เกี่ยวกับ Lab Farm
กินขิงทุกวันดีไหม อันตรายไหม ใครห้ามกินขิง
คำตอบสั้น: ขิงที่ใช้ปรุงอาหารตามปกติ เช่น ใส่ในต้มข่า ผัดขิง หรือน้ำขิงอุ่น ๆ เป็นครั้งคราว ถือเป็นอาหารที่คนส่วนใหญ่กินได้ ศูนย์สุขภาพแบบผสมผสานแห่งชาติสหรัฐ (NCCIH) ระบุว่าขิงชนิดกินถูกใช้อย่างปลอดภัยในงานวิจัยจำนวนมาก แต่ ขิงชนิดเสริมหรือสารสกัดขิงไม่เหมาะกับทุกคน ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ผู้มีความผิดปกติเรื่องเลือดออก ผู้มีนิ่วในถุงน้ำดี ผู้ที่จะผ่าตัด และหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- NCCIH: ผลข้างเคียงของขิงชนิดกิน ได้แก่ ไม่สบายท้อง แสบร้อนกลางอก ท้องเสีย และระคายปากและคอ
- งานรวมหลักฐาน 24 งาน (Crichton 2022) ระบุว่า ขนาดที่รายงานว่าได้ผลคือขิงแคปซูลวันละ 0.5–3 กรัม นานไม่เกิน 3 เดือน แหล่งที่เราตรวจไม่ได้กำหนดเพดานความปลอดภัยต่อวันอย่างเป็นทางการ
- ศูนย์มะเร็งเมโมเรียล สโลน เคตเทอริง (MSKCC) แนะนำให้ หยุดขิงชนิดเสริม 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด และไม่ใช้ทันทีหลังผ่าตัดเพื่อแก้คลื่นไส้
- MSKCC ให้เลี่ยงขิงชนิดเสริมในผู้มีนิ่วถุงน้ำดี ผู้มีความผิดปกติเรื่องเลือดออก หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร
- หญิงตั้งครรภ์: NCCIH ระบุว่าขิงชนิดเสริม อาจปลอดภัย แต่ต้องปรึกษาแพทย์ ส่วน MSKCC แนะนำให้เลี่ยง
- น้ำขิงผงสำเร็จรูปหลายยี่ห้อมีน้ำตาลมาก คนเป็นเบาหวานต้องอ่านฉลากโภชนาการ
ขิงในอาหาร กับขิงชนิดเสริม ต่างกันอย่างไร
เวลาพูดว่ากินขิงทุกวัน คนไทยหมายถึงได้หลายแบบ
- ขิงในอาหาร เช่น ผัดขิง ไก่ต้มขิง โจ๊กใส่ขิงซอย
- น้ำขิงต้มเอง จากขิงแก่หั่นแว่น
- น้ำขิงผงสำเร็จรูป แบบซองชง
- ขิงแคปซูลหรือสารสกัดขิง ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
คำเตือนส่วนใหญ่ของ MSKCC เขียนถึง ขิงชนิดเสริม ซึ่งเข้มข้นกว่าและกินต่อเนื่องเป็นประจำ ส่วนงานรวมหลักฐานของ Crichton 2022 สรุปว่า การกินขิงทางอาหารดูปลอดภัย
แต่ต้องไม่สรุปว่าขิงจากอาหารไม่มีความเสี่ยงเลย MSKCC บันทึกรายงานผู้ป่วยชายอายุ 80 ปีที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด และเสียชีวิตจากเลือดออก หลังดื่มน้ำต้มขิงกับอบเชย นี่เป็นรายงานผู้ป่วยรายเดียว พิสูจน์เหตุไม่ได้ แต่ชี้ว่าผู้ใช้ยากลุ่มนี้ควรบอกแพทย์แม้เป็นเครื่องดื่มสมุนไพรที่ต้มเอง
กินขิงวันละเท่าไรถึงมีข้อมูลความปลอดภัย
แหล่งที่เราเปิดตรวจไม่ได้กำหนดปริมาณสูงสุดต่อวันของขิงไว้อย่างเป็นทางการ ข้อมูลที่ใช้อ้างอิงได้คือขนาดที่ใช้ในงานวิจัย
- งานรวมหลักฐาน Crichton 2022 จากการทบทวนอย่างเป็นระบบ 24 งาน ระบุว่าขนาดที่รายงานว่าได้ผลอย่างสม่ำเสมอคือ ขิงแคปซูลวันละ 0.5–3 กรัม นานไม่เกิน 3 เดือน
- งานในผู้ป่วยมะเร็ง 576 คน ใช้ขิงวันละ 0.5–1.0 กรัม ร่วมกับยาแก้อาเจียน
- งานอีกงาน 162 คน ใช้วันละ 1 หรือ 2 กรัม ร่วมกับยาแก้อาเจียน และไม่พบประโยชน์เพิ่ม
ตัวเลขเหล่านี้เป็นขิงในรูปแคปซูล ไม่ใช่น้ำหนักขิงสด จึงเทียบกับขิงหั่นในกับข้าวตรง ๆ ไม่ได้
หลักปฏิบัติที่ปลอดภัยคือ ถ้ากินขิงในอาหารตามปกติแล้วไม่มีอาการผิดปกติ ไม่จำเป็นต้องกังวล (ยกเว้นผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดที่ดื่มน้ำขิงเข้มเป็นประจำ ควรบอกแพทย์) แต่ถ้าจะกินขิงแคปซูลหรือสารสกัดขิงทุกวัน และมีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรนำผลิตภัณฑ์ไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดูก่อน
กินขิงทุกวันช่วยอะไร
งานรวมหลักฐาน Crichton 2022 พบว่า หลักฐานแข็งแรงที่สุดของขิงคือลดคลื่นไส้อาเจียนในหญิงตั้งครรภ์ รองลงมาคือลดปวดในโรคข้อเสื่อม (ผลเล็ก) ส่วนผลต่อน้ำตาล ความดัน ไขมัน และน้ำหนัก คุณภาพหลักฐานอยู่ระหว่างต่ำมากถึงปานกลาง และงานต่าง ๆ ให้ผลแตกต่างกันมาก
NCCIH สรุปในภาพรวมว่า
- ขิงอาจช่วยคลื่นไส้อาเจียนจากการตั้งครรภ์
- งานส่วนใหญ่เรื่องเมารถไม่พบว่าขิงช่วย
- ยังไม่แน่ใจว่าขิงช่วยเพิ่มจากการรักษามาตรฐาน ในคลื่นไส้จากเคมีบำบัดหรือหลังผ่าตัด
ขิงจึงไม่ใช่สิ่งที่ใช้แทนยาเบาหวาน ยาความดัน หรือยาลดไขมัน ผู้ที่กินยาเหล่านี้อยู่ห้ามลดยาเองเพราะเริ่มกินขิง รายละเอียดเรื่องขิงกับคลื่นไส้ อ่านที่ ขิงแก้คลื่นไส้ได้จริงไหม
ผลข้างเคียงของขิงเมื่อกินมาก มีอะไรบ้าง
NCCIH ระบุผลข้างเคียงของขิงชนิดกินไว้ดังนี้
- ไม่สบายท้อง
- แสบร้อนกลางอก
- ท้องเสีย
- ระคายปากและคอ
MSKCC ระบุว่าผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือแสบร้อนกลางอก และผื่นผิวหนังอักเสบ
ถ้ากินขิงแล้วแสบท้องหรือท้องเสีย ให้ลดหรือหยุดขิง แล้วสังเกตว่าอาการหายไหม ถ้าไม่หาย ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุอื่น
ใครห้ามกินขิง หรือต้องระวังเป็นพิเศษ
MSKCC ระบุกลุ่มที่ ไม่ควรกินขิงชนิดเสริม ไว้ดังนี้
- ผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก
- ผู้ใช้ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด เช่น ไดโคลฟีแนค ไอบูโพรเฟน
- ผู้ใช้อินซูลินหรือยาลดน้ำตาล เพราะอาจทำให้น้ำตาลลดลงมากขึ้น แม้ MSKCC ระบุว่ายังไม่ทราบว่ามีความสำคัญทางคลินิกแค่ไหน
- ผู้ใช้ยาทาโครลิมัส ซึ่งเป็นยากดภูมิคุ้มกันในผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ เพราะขิงเพิ่มระดับยาในเลือด
- ผู้มีความผิดปกติเรื่องเลือดออก
- ผู้มีนิ่วในถุงน้ำดี
- ผู้ที่จะผ่าตัด
- หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
รายละเอียดเรื่องขิงกับยาแต่ละกลุ่ม อ่านต่อที่ ขิงกินกับยาได้ไหม
คนเป็นนิ่วในถุงน้ำดีกินขิงได้ไหม
MSKCC ให้ เลี่ยงขิงชนิดเสริมในผู้มีนิ่วถุงน้ำดี เพราะขิงอาจเพิ่มการไหลของน้ำดี ผู้ที่เคยมีอาการปวดท้องขวาบนหลังกินอาหารมัน หรือแพทย์บอกว่ามีนิ่ว ควรถามแพทย์ก่อนกินขิงเข้มข้นหรือขิงแคปซูลเป็นประจำ
คนเป็นกรดไหลย้อนกินขิงได้ไหม
ไม่มีข้อห้ามเด็ดขาดในแหล่งที่เราตรวจ แต่ แสบร้อนกลางอกเป็นผลข้างเคียงที่ทั้ง NCCIH และ MSKCC ระบุไว้ คนที่เป็นกรดไหลย้อนอยู่แล้วจึงควรสังเกตตัวเอง ถ้ากินขิงแล้วแสบอกมากขึ้น ให้งด และอย่าใช้ขิงแทนยาลดกรดที่แพทย์สั่ง
หญิงตั้งครรภ์กินขิงได้แค่ไหน
แหล่งข้อมูลพูดไว้ต่างกัน
- NCCIH ระบุว่า ขิงชนิดเสริมระหว่างตั้งครรภ์อาจปลอดภัย และงานวิจัยพบว่าขิงอาจช่วยคลื่นไส้จากการตั้งครรภ์ แต่ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเหมือนสมุนไพรทุกชนิด และยังมีข้อมูลน้อยเรื่องการให้นมบุตร
- MSKCC แนะนำให้ เลี่ยงขิงชนิดเสริมระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร เพราะยังขาดข้อมูลผลต่อทารกในคน และมีข้อกังวลจากงานในสัตว์
- คำแนะนำเรื่องแพ้ท้องของ MedlinePlus ระบุว่า อาหารที่มีขิงจริง เช่น ชาขิงหรือลูกอมขิง อาจช่วยได้
ข้อสรุปที่ปลอดภัยคือ ขิงในอาหารเป็นครั้งคราวใช้ได้ แต่ ขิงแคปซูลหรือสารสกัดขิงควรให้แพทย์ที่ฝากครรภ์ตัดสิน อ่านเพิ่มที่ สตรีมีครรภ์และเด็ก กินอาหารเสริมได้ไหม
ก่อนผ่าตัดต้องหยุดขิงไหม
ต้องแจ้งแพทย์ทุกครั้ง MSKCC แนะนำว่า เนื่องจากขิงมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ควรหยุดขิงชนิดเสริม 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด และไม่ควรใช้ทันทีหลังผ่าตัดเพื่อแก้คลื่นไส้
MSKCC ระบุด้วยว่า งานทบทวนอย่างเป็นระบบยังสรุปไม่ได้ชัดว่าขิงเพิ่มเลือดออกจริงหรือไม่ แต่ยังคงแนะนำให้ระวัง ตามหลักทั่วไปที่ให้เลี่ยงสมุนไพรที่มีฤทธิ์ต้านเกล็ดเลือดหรือต้านการแข็งตัวของเลือดช่วงผ่าตัด
ก่อนทำฟัน ส่องกล้อง หรือหัตถการที่มีแผล ให้บอกแพทย์หรือทันตแพทย์ด้วยว่ากินอะไรอยู่บ้าง รวมถึงน้ำขิงที่ดื่มทุกวัน รายการอาหารเสริมที่ต้องแจ้งอ่านที่ ก่อนผ่าตัดต้องหยุดอาหารเสริมไหม
ห้ามหยุดยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือดเองก่อนผ่าตัด การหยุดยาเหล่านี้ต้องเป็นไปตามแผนของแพทย์เท่านั้น
น้ำขิงสำเร็จรูปกับน้ำตาลที่แฝงอยู่
น้ำขิงผงแบบซองที่ขายในร้านสะดวกซื้อหลายยี่ห้อ ส่วนผสมหลักคือน้ำตาล ขิงเป็นส่วนน้อย คนที่ดื่มวันละหลายซองจึงอาจได้น้ำตาลมากโดยไม่รู้ตัว
วิธีเลือกแบบง่าย
- อ่านฉลากโภชนาการ ดูปริมาณน้ำตาลต่อหนึ่งซอง และดูว่าในหนึ่งซองมีกี่หน่วยบริโภค
- ดูลำดับส่วนประกอบ ถ้าน้ำตาลอยู่ลำดับแรก แปลว่ามีน้ำตาลมากที่สุด
- ถ้าอยากดื่มทุกวัน ต้มขิงสดเองแล้วไม่ใส่น้ำตาล จะคุมน้ำตาลได้ง่ายกว่า
- สูตรที่เขียนว่าไม่มีน้ำตาล ให้ดูฉลากโภชนาการและส่วนประกอบทุกครั้ง ไม่ดูแค่คำโฆษณาหน้าซอง
ผู้เป็นเบาหวานที่อยากดื่มน้ำขิง อ่านแนวทางเลือกเครื่องดื่มเพิ่มเติมที่ เบาหวาน ดื่มน้ำอะไรได้บ้าง
น้ำขิงกินตอนไหนดี และห้ามกินตอนไหน
ยังไม่มีงานวิจัยในคนที่เปรียบเทียบเวลาดื่มน้ำขิงว่าช่วงไหนดีกว่า คำแนะนำที่พอใช้ได้จึงมาจากผลข้างเคียงที่รู้แล้ว
- คนที่แสบท้องง่าย ลองดื่มหลังอาหารแทนตอนท้องว่าง แล้วสังเกตอาการ
- ช่วง 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด ไม่ควรกินขิงชนิดเสริมตามคำแนะนำของ MSKCC และควรบอกแพทย์เรื่องน้ำขิงที่ดื่มเป็นประจำ
- คนที่กินยาประจำ ถ้าไม่แน่ใจว่าควรเว้นระยะกับยาไหม ให้ถามเภสัชกร
อาการที่ควรหยุดขิงและพบแพทย์ ได้แก่ มีจ้ำเลือดง่าย เลือดกำเดาไหลบ่อย เลือดออกตามไรฟันมากผิดปกติ หรือปัสสาวะมีเลือด โดยเฉพาะในผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง ได้แก่ อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำหรือถ่ายเป็นเลือด หรือหน้ามืดจะเป็นลม ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: แล็บฟาร์ม (Lab Farm)
แล็บฟาร์ม (Lab Farm) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ตรา แล็บ ฟาร์ม) เลข อย. 73-1-02663-5-0191 ผลิตโดย บริษัท ออกานิกส์ อินโนเวชั่นส์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มก. ฉลากแนะนำรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% (Immuneo Plus™) 200 มก. (เบต้ากลูแคนราว 160 มก. คำนวณ) · แกมมา โอไรซานอล 50 มก. · สารสกัดซีบัคธอร์น 50 มก. · เควอซิทิน 50 มก. · สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. · ผงมากิเบอร์รี่ 30 มก. · ผงมะตูม 30 มก. · สารสกัดขิง 20 มก. · สารสกัดพริกไทยดำ 20 มก. · สารสกัดใบแปะก๊วย 20 มก. · นิโคตินาไมด์ (วิตามินบี 3) 15 มก. · ไบโอติน 1% 7.9 มก. (ไบโอตินราว 79 ไมโครกรัม คำนวณ) · แคลเซียม ดี-แพนโททิเนต 2 มก. · วิตามินบี 1 1.5 มก. · วิตามินบี 2 1.5 มก. · วิตามินบี 6 1 มก. · วิตามินบี 12 0.1% 1 มก. (บี 12 ราว 1 ไมโครกรัม คำนวณ) · วิตามินดี 3 (1,000,000 IU/g) 0.2 มก. (ราว 200 IU หรือ 5 ไมโครกรัม คำนวณ) · กรดโฟลิก 0.1 มก. (100 ไมโครกรัม)
ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้ และหลักฐานที่มี
- สารสกัดขิง 20 มก. — ขนาดที่งานรวมหลักฐานรายงานว่าได้ผลคือขิงแคปซูลวันละ 0.5–3 กรัม ซึ่งมากกว่าสารสกัดในแคปซูลราว 25–150 เท่าเมื่อเทียบตามน้ำหนัก (คำนวณ · ผงขิงกับสารสกัดเทียบตรงกันไม่ได้ทั้งหมด) ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณสารจินเจอรอล ข้อควรระวังของ MSKCC สำหรับขิงชนิดเสริม เช่น หยุด 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด เลี่ยงในผู้มีนิ่วถุงน้ำดีหรือความผิดปกติเรื่องเลือดออก และระวังร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาเอ็นเสด ยาเบาหวาน และทาโครลิมัส ควรนำมาพิจารณาด้วยแม้ปริมาณในแคปซูลจะน้อย
ต้องบอกตรง ๆ ว่า ยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้บรรเทาคลื่นไส้หรือให้ประโยชน์แบบเดียวกับขิงในงานวิจัย และฉลากระบุว่าสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด: ใบแปะก๊วย ขิง โสม และเควอซิทิน มีรายงานเรื่องเลือดออกหรือค่าการแข็งตัวของเลือดเปลี่ยน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาที่ต้องคุมระดับยาในเลือด เช่น ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ยาต้านไวรัสเอชไอวี: ไพเพอรีนในพริกไทยดำทำให้ระดับยาบางชนิดสูงขึ้นในงานวิจัยในคน และขิงเพิ่มระดับยาทาโครลิมัสตามข้อมูลของ MSKCC
- ผู้ใช้อินซูลินหรือยาเบาหวาน: โสมและขิงอาจทำให้น้ำตาลลดลงมากขึ้น
- ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ หรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน: ต้องให้แพทย์ผู้รักษาอนุญาตก่อนกินอาหารเสริมทุกชนิด รวมถึงผลิตภัณฑ์นี้
- ผู้มีนิ่วในถุงน้ำดี: MSKCC แนะนำให้เลี่ยงขิงชนิดเสริม
- ก่อนเจาะเลือด: แจ้งแพทย์หรือห้องแล็บว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีไบโอติน
- คำเตือนบนฉลาก: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความแล็บฟาร์มทั้งหมด
ส่วนประกอบบางชนิด เช่น โสม ใบแปะก๊วย ขิง และพริกไทยดำ อาจเสริมฤทธิ์หรือเปลี่ยนระดับยาบางชนิด ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง และผู้ที่จะผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการรักษาหรือวัคซีน
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 890 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 2,490 · 8 กล่อง 4,590 · 15 กล่อง 7,890 · 25 กล่อง 12,990 บาท (ต.ค. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Lab Farm →คำถามที่พบบ่อย
กินขิงทุกวันดีไหม
ขิงในอาหารตามปกติเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่กินได้ NCCIH ระบุว่าขิงชนิดกินถูกใช้อย่างปลอดภัยในงานวิจัยจำนวนมาก แต่ขิงชนิดเสริมหรือสารสกัดขิงควรปรึกษาแพทย์ก่อน ถ้าใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาเบาหวาน มีนิ่วถุงน้ำดี ตั้งครรภ์ หรือจะผ่าตัด
กินขิงทุกวันอันตรายไหม
ผลข้างเคียงที่ NCCIH ระบุ ได้แก่ ไม่สบายท้อง แสบร้อนกลางอก ท้องเสีย และระคายปากคอ ความเสี่ยงที่สำคัญกว่าคือเลือดออกในผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ซึ่ง MSKCC มีรายงานผู้ป่วยไว้ และขิงเพิ่มระดับยาทาโครลิมัสในผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ
ขิงใครห้ามกิน
MSKCC ระบุว่าไม่ควรกินขิงชนิดเสริมถ้าใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาเอ็นเสด อินซูลินหรือยาลดน้ำตาล ทาโครลิมัส มีความผิดปกติเรื่องเลือดออก มีนิ่วถุงน้ำดี จะผ่าตัด หรือตั้งครรภ์และให้นมบุตร
ก่อนผ่าตัดต้องหยุดขิงไหม
MSKCC แนะนำให้หยุดขิงชนิดเสริม 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด และไม่ใช้ทันทีหลังผ่าตัดเพื่อแก้คลื่นไส้ ควรแจ้งแพทย์ผู้ผ่าตัดทุกครั้งว่ากินอาหารเสริมหรือน้ำสมุนไพรอะไร และห้ามหยุดยาต้านการแข็งตัวของเลือดเองโดยไม่ได้รับคำสั่งแพทย์
น้ำขิงกินตอนไหนดีที่สุด
ยังไม่มีงานวิจัยในคนที่เปรียบเทียบเวลาดื่ม คนที่แสบท้องง่ายอาจดื่มหลังอาหารแทนตอนท้องว่าง น้ำขิงผงสำเร็จรูปหลายยี่ห้อมีน้ำตาลมาก คนเป็นเบาหวานควรอ่านฉลากโภชนาการ หรือต้มขิงสดเองโดยไม่เติมน้ำตาล
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Ginger: Usefulness and SafetyNational Center for Complementary and Integrative Health (NCCIH)
- GingerMemorial Sloan Kettering Cancer Center, About Herbs
- Orally consumed ginger and human health: an umbrella reviewAmerican Journal of Clinical Nutrition (2022)
- Morning sicknessMedlinePlus, U.S. National Library of Medicine
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-14
อ่านต่อ
มะตูมสรรพคุณ น้ำมะตูมแก้อะไร ข้อควรระวังที่ควรรู้
มะตูมสรรพคุณในตำรายาไทยใช้ส่วนไหน งานวิจัยสมัยใหม่อยู่ระดับไหน มะตูมดิบกับสุกต่างกันอย่างไร น้ำมะตูมกับน้ำตาล คนเป็นเบาหวานดื่มได้ไหม และข้อควรระวัง
ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล
ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร ผงเกลือแร่ ORS ต่างจากเครื่องดื่มเกลือแร่อย่างไร ยาหยุดถ่ายใช้ได้เมื่อไร โยเกิร์ตช่วยไหม อาการไหนต้องไปโรงพยาบาล
หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายเร็ว ไข่ อาหารทะเล กินได้ไหม
หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายดี โปรตีน วิตามินซี สังกะสีจำเป็นแค่ไหน ไข่ ไก่ อาหารทะเลทำให้แผลเป็นนูนจริงไหม เบาหวานกับแผลหายช้า และสัญญาณแผลติดเชื้อ
อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่ กี่วันถึงหาย กลับไปออกกำลังได้เมื่อไร
อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่หรือโควิดนานแค่ไหน ทำไมไม่ควรรีบออกกำลัง อาการใจสั่น เหนื่อยหอบที่ต้องระวัง วิธีเพิ่มกิจกรรมทีละขั้น และเมื่อไรต้องตรวจเพิ่ม
