บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Liv Pro Plus

ไขมันพอกตับ กินวิตามินอีได้ไหม งานวิจัยใช้ขนาดเท่าไร และใครไม่ควรใช้

คำตอบสั้น: วิตามินอีขนาดสูงเป็น ทางเลือกที่แพทย์พิจารณาสั่ง ในผู้ป่วยบางกลุ่มเท่านั้น ไม่ใช่วิตามินที่ควรซื้อกินเอง แนวทางเวชปฏิบัติไทย พ.ศ. 2569 ให้พิจารณา natural vitamin E 400–800 ยูนิตต่อวัน เฉพาะผู้ใหญ่ที่เป็นตับอักเสบจากไขมัน (MASH) ที่ไม่เป็นเบาหวานและไม่มีตับแข็ง ร่วมกับคุมอาหารและออกกำลังกาย เพราะขนาดสูงมีความเสี่ยง เช่น เลือดออกในคนกินยาต้านการแข็งตัวของเลือด

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • งาน PIVENS ในผู้ป่วยตับอักเสบจากไขมันที่ไม่เป็นเบาหวาน 247 คน ใช้วิตามินอี 800 IU ต่อวัน นาน 96 สัปดาห์ พบภาพชิ้นเนื้อตับดีขึ้น 43% เทียบยาหลอก 19% แต่พังผืดไม่ลด
  • แนวทางไทยให้ใช้แบบมีเงื่อนไข ประเมินผลเป็นระยะ และหยุดเมื่อไม่ตอบสนอง
  • ขนาดต่ำกว่า 800 ยูนิตต่อวัน หลักฐานเรื่องประสิทธิภาพยังจำกัด
  • ขนาดสูงสัมพันธ์กับการเสียชีวิตเพิ่มเล็กน้อยและมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชายบางกลุ่ม
  • ผู้ใช้ยาวาร์ฟาริน ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน

งานวิจัยวิตามินอีในไขมันพอกตับ ศึกษาในใคร ใช้ขนาดเท่าไร

งานหลักคือ PIVENS ตีพิมพ์ในวารสาร New England Journal of Medicine ปี 2010

  • ผู้เข้าร่วม: ผู้ใหญ่ 247 คน ที่เป็นตับอักเสบจากไขมัน (ยืนยันด้วยการตัดชิ้นเนื้อตับ) และไม่เป็นเบาหวาน
  • เปรียบเทียบ 3 กลุ่ม: ยา pioglitazone 30 มก. ต่อวัน, วิตามินอี 800 IU ต่อวัน, และยาหลอก
  • ระยะเวลา: 96 สัปดาห์ (เกือบ 2 ปี)
  • ผล: กลุ่มวิตามินอี ภาพชิ้นเนื้อตับดีขึ้น 43% เทียบกับยาหลอก 19% ไขมันและการอักเสบในตับลดลง ค่า ALT และ AST ลดลง แต่ พังผืดไม่ต่างจากยาหลอก

สถาบัน Linus Pauling มหาวิทยาลัยโอเรกอนสเตต ระบุว่าวิตามินอีในงานนี้เป็นชนิดธรรมชาติ (RRR-แอลฟา-โทโคเฟอรอล) 800 IU เท่ากับ 536 มก. ต่อวัน

ประเด็นสำคัญคือ ผลนี้มาจากคนกลุ่มเฉพาะ คือยืนยันด้วยชิ้นเนื้อ ไม่เป็นเบาหวาน และอยู่ภายใต้การดูแลของทีมวิจัย ไม่ได้แปลว่าคนเป็นไขมันพอกตับทุกคนจะได้ผลแบบเดียวกัน พื้นฐานเรื่องโรคอ่านที่ ไขมันพอกตับคืออะไร

แนวทางการรักษาจำกัดการใช้วิตามินอีไว้กับใคร

แนวทางเวชปฏิบัติของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2569 ข้อ 4.1.2 เขียนไว้ว่า

  • ใคร: ผู้ใหญ่ที่เป็น MASH (ตับอักเสบจากไขมัน) ที่ไม่ได้เป็นเบาหวานและไม่มีตับแข็ง
  • ขนาด: natural vitamin E 400–800 ยูนิตต่อวัน
  • ร่วมกับ: การควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย
  • การติดตาม: ประเมินการตอบสนองเป็นระยะ และพิจารณาหยุดเมื่อไม่ตอบสนอง
  • ข้อห้าม: หลีกเลี่ยงในผู้ป่วยที่เสี่ยงต่อผลไม่พึงประสงค์
  • น้ำหนักคำแนะนำ: แนะนำแบบมีเงื่อนไข

แนวทางไทยยังระบุว่า การใช้ขนาดต่ำกว่า 800 ยูนิตต่อวันมีหลักฐานยืนยันประสิทธิภาพค่อนข้างจำกัด

สมาคมโรคตับแห่งสหรัฐอเมริกา (AASLD) 2023 ก็ใช้ถ้อยคำทำนองเดียวกันว่า อาจพิจารณาในบางราย และไม่มีหลักฐานว่าลดพังผืด

สังเกตว่าทุกแนวทางพูดถึงคนที่ ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นตับอักเสบจากไขมัน ไม่ใช่คนที่อัลตราซาวด์เจอไขมันแล้วซื้อวิตามินกินเอง และทุกแนวทางยังให้ การลดน้ำหนักเป็นหลักของการดูแล แนวทางไทยตั้งเป้าลดน้ำหนักอย่างน้อยร้อยละ 5–10 ในคนที่น้ำหนักเกิน

วิตามินอีขนาดสูงมีความเสี่ยงอะไร

เลือดออกง่ายเมื่อใช้คู่กับยาบางกลุ่ม

สถาบัน Linus Pauling ระบุว่าวิตามินอีเสริม อาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก ในคนที่ใช้

  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน เฮพาริน
  • ยาต้านเกล็ดเลือด เช่น โคลพิโดเกรล
  • ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs รวมถึงแอสไพริน ไอบูโพรเฟน

และระบุว่าคนที่ ขาดวิตามินเคจากตับวาย มีแนวโน้มเลือดออก เช่น แผลในกระเพาะที่มีเลือดออก มีโรคเลือดออกง่ายแต่กำเนิด หรือเคยมีเลือดออกในสมอง ไม่ควรกินวิตามินอีเสริมโดยไม่มีแพทย์ดูแลใกล้ชิด แพทย์บางท่านแนะนำให้หยุดวิตามินอีขนาดสูง 2–4 สัปดาห์ก่อนผ่าตัดหรือทำฟัน จึงควรแจ้งแพทย์และทันตแพทย์ทุกครั้ง รายละเอียดอ่านที่ วิตามินอีกับยาละลายลิ่มเลือด

การเสียชีวิตและมะเร็งต่อมลูกหมาก

  • งานวิเคราะห์รวม 19 การทดลอง ผู้เข้าร่วมราว 136,000 คน (Miller 2005) พบว่าวิตามินอี ตั้งแต่ 400 IU ต่อวันขึ้นไป สัมพันธ์กับการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุเพิ่มขึ้นราว 39 ต่อ 10,000 คน ขณะที่ขนาดต่ำไม่เพิ่ม
  • แนวทางไทยอ้างข้อมูลว่าขนาด 800 ยูนิตต่อวันอาจสัมพันธ์กับอัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย และ ความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมากเพิ่มขึ้นในผู้ชายอายุมากกว่า 50 ปี (จากการศึกษา SELECT ที่ Linus Pauling ระบุว่าเพิ่มขึ้นราว 17%)

แนวทางไทยยอมรับว่าประเด็นนี้ยังถกเถียงกันเชิงวิธีวิจัย แต่สรุปว่า ควรใช้อย่างระมัดระวัง อธิบายประโยชน์และความเสี่ยงให้ผู้ป่วยเข้าใจก่อน และติดตามใกล้ชิด ซึ่งเป็นเหตุผลที่ต้องให้แพทย์เป็นผู้ตัดสิน

ขีดสูงสุดที่ร่างกายรับได้ต่อวัน (UL) และความเสี่ยงของขนาดสูงอ่านเพิ่มที่ วิตามินอีกินได้สูงสุดวันละเท่าไร

คนเบาหวานหรือโรคหัวใจ ควรระวังอะไร

คนเบาหวาน: แนวทางไทยจำกัดคำแนะนำไว้กับคนที่ ไม่เป็นเบาหวาน ส่วนข้อมูลในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 แนวทางระบุว่าอาจช่วยการอักเสบในบางบริบท แต่ยังสรุปเรื่องพังผืดไม่ได้ ถ้าเป็นเบาหวานร่วมกับไขมันพอกตับ ให้ถามแพทย์ว่าแนวทางการดูแลของตัวเองเป็นอย่างไร ความเชื่อมโยงของสองโรคอ่านที่ ไขมันพอกตับกับเบาหวาน

คนเป็นโรคหัวใจ: หลายคนกินยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอยู่แล้ว ซึ่งเป็นกลุ่มที่ Linus Pauling ระบุว่าเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกเมื่อกินวิตามินอีเสริม นอกจากนี้ คณะกรรมการขององค์การความปลอดภัยด้านอาหารแห่งยุโรป (EFSA) ซึ่ง Linus Pauling อ้างถึง ระบุว่าค่าขีดสูงสุดที่คณะกรรมการกำหนด ไม่ใช้กับคนที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด คนกลุ่มนี้จึงต้องถามแพทย์ก่อนเสมอ

อย่าหยุดหรือลดยาต้านเกล็ดเลือดเองเพื่อจะกินวิตามิน ทุกการเปลี่ยนแปลงต้องผ่านแพทย์

วิตามินอีในอาหารเสริมทั่วไป ต่างจากขนาดที่ใช้ศึกษามากแค่ไหน

ต่างกันได้มาก และต้องดูทั้งปริมาณและชนิด

  • ปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน (RDA) ของผู้ใหญ่คือ 15 มก. แอลฟา-โทโคเฟอรอล (Linus Pauling)
  • ขนาดในงานวิจัย 800 IU ชนิดธรรมชาติ = 536 มก. ต่อวัน สูงกว่า RDA ราว 36 เท่า (คำนวณ)
  • ขีดสูงสุดต่อวัน (UL) ของผู้ใหญ่ตามสหรัฐฯ คือ 1,000 มก. ส่วนหน่วยงานความปลอดภัยอาหารยุโรป (EFSA) ปรับค่าขีดสูงสุดของผู้ใหญ่ในปี 2024 ลงเหลือ 300 มก. ต่อวัน (ตามที่ Linus Pauling Institute รายงาน) ขนาดในงานวิจัยข้างต้นจึงสูงกว่าเพดานของยุโรป

ชนิดก็สำคัญ Linus Pauling อธิบายว่าบนฉลาก "d-แอลฟา-โทโคเฟอรอล" คือชนิดธรรมชาติ ส่วน "dl-แอลฟา-โทโคเฟอรอล" คือชนิดสังเคราะห์ ซึ่ง 1 IU ให้ฤทธิ์น้อยกว่า (ชนิดธรรมชาติ 1 IU = 0.67 มก. ชนิดสังเคราะห์ 1 IU = 0.45 มก. เมื่อเทียบเป็นรูปธรรมชาติ) แนวทางไทยระบุ natural vitamin E ความต่างนี้อ่านเพิ่มที่ วิตามินอี d กับ dl ต่างกันอย่างไร

ข้อสรุป: วิตามินรวมหรืออาหารเสริมที่มีวิตามินอีเล็กน้อย ไม่ใช่ขนาดเดียวกับในงานวิจัย อย่าคาดหวังผลแบบ PIVENS และในทางกลับกัน อย่าซื้อวิตามินอีขนาดสูงกินเองเพื่อให้ได้ขนาดตามงานวิจัย

ความเชื่อที่พบบ่อยเรื่องวิตามินอีกับตับ

ได้ยินว่าวิตามินอีเป็นวิตามิน กินเท่าไรก็ปลอดภัย จริงไหม ไม่จริง ขนาดสูงมีข้อมูลเรื่องเลือดออกและการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น แนวทางไทยจึงให้ใช้อย่างระมัดระวังภายใต้แพทย์

ได้ยินว่าวิตามินอีลดพังผืดในตับได้ จริงไหม ยังไม่มีหลักฐาน ทั้ง PIVENS แนวทางไทย และ AASLD ระบุตรงกันว่าไม่พบการลดพังผืดอย่างชัดเจน

ได้ยินว่ากินวิตามินอีแล้วไม่ต้องลดน้ำหนัก จริงไหม ไม่จริง แนวทางไทยให้ใช้วิตามินอีร่วมกับการคุมอาหารและออกกำลังกายเสมอ

ทำไมต้องปรึกษาแพทย์ก่อนกินวิตามินอี

  1. ต้องรู้ก่อนว่าเป็นตับอักเสบจากไขมันจริงหรือไม่ และเป็นเบาหวานหรือตับแข็งหรือไม่ ซึ่งกำหนดว่าวิตามินอีอยู่ในทางเลือกหรือเปล่า
  2. ต้องตรวจยาที่กินอยู่ โดยเฉพาะยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
  3. ต้องมีการติดตามผล แนวทางไทยให้หยุดเมื่อไม่ตอบสนอง ซึ่งคนกินเองประเมินไม่ได้
  4. ต้องชั่งความเสี่ยงเฉพาะตัว เช่น ผู้ชายอายุเกิน 50 ปี หรือเคยมีเลือดออกในสมอง

เวลาพบแพทย์ ให้นำวิตามินและอาหารเสริมทุกตัวที่กินอยู่ไปด้วย เพราะวิตามินอีอาจซ่อนอยู่ในหลายผลิตภัณฑ์พร้อมกัน

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus)

เบต้าลีฟโปรพลัส (Beta Liv Pro Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-15859-5-1473 บรรจุ 10 เม็ด เม็ดละ 1,200 มก. วันละ 1 เม็ด ผลิตโดย บริษัท เซน ไบโอเทค จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด

ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้ตามฉลาก ได้แก่

  • ดีแอล-แอลฟา-โทโคเฟอริล แอซีเตต (50%) 10 มก. — คิดเป็นวิตามินอีอะซีเตตราว 5 มก. (ค่าคำนวณจากเปอร์เซ็นต์บนฉลาก) เป็นวิตามินอีชนิด dl ซึ่งต่างจาก natural vitamin E ที่แนวทางไทยระบุ ปริมาณนี้ น้อยกว่าค่าแนะนำต่อวันของผู้ใหญ่ (RDA 15 มก.) และห่างจากขนาดในงาน PIVENS (800 IU ต่อวัน) และขนาดที่แนวทางไทยให้แพทย์พิจารณา (400–800 ยูนิตต่อวัน) มาก ผลของงานวิจัยข้างต้นจึง นำมาใช้กับเม็ดนี้ไม่ได้

ไม่มีหลักฐานว่าวิตามินอีปริมาณในเม็ดนี้มีผลต่อไขมันพอกตับหรือตับอักเสบจากไขมัน และยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง ผู้ที่แพทย์สั่งวิตามินอีขนาดรักษาอยู่แล้ว ควรแจ้งแพทย์ว่ากินผลิตภัณฑ์อื่นที่มีวิตามินอีด้วย

ข้อควรระวัง: ฉลากระบุ ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน (ส่วนประกอบมีสารสกัดจากขมิ้นชัน 50 มก. และสารสกัดอาร์ทิโชก 20 มก.) เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน มีนมและถั่วเหลือง ส่วนประกอบมีผงถั่วนัตโตะ 100 มก. (ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินเค 2) ผงเก๋ากี้ โคเอนไซม์ คิวเท็น และวิตามินอี ซึ่งเกี่ยวข้องกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด ผู้ที่ใช้ยาวาร์ฟารินหรือยาต้านเกล็ดเลือดต้องปรึกษาแพทย์ก่อน

แนวทางเวชปฏิบัติโรคตับแข็งของสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568 ข้อ 8.5 แนะนำว่าผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร คำแนะนำนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์นี้ด้วย ผู้ป่วยตับแข็งไม่ควรรับประทาน เว้นแต่แพทย์ที่ดูแลอนุญาต ผู้ที่เป็นไวรัสตับอักเสบหรือมีค่าตับสูง ให้นำกล่องไปปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง หากมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม คลื่นไส้ เบื่ออาหาร ให้หยุดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ไม่ใช่ยาที่แพทย์สั่ง) และพบแพทย์ทันที

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าลีฟโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Liv Pro Plus ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า พื้นกล่องสีแดงเข้ม

Beta Liv Pro Plusเบต้าลีฟโปรพลัส

เลข อย. 13-1-15859-5-1473

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 4 กล่อง 1,790 บาท (ก.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Liv Pro Plus →

คำถามที่พบบ่อย

ไขมันพอกตับ กินวิตามินอีได้ไหม

วิตามินอีขนาดสูงเป็นทางเลือกที่แพทย์พิจารณาสั่งในบางรายเท่านั้น แนวทางไทย พ.ศ. 2569 จำกัดไว้กับผู้ใหญ่ที่เป็นตับอักเสบจากไขมัน ไม่เป็นเบาหวาน และไม่มีตับแข็ง ไม่ควรซื้อขนาดสูงกินเอง

วิตามินอีรักษาไขมันพอกตับใช้ขนาดเท่าไร

งาน PIVENS ใช้ 800 IU ต่อวันนาน 96 สัปดาห์ แนวทางไทยให้แพทย์พิจารณา natural vitamin E 400–800 ยูนิตต่อวัน และระบุว่าขนาดต่ำกว่า 800 ยูนิตมีหลักฐานจำกัด

วิตามินอีขนาดสูงอันตรายไหม

มีความเสี่ยง เช่น เลือดออกเมื่อใช้คู่กับยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด งานวิเคราะห์รวมพบการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในขนาดตั้งแต่ 400 IU ต่อวัน และพบมะเร็งต่อมลูกหมากเพิ่มขึ้นในผู้ชายบางกลุ่ม

กินยาวาร์ฟารินอยู่ กินวิตามินอีได้ไหม

ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน สถาบัน Linus Pauling ระบุว่าวิตามินอีเสริมอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด และยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ห้ามหยุดหรือปรับยาเอง

วิตามินอีช่วยลดพังผืดในตับไหม

ยังไม่มีหลักฐาน งาน PIVENS พบว่าภาพชิ้นเนื้อด้านไขมันและการอักเสบดีขึ้น แต่พังผืดไม่ต่างจากยาหลอก ทั้งแนวทางไทยและ AASLD ระบุตรงกัน

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-29

อ่านต่อ

โรคไตความดันต่ำได้ไหม ไตเสื่อมแต่ความดันตก เกิดจากอะไร

โรคไตความดันต่ำได้ไหม ทำไมไตเสื่อมบางคนความดันตก ยาความดันหลายตัว ท้องเสีย การฟอกไต ทำให้หน้ามืดได้อย่างไร ความดันต่ำกระทบไตไหม และอาการไหนต้องรีบพบแพทย์

โรคไตกินวิตามินอี วิตามินเอ ได้ไหม วิตามินละลายในไขมันที่ต้องระวัง

โรคไตกินวิตามินอีได้ไหม ทำไมวิตามินเอสะสมง่ายในคนไตเสื่อม วิตามินอีกับยาต้านเกล็ดเลือด วิตามินสำหรับคนฟอกไตต่างจากวิตามินรวมอย่างไร และควรบอกแพทย์อย่างไร

กินวิตามินทุกวันเสี่ยงโรคไตไหม วิตามินซีทำลายไตจริงหรือ

วิตามินซีทำลายไตไหม คนไตปกติกินวันละเท่าไรยังปลอดภัย วิตามินตัวไหนไตต้องขับ กินหลายยี่ห้อพร้อมกันเสี่ยงอะไร ใครควรตรวจค่าไตก่อน และอาการไหนต้องพบแพทย์

ไตระยะ 2 ระยะ 3 กินวิตามินซีได้ไหม คนฟอกไตต้องระวังอะไร

ไตเสื่อมกินวิตามินซีได้ไหม แต่ละระยะต้องระวังต่างกันอย่างไร กี่มิลลิกรัมถือว่าสูง คนฟอกไตขาดวิตามินซีได้ไหม และทำไมการฉีดวิตามินซีขนาดสูงอันตรายต่อไต

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 733 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท