรอะไร

ได้ยินว่าโสมเป็นสมุนไพรธรรมชาติ กินเท่าไรก็ไม่เป็นไร จริงไหม

ไม่จริง ความเป็นธรรมชาติไม่ได้แปลว่าไม่มีผลต่อร่างกาย ตัวอย่างชัดในบทความนี้คือ โสมอเมริกันเปลี่ยนค่า INR ของวาร์ฟารินได้ และทำให้น้ำตาลหลังอาหารต่ำลง ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกับที่ต้องระวังเมื่อกินคู่ยา

NCCIH ศูนย์การแพทย์ผสมผสานของสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐ สรุปว่า ยังไม่มีหลักฐานที่เชื่อถือได้ว่าสมุนไพรใดช่วยควบคุมเบาหวานหรือภาวะแทรกซ้อนได้ และแนะนำให้ผู้ใช้ยาเบาหวานบอกแพทย์เรื่องสมุนไพรทุกชนิดที่กิน

แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน พ.ศ. 2566 ของไทยก็ระบุว่า ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าการเสริมโครเมียม แมกนีเซียม หรือสมุนไพร ช่วยให้คุมน้ำตาลได้ดีขึ้น

ใครไม่ควรกินโสมโดยไม่ปรึกษาแพทย์

  • ผู้ใช้อินซูลินหรือยาซัลโฟนิลยูเรีย เพราะเสี่ยงน้ำตาลต่ำอยู่แล้ว
  • ผู้ที่กินวาร์ฟาริน เพราะโสมอเมริกันลดค่า INR
  • ผู้ที่กำลังจะผ่าตัดหรือทำฟัน ให้แจ้งแพทย์เรื่องสมุนไพรและอาหารเสริมทุกชนิดที่กินอยู่
  • หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และเด็ก ยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยในงานที่ยกมา
  • ผู้ป่วยโรคไตหรือโรคตับ ควรให้แพทย์ดูรายการสมุนไพรทั้งหมด

วิธีที่ใช้ได้จริง: ถ่ายรูปฉลากหรือนำกล่องโสมไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดูตอนไปรับยา และถ้าแพทย์อนุญาตให้ลอง ให้เจาะน้ำตาลปลายนิ้วบ่อยขึ้นในช่วงแรก จดค่าไว้ให้แพทย์ดู

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเฮิร์บ (Beta Herb)

เบต้าเฮิร์บ (Beta Herb) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 10-1-15662-5-0011 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 1,000 มก. ฉลากแนะนำวันละ 1–2 แคปซูล ปริมาณที่ได้รับจึงขึ้นกับจำนวนแคปซูลที่กิน

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: สารสกัดจากมะระขี้นก 150 มก. · ผงน้ำมันปลา 100 มก. · แมกนีเซียม (100%) 100 มก. · สารสกัดจากโสมอเมริกัน 100 มก. · สารสกัดจากเห็ดหลินจือ 70 มก. · สารสกัดจากอาร์ติโชค 70 มก. · โพรโพลิส 60.5 มก. · ไคโตซาน (80%) 60 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน (85%) 60 มก. · สารสกัดจากเจียวกู่หลาน 45 มก. · ซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลต (20%) 30 มก. · กรดแอลฟาไลโปอิก (100%) 24 มก. · ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริล แอซีเตต (วิตามินอี 425 IU/g) 10 มก. · โครเมียม พิโคลิเนต 0.5 มก.

ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้ และหลักฐานที่มี

  • สารสกัดจากโสมอเมริกัน 100 มก. (2 แคปซูลเป็น 200 มก.) — งานทดลองแบบไขว้ 8 สัปดาห์ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 24 คนที่กินยาเดิมอยู่ ใช้สารสกัดโสมอเมริกันวันละ 3,000 มก. พบ HbA1c ต่ำกว่ายาหลอก 0.29% ผู้วิจัยระบุว่าต้องมีงานใหญ่กว่านี้ยืนยัน ปริมาณในแคปซูลน้อยกว่าที่ศึกษาราว 15–30 เท่า และฉลากไม่ระบุปริมาณจินเซนโนไซด์ จึงไม่ควรคาดหวังผลแบบในงานวิจัย

ต้องบอกตรง ๆ ว่า แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน พ.ศ. 2566 ของไทยระบุว่ายังไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าการเสริมโครเมียม แมกนีเซียม หรือสมุนไพร ช่วยให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดดีขึ้น ADA ปี 2026 ก็ไม่แนะนำแร่ธาตุหรือสมุนไพรเพื่อหวังผลลดน้ำตาล ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยคุมน้ำตาลหรือใช้แทนยาเบาหวานได้

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้อินซูลินหรือยาเบาหวานชนิดกิน: มะระขี้นก โสมอเมริกัน และกรดแอลฟาไลโปอิก ซึ่งเป็นส่วนประกอบในสูตร มีรายงานว่าอาจเสริมฤทธิ์ยาลดน้ำตาล ต้องแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน และรู้จักอาการน้ำตาลต่ำ เช่น หิว มือสั่น ใจสั่น เหงื่อออก สับสน ถ้าน้ำตาลต่ำบ่อยผิดปกติ ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้ (ยาและอินซูลินที่แพทย์สั่งให้ใช้ต่อ) แล้วรีบแจ้งแพทย์ ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง ได้แก่ สับสนมาก ชัก หรือหมดสติ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ห้ามลด หยุด หรือปรับยาเบาหวานหรืออินซูลินเอง
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด เช่น วาร์ฟาริน แอสไพริน โคลพิโดเกรล: ฉลากเตือนเรื่องน้ำมันปลา และงานทดลองในอาสาสมัครพบว่าโสมอเมริกันทำให้ค่า INR ของวาร์ฟารินลดลง ต้องบอกแพทย์ก่อน
  • ผู้ป่วยโรคไต: Linus Pauling Institute เตือนว่าผู้มีโรคไตควรจำกัดโครเมียมเสริม และเสี่ยงผลข้างเคียงจากแมกนีเซียมเสริมสูงขึ้น และมีรายงานไตอักเสบจากมะระขี้นก ให้นำกล่องไปปรึกษาแพทย์ก่อน
  • คำเตือนบนฉลาก: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ไคโตซาน: สตรีให้นมบุตรไม่ควรรับประทาน ระวังในผู้แพ้อาหารทะเลและผู้ที่น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ · ไคโตซาน: ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอื่นที่มีไขมันเป็นส่วนประกอบหลักให้ทานห่างอย่างน้อย 2 ชั่วโมง · น้ำมันปลา: ห้ามใช้ในผู้แพ้ปลาทะเลหรือน้ำมันปลา · น้ำมันปลา: ระวังในผู้ที่เลือดแข็งตัวช้า หรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือแอสไพริน · ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

อ่านส่วนประกอบครบทุกรายการได้ที่ ส่วนประกอบเบต้าเฮิร์บครบทั้ง 14 รายการ และบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเฮิร์บทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Herb ของแบรนด์ Hopeful ถ่ายมุมเฉียงบนพื้นขาว ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 1,000 มิลลิกรัม

Beta Herbเบต้าเฮิร์บ

เลข อย. 10-1-15662-5-0011

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (ประกาศโดยบริษัท ก.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Herb →

คำถามที่พบบ่อย

คนเป็นเบาหวานกินโสมได้ไหม

ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน เพราะโสมอเมริกันมีงานวิจัยว่าทำให้น้ำตาลหลังอาหารต่ำลงในระยะสั้น ถ้ากินร่วมกับอินซูลินหรือยาซัลโฟนิลยูเรียอาจเสี่ยงน้ำตาลต่ำ และห้ามลดยาเบาหวานเอง

โสมอเมริกันช่วยลดน้ำตาลได้แค่ไหน

งานทดลอง 8 สัปดาห์ในผู้ป่วย 24 คนที่กินยาเดิมอยู่ ใช้สารสกัดวันละ 3 กรัม พบ HbA1c ต่ำกว่ายาหลอก 0.29% เป็นงานเล็กจากกลุ่มวิจัยเดียว ผู้วิจัยบอกว่าต้องมีงานใหญ่กว่านี้ยืนยัน

กินโสมคู่ยาวาร์ฟารินได้ไหม

ต้องบอกแพทย์ก่อน งานทดลองในอาสาสมัครสุขภาพดีพบว่าโสมอเมริกันทำให้ค่า INR และระดับยาวาร์ฟารินลดลง ซึ่งอาจทำให้ยากันเลือดแข็งตัวได้ผลน้อยลง

โสมเกาหลีกับโสมอเมริกันให้ผลเรื่องน้ำตาลเหมือนกันไหม

เป็นพืชคนละชนิด งานวิจัยเรื่องน้ำตาลที่ยกมาในบทความนี้เป็นโสมอเมริกัน จึงนำผลไปใช้กับโสมเกาหลีหรือโสมแดงตรง ๆ ไม่ได้ และปริมาณสารสำคัญในแต่ละผลิตภัณฑ์ก็ต่างกันมาก

กินโสมแล้วน้ำตาลต่ำต้องทำอย่างไร

ถ้ายังรู้สึกตัวดีและกลืนได้ ให้กินคาร์โบไฮเดรตที่ดูดซึมเร็ว 15 กรัมแล้วเจาะซ้ำใน 15 นาที หยุดโสมไว้ก่อนแต่กินยาที่แพทย์สั่งต่อ แล้วแจ้งแพทย์ ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง เช่น ซึม ชัก หมดสติ ให้โทร 1669 ทันที

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-05

อ่านต่อ

เบต้ากลูแคน คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร จากยีสต์ต่างจากข้าวโอ๊ตอย่างไร

เบต้ากลูแคน คืออะไร มาจากข้าวโอ๊ต บาร์เลย์ และยีสต์ ต่างกันอย่างไร งานวิจัยเรื่องน้ำตาลหลังอาหาร ขนาดที่ใช้ศึกษา และคนเป็นเบาหวานกินได้ไหม

ไคโตซาน ลดน้ำหนักได้จริงไหม คนเป็นเบาหวานกินได้ไหม

ไคโตซาน ลดน้ำหนักได้จริงไหม งานวิจัย Cochrane พบผลแค่ไหน จับไขมันได้จริงกี่กรัม คนเป็นเบาหวานกินได้ไหม ใครควรเลี่ยง ทำไมต้องกินห่างวิตามินที่ละลายในไขมัน

แมกนีเซียม เบาหวานกินได้ไหม ขาดแมกนีเซียมเกี่ยวกับน้ำตาลในเลือดไหม

แมกนีเซียม เบาหวานกินได้ไหม ทำไมคนเป็นเบาหวานเสียแมกนีเซียมทางปัสสาวะ งานวิจัยเรื่องน้ำตาล ควรได้วันละเท่าไร แหล่งอาหารไทย และข้อระวังในคนไตเสื่อม

โครเมียม พิโคลิเนต คืออะไร ช่วยคุมน้ำตาลจริงไหม ผลข้างเคียงมีไหม

โครเมียม พิโคลิเนต คืออะไร 500 ไมโครกรัมให้โครเมียมจริงเท่าไร งานวิจัยเรื่องน้ำตาลขัดกันอย่างไร โครเมียมในอาหาร ผลข้างเคียงต่อไต และการกินคู่ยาเบาหวาน

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 894 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท