บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Oil

ไขมันพอกตับห้ามกินวิตามินอะไร อาหารเสริมตัวไหนต้องถามหมอก่อน

คำตอบสั้น: ไม่มีวิตามินตัวไหนที่ห้ามเด็ดขาดในปริมาณที่ได้จากอาหารปกติ แต่มีกลุ่มที่ ต้องถามแพทย์ก่อน ได้แก่ วิตามินเอชนิดสำเร็จรูปขนาดสูง ซึ่งสะสมในตับและเป็นพิษต่อตับได้ ไนอะซิน (วิตามินบี 3) ขนาดยา ที่ใช้ลดไขมัน ซึ่งมีรายงานตับอักเสบ สมุนไพร ยาจีน ยาลูกกลอน ยาชุด ที่ไม่รู้ส่วนผสมแน่ชัด และ วิตามินอีขนาดสูง ที่ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ ถ้าเป็นตับแข็งแล้ว แนวทางไทยแนะนำว่าไม่ควรกินอาหารเสริมหรือสมุนไพรเลย

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • วิตามินที่ละลายในไขมัน (เอ ดี อี เค) สะสมในตับ ไขมัน และกล้ามเนื้อได้ ส่วนวิตามินซีและวิตามินบีส่วนเกินออกทางปัสสาวะ (MedlinePlus)
  • วิตามินเอชนิดสำเร็จรูป ปริมาณสูงสุดที่รับได้ของผู้ใหญ่คือวันละ 3,000 ไมโครกรัม RAE ผู้สูงอายุและคนดื่มเหล้าเป็นพิษได้ง่ายกว่า (สถาบันไลนัส พอลลิง)
  • ไนอะซินชนิดกรดนิโคตินิกมีรายงานพิษต่อตับตั้งแต่วันละ 750 มก. และชนิดออกฤทธิ์นานตั้งแต่ 500 มก.
  • วิตามินอีที่แนวทางไทยให้แพทย์พิจารณาในตับอักเสบจากไขมันคือ 400–800 ยูนิตต่อวัน เป็นการสั่งของแพทย์ ไม่ใช่การกินเสริมเอง
  • แนวทางตับแข็งไทย พ.ศ. 2568: ผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร

วิตามินชนิดไหนสะสมในตับได้ถ้ากินเกิน

MedlinePlus ของห้องสมุดการแพทย์แห่งชาติสหรัฐฯ แบ่งวิตามินเป็น 2 กลุ่ม

  • วิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ เอ ดี อี และเค สะสมในตับ เนื้อเยื่อไขมัน และกล้ามเนื้อ กินเกินติดต่อกันนาน ๆ จึงสะสมได้
  • วิตามินที่ละลายในน้ำ ได้แก่ วิตามินซีและวิตามินบีทั้งหมด ส่วนเกินออกทางปัสสาวะ (ยกเว้นวิตามินบี 12 ที่สะสมในตับได้นานหลายปี)

ไม่ได้แปลว่าวิตามินที่ละลายในไขมันอันตรายทุกขนาด ปริมาณจากอาหารปกติไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่การกินขนาดสูงจากหลายผลิตภัณฑ์ซ้อนกัน แนวคิดเรื่องปริมาณสูงสุดที่รับได้อธิบายไว้ใน วิตามินและแร่ธาตุ ได้รับมากเกินไปก็มีปัญหา

วิตามินเอขนาดสูงและไนอะซินเกี่ยวกับตับอย่างไร

วิตามินเอ

สถาบันไลนัส พอลลิง มหาวิทยาลัยโอเรกอนสเตต อธิบายว่าพิษของวิตามินเอเกิดจาก วิตามินเอชนิดสำเร็จรูป (บนฉลากมักเขียนว่า เรตินิลแอซิเทต หรือเรตินิลปาล์มิเทต) ไม่ได้เกิดจากเบต้าแคโรทีนในผักผลไม้

  • ปริมาณสูงสุดที่รับได้ของผู้ใหญ่คือวันละ 3,000 ไมโครกรัม RAE
  • อาการพิษเรื้อรังรวมถึงตับโต และกรณีรุนแรงทำให้ตับเสียหายได้ อาการพิษมักพบเมื่อกินเกินราว 10 เท่าของค่าแนะนำติดต่อกันนาน
  • ผู้สูงอายุและคนดื่มเหล้าเรื้อรังเป็นพิษได้ที่ขนาดต่ำกว่า และแอลกอฮอล์ทำให้พิษของวิตามินเอต่อตับรุนแรงขึ้น

ไนอะซิน (วิตามินบี 3)

สถาบันเดียวกันระบุว่าไนอะซินชนิด กรดนิโคตินิก ขนาดยาที่เคยใช้ลดไขมัน มีรายงานพิษต่อเซลล์ตับ ทั้งค่าเอนไซม์ตับสูงและตัวเหลือง ตั้งแต่วันละ 750 มก. ชนิดออกฤทธิ์นานมีรายงานตับอักเสบที่วันละ 500 มก. นาน 2 เดือน ส่วนตับอักเสบรุนแรงเกือบทั้งหมดพบที่ขนาดวันละ 3–9 กรัม และยาบางชนิด เช่น พาราเซตามอล อาจเพิ่มพิษต่อตับของไนอะซินขนาดสูง

ปริมาณสูงสุดที่รับได้ของไนอะซินในผู้ใหญ่คือวันละ 35 มก. ซึ่งตั้งไว้เพื่อเลี่ยงอาการหน้าแดงร้อนวูบวาบ ขนาดที่มีรายงานเรื่องตับจึงสูงกว่าเพดานนี้ตั้งแต่ราว 14 เท่าขึ้นไป (คำนวณ) ไนอะซินขนาดสูงเพื่อลดไขมันต้องให้แพทย์เป็นผู้ตัดสิน

สมุนไพรและยาจีนที่มีรายงานเรื่องตับควรระวังอย่างไร

ระวังเพราะเรามักไม่รู้ว่าข้างในมีอะไร และไม่รู้ขนาด

  • คู่มืออายุรศาสตร์ของ รพ.รามาธิบดี กำหนดให้แพทย์ถามเรื่อง ยา สมุนไพร ยาลูกกลอน และยาชุด ทุกครั้งที่เจอค่าตับผิดปกติ เพราะเป็นสาเหตุที่พบได้
  • สถาบัน NIDDK ของสหรัฐฯ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้อาหารเสริม รวมถึงวิตามิน เพราะสมุนไพรบางชนิดทำลายตับได้
  • คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลแนะนำให้ผู้ป่วยไขมันพอกตับหลีกเลี่ยงยาที่ไม่จำเป็น และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อาจมีผลข้างเคียงต่อตับ
  • แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของไทย พ.ศ. 2568 ระบุว่าผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงตับอักเสบรุนแรง

แนวทางไขมันพอกตับของไทย พ.ศ. 2569 ยังระบุว่า silymarin (สารจากมิลค์ทิสเซิล) ไม่แนะนำเป็นการรักษามุ่งเป้า ตัวอย่างสมุนไพรที่คนไทยถามบ่อยอ่านได้ที่ ฟ้าทะลายโจรทำลายตับไหม และภาพรวมที่ ค่าตับสูง กินอาหารเสริมและสมุนไพรได้ไหม

วิตามินอีที่มีงานวิจัยในไขมันพอกตับ ต่างจากวิตามินอีในอาหารเสริมทั่วไปอย่างไร

ต่างกันทั้งขนาด ชนิด และกลุ่มคนที่ใช้

  • งาน PIVENS ในผู้ป่วยตับอักเสบจากไขมันที่ไม่เป็นเบาหวาน 247 คน ใช้วิตามินอี 800 ยูนิตต่อวัน นาน 96 สัปดาห์ พบภาพชิ้นเนื้อตับดีขึ้นร้อยละ 43 เทียบกับยาหลอกร้อยละ 19 แต่พังผืดไม่ต่างกัน
  • แนวทางไทย พ.ศ. 2569 ให้แพทย์ พิจารณา วิตามินอีชนิดธรรมชาติ 400–800 ยูนิตต่อวัน เฉพาะผู้ใหญ่ที่เป็นตับอักเสบจากไขมัน ไม่เป็นเบาหวาน และไม่มีตับแข็ง ประเมินผลเป็นระยะ และหยุดเมื่อไม่ตอบสนอง
  • แนวทางเดียวกันเตือนว่าขนาด 800 ยูนิตต่อวันอาจสัมพันธ์กับอัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย และมะเร็งต่อมลูกหมากในชายอายุเกิน 50 ปี และระบุว่า ขนาดต่ำกว่า 800 ยูนิตยังมีหลักฐานยืนยันประสิทธิภาพค่อนข้างจำกัด

สรุปคือวิตามินอีขนาดนี้เป็น ยาที่แพทย์สั่งและติดตาม ไม่ใช่สิ่งที่ควรซื้อกินเอง ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดยิ่งต้องระวัง เพราะวิตามินอีขนาดสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก รายละเอียดอยู่ที่ ไขมันพอกตับกินวิตามินอีได้ไหม

วิตามินซีกินได้ไหมเมื่อค่าตับสูง

วิตามินซีเป็นวิตามินละลายน้ำ ไม่สะสมในตับแบบวิตามินเอ และแหล่งที่ตรวจไม่ได้ระบุว่าคนค่าตับสูงต้องงดวิตามินซีจากอาหาร แต่มีข้อควรรู้ 3 เรื่อง

  1. ยังไม่มีหลักฐานว่าวิตามินซีใช้รักษาไขมันพอกตับได้ แนวทางโภชนาการโรคตับของยุโรป (ESPEN) พ.ศ. 2562 ระบุว่าสารต้านอนุมูลอิสระอื่นนอกจากวิตามินอี เช่น วิตามินซี ยังแนะนำให้ใช้รักษาไม่ได้
  2. วิตามินซีขนาดสูงตั้งแต่วันละ 1,000 มก. ขึ้นไป สัมพันธ์กับนิ่วในไตในผู้ชาย และอาจรบกวนยาวาร์ฟาริน ตามข้อมูลของสถาบันไลนัส พอลลิง
  3. ผู้ใหญ่ต้องการวิตามินซีวันละ 90 มก. (ชาย) และ 75 มก. (หญิง) ตาม MedlinePlus ซึ่งได้จากผักผลไม้สดได้ไม่ยาก

ส่วนคนที่เป็นตับแข็งแล้ว ให้ยึดแนวทางตับแข็งไทยที่ไม่แนะนำอาหารเสริม และถามแพทย์ก่อนทุกครั้ง

ก่อนเริ่มอาหารเสริมใหม่ ควรแจ้งแพทย์อะไรบ้าง

นำข้อมูลเหล่านี้ไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู จะช่วยให้ตัดสินใจได้เร็วและปลอดภัย

  • ขวดหรือกล่องจริง ของผลิตภัณฑ์ทุกตัวที่กินอยู่ รวมถึงยาลูกกลอน ยาชุด ชาสมุนไพร
  • ผลเลือดล่าสุด โดยเฉพาะค่าตับ (ALT, AST) และผลไฟโบรสแกนหรือค่า FIB-4 ถ้ามี
  • ยาประจำตัวทั้งหมด โดยเฉพาะยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาลดไขมัน ยาเบาหวาน และพาราเซตามอล
  • ประวัติการดื่มเหล้า
  • เหตุผลที่อยากกิน เพื่อให้แพทย์บอกได้ว่ามีหลักฐานรองรับหรือไม่

ถ้าเริ่มอาหารเสริมแล้วมีอาการ เช่น ตาเหลือง ตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลียผิดปกติ แน่นใต้ชายโครงขวา ให้หยุดอาหารเสริมนั้นแล้วไปพบแพทย์ (ยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อจนกว่าแพทย์จะบอก)

อ่านฉลากอาหารเสริมตรงไหนเพื่อดูปริมาณวิตามินต่อวัน

  1. ดูหน่วยบริโภค ว่าปริมาณที่เขียนเป็น "ต่อเม็ด" หรือ "ต่อ 2 เม็ด" แล้วคูณกับจำนวนที่กินจริงต่อวัน
  2. ดูชื่อสารเคมี เช่น เรตินิลแอซิเทตหรือเรตินิลปาล์มิเทต คือวิตามินเอชนิดสำเร็จรูป · กรดนิโคตินิก คือไนอะซินชนิดที่มีรายงานเรื่องตับ · โทโคเฟอริลแอซิเทต คือวิตามินอี
  3. ดูหน่วย มิลลิกรัม ไมโครกรัม และยูนิต (IU) ไม่เท่ากัน ถ้าไม่แน่ใจให้ถามเภสัชกร
  4. รวมทุกขวด วิตามินรวม 1 เม็ด บวกวิตามินเดี่ยวอีกขวด อาจเกินโดยไม่รู้ตัว
  5. อ่านคำเตือน เช่น ห้ามใช้ในผู้ป่วยโรคตับ หรือให้ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าออยล์ (Beta Oil)

เบต้าออยล์ (Beta Oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0001 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล ต่อ 1 แคปซูลมีน้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. น้ำมันรำข้าว 109 มก. กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 30 มก. สารสกัดจากข้าว 10 มก. ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต (50%) 5 มก. แอล-อาร์จินีน HCl 5 มก. แอล-ออร์นิทีน HCl 5 มก. และไฟโตสเตอรอล 2 มก.

ผลิตภัณฑ์นี้มีวิตามิน 2 ชนิด ไม่มีวิตามินเอและไม่มีไนอะซิน ตามรายการฉลากข้างบน เทียบกับหัวข้อของบทความได้ดังนี้

  • วิตามินอี (ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริลแอซิเทต 50%) 5 มก. — คิดเป็นวิตามินอีราว 2.5 มก. (คำนวณ) ต่ำกว่าค่าที่ผู้ใหญ่ควรได้ต่อวัน 15 มก. ส่วนงาน PIVENS ใช้ 800 ยูนิต ซึ่งเท่ากับราว 360–536 มก. หรือมากกว่าในแคปซูลราว 144–214 เท่า (คำนวณ) ผลของงานนั้นจึง ใช้กับแคปซูลนี้ไม่ได้ และแนวทางไทยเองระบุว่าขนาดต่ำกว่า 800 ยูนิตยังมีหลักฐานจำกัด ฉลากไม่ได้ระบุว่าเป็นวิตามินอีชนิดธรรมชาติ
  • วิตามินซี (กรดแอสคอร์บิก) 30 มก. — ราวร้อยละ 33–40 ของค่าที่ผู้ใหญ่ควรได้ต่อวัน (คำนวณ) ต่ำกว่าขนาด 1,000 มก. ที่มีข้อกังวลเรื่องนิ่วหลายสิบเท่า และ ESPEN ระบุว่าวิตามินซียังแนะนำให้ใช้รักษาไขมันพอกตับไม่ได้

ไม่มีงานวิจัยที่แสดงว่าวิตามินในปริมาณนี้มีผลต่อไขมันพอกตับหรือค่าตับ ผู้ที่เป็นโรคตับควรนำฉลากผลิตภัณฑ์นี้ไปให้แพทย์ดูก่อนเริ่ม เช่นเดียวกับอาหารเสริมอื่นทุกชนิด

ข้อควรระวัง: ผลิตภัณฑ์มีวิตามินอี ซึ่งในขนาดสูง (หลายร้อยมิลลิกรัมขึ้นไป) อาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน หรือยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล และมีแอล-อาร์จินีน ซึ่งศูนย์มะเร็ง MSKCC ระบุว่าอาจเสริมฤทธิ์ยาลดความดัน ส่วนงานวิจัย VINTAGE MI ในผู้ป่วยหลังกล้ามเนื้อหัวใจตาย (ใช้อาร์จินีนวันละ 9 กรัม) พบผู้เสียชีวิตในกลุ่มอาร์จินีนมากกว่า ฉลากระบุว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน และผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ผู้ที่เป็นตับแข็งแล้ว แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของไทย พ.ศ. 2568 แนะนำว่าไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร หากเริ่มรับประทานแล้วมีอาการผิดปกติ ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้ (ยาที่แพทย์สั่งให้กินต่อ) แล้วปรึกษาแพทย์

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าออยล์ทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Oil ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มิลลิกรัม

Beta Oilเบต้าออยล์

เลข อย. 13-1-01566-5-0001

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (ก.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Oil →

คำถามที่พบบ่อย

ไขมันพอกตับห้ามกินวิตามินอะไร

ไม่มีวิตามินที่ห้ามในปริมาณจากอาหาร แต่ต้องถามแพทย์ก่อนกินวิตามินเอชนิดสำเร็จรูปขนาดสูง ไนอะซินขนาดยา วิตามินอีขนาดสูง และสมุนไพรหรือยาจีนที่ไม่รู้ส่วนผสม

วิตามินเอขนาดสูงทำลายตับไหม

ได้ สถาบันไลนัส พอลลิงระบุว่าวิตามินเอชนิดสำเร็จรูปที่กินเกินนาน ๆ ทำให้ตับโตและตับเสียหายได้ ปริมาณสูงสุดที่รับได้ของผู้ใหญ่คือวันละ 3,000 ไมโครกรัม RAE ผู้สูงอายุและคนดื่มเหล้าเสี่ยงกว่า

ไขมันพอกตับกินวิตามินอีได้ไหม

วิตามินอี 400–800 ยูนิตต่อวันเป็นการรักษาที่แพทย์พิจารณาเฉพาะบางกลุ่ม ไม่ใช่การกินเสริมเอง แนวทางไทยระบุว่าขนาดต่ำกว่า 800 ยูนิตมีหลักฐานจำกัด และขนาดสูงมีข้อกังวลด้านความปลอดภัย

ค่าตับสูงกินวิตามินซีได้ไหม

วิตามินซีละลายน้ำและไม่สะสมในตับ แหล่งที่ตรวจไม่ได้ให้งดวิตามินซีจากอาหาร แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าใช้รักษาโรคตับได้ และขนาดตั้งแต่ 1,000 มก. ต่อวันมีข้อกังวลเรื่องนิ่ว

เป็นตับแข็งกินอาหารเสริมได้ไหม

แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของไทยปี 2568 ระบุว่าผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงตับอักเสบรุนแรง ควรถามแพทย์ก่อนทุกครั้ง

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-05

อ่านต่อ

โรคไตความดันต่ำได้ไหม ไตเสื่อมแต่ความดันตก เกิดจากอะไร

โรคไตความดันต่ำได้ไหม ทำไมไตเสื่อมบางคนความดันตก ยาความดันหลายตัว ท้องเสีย การฟอกไต ทำให้หน้ามืดได้อย่างไร ความดันต่ำกระทบไตไหม และอาการไหนต้องรีบพบแพทย์

โรคไตกินวิตามินอี วิตามินเอ ได้ไหม วิตามินละลายในไขมันที่ต้องระวัง

โรคไตกินวิตามินอีได้ไหม ทำไมวิตามินเอสะสมง่ายในคนไตเสื่อม วิตามินอีกับยาต้านเกล็ดเลือด วิตามินสำหรับคนฟอกไตต่างจากวิตามินรวมอย่างไร และควรบอกแพทย์อย่างไร

กินวิตามินทุกวันเสี่ยงโรคไตไหม วิตามินซีทำลายไตจริงหรือ

วิตามินซีทำลายไตไหม คนไตปกติกินวันละเท่าไรยังปลอดภัย วิตามินตัวไหนไตต้องขับ กินหลายยี่ห้อพร้อมกันเสี่ยงอะไร ใครควรตรวจค่าไตก่อน และอาการไหนต้องพบแพทย์

ไตระยะ 2 ระยะ 3 กินวิตามินซีได้ไหม คนฟอกไตต้องระวังอะไร

ไตเสื่อมกินวิตามินซีได้ไหม แต่ละระยะต้องระวังต่างกันอย่างไร กี่มิลลิกรัมถือว่าสูง คนฟอกไตขาดวิตามินซีได้ไหม และทำไมการฉีดวิตามินซีขนาดสูงอันตรายต่อไต

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 733 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท