บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta X Plus

น้ำขิงกับอาการไอ หลักฐานมีแค่ไหน ดื่มอย่างไร ใครต้องระวัง

คำตอบสั้น: หลักฐานว่าขิงช่วยลดอาการไอในคนยังมีน้อยมาก หน้าขิงของ NCCIH (ปรับปรุง ก.พ. 2568) ไม่ได้กล่าวถึงไอในส่วนที่สรุปผลงานวิจัย และ MSKCC ระบุว่าการใช้ขิงกับโรคทางเดินหายใจยังขาดการศึกษาในคน จากการค้น PubMed ของเรา (27 ต.ค. 2569) ไม่พบงานทดลองแบบสุ่มที่ทดสอบขิงเดี่ยวกับอาการไอ งานที่พบเป็นสูตรผสมหลายสมุนไพร ส่วนเครื่องดื่มอุ่น NHS แนะนำน้ำมะนาวอุ่นผสมน้ำผึ้งเพื่อบรรเทาเจ็บคอ แต่ก็ระบุว่าหลักฐานยังจำกัด ผู้ที่กินยาวาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ยาเบาหวาน หรือมีนิ่วในถุงน้ำดี ต้องระวังขิงชนิดอาหารเสริมตามที่ MSKCC ระบุ และถ้าไอนานกว่า 3 สัปดาห์ ให้พบแพทย์ ไม่ต้องรอดูผลน้ำขิง

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ยังไม่มีงานวิจัยในคนที่ยืนยันว่าขิงลดไอ งานที่มีชื่อขิงเป็นสูตรผสม จึงแยกผลของขิงไม่ได้
  • เครื่องดื่มอุ่น NHS แนะนำน้ำมะนาวอุ่นผสมน้ำผึ้งเพื่อบรรเทาเจ็บคอ แต่ระบุว่าหลักฐานยังจำกัด และห้ามให้น้ำผึ้งกับทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี
  • ขิงชนิดอาหารเสริมกับยา MSKCC ระบุปฏิกิริยากับยาวาร์ฟาริน ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ยาเบาหวาน และยาทาโครลิมัส
  • น้ำขิงที่ใส่น้ำตาล สำหรับคนเป็นเบาหวานที่กำลังป่วย MedlinePlus ให้ดื่มน้ำที่ไม่มีน้ำตาลให้มากพอ ส่วนเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลใช้เมื่อน้ำตาลในเลือดต่ำหรือลดลงเร็ว
  • ผลข้างเคียงของขิง NCCIH ระบุ ไม่สบายท้อง แสบร้อนกลางอก ท้องเสีย และระคายปากและคอ
  • ไอนานกว่า 3 สัปดาห์ ให้พบแพทย์ เจ็บหน้าอกทันที หายใจลำบากรุนแรง หรือไอเป็นเลือด ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

หลักฐานเรื่องขิงกับไอและเจ็บคอมีแค่ไหน

NCCIH (หน้าขิง ปรับปรุง ก.พ. 2568) ระบุว่าขิงเคยถูกใช้ในการแพทย์พื้นบ้านกับหลายภาวะ เช่น หอบหืด ไข้หวัดใหญ่ และอาหารไม่ย่อย และมีงานวิจัยในคนจำนวนมาก แต่บางงานคุณภาพไม่สูง สิ่งที่ NCCIH สรุปว่าได้เรียนรู้จากงานวิจัย เป็นเรื่องคลื่นไส้อาเจียน ปวดประจำเดือน และข้อเข่าเสื่อม ไม่มีเรื่องไอหรือเจ็บคอ

MSKCC (หน้าขิง ปรับปรุง 2 มิ.ย. 2565) ในหัวข้อการใช้กับโรคทางเดินหายใจ ระบุว่ามีข้อมูลเบื้องต้นจากสารบางตัวในขิง แต่ยังขาดการศึกษาในคน

การค้นของเราเอง: เราค้นฐานข้อมูล PubMed เมื่อ 27 ต.ค. 2569 ด้วยคำว่าขิง ไอ และงานทดลองแบบสุ่ม พบ 8 รายการ ไม่มีรายการใดรายงานผลของขิงเดี่ยวต่ออาการไอในคน มี 1 รายการเป็นเพียงแผนการศึกษาขิงในผู้ป่วยโควิด-19 ที่ยังไม่มีผล ส่วนงานที่มีผลเป็นสูตรผสม เช่น ขิงร่วมกับเอ็กไคนาเซียในผู้ที่สงสัยว่าเป็นโควิด-19 หรือตำรับสมุนไพรอายุรเวทหลายชนิด ผลของสูตรผสมแยกออกมาเป็นผลของขิงไม่ได้

ได้ยินว่าขิงลดการอักเสบ จริงไหม หน้า NCCIH ไม่ได้สรุปว่าขิงลดการอักเสบในคน เรื่องที่ใกล้เคียงคือข้อเข่าเสื่อม ซึ่ง NCCIH ระบุว่าขิงชนิดอาหารเสริมอาจช่วยอาการได้ แต่งานวิจัยจำนวนมากคุณภาพต่ำ และเป็นคนละเรื่องกับไอ

เครื่องดื่มอุ่นช่วยให้ชุ่มคอไหม

หน้า NHS เรื่องหวัด (ทบทวน 22 มี.ค. 2567) แนะนำให้ ดื่มน้ำมะนาวอุ่นผสมน้ำผึ้งเพื่อบรรเทาเจ็บคอ และหน้า NHS เรื่องไอ (ทบทวน 8 ธ.ค. 2566) ระบุว่าน้ำมะนาวอุ่นผสมน้ำผึ้งอาจให้ผลคล้ายยาน้ำแก้ไอ แต่ก็ระบุว่าหลักฐานว่าน้ำมะนาวน้ำผึ้งและยาสมุนไพรช่วยบรรเทาไอยังมีจำกัด หน้า NHS ทั้งสองไม่ได้อธิบายกลไกว่าเครื่องดื่มอุ่นทำให้ชุ่มคอได้อย่างไร และไม่ได้พูดถึงขิง

ข้อควรระวังที่ NHS เขียนไว้คู่กัน

  • ห้ามให้น้ำผึ้งกับทารกอายุต่ำกว่า 12 เดือน
  • ห้ามให้เครื่องดื่มร้อนกับเด็กเล็ก
  • ดื่มขณะยังอุ่น

น้ำขิงอุ่นจึงเป็นเครื่องดื่มอุ่นแบบหนึ่ง แต่ เราไม่พบแหล่งที่ทดสอบว่าน้ำขิงอุ่นช่วยไอหรือเจ็บคอได้มากกว่าเครื่องดื่มอุ่นอื่น อ่านเรื่องอาหารและเครื่องดื่มช่วงเจ็บคอเพิ่มได้ที่ เจ็บคอกินอะไรดี

ดื่มน้ำขิงอย่างไร

แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้กำหนดปริมาณขิงสำหรับอาการไอ เราจึงไม่ให้ตัวเลขปริมาณ สิ่งที่ทำได้คือ (คำแนะนำของบทความ)

  • อ่านฉลากน้ำขิงผงชง ดูปริมาณน้ำตาลต่อซองในฉลากโภชนาการ โดยเฉพาะคนเป็นเบาหวาน
  • ถ้าจะเติมน้ำผึ้ง ไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี
  • ถ้าดื่มแล้วแสบร้อนกลางอก ท้องเสีย หรือระคายคอมากขึ้น ให้หยุด เพราะ NCCIH ระบุว่าอาการเหล่านี้เป็นผลข้างเคียงของขิงที่กินทางปาก
  • ถ้ากินยาวาร์ฟาริน อย่าเปลี่ยนปริมาณน้ำขิงหรือชาสมุนไพรที่ดื่มอยู่แบบกะทันหัน ดูหัวข้อถัดไป
  • ดื่มน้ำเปล่าให้พอด้วย NHS ให้ดื่มน้ำให้มากพอช่วงไอและหวัด (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ)

อ่านเรื่องการกินขิงทุกวันเพิ่มได้ที่ กินขิงทุกวันดีไหม

ใครต้องระวังขิงปริมาณมาก

MSKCC (หน้าขิง ปรับปรุง 2 มิ.ย. 2565) เขียนข้อควรระวังสำหรับขิงชนิดอาหารเสริม ซึ่งเข้มข้นกว่าขิงในอาหาร ดังนี้

  • ยาวาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น: ห้ามใช้ขิงชนิดอาหารเสริม เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก แม้ MSKCC จะระบุด้วยว่างานทบทวนสรุปว่าหลักฐานปัจจุบันยังไม่ชัด MSKCC ยกรายงานผู้ป่วยหญิงอายุ 76 ปีที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดระยะยาว เกิดเลือดกำเดาไหลและเลือดแข็งตัวช้าหลังใช้ผลิตภัณฑ์ขิง
  • ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด: อาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกเมื่อใช้ร่วมกัน
  • อินซูลินหรือยาลดน้ำตาล: อาจทำให้น้ำตาลลดลงมากขึ้น แต่ยังไม่ทราบความสำคัญทางคลินิก
  • ยาทาโครลิมัส: ขิงเพิ่มระดับยาในเลือด และอาจเพิ่มผลข้างเคียง
  • จะผ่าตัด: MSKCC ให้หยุดขิงชนิดอาหารเสริม 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
  • มีภาวะเลือดออกง่าย หรือมีนิ่วในถุงน้ำดี: ให้หลีกเลี่ยงขิงชนิดอาหารเสริม
  • ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร: MSKCC ให้หลีกเลี่ยงขิงชนิดอาหารเสริม ส่วน NCCIH (ก.พ. 2568) ระบุว่าขิงชนิดอาหารเสริมระหว่างตั้งครรภ์อาจปลอดภัย แต่ให้ปรึกษาผู้ให้บริการสุขภาพก่อน และยังรู้น้อยเรื่องการใช้ขณะให้นมบุตร สองแหล่งนี้ไม่ตรงกัน บทความนี้ใช้ข้อที่ระวังกว่า คือไม่เริ่มขิงชนิดอาหารเสริมเองระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

สำหรับคนกินยาวาร์ฟาริน หน้า MedlinePlus เรื่องการใช้ยาวาร์ฟาริน (ทบทวน 1 ม.ค. 2568) จัดสมุนไพรที่ใช้ชงเป็นชาไว้ในรายการอาหารที่อาจเปลี่ยนการออกฤทธิ์ของยา ระบุว่าไม่จำเป็นต้องงด แต่ให้พยายามกินหรือดื่มในปริมาณน้อย และอย่าเปลี่ยนปริมาณในแต่ละวันหรือแต่ละสัปดาห์ และให้ถามผู้รักษาก่อนเปลี่ยนอาหารมาก ๆ ห้ามปรับขนาดยาเอง อ่านเพิ่มได้ที่ ขิงกินกับยาได้ไหม

น้ำขิงใส่น้ำตาล คนเป็นเบาหวานดื่มได้ไหม

หน้า MedlinePlus เรื่องเบาหวานเมื่อป่วย (ทบทวน 18 พ.ค. 2569) อธิบายว่า

  • เวลาป่วย อินซูลินทำงานได้ไม่ดีเท่าเดิม และน้ำตาลในเลือดอาจสูงขึ้น แม้จะกินยาหรือฉีดอินซูลินตามปกติ
  • แม้แต่หวัดเล็กน้อยก็ทำให้คุมเบาหวานยากขึ้นได้
  • ให้ดื่มน้ำที่ไม่มีน้ำตาลให้มากพอเพื่อไม่ให้ขาดน้ำ (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ)
  • เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล เช่น ชาใส่น้ำผึ้ง หรือน้ำขิงอัดลม อยู่ในรายการที่ดื่มได้เมื่อน้ำตาลในเลือดต่ำกว่า 100 มก./ดล. หรือกำลังลดลงเร็ว
  • ให้คุยแผนดูแลตัวเองช่วงป่วยกับผู้รักษาไว้ล่วงหน้า

คำแนะนำของบทความจากแหล่งนี้: คนเป็นเบาหวานที่ไอหรือเป็นหวัด ถ้าจะดื่มน้ำขิง ให้เลือกแบบไม่ใส่น้ำตาล ส่วนน้ำขิงหวานให้ใช้ตามแผนช่วงน้ำตาลต่ำที่คุยกับผู้รักษาไว้ และอย่าลืมว่าขิงชนิดอาหารเสริมอาจทำให้น้ำตาลลดลงมากขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับยาลดน้ำตาล ตามที่ MSKCC ระบุ อ่านแผนดูแลตัวเองเมื่อเป็นเบาหวานแล้วป่วยได้ที่ เป็นเบาหวานแล้วเป็นหวัด และเรื่องสารให้ความหวานได้ที่ สารให้ความหวานแทนน้ำตาล

ไอที่ต้องพบแพทย์ ไม่ควรรอดื่มน้ำขิง

หน้า NHS เรื่องไอระบุว่าไอส่วนใหญ่หายเองใน 3–4 สัปดาห์ แต่อาการต่อไปนี้ไม่ควรรอ

นัดพบแพทย์ (NHS หน้าไอ จัดเป็นเรื่องไม่เร่งด่วน)

  • ไอนานกว่า 3 สัปดาห์ อ่านต่อได้ที่ ไอไม่หายหลังหวัด
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ได้รับเคมีบำบัด หรือเป็นเบาหวาน

ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด (NHS หน้าไอ จัดเป็นการขอพบแพทย์ด่วน)

  • ไอรุนแรงมาก หรือแย่ลงเร็ว เช่น ไอถี่จนหยุดไม่ได้
  • รู้สึกป่วยมาก
  • ข้างคอบวมและเจ็บ

มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
  • หายใจลำบากรุนแรง หอบ สำลัก หรือพูดเป็นคำไม่ได้
  • ไอเป็นเลือด

หน้าไอของ NHS (ทบทวน 8 ธ.ค. 2566) จัดสามอาการนี้เป็นการขอพบแพทย์ด่วน ส่วนหน้าไข้หวัดใหญ่ของ NHS (ทบทวน 3 ก.พ. 2569) จัดเป็นเหตุให้โทรเรียกรถฉุกเฉิน บทความนี้ใช้ระดับที่ระวังกว่า

คนที่เป็นหอบหืดหรือภูมิแพ้จมูกแล้วไอ ให้ใช้ยาสูดหรือยาพ่นตามที่แพทย์สั่งต่อไป ห้ามหยุดยาเพื่อเปลี่ยนมาใช้น้ำขิง

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)

เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก. · แคปซูลเป็นเจลาติน

ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ ไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์ และไม่ระบุอัตราสกัดหรือปริมาณจินเจอรอลในสารสกัดขิง

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม

คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ถ้าดื่มน้ำขิงหรือกินขิงชนิดอาหารเสริมอื่นอยู่แล้ว ให้นับรวมและแจ้งเภสัชกร

เรื่องไอและเจ็บคอ: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้บรรเทาอาการไอหรือเจ็บคอ หรือป้องกันหรือรักษาหวัดและไข้หวัดใหญ่ และไม่ใช้แทนการพบแพทย์เมื่อไอนาน ยาสูดหอบหืด ยาพ่นจมูก หรือยาที่แพทย์สั่ง ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง

ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้

  • สารสกัดขิง 50 มก. ต่อแคปซูล (100 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานในผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ชาวไทย 80 คน (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตีพิมพ์ปี 2563) ใช้สารสกัดขิงวันละ 500 มก. ราว 5 เท่าของในแคปซูล (คำนวณ) เทียบกับยาแก้แพ้ลอราทาดีน นาน 6 สัปดาห์ คะแนนอาการจมูกลดลงทั้งสองกลุ่มไม่ต่างกัน แต่เป็นงานขนาดเล็กที่ไม่มีกลุ่มยาหลอก ไม่ได้แปลว่าใช้แทนยาได้ และไม่ใช่การศึกษาเรื่องไอ ทุนวิจัยมาจากกองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและโครงการมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ด้านความปลอดภัย MSKCC (2 มิ.ย. 2565) ระบุว่าผู้ใช้ยาวาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดไม่ควรใช้ขิงชนิดอาหารเสริม และระบุปฏิกิริยากับยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ยาเบาหวาน และยาทาโครลิมัส
  • สารสกัดม่อน 20.650 มก. ต่อแคปซูล (41.3 มก. ต่อวัน คำนวณ) — ฉลากไม่ระบุว่าสกัดจากใบ ผล หรือเปลือกราก งานวิจัยในคนที่พบผลต่อน้ำตาลเป็นสารสกัดใบหม่อน ศึกษาขนาด 200–250 มก. ครั้งเดียวก่อนมื้อ ราว 5–6 เท่า (คำนวณ) ถึงวันละ 5 กรัม ราว 121 เท่า (คำนวณ) ผู้ใช้ยาเบาหวานหรืออินซูลินจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ (สองข้อแรกเป็นคำเตือนบนฉลาก ข้อที่เหลือเป็นคำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบบนฉลาก)

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
  • ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
  • กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
  • สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน โรคตับ หรือนิ่วในถุงน้ำดี: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: หลีกเลี่ยง

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้น หรือเริ่มรับประทานสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนวัคซีน ยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาพ่นหอบหืด ยาที่แพทย์สั่ง หรืออะดรีนาลีน

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
  • หายใจเร็วมาก หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีดมาก หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
  • หอบเหนื่อยจนพูดเป็นคำหรือเป็นประโยคไม่ได้
  • คอแน่น หรือกลืนลำบาก
  • ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
  • สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
  • เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
  • เริ่มไอเป็นเลือด
  • ล้มฟุบ เป็นลม หรือหมดสติ
  • แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว หรือพูดไม่ชัด

รายการข้างต้นมาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุให้โทรเรียกรถฉุกเฉิน ได้แก่ หน้าแพ้รุนแรง (ทบทวน 21 มิ.ย. 2566) และหน้าไข้หวัดใหญ่ (ทบทวน 3 ก.พ. 2569) ส่วนข้อสุดท้ายเป็นสัญญาณอันตรายที่ใช้ทั่วทั้งเว็บไซต์นี้ หน้า NHS แพ้รุนแรงระบุว่าผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนให้ใช้ทันที แล้วโทรเรียกรถพยาบาล คำแนะนำของบทความ: อย่ารอดูอาการด้วยยาแก้แพ้ชนิดกิน

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta X Plus ของแบรนด์ Hopeful พื้นกล่องสีเขียวมิ้นต์

Beta X Plusเบต้าเอ็กซ์พลัส

เลข อย. 10-1-15662-5-0098

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →

คำถามที่พบบ่อย

น้ำขิงช่วยแก้ไอได้ไหม

หลักฐานในคนยังมีน้อยมาก หน้าขิงของ NCCIH ไม่ได้กล่าวถึงไอในส่วนที่สรุปผลงานวิจัย MSKCC ระบุว่าการใช้ขิงกับโรคทางเดินหายใจยังขาดการศึกษาในคน และการค้น PubMed ของเราไม่พบงานทดลองแบบสุ่มที่ทดสอบขิงเดี่ยวกับไอ

น้ำขิงห้ามกินกับอะไร

MSKCC ระบุว่าผู้ใช้ยาวาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดไม่ควรใช้ขิงชนิดอาหารเสริม และระบุปฏิกิริยากับยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ยาเบาหวาน และยาทาโครลิมัส สำหรับน้ำขิงในปริมาณอาหาร คนกินยาวาร์ฟารินให้ดื่มในปริมาณน้อยและสม่ำเสมอตามคำแนะนำของ MedlinePlus และถามผู้รักษาก่อนเปลี่ยน

ขิงใครห้ามกิน

MSKCC ให้หลีกเลี่ยงขิงชนิดอาหารเสริมในผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่าย มีนิ่วในถุงน้ำดี ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และให้หยุด 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด ส่วน NCCIH (ก.พ. 2568) ระบุว่าขิงชนิดอาหารเสริมระหว่างตั้งครรภ์อาจปลอดภัย แต่ให้ปรึกษาผู้ให้บริการสุขภาพก่อน สองแหล่งไม่ตรงกัน จึงควรถามแพทย์ก่อนเริ่มเอง

เป็นเบาหวานดื่มน้ำขิงได้ไหม

MedlinePlus ให้คนเป็นเบาหวานที่กำลังป่วยดื่มน้ำที่ไม่มีน้ำตาลให้มากพอ ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ ส่วนเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลใช้เมื่อน้ำตาลในเลือดต่ำกว่า 100 มก./ดล. หรือลดลงเร็ว ถ้าดื่มน้ำขิง ให้ดูปริมาณน้ำตาลบนฉลาก

ไอนานแค่ไหนต้องไปหาหมอ

NHS ให้พบแพทย์เมื่อไอนานกว่า 3 สัปดาห์ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ถ้าเจ็บหน้าอกทันที หายใจลำบากรุนแรง หรือไอเป็นเลือด ข้อใดข้อหนึ่ง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

  • GingerNational Center for Complementary and Integrative Health (NCCIH)
  • GingerMemorial Sloan Kettering Cancer Center (About Herbs)
  • CoughNHS
  • Diabetes - when you are sickMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
  • Taking warfarinMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท