เกี่ยวกับ Lab Farm
ไข้ในผู้สูงอายุ กี่องศาถึงอันตราย ทำไมบางคนติดเชื้อแต่ไม่มีไข้
คำตอบสั้น: MedlinePlus ระบุว่าอุณหภูมิร่างกายเฉลี่ยราว 37 องศาเซลเซียส ผู้ใหญ่ น่าจะมีไข้เมื่อวัดทางปากได้สูงกว่า 37.2–37.5 องศา ขึ้นกับช่วงเวลาของวัน และถ้าเกิน 38 องศามักหมายถึงไข้จากการติดเชื้อหรือการเจ็บป่วย สิ่งที่ลูกหลานต้องรู้คือ ผู้สูงอายุบางคนติดเชื้อแต่ไข้ไม่ขึ้นหรือขึ้นน้อย บทความทบทวนในวารสารโรคติดเชื้อพบว่าเกิดได้ราว 20–30% จึงต้องดูอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ซึม สับสน กินไม่ได้ หายใจเร็ว ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขบนปรอท
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- อุณหภูมิปกติของแต่ละคนไม่เท่ากัน งานวิจัยขนาดใหญ่พบว่าคนอายุมากมีอุณหภูมิพื้นฐานต่ำกว่าคนอายุน้อยเล็กน้อย
- รู้ค่าปกติของผู้สูงอายุในบ้านไว้ก่อน เพราะ MedlinePlus ถือว่ามีไข้เมื่อสูงกว่าค่าปกติของคนนั้นราว 1–1.5 องศาฟาเรนไฮต์ (ประมาณ 0.6–0.8 องศาเซลเซียส)
- ไข้ในผู้สูงอายุมีโอกาสเป็นการติดเชื้อที่รุนแรงมากกว่าไข้ในคนหนุ่มสาว
- ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคปอด หรือภูมิคุ้มกันต่ำ ถ้ามีไข้ควรติดต่อแพทย์โดยเร็ว
- ยาลดไข้ใช้ได้ แต่ผู้ที่มีโรคตับ โรคไต ดื่มสุราประจำ หรือกินยาละลายลิ่มเลือด ต้องถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
- มีอาการข้อใดข้อหนึ่ง ปลุกไม่ค่อยตื่น สับสน หายใจลำบาก ปากหรือเล็บเขียว คอแข็ง ชัก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
อุณหภูมิปกติของผู้สูงอายุต่ำกว่าคนหนุ่มสาวจริงไหม
จริง แต่ต่างกันไม่มาก และความต่างระหว่างคนสำคัญกว่าอายุ MedlinePlus ระบุว่าอุณหภูมิปกติเปลี่ยนตามบุคคล อายุ กิจกรรม และเวลาของวัน ค่าเฉลี่ยที่ยอมรับกันคือ 37 องศาเซลเซียส แต่บางการศึกษาพบช่วงปกติกว้างตั้งแต่ 36.1 ถึง 37.2 องศา
งานศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร BMJ ปี 2017 วิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วยนอก 35,488 คนที่ไม่ได้ป่วยติดเชื้อ พบอุณหภูมิเฉลี่ย 36.6 องศา และพบว่า คนอายุมากมีอุณหภูมิพื้นฐานต่ำกว่า โดยลดลงราว 0.02 องศาในทุก 10 ปีของอายุ ตัวเลขนี้เล็กมาก ผู้วิจัยยังพบว่าปัจจัยที่วัดได้ทั้งหมดอธิบายความต่างของอุณหภูมิระหว่างคนได้เพียงราว 8%
ความหมายในทางปฏิบัติคือ อย่ายึดตัวเลข 37.5 หรือ 38 องศาเป็นเส้นเดียว สำหรับผู้สูงอายุที่ปกติวัดได้ราว 36.2 องศา การวัดได้ 37.2 องศาอาจเป็นสัญญาณผิดปกติแล้ว MedlinePlus ระบุว่าถ้าอุณหภูมิสูงกว่าค่าปกติของตัวเองราว 1–1.5 องศาฟาเรนไฮต์ (ประมาณ 0.6–0.8 องศาเซลเซียส) ถือว่ามีไข้
วิธีรู้ค่าปกติ: วัดตอนสบายดีในช่วงเช้าและเย็นสัก 2–3 วัน ด้วยปรอทอันเดิมและตำแหน่งเดิม จดไว้ในสมุดยาหรือมือถือ MedlinePlus ระบุว่าอุณหภูมิมักต่ำสุดตอนเช้ามืดและสูงสุดช่วงเย็น ค่าที่จดไว้จึงควรระบุเวลาด้วย
ทำไมผู้สูงอายุบางคนติดเชื้อแต่ไม่มีไข้
ไข้ที่ไม่ขึ้นไม่ได้แปลว่าไม่ติดเชื้อ บทความทบทวนเรื่องไข้ในผู้สูงอายุ ตีพิมพ์ในวารสาร Clinical Infectious Diseases ระบุว่าการติดเชื้อในผู้สูงอายุมักแสดงอาการไม่ตรงแบบ และ ไข้ซึ่งเป็นสัญญาณหลักของการติดเชื้ออาจไม่ขึ้นหรือขึ้นน้อยราว 20–30% ของครั้ง ทำให้วินิจฉัยช้า ทั้งที่กลุ่มนี้เสี่ยงอาการหนักอยู่แล้ว
MedlinePlus ก็ระบุเช่นกันว่า การติดเชื้อรุนแรงบางชนิดไม่ทำให้มีไข้ หรือทำให้อุณหภูมิต่ำลงด้วยซ้ำ (หน้านั้นระบุว่าพบบ่อยที่สุดในทารก) และอีกหน้าหนึ่งของ MedlinePlus อธิบายว่าเมื่ออายุมาก ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองช้าลง
ในทางกลับกัน บทความทบทวนเดียวกันระบุว่า เมื่อผู้สูงอายุมีไข้ มีโอกาสเป็นการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่รุนแรงมากกว่าไข้ในคนอายุน้อย ไข้ในผู้สูงอายุจึงไม่ควรมองเป็นเรื่องเล็ก
อาการอื่นที่ควรสังเกตแทนตัวเลขบนปรอท เช่น ซึมลง สับสนผิดจากเดิม กินหรือดื่มน้อยลงทันที อ่อนแรงจนลุกเดินไม่ไหว หกล้ม หายใจเร็ว ปัสสาวะแสบ น้ำตาลในเลือดแกว่งผิดปกติในผู้ป่วยเบาหวาน MedlinePlus ระบุว่าปอดอักเสบในผู้สูงอายุอาจมาด้วยอาการสับสน อ่านรายละเอียดเพิ่มที่ อาการติดเชื้อในผู้สูงอายุที่ไม่เหมือนคนหนุ่มสาว
วัดไข้ที่บ้านอย่างไรให้แม่น
MedlinePlus แนะนำปรอทดิจิทัล และไม่แนะนำปรอทแก้วชนิดปรอทเหลว เพราะแก้วแตกได้และสารปรอทเป็นพิษ วิธีวัดที่ควรรู้
- ทางปาก: วางปลายปรอทใต้ลิ้น ปิดปาก หายใจทางจมูก ค้างไว้ราว 3 นาทีหรือจนเครื่องส่งเสียง
- ใต้รักแร้: หนีบแขนให้แนบลำตัว รอราว 5 นาทีหรือจนเครื่องส่งเสียง
- รอให้ถูกเวลา: หลังออกกำลังหนักหรืออาบน้ำร้อน รออย่างน้อย 1 ชั่วโมง หลังกินอาหาร ดื่มของร้อนหรือเย็น หรือสูบบุหรี่ รอ 20–30 นาที
- ทำความสะอาดปรอท ก่อนและหลังใช้ ด้วยน้ำสบู่หรือแอลกอฮอล์เช็ดแผล
ตำแหน่งวัดทำให้ตัวเลขต่างกัน MedlinePlus ให้แนวทางคร่าว ๆ ว่า วัดใต้รักแร้และเครื่องวัดหน้าผากมักได้ค่าต่ำกว่าทางปากราว 0.3–0.6 องศา ส่วนวัดทางหูมักสูงกว่าทางปากราว 0.3–0.6 องศา แผ่นวัดไข้ที่แปะหน้าผากวัดได้แค่อุณหภูมิผิว ไม่แนะนำให้ใช้ประจำในบ้าน
เวลาโทรปรึกษาหรือพาไปพบแพทย์ ให้บอกเสมอว่า วัดที่ตำแหน่งไหน ได้กี่องศา เวลาเท่าไร และกินยาลดไข้ไปตอนไหน เพราะยาลดไข้ทำให้ตัวเลขต่ำลงชั่วคราว
ไข้ผู้สูงอายุกี่องศาต้องไปหาหมอ
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน แต่ MedlinePlus ให้เกณฑ์สำหรับผู้ใหญ่ว่า ควรติดต่อแพทย์โดยเร็ว เมื่อมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
