เกี่ยวกับ Beta Oil
ไขมันพอกตับห้ามกินวิตามินอะไร อาหารเสริมตัวไหนต้องถามหมอก่อน
คำตอบสั้น: ไม่มีวิตามินตัวไหนที่ห้ามเด็ดขาดในปริมาณที่ได้จากอาหารปกติ แต่มีกลุ่มที่ ต้องถามแพทย์ก่อน ได้แก่ วิตามินเอชนิดสำเร็จรูปขนาดสูง ซึ่งสะสมในตับและเป็นพิษต่อตับได้ ไนอะซิน (วิตามินบี 3) ขนาดยา ที่ใช้ลดไขมัน ซึ่งมีรายงานตับอักเสบ สมุนไพร ยาจีน ยาลูกกลอน ยาชุด ที่ไม่รู้ส่วนผสมแน่ชัด และ วิตามินอีขนาดสูง ที่ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ ถ้าเป็นตับแข็งแล้ว แนวทางไทยแนะนำว่าไม่ควรกินอาหารเสริมหรือสมุนไพรเลย
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- วิตามินที่ละลายในไขมัน (เอ ดี อี เค) สะสมในตับ ไขมัน และกล้ามเนื้อได้ ส่วนวิตามินซีและวิตามินบีส่วนเกินออกทางปัสสาวะ (MedlinePlus)
- วิตามินเอชนิดสำเร็จรูป ปริมาณสูงสุดที่รับได้ของผู้ใหญ่คือวันละ 3,000 ไมโครกรัม RAE ผู้สูงอายุและคนดื่มเหล้าเป็นพิษได้ง่ายกว่า (สถาบันไลนัส พอลลิง)
- ไนอะซินชนิดกรดนิโคตินิกมีรายงานพิษต่อตับตั้งแต่วันละ 750 มก. และชนิดออกฤทธิ์นานตั้งแต่ 500 มก.
- วิตามินอีที่แนวทางไทยให้แพทย์พิจารณาในตับอักเสบจากไขมันคือ 400–800 ยูนิตต่อวัน เป็นการสั่งของแพทย์ ไม่ใช่การกินเสริมเอง
- แนวทางตับแข็งไทย พ.ศ. 2568: ผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร
วิตามินชนิดไหนสะสมในตับได้ถ้ากินเกิน
MedlinePlus ของห้องสมุดการแพทย์แห่งชาติสหรัฐฯ แบ่งวิตามินเป็น 2 กลุ่ม
- วิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ เอ ดี อี และเค สะสมในตับ เนื้อเยื่อไขมัน และกล้ามเนื้อ กินเกินติดต่อกันนาน ๆ จึงสะสมได้
- วิตามินที่ละลายในน้ำ ได้แก่ วิตามินซีและวิตามินบีทั้งหมด ส่วนเกินออกทางปัสสาวะ (ยกเว้นวิตามินบี 12 ที่สะสมในตับได้นานหลายปี)
ไม่ได้แปลว่าวิตามินที่ละลายในไขมันอันตรายทุกขนาด ปริมาณจากอาหารปกติไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่การกินขนาดสูงจากหลายผลิตภัณฑ์ซ้อนกัน แนวคิดเรื่องปริมาณสูงสุดที่รับได้อธิบายไว้ใน วิตามินและแร่ธาตุ ได้รับมากเกินไปก็มีปัญหา
วิตามินเอขนาดสูงและไนอะซินเกี่ยวกับตับอย่างไร
วิตามินเอ
สถาบันไลนัส พอลลิง มหาวิทยาลัยโอเรกอนสเตต อธิบายว่าพิษของวิตามินเอเกิดจาก วิตามินเอชนิดสำเร็จรูป (บนฉลากมักเขียนว่า เรตินิลแอซิเทต หรือเรตินิลปาล์มิเทต) ไม่ได้เกิดจากเบต้าแคโรทีนในผักผลไม้
- ปริมาณสูงสุดที่รับได้ของผู้ใหญ่คือวันละ 3,000 ไมโครกรัม RAE
- อาการพิษเรื้อรังรวมถึงตับโต และกรณีรุนแรงทำให้ตับเสียหายได้ อาการพิษมักพบเมื่อกินเกินราว 10 เท่าของค่าแนะนำติดต่อกันนาน
- ผู้สูงอายุและคนดื่มเหล้าเรื้อรังเป็นพิษได้ที่ขนาดต่ำกว่า และแอลกอฮอล์ทำให้พิษของวิตามินเอต่อตับรุนแรงขึ้น
ไนอะซิน (วิตามินบี 3)
สถาบันเดียวกันระบุว่าไนอะซินชนิด กรดนิโคตินิก ขนาดยาที่เคยใช้ลดไขมัน มีรายงานพิษต่อเซลล์ตับ ทั้งค่าเอนไซม์ตับสูงและตัวเหลือง ตั้งแต่วันละ 750 มก. ชนิดออกฤทธิ์นานมีรายงานตับอักเสบที่วันละ 500 มก. นาน 2 เดือน ส่วนตับอักเสบรุนแรงเกือบทั้งหมดพบที่ขนาดวันละ 3–9 กรัม และยาบางชนิด เช่น พาราเซตามอล อาจเพิ่มพิษต่อตับของไนอะซินขนาดสูง
ปริมาณสูงสุดที่รับได้ของไนอะซินในผู้ใหญ่คือวันละ 35 มก. ซึ่งตั้งไว้เพื่อเลี่ยงอาการหน้าแดงร้อนวูบวาบ ขนาดที่มีรายงานเรื่องตับจึงสูงกว่าเพดานนี้ตั้งแต่ราว 14 เท่าขึ้นไป (คำนวณ) ไนอะซินขนาดสูงเพื่อลดไขมันต้องให้แพทย์เป็นผู้ตัดสิน
สมุนไพรและยาจีนที่มีรายงานเรื่องตับควรระวังอย่างไร
ระวังเพราะเรามักไม่รู้ว่าข้างในมีอะไร และไม่รู้ขนาด
- คู่มืออายุรศาสตร์ของ รพ.รามาธิบดี กำหนดให้แพทย์ถามเรื่อง ยา สมุนไพร ยาลูกกลอน และยาชุด ทุกครั้งที่เจอค่าตับผิดปกติ เพราะเป็นสาเหตุที่พบได้
- สถาบัน NIDDK ของสหรัฐฯ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้อาหารเสริม รวมถึงวิตามิน เพราะสมุนไพรบางชนิดทำลายตับได้
- คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลแนะนำให้ผู้ป่วยไขมันพอกตับหลีกเลี่ยงยาที่ไม่จำเป็น และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อาจมีผลข้างเคียงต่อตับ
- แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของไทย พ.ศ. 2568 ระบุว่าผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงตับอักเสบรุนแรง
แนวทางไขมันพอกตับของไทย พ.ศ. 2569 ยังระบุว่า silymarin (สารจากมิลค์ทิสเซิล) ไม่แนะนำเป็นการรักษามุ่งเป้า ตัวอย่างสมุนไพรที่คนไทยถามบ่อยอ่านได้ที่ ฟ้าทะลายโจรทำลายตับไหม และภาพรวมที่ ค่าตับสูง กินอาหารเสริมและสมุนไพรได้ไหม
วิตามินอีที่มีงานวิจัยในไขมันพอกตับ ต่างจากวิตามินอีในอาหารเสริมทั่วไปอย่างไร
ต่างกันทั้งขนาด ชนิด และกลุ่มคนที่ใช้
- งาน PIVENS ในผู้ป่วยตับอักเสบจากไขมันที่ไม่เป็นเบาหวาน 247 คน ใช้วิตามินอี 800 ยูนิตต่อวัน นาน 96 สัปดาห์ พบภาพชิ้นเนื้อตับดีขึ้นร้อยละ 43 เทียบกับยาหลอกร้อยละ 19 แต่พังผืดไม่ต่างกัน
- แนวทางไทย พ.ศ. 2569 ให้แพทย์ พิจารณา วิตามินอีชนิดธรรมชาติ 400–800 ยูนิตต่อวัน เฉพาะผู้ใหญ่ที่เป็นตับอักเสบจากไขมัน ไม่เป็นเบาหวาน และไม่มีตับแข็ง ประเมินผลเป็นระยะ และหยุดเมื่อไม่ตอบสนอง
- แนวทางเดียวกันเตือนว่าขนาด 800 ยูนิตต่อวันอาจสัมพันธ์กับอัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย และมะเร็งต่อมลูกหมากในชายอายุเกิน 50 ปี และระบุว่า ขนาดต่ำกว่า 800 ยูนิตยังมีหลักฐานยืนยันประสิทธิภาพค่อนข้างจำกัด
สรุปคือวิตามินอีขนาดนี้เป็น ยาที่แพทย์สั่งและติดตาม ไม่ใช่สิ่งที่ควรซื้อกินเอง ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดยิ่งต้องระวัง เพราะวิตามินอีขนาดสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก รายละเอียดอยู่ที่ ไขมันพอกตับกินวิตามินอีได้ไหม
วิตามินซีกินได้ไหมเมื่อค่าตับสูง
วิตามินซีเป็นวิตามินละลายน้ำ ไม่สะสมในตับแบบวิตามินเอ และแหล่งที่ตรวจไม่ได้ระบุว่าคนค่าตับสูงต้องงดวิตามินซีจากอาหาร แต่มีข้อควรรู้ 3 เรื่อง
- ยังไม่มีหลักฐานว่าวิตามินซีใช้รักษาไขมันพอกตับได้ แนวทางโภชนาการโรคตับของยุโรป (ESPEN) พ.ศ. 2562 ระบุว่าสารต้านอนุมูลอิสระอื่นนอกจากวิตามินอี เช่น วิตามินซี ยังแนะนำให้ใช้รักษาไม่ได้
- วิตามินซีขนาดสูงตั้งแต่วันละ 1,000 มก. ขึ้นไป สัมพันธ์กับนิ่วในไตในผู้ชาย และอาจรบกวนยาวาร์ฟาริน ตามข้อมูลของสถาบันไลนัส พอลลิง
- ผู้ใหญ่ต้องการวิตามินซีวันละ 90 มก. (ชาย) และ 75 มก. (หญิง) ตาม MedlinePlus ซึ่งได้จากผักผลไม้สดได้ไม่ยาก
ส่วนคนที่เป็นตับแข็งแล้ว ให้ยึดแนวทางตับแข็งไทยที่ไม่แนะนำอาหารเสริม และถามแพทย์ก่อนทุกครั้ง
ก่อนเริ่มอาหารเสริมใหม่ ควรแจ้งแพทย์อะไรบ้าง
นำข้อมูลเหล่านี้ไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู จะช่วยให้ตัดสินใจได้เร็วและปลอดภัย
- ขวดหรือกล่องจริง ของผลิตภัณฑ์ทุกตัวที่กินอยู่ รวมถึงยาลูกกลอน ยาชุด ชาสมุนไพร
- ผลเลือดล่าสุด โดยเฉพาะค่าตับ (ALT, AST) และผลไฟโบรสแกนหรือค่า FIB-4 ถ้ามี
- ยาประจำตัวทั้งหมด โดยเฉพาะยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาลดไขมัน ยาเบาหวาน และพาราเซตามอล
- ประวัติการดื่มเหล้า
- เหตุผลที่อยากกิน เพื่อให้แพทย์บอกได้ว่ามีหลักฐานรองรับหรือไม่
ถ้าเริ่มอาหารเสริมแล้วมีอาการ เช่น ตาเหลือง ตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลียผิดปกติ แน่นใต้ชายโครงขวา ให้หยุดอาหารเสริมนั้นแล้วไปพบแพทย์ (ยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อจนกว่าแพทย์จะบอก)
อ่านฉลากอาหารเสริมตรงไหนเพื่อดูปริมาณวิตามินต่อวัน
- ดูหน่วยบริโภค ว่าปริมาณที่เขียนเป็น "ต่อเม็ด" หรือ "ต่อ 2 เม็ด" แล้วคูณกับจำนวนที่กินจริงต่อวัน
- ดูชื่อสารเคมี เช่น เรตินิลแอซิเทตหรือเรตินิลปาล์มิเทต คือวิตามินเอชนิดสำเร็จรูป · กรดนิโคตินิก คือไนอะซินชนิดที่มีรายงานเรื่องตับ · โทโคเฟอริลแอซิเทต คือวิตามินอี
- ดูหน่วย มิลลิกรัม ไมโครกรัม และยูนิต (IU) ไม่เท่ากัน ถ้าไม่แน่ใจให้ถามเภสัชกร
- รวมทุกขวด วิตามินรวม 1 เม็ด บวกวิตามินเดี่ยวอีกขวด อาจเกินโดยไม่รู้ตัว
- อ่านคำเตือน เช่น ห้ามใช้ในผู้ป่วยโรคตับ หรือให้ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าออยล์ (Beta Oil)
เบต้าออยล์ (Beta Oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล ต่อ 1 แคปซูลมีน้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 30 มก. สารสกัดจากข้าว 10 มก. ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต (50%) 5 มก. แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. แอล-ออร์นิทีน HCl 5 มก. และไฟโตสเตอรอล 2 มก.
ผลิตภัณฑ์นี้มีวิตามิน 2 ชนิด ไม่มีวิตามินเอและไม่มีไนอะซิน ตามรายการฉลากข้างบน เทียบกับหัวข้อของบทความได้ดังนี้
- วิตามินอี (ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต 50%) 5 มก. — คิดเป็นวิตามินอีราว 2.5 มก. (คำนวณ) ต่ำกว่าค่าที่ผู้ใหญ่ควรได้ต่อวัน 15 มก. ส่วนงาน PIVENS ใช้ 800 ยูนิต ซึ่งเท่ากับราว 360–536 มก. หรือมากกว่าในแคปซูลราว 144–214 เท่า (คำนวณ) ผลของงานนั้นจึง ใช้กับแคปซูลนี้ไม่ได้ และแนวทางไทยเองระบุว่าขนาดต่ำกว่า 800 ยูนิตยังมีหลักฐานจำกัด ฉลากไม่ได้ระบุว่าเป็นวิตามินอีชนิดธรรมชาติ
- วิตามินซี (กรดแอสคอร์บิก) 30 มก. — ราวร้อยละ 33–40 ของค่าที่ผู้ใหญ่ควรได้ต่อวัน (คำนวณ) ต่ำกว่าขนาด 1,000 มก. ที่มีข้อกังวลเรื่องนิ่วหลายสิบเท่า และ ESPEN ระบุว่าวิตามินซียังแนะนำให้ใช้รักษาไขมันพอกตับไม่ได้
ไม่มีงานวิจัยที่แสดงว่าวิตามินในปริมาณนี้มีผลต่อไขมันพอกตับหรือค่าตับ ผู้ที่เป็นโรคตับควรนำฉลากผลิตภัณฑ์นี้ไปให้แพทย์ดูก่อนเริ่ม เช่นเดียวกับอาหารเสริมอื่นทุกชนิด
ข้อควรระวัง: ผลิตภัณฑ์มีวิตามินอี ซึ่งในขนาดสูง (หลายร้อยมิลลิกรัมขึ้นไป) อาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน หรือยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล และมีแอล-อาร์จินีน ซึ่งศูนย์มะเร็ง MSKCC ระบุว่าอาจเสริมฤทธิ์ยาลดความดัน ส่วนงานวิจัย VINTAGE MI ในผู้ป่วยหลังกล้ามเนื้อหัวใจตาย (ใช้อาร์จินีนวันละ 9 กรัม) พบผู้เสียชีวิตในกลุ่มอาร์จินีนมากกว่า ฉลากระบุว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน และผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ผู้ที่เป็นตับแข็งแล้ว แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของไทย พ.ศ. 2568 แนะนำว่าไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร หากเริ่มรับประทานแล้วมีอาการผิดปกติ ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้ (ยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อ) แล้วปรึกษาแพทย์
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าออยล์ทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Oil →คำถามที่พบบ่อย
ไขมันพอกตับห้ามกินวิตามินอะไร
ไม่มีวิตามินที่ห้ามในปริมาณจากอาหาร แต่ต้องถามแพทย์ก่อนกินวิตามินเอชนิดสำเร็จรูปขนาดสูง ไนอะซินขนาดยา วิตามินอีขนาดสูง และสมุนไพรหรือยาจีนที่ไม่รู้ส่วนผสม
วิตามินเอขนาดสูงทำลายตับไหม
ได้ สถาบันไลนัส พอลลิงระบุว่าวิตามินเอชนิดสำเร็จรูปที่กินเกินนาน ๆ ทำให้ตับโตและตับเสียหายได้ ปริมาณสูงสุดที่รับได้ของผู้ใหญ่คือวันละ 3,000 ไมโครกรัม RAE ผู้สูงอายุและคนดื่มเหล้าเสี่ยงกว่า
ไขมันพอกตับกินวิตามินอีได้ไหม
วิตามินอี 400–800 ยูนิตต่อวันเป็นการรักษาที่แพทย์พิจารณาเฉพาะบางกลุ่ม ไม่ใช่การกินเสริมเอง แนวทางไทยระบุว่าขนาดต่ำกว่า 800 ยูนิตมีหลักฐานจำกัด และขนาดสูงมีข้อกังวลด้านความปลอดภัย
ค่าตับสูงกินวิตามินซีได้ไหม
วิตามินซีละลายน้ำและไม่สะสมในตับ แหล่งที่ตรวจไม่ได้ให้งดวิตามินซีจากอาหาร แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าใช้รักษาโรคตับได้ และขนาดตั้งแต่ 1,000 มก. ต่อวันมีข้อกังวลเรื่องนิ่ว
เป็นตับแข็งกินอาหารเสริมได้ไหม
แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของไทยปี 2568 ระบุว่าผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงตับอักเสบรุนแรง ควรถามแพทย์ก่อนทุกครั้ง
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- VitaminsMedlinePlus Medical Encyclopedia, U.S. National Library of Medicine
- Vitamin ALinus Pauling Institute, Oregon State University
- NiacinLinus Pauling Institute, Oregon State University
- แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับการดูแลโรคตับคั่งไขมันที่สัมพันธ์กับความผิดปกติของเมแทบอลิซึมในประเทศไทย พ.ศ. 2569สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย
- แนวทางเวชปฏิบัติการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคตับแข็งในประเทศไทย พ.ศ. 2568 (ฉบับย่อ)สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-05
อ่านต่อ
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ไตเสื่อมแต่ความดันตก เกิดจากอะไร
โรคไตความดันต่ำได้ไหม ทำไมไตเสื่อมบางคนความดันตก ยาความดันหลายตัว ท้องเสีย การฟอกไต ทำให้หน้ามืดได้อย่างไร ความดันต่ำกระทบไตไหม และอาการไหนต้องรีบพบแพทย์
โรคไตกินวิตามินอี วิตามินเอ ได้ไหม วิตามินละลายในไขมันที่ต้องระวัง
โรคไตกินวิตามินอีได้ไหม ทำไมวิตามินเอสะสมง่ายในคนไตเสื่อม วิตามินอีกับยาต้านเกล็ดเลือด วิตามินสำหรับคนฟอกไตต่างจากวิตามินรวมอย่างไร และควรบอกแพทย์อย่างไร
กินวิตามินทุกวันเสี่ยงโรคไตไหม วิตามินซีทำลายไตจริงหรือ
วิตามินซีทำลายไตไหม คนไตปกติกินวันละเท่าไรยังปลอดภัย วิตามินตัวไหนไตต้องขับ กินหลายยี่ห้อพร้อมกันเสี่ยงอะไร ใครควรตรวจค่าไตก่อน และอาการไหนต้องพบแพทย์
ไตระยะ 2 ระยะ 3 กินวิตามินซีได้ไหม คนฟอกไตต้องระวังอะไร
ไตเสื่อมกินวิตามินซีได้ไหม แต่ละระยะต้องระวังต่างกันอย่างไร กี่มิลลิกรัมถือว่าสูง คนฟอกไตขาดวิตามินซีได้ไหม และทำไมการฉีดวิตามินซีขนาดสูงอันตรายต่อไต