- ไข้ 40.6 องศาขึ้นไป ยกเว้นลดลงได้ง่ายด้วยยาและผู้ป่วยสบายดี
- ไข้คงอยู่หรือสูงขึ้นเรื่อย ๆ ที่ 39.4 องศาขึ้นไป
- ไข้นานเกิน 48–72 ชั่วโมง
- ไข้ขึ้น ๆ ลง ๆ เป็นสัปดาห์หรือนานกว่านั้น แม้ไม่สูงมาก
- มีโรคประจำตัวที่รุนแรง เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือโรคปอดเรื้อรังอื่น
- มีผื่นใหม่หรือจ้ำเลือด
- ปัสสาวะแล้วเจ็บ
- ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ จากการใช้สเตียรอยด์หรือยากดภูมิคุ้มกันระยะยาว ปลูกถ่ายอวัยวะหรือไขกระดูก ตัดม้าม ติดเชื้อเอชไอวี หรือกำลังรักษามะเร็ง
- เพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศ
ผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวาน โรคหัวใจ หรือโรคปอดอยู่แล้ว จึงเข้าเกณฑ์ติดต่อแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีไข้ ผู้ป่วยเบาหวานที่มีไข้ต้องเฝ้าดูน้ำตาลและปรับการดูแลตามที่แพทย์วางแผนไว้ อ่านต่อที่ เป็นเบาหวานแล้วเป็นหวัด มีไข้ ต้องดูแลอย่างไร
ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง สถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐ (NCI) ระบุว่าถ้ามีไข้ตั้งแต่ 38 องศา หนาวสั่น ไอ เจ็บคอ หรือท้องเสีย ต้องแจ้งทีมรักษาทันที เพราะการติดเชื้อระหว่างรักษามะเร็งอาจถึงชีวิต และควรถามทีมรักษาก่อนกินยาลดไข้ เพราะยาอาจบังอาการ
อาการแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที
ถ้าผู้สูงอายุมีไข้ และมีอาการ ข้อใดข้อหนึ่ง ต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- ปลุกไม่ค่อยตื่น หรือปลุกไม่ตื่น
- สับสน พูดไม่รู้เรื่อง ผิดจากปกติ
- เดินไม่ได้
- หายใจลำบาก แม้ล้างหรือสั่งน้ำมูกแล้ว
- ริมฝีปาก ลิ้น หรือเล็บเป็นสีเขียวคล้ำ
- ปวดศีรษะรุนแรงมาก
- คอแข็ง ก้มคอไม่ได้
- ชัก
รายการนี้มาจากเกณฑ์ฉุกเฉินของ MedlinePlus อย่ารอให้มีหลายอาการพร้อมกัน และอย่ารอให้ไข้ขึ้นสูงก่อน เพราะผู้สูงอายุบางคนติดเชื้อรุนแรงแต่ไข้ต่ำ
ผู้สูงอายุกินยาลดไข้อะไรได้ ต้องระวังอะไรกับโรคตับ ไต
เป้าหมายของการลดไข้คือให้สบายขึ้น ไม่ใช่ทำให้ไข้หายเป็นศูนย์ MedlinePlus ระบุว่าถ้าไข้ไม่สูงและไม่มีปัญหาอื่น ไม่จำเป็นต้องใช้ยา ให้ดื่มน้ำและพักผ่อน ใช้ยาเมื่อรู้สึกไม่สบายตัว อาเจียน ขาดน้ำ หรือนอนไม่หลับ
ยาลดไข้ที่ MedlinePlus ระบุว่าใช้ได้ในผู้ใหญ่ ได้แก่ พาราเซตามอล (acetaminophen) และ ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) ขนาดและระยะห่างของยาให้ทำตามฉลากหรือที่เภสัชกรแนะนำ ข้อระวังที่สำคัญสำหรับผู้สูงอายุคือ
- พาราเซตามอลกับตับ: MedlinePlus ระบุว่ากินเกินขนาดทำให้ตับเสียหายรุนแรงได้ ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือกินยาหลายตัวที่มีพาราเซตามอลผสมพร้อมกัน เช่น ยาแก้หวัดสูตรผสมกับยาพาราเซตามอลเม็ด ผู้ที่มีหรือเคยเป็นโรคตับต้องบอกแพทย์ และผู้ที่ดื่มสุราตั้งแต่ 3 แก้วต่อวันขึ้นไปไม่ควรใช้เอง อ่านเพิ่มที่ ยาแก้ปวดกับโรคตับ
- ไอบูโพรเฟนและยากลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs): MedlinePlus ระบุว่าอาจทำให้เกิดแผล เลือดออก หรือทะลุในกระเพาะอาหารและลำไส้ได้โดยไม่มีอาการเตือน ความเสี่ยงสูงขึ้นในผู้สูงอายุ ผู้ที่ใช้ยานาน สูบบุหรี่ หรือดื่มสุรามาก ผู้ที่มีโรคไตหรือโรคตับต้องบอกแพทย์ก่อน และผู้ที่อายุ 75 ปีขึ้นไปควรคุยกับแพทย์เรื่องความเสี่ยงก่อนใช้ ยากลุ่มนี้ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงหัวใจวายและหลอดเลือดสมอง และต้องระวังเมื่อใช้ร่วมกับยาละลายลิ่มเลือด
- ห้ามใช้วิธีที่ทำให้หนาวสั่น MedlinePlus ไม่แนะนำให้อาบน้ำเย็น ใช้น้ำแข็ง หรือเช็ดตัวด้วยแอลกอฮอล์ เพราะทำให้สั่น ซึ่งดันอุณหภูมิภายในให้สูงขึ้น ใช้น้ำอุ่นเช็ดตัวหลังให้ยาแล้วจะได้ผลกว่า และอย่าห่มผ้าหนาเมื่อผู้ป่วยหนาวสั่น ให้ใส่เสื้อผ้าบาง ห้องไม่ร้อนไม่เย็นเกินไป
ผู้สูงอายุที่กินยาหลายตัวอยู่แล้ว ควรให้เภสัชกรช่วยดูว่ายาลดไข้ที่จะใช้ซ้ำซ้อนหรือตีกับยาประจำตัวหรือไม่
ช่วงมีไข้ ผู้สูงอายุควรดื่มน้ำและกินอาหารอย่างไร
MedlinePlus แนะนำให้ ดื่มน้ำให้มาก เช่น น้ำเปล่า น้ำซุป ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ เช่น ผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวหรือโรคไตบางระยะ และระบุว่ากินอาหารได้ตามปกติ แต่ไม่ควรบังคับให้กิน
ในบ้านไทย อาหารที่กินง่ายช่วงมีไข้ เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก แกงจืด ซุปใส แบ่งเป็นมื้อเล็กหลายมื้อ วางแก้วน้ำไว้ใกล้มือ และคอยเตือนให้จิบเป็นระยะ อ่านวิธีสังเกตภาวะดื่มน้ำน้อยได้ที่ ผู้สูงอายุดื่มน้ำน้อย
ผู้ป่วยเบาหวานที่กินได้น้อยลงช่วงมีไข้ ต้องระวังน้ำตาลต่ำจากยาเบาหวาน ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรว่าต้องดูแลยาอย่างไร ห้ามหยุดหรือลดยาเอง
เตรียมข้อมูลอะไรก่อนพาผู้สูงอายุไปพบแพทย์
ข้อมูลที่ช่วยให้แพทย์ประเมินได้เร็ว ได้แก่ บันทึกอุณหภูมิพร้อมเวลาและตำแหน่งที่วัด ยาลดไข้ที่ให้ไปและเวลาที่ให้ อาการร่วม เช่น ไอ ปัสสาวะแสบ ท้องเสีย ผื่น ปริมาณน้ำและอาหารที่กินได้ และรายการยาทุกตัวรวมถึงอาหารเสริม MedlinePlus ระบุว่าแพทย์มักตรวจร่างกายหาแหล่งของไข้ และอาจตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ หรือเอกซเรย์ปอด ดูวิธีเตรียมตัวเพิ่มที่ เตรียมตัวพาผู้สูงอายุไปหาหมอ
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: แล็บฟาร์ม (Lab Farm)
แล็บฟาร์ม (Lab Farm) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ตรา แล็บ ฟาร์ม) เลข อย. 73-1-02663-5-0191 ผลิตโดย บริษัท ออกานิกส์ อินโนเวชั่นส์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 650 มก. ฉลากแนะนำรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% (Immuneo Plus™) 200 มก. (เบต้ากลูแคนราว 160 มก. คำนวณ) · แกมมา โอไรซานอล 50 มก. · สารสกัดซีบัคธอร์น 50 มก. · เควอซิทิน 50 มก. · สารสกัดโสมเกาหลี 50 มก. · ผงมากิเบอร์รี่ 30 มก. · ผงมะตูม 30 มก. · สารสกัดขิง 20 มก. · สารสกัดพริกไทยดำ 20 มก. · สารสกัดใบแปะก๊วย 20 มก. · นิโคตินาไมด์ (วิตามินบี 3) 15 มก. · ไบโอติน 1% 7.9 มก. (ไบโอตินราว 79 ไมโครกรัม คำนวณ) · แคลเซียม ดี-แพนโททิเนต 2 มก. · วิตามินบี 1 1.5 มก. · วิตามินบี 2 1.5 มก. · วิตามินบี 6 1 มก. · วิตามินบี 12 0.1% 1 มก. (บี 12 ราว 1 ไมโครกรัม คำนวณ) · วิตามินดี 3 (1,000,000 IU/g) 0.2 มก. (ราว 200 IU หรือ 5 ไมโครกรัม คำนวณ) · กรดโฟลิก 0.1 มก. (100 ไมโครกรัม)
ส่วนประกอบที่คนมักถามเมื่ออ่านหัวข้อนี้ และหลักฐานในผู้สูงอายุ
- ยีสต์ เบต้า-กลูแคน (เบต้ากลูแคนราว 160 มก. คำนวณ) — งานทดลองในผู้ใหญ่อายุ 50–70 ปี 100 คน ที่ได้เบต้ากลูแคนวันละ 250 มก. นาน 90 วันช่วงหน้าหนาว พบหวัดที่ยืนยันโดยแพทย์ 17 ครั้ง เทียบกับ 28 ครั้งในกลุ่มยาหลอก แต่ความต่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ผู้วิจัยระบุว่าต้องมีงานใหญ่กว่านี้ยืนยัน ขนาดที่ศึกษาสูงกว่าในแคปซูล
- วิตามินดี 3 (ราว 200 IU คำนวณ) — การวิเคราะห์รวม 12 งาน 41,552 คนในผู้สูงอายุพบว่าวิตามินดีเสริม อาจไม่ลดการติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน ปริมาณในแคปซูลคิดเป็นราว 25–33% ของค่าแนะนำรายวันในวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ (คำนวณ) ไม่ใช่ขนาดที่ใช้แก้ภาวะขาดวิตามินดี
ต้องบอกตรง ๆ ว่า ไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง และไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดไข้ หรือลดโอกาสติดเชื้อในผู้สูงอายุ ไข้ในผู้สูงอายุต้องหาสาเหตุ และวัคซีนที่แพทย์แนะนำ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ปอดอักเสบ และงูสวัด ยังเป็นสิ่งที่แหล่งข้อมูลทางการแนะนำ
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ช่วงที่มีไข้และได้ยาใหม่ เช่น ยาปฏิชีวนะ: แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรว่ากินอาหารเสริมอะไรอยู่ ดูเรื่องการเว้นระยะยาได้ที่ ยาปฏิชีวนะกับอาหารเสริม
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด: ใบแปะก๊วย ขิง โสม และเควอซิทิน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้อินซูลินหรือยาเบาหวาน: โสมและขิงอาจทำให้น้ำตาลลดลงมากขึ้น
- ผู้ใช้ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน หรือยาที่ต้องคุมระดับในเลือด: ไพเพอรีนในพริกไทยดำมีรายงานในคนว่าเพิ่มระดับยาบางชนิด
- ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ หรือมีโรคภูมิต้านตนเอง: ต้องให้แพทย์ผู้รักษาอนุญาตก่อน
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง: ปรึกษาแพทย์โรคไตก่อน
- ก่อนเจาะเลือด: แจ้งแพทย์หรือห้องแล็บว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีไบโอติน เพราะไบโอตินในขนาดสูงรบกวนผลตรวจบางชนิดได้
- คำเตือนบนฉลาก: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความแล็บฟาร์มทั้งหมด
ส่วนประกอบบางชนิด เช่น โสม ใบแปะก๊วย ขิง และพริกไทยดำ อาจเสริมฤทธิ์หรือเปลี่ยนระดับยาบางชนิด ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยากันชัก ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่กำลังรักษามะเร็ง และผู้ที่จะผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่ใช้แทนการรักษาหรือวัคซีน
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 890 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 2,490 · 8 กล่อง 4,590 · 15 กล่อง 7,890 · 25 กล่อง 12,990 บาท (ต.ค. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Lab Farm →คำถามที่พบบ่อย
ผู้สูงอายุไข้กี่องศาถึงเรียกว่ามีไข้
MedlinePlus ระบุว่าผู้ใหญ่น่าจะมีไข้เมื่อวัดทางปากได้สูงกว่า 37.2–37.5 องศาเซลเซียส และเกิน 38 องศามักหมายถึงไข้จากการติดเชื้อ แต่อุณหภูมิปกติของแต่ละคนต่างกัน ถ้าสูงกว่าค่าปกติของคนนั้นราว 0.6–0.8 องศา ก็ถือว่ามีไข้ได้ จึงควรรู้ค่าปกติของผู้สูงอายุในบ้านไว้ก่อน
ทำไมผู้สูงอายุติดเชื้อแต่ไม่มีไข้
บทความทบทวนในวารสารโรคติดเชื้อระบุว่าไข้ในผู้สูงอายุอาจไม่ขึ้นหรือขึ้นน้อยราว 20–30% ของครั้ง และ MedlinePlus ระบุว่าการติดเชื้อรุนแรงบางชนิดไม่ทำให้มีไข้หรือทำให้อุณหภูมิต่ำลง จึงต้องสังเกตอาการอื่น เช่น ซึม สับสน กินไม่ได้ หายใจเร็ว
วัดไข้ใต้รักแร้กับทางปากต่างกันไหม
ต่างกัน MedlinePlus ระบุว่าวัดใต้รักแร้และเครื่องวัดหน้าผากมักได้ค่าต่ำกว่าทางปากราว 0.3–0.6 องศา ส่วนวัดทางหูมักสูงกว่า เวลาแจ้งแพทย์ให้บอกตำแหน่งที่วัดทุกครั้ง
ผู้สูงอายุเป็นโรคตับหรือโรคไต กินยาลดไข้ได้ไหม
ต้องถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อน พาราเซตามอลเกินขนาดทำให้ตับเสียหายได้ และระวังยาแก้หวัดที่มีพาราเซตามอลผสม ส่วนไอบูโพรเฟนและยากลุ่มเอ็นเสดเสี่ยงแผลและเลือดออกในกระเพาะมากขึ้นในผู้สูงอายุ ผู้มีโรคไตต้องบอกแพทย์ก่อนใช้
ผู้สูงอายุมีไข้ แบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที
ถ้ามีไข้และมีอาการข้อใดข้อหนึ่ง ปลุกไม่ค่อยตื่น สับสน เดินไม่ได้ หายใจลำบาก ปากหรือเล็บเขียว ปวดศีรษะรุนแรง คอแข็ง หรือชัก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- FeverMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- Temperature measurementMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- Body temperature normsMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- Aging changes in immunityMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- Community-acquired pneumonia in adultsMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- Infection and Neutropenia during Cancer TreatmentNational Cancer Institute (NCI)
- Fever in the elderlyClinical Infectious Diseases (2000) — PubMed
- Individual differences in normal body temperature: longitudinal big data analysis of patient recordsBMJ (2017) — PubMed
- AcetaminophenMedlinePlus Drug Information, U.S. National Library of Medicine
- IbuprofenMedlinePlus Drug Information, U.S. National Library of Medicine
- Yeast-derived β-1,3/1,6 glucan, upper respiratory tract infection and innate immunity in older adultsNutrition (2017) — PubMed
- Vitamin D supplementation for prevention of acute respiratory infections in older adults: A systematic review and meta-analysisPLoS One (2024) — PubMed
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-14
อ่านต่อ
มะตูมสรรพคุณ น้ำมะตูมแก้อะไร ข้อควรระวังที่ควรรู้
มะตูมสรรพคุณในตำรายาไทยใช้ส่วนไหน งานวิจัยสมัยใหม่อยู่ระดับไหน มะตูมดิบกับสุกต่างกันอย่างไร น้ำมะตูมกับน้ำตาล คนเป็นเบาหวานดื่มได้ไหม และข้อควรระวัง
ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล
ท้องเสียกินอะไรได้บ้าง ห้ามกินอะไร ผงเกลือแร่ ORS ต่างจากเครื่องดื่มเกลือแร่อย่างไร ยาหยุดถ่ายใช้ได้เมื่อไร โยเกิร์ตช่วยไหม อาการไหนต้องไปโรงพยาบาล
หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายเร็ว ไข่ อาหารทะเล กินได้ไหม
หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายดี โปรตีน วิตามินซี สังกะสีจำเป็นแค่ไหน ไข่ ไก่ อาหารทะเลทำให้แผลเป็นนูนจริงไหม เบาหวานกับแผลหายช้า และสัญญาณแผลติดเชื้อ
อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่ กี่วันถึงหาย กลับไปออกกำลังได้เมื่อไร
อ่อนเพลียหลังป่วยไข้หวัดใหญ่หรือโควิดนานแค่ไหน ทำไมไม่ควรรีบออกกำลัง อาการใจสั่น เหนื่อยหอบที่ต้องระวัง วิธีเพิ่มกิจกรรมทีละขั้น และเมื่อไรต้องตรวจเพิ่ม
